การวินิจฉัยโรค

“ยศชนัน” กางโรดแมปควอนตัมไทย ชูโมเดลก้าวกระโดด

เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นอนาคตของนวัตกรรมโลก และประเทศไทยก็ไม่ยอมน้อยหน้า! ในหัวข้อ “ยศชนัน” กางโรดแมปเทคโนโลยีควอนตัมไทย ชูโมเดล “ก้าวกระโดด” ความสำเร็จจีน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาแชร์วิสัยทัศน์สุดล้ำในการผลักดันเทคโนโลยีควอนตัมของไทยให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในการสัมมนา “Quantum Communication Technologies and Metrology” เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ณ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท

“ยศชนัน” กางโรดแมปเทคโนโลยีควอนตัมไทย ชูโมเดล “ก้าวกระโดด” ความสำเร็จจีน

ในงานนี้ “ยศชนัน” ได้กางโรดแมปชัดเจนสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมไทย โดยชูโมเดล “ก้าวกระโดด” ที่เรียนรู้จากความสำเร็จของจีน แทนที่จะเริ่มจากศูนย์ท่ามกลางงบประมาณจำกัด รัฐบาลควรสนับสนุนให้นักวิจัยไทยเข้าถึงแล็บและเครื่องมือระดับโลกผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศก่อน สร้างต้นแบบที่จับต้องได้ จะช่วยให้ขออนุมัติงบในอนาคตได้ง่ายขึ้น เพราะพิสูจน์ความคุ้มค่าแล้ว นี่คือกลยุทธ์ฉลาดที่ช่วยให้ไทยเร่งไล่ตามมหาอำนาจควอนตัมได้ทัน

เรียนรู้โมเดลก้าวกระโดดจากจีน: เลือกยึดหัวหาดยุทธศาสตร์

จีนประสบความสำเร็จอย่างงดงามใน EV และ 6G โดยเลือกเจาะตลาดที่โลกยังไม่ครองหมด ไทยก็ทำได้เหมือนกัน! “ยศชนัน” เสนอให้มุ่ง “Quantum Precision Agriculture” หรือเกษตรแม่นยำควอนตัม ซึ่งเหมาะกับไทยที่เป็นฐานเกษตรหลัก Quantum Sensing จะช่วยวัดข้อมูลดิน น้ำ พืชผลได้แม่นยำสุดๆ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างความได้เปรียบแข่งขัน นอกจากนี้ ในวงการสุขภาพ Quantum Sensing ขนาดเล็ก แม่นยำสูง จะปฏิวัติการวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะจากประสบการณ์ Neuro Engineering ของยศชนันเองที่เจอข้อจำกัดเทคโนโลยีเก่า

  • ประโยชน์หลักของ Quantum Sensing ในไทย:
  • เกษตร: วัดสารอาหารดินแบบเรียลไทม์ ลดการใช้ปุ๋ยเกิน
  • สุขภาพ: ตรวจสัญญาณสมองแม่นยำ รักษาโรคสมองเสื่อม
  • อุตสาหกรรม: เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร 4.0
  • ความมั่นคง: สื่อสารปลอดภัยด้วย Quantum Communication

การทูตวิทยาศาสตร์: เชื่อมโยงไทยสู่แล็บชั้นนำโลก

อีกกลยุทธ์เด็ดคือ “การทูตวิทยาศาสตร์” (Science Diplomacy) เพื่อเชื่อมนักวิจัยไทยกับสถาบัน顶尖ระดับโลก เปลี่ยน mindset จากวิจัยเพื่อ論文 เป็นแก้ปัญหาจริงของเอกชนและสังคม เช่น ระบบ 6G ที่มั่นคง หรือการแพทย์ขั้นสูง ยศชนัน อยากให้คนไทยมั่นใจว่า เราพัฒนาควอนตัมได้ไม่แพ้ใคร!

เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันจะเปลี่ยนเกษตร สุขภาพ และเศรษฐกิจไทย ถ้ารัฐ-เอกชน-วิจัยจับมือกันตามโรดแมปนี้ ความสำเร็จจะตามมาแน่นอน ในมุมมองผม นี่คือโอกาสทองที่ไทยต้องฉกฉวย อย่ารอช้า!

คุณคิดเห็นอย่างไรกับโรดแมปนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตเทคโนโลยีควอนตัมไทยที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ยศชนัน” กางโรดแมปเทคโนโลยีควอนตัมไทย ชูโมเดล “ก้าวกระโดด” ความสำเร็จจีน

โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มรับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว หลังจากได้รับการวินิจฉัยเมื่อเดือนพฤษภาคม นี่เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ติดตามสุขภาพของอดีตผู้นำสหรัฐฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 โฆษกของ โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 82 ปี ระบุว่า อดีตผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ เริ่มรับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองเรื่องสุขภาพของเขา การตัดสินใจเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับโรคนี้

เมื่อเดือนพฤษภาคม สำนักงานของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า นายไบเดนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรงที่แพร่กระจายไปยังกระดูก หลังจากเขาเข้ารับการตรวจเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและพบก้อนเนื้อที่ต่อมลูกหมาก ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับหลายฝ่าย แต่ก็ได้รับกำลังใจจากผู้คนมากมาย

“มะเร็งสัมผัสเราทุกคน” นายไบเดนระบุในโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในตอนนั้น “เหมือนกับพวกคุณหลายคน จิลกับผมได้เรียนรู้ว่าเราแข็งแกร่งที่สุดในสถานที่ที่พังทลาย ขอบคุณที่ดึงพวกเราขึ้นมาด้วยความรักและการสนับสนุน” ข้อความนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความหวังของเขาในการต่อสู้กับโรคร้าย

ทั้งนี้ เรื่องสุขภาพของนายไบเดนกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจากหนังสือเล่มใหม่ของนายไบเดนให้รายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดโทรมของเขา ในตอนที่เขากำลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีก่อน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองกับ โดนัลด์ ทรัมป์ สุขภาพของผู้นำประเทศ เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญเสมอมา

ไบเดนประกาศถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนกรกฎาคม 2567 หลังจากการดีเบตกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไบเดนแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมอย่างสิ้นเชิง และเขาประกาศสนับสนุนนาง คามาลา แฮร์ริส ผู้เป็นรองประธานาธิบดีในขณะนั้น ลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แทน แม้สุดท้ายเธอจะพ่ายแพ้ให้นายทรัมป์ การตัดสินใจครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

อนึ่ง ข้อมูลของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้ชาย และพบบ่อยเป็นพิเศษในผู้สูงอายุ โดยผู้ชายที่มีอายุเกิน 80 ปี ประมาณ 80% มีเซลล์มะเร็งอยู่ในต่อมลูกหมาก สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่า แม้ว่ามะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสรักษาให้หายได้สูงหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับสองในผู้ชาย ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ฮอร์โมนบำบัดเป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อย ซึ่งสามารถช่วยทำให้ก้อนเนื้อหดตัวลงและชะลอการเติบโตของมะเร็งได้ แต่ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค

โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

การที่อดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และการตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ

การฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก: ทางเลือกในการรักษา

การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีหลายวิธี การฉายรังสีถือเป็นหนึ่งในวิธีที่แพทย์เลือกใช้ในการรักษา โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งและควบคุมการแพร่กระจายของโรค นอกจากนี้ การรักษาด้วยฮอร์โมนก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ควบคู่กันไป เพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

สำหรับ โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับโรคนี้ และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น

การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการตรวจคัดกรองโรคอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีและวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพของบุคคลสาธารณะอย่าง โจ ไบเดน มีส่วนช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในวงกว้าง และส่งเสริมให้ผู้ชายหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น

ดังนั้น การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพประจำปี จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสี-ฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

ผู้ตรวจการฯ ยัน ไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัว

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เหตุไม่ตัดสินแทนแพทยสภา ย้ำองค์กรยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใด 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.ย. 2568 นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่พักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและการมีคำวินิจฉัยที่ผ่านมา มีข้อเท็จจริงกรณีอาการเจ็บป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยรักษาโรคของแพทย์ว่าอาจมีการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับการส่งตัวผู้ต้องขังออกมารักษาตัวภายนอกเรือนจำ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

แจงยิบ รพ.ตำรวจอ้างข้อมูลส่วนบุคคล

เนื่องจากโรงพยาบาลตำรวจชี้แจงว่า การตรวจวินิจฉัยโรคของนายทักษิณ ชินวัตร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์ ภายใต้พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 โดยเคร่งครัด ซึ่งผลการวินิจฉัยของโรคเป็นข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยถือเป็นความลับ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ซึ่งกำหนดให้ “ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้น เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้” ประกอบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ไม่ก้าวล่วงอำนาจแพทยสภา

ดังนั้น การรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลด้านสุขภาพเป็นหลักจริยธรรมทางการแพทย์ที่สำคัญที่แพทย์จะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การพิจารณาและวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินจึงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้เปิดเผยหรือเข้าถึงข้อมูลการตรวจรักษาและความเห็นของแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งแตกต่างจากศาลซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้แพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยความเห็นของแพทย์และผลการตรวจรักษาและวินิจฉัยผู้ป่วยต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยคดีของศาลได้

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับข้อเท็จจริง ณ ขณะนั้น ปรากฏว่าได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยรักษาโรคของแพทย์ว่าอาจมีการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมายไปยังแพทยสภาโดยตรงแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีคำวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1979/2566 และ 2492/2566 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ว่า เมื่อได้มีผู้ร้องเรียนในกรณีเดียวกันนี้ไปยังแพทยสภาโดยตรงแล้ว ซึ่งแพทยสภาถือเป็นองค์กรทางวิชาชีพที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายโดยตรงในการตรวจสอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงไม่อาจก้าวล่วงในกรณีดังกล่าวได้ แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม หากแพทยสภามีความเห็นในเรื่องนี้เป็นประการใดแล้วเห็นควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการชี้แจงถึงข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวให้สาธารณชนทราบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

มอบผู้เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่

นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า ต่อมา ในระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1978/2566, 2535/2566 และ 2181/2566 ปรากฏข้อเท็จจริงว่า แพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมดำเนินการ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 ว่า เมื่อผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการฯ เป็นประการใด หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกรอบหน้าที่และอำนาจต่อไป

แจ้งเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

2. นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้มีความเห็นว่าเพื่อให้การปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ เรือนจำ/ทัณฑสถาน โรงพยาบาลสังกัดกรมราชทัณฑ์ทุกแห่ง ปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งและสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณะ ตลอดจนให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีข้อเสนอแนะในเชิงมาตรการบริหารเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเคร่งครัด ดังนี้

(1) ในกรณีที่แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้รับรองว่ามีเหตุเจ็บป่วยที่ต้องรักษาตัวนอกเรือนจำ และผู้ต้องขังได้รับการพักรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 120 วัน ขอเสนอให้แก้กฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ให้มีคณะกรรมการเพื่อดำเนินการร่วมตรวจวินิจฉัยและให้ความเห็น

(2) กรณีผู้บัญชาการเรือนจำใช้ดุลยพินิจให้ผู้ต้องขังรักษาตัวนอกเรือนจำ เสนอให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ โดยให้ผู้บัญชาการเรือนจำบันทึกการใช้ดุลยพินิจไว้ในระบบของเรือนจำเพื่อการตรวจสอบ หากมีผู้ประสงค์จะขอข้อมูลให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทำความเข้าใจเรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

ไม่เคยรับรองส่ง “ทักษิณ”รักษาตัวชั้น14 

นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า 3. จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นจึงเห็นได้ว่า คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกเรื่องไม่ปรากฏการรับรองกระบวนการส่งตัวผู้ต้องขังออกมารักษาตัวภายนอกเรือนจำ และมิได้รับรองอาการเจ็บป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด อีกทั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้รับการชี้แจงในรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของนายทักษิณ ชินวัตร อันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 อีกทั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้เปิดเผยหรือเข้าถึงข้อมูลการตรวจรักษาและความเห็นของแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับศาล ดังที่กล่าวมาแล้ว ประกอบกับได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยรักษาโรคของแพทย์ว่าอาจมีการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมายไปยังแพทยสภาโดยตรงแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะตามข้อ 1 และข้อ 2

การบังคับโทษเป็นอำนาจของศาล

4. ส่วนประเด็นว่าได้มีการบังคับโทษให้เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่ นั้น เป็นอำนาจในการไต่สวนและตรวจสอบของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562 ข้อ 61 วรรค 2 ที่บัญญัติว่า “เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกาจำนวนสามคน มีอำนาจออกหมายหรือคำสั่งใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล” ดังนั้น ในประเด็นเรื่องการบังคับโทษจึงมิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินแต่อย่างใด

ชูผลงานเสนอจัดหาแหล่งน้ำดิบ

นายทรงศัก กล่าวเพิ่มว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐแล้ว ปัจจุบัน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินงานหลายโครงการอย่างต่อเนื่อง เช่น “โครงการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาการขยายเขตประปาในภูมิภาค” ภายใต้ยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากหลายจังหวัดว่าประชาชนยังขาดแคลนน้ำประปาที่ได้มาตรฐาน ต้องพึ่งพาน้ำบาดาลหรือน้ำบ่อที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน และบางพื้นที่ต้องซื้อน้ำในราคาสูง ขณะที่ระบบประปาหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังด้อยคุณภาพ ปัญหาหลักเกิดจากแหล่งน้ำดิบไม่เพียงพอ ทำให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ไม่สามารถขยายเขตบริการได้ทั่วถึงเนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมาย งบประมาณ และการบริหารจัดการ ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมุ่งผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น การจัดหาแหล่งน้ำดิบที่มั่นคง การยกระดับมาตรฐานการกรองและบำบัดน้ำ การปรับปรุงระบบจ่ายน้ำ และการขยายบริการของ กปภ. เข้าสู่หมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดมีคุณภาพ และยั่งยืนในอนาคต

ผลักดันพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน

นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ได้เตรียมผลักดัน “โครงการศึกษาเชิงระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง” (บางอำเภอในนนทบุรีและสมุทรปราการ) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างนโยบายและระบบดูแลที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและภาคประชาสังคม ปัญหาคนไร้บ้านรุนแรงขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19 ซึ่งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพบว่า มี 3 มิติหลัก ได้แก่ การเข้าถึงสิทธิพื้นฐานที่ยังติดขัดข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่ขาดการบูรณาการและทรัพยากร และปัญหาซับซ้อนจากตัวบุคคลเอง 

เสนอแนวทางดูแลกลุ่มเปราะบาง

ในเวลาเดียวกันยังผลักดันแนวทางบูรณาการการดูแล “กลุ่มเปราะบาง” ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง คนไทยไร้สิทธิ และแรงงานต่างด้าว โดยเสนอให้กำหนดนิยามกลาง จัดทำยุทธศาสตร์เฉพาะกลุ่ม และตั้งกลไกร่วมจาก 5 ภาคส่วน คือ สำนักงานเขต โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น และภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบดูแลครบวงจร มาตรการสำคัญ ได้แก่ การค้นหากลุ่ม

จากกรณีดังกล่าวที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการทำงาน

ที่มา – ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยันไม่เคยรับรอง “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

Scroll to top