การสนับสนุนผู้สมัคร

พรรคพลังประชารัฐยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ส.ส.เสมอภาค

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนในช่วงนี้ หลังจากมีข้อกล่าวหาจากนายสนธิญา สวัสดี ที่ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าพรรคมีการเลือกปฏิบัติในการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นคำร้องยุบพรรคได้ พรรคพลังประชารัฐได้ออกหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองตามอุดมการณ์และนโยบายที่ชัดเจน การเป็นสมาชิกพรรคหรือผู้สมัคร ส.ส. ถือเป็นงานอาสาสาธารณะที่ต้องอาศัยความเสียสละจากทุกคน โดยพรรคจะสนับสนุนผู้สมัครผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเสมอภาค ภายใต้กรอบกฎหมาย ข้อบังคับพรรค มติพรรค และศักยภาพด้านงบประมาณในแต่ละช่วงเวลา

รูปแบบการสนับสนุนจะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันและดุลพินิจเชิงบริหารภายในพรรค เช่น การประชาสัมพันธ์ผลงาน นโยบาย และจุดยืนทางการเมืองผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้สมัครทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ในเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคได้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สมัครสามารถสื่อสารนโยบายไปยังประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อกล่าวหาไม่มีมูล พรรคยึดหลักนิติธรรม

พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรืองดเว้นการสนับสนุนโดยมิชอบ ข้อกล่าวหาจากนายสนธิญายังขาดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคจึงขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการที่โปร่งใสและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

หลักเกณฑ์การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค

  • ตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค: ทุกการสนับสนุนต้องอยู่ในกรอบพระราชบัญญัติพรรคการเมือง
  • เสมอภาค: ผู้สมัครทุกรายได้รับการประชาสัมพันธ์ผลงานพรรคเท่าเทียม
  • ตามศักยภาพ: พิจารณางบประมาณและสถานการณ์ในแต่ละช่วง
  • โปร่งใส: มีการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐยังมีประวัติการทำงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศ เช่น นโยบายเศรษฐกิจ สวัสดิการประชาชน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. ได้นำไปรณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง การชี้แจงครั้งนี้ช่วยยืนยันภาพลักษณ์ของพรรคที่ยึดหลักธรรมาภิบาลทางการเมือง

ในบริบทของการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พรรคเลือกตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและเอกสารชัดเจน แทนการโต้เถียงโดยไร้สาระ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน

สุดท้าย พรรคพลังประชารัฐขอเชิญชวนประชาชนติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคอย่างใกล้ชิด หากคุณมีข้อสงสัยหรือเห็นต่าง สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เรายินดีรับฟังทุกมุมมองเพื่อพัฒนาการเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง สส. เสมอภาคตามกฎหมาย

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต คือหัวใจสำคัญของการหาเสียงครั้งนี้ โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม ได้ลุยพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายเด็ดขาดนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนที่ต้องการความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต

ปวีณา หงสกุล หาเสียงในกทม

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางปวีณา หงสกุล ได้นำทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ขึ้นรถแห่รณรงค์หาเสียงวันสุดท้าย ครอบคลุมพื้นที่สำคัญหลายเขต เช่น มีนบุรี สวนหลวง ประเวศ บางนา และดอนเมือง บรรยากาศคึกคักไปด้วยประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่ออกมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทำให้การหาเสียงครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจากแผ่นดิน

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการช่วยหาเสียงให้นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ และนายชณทัต รินน์นพคุณ โดยเดินเท้าเข้าตลาดอยู่สะอาด ย่านสวนหลวง พบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ประชาชนต่างเข้ามาขอถ่ายรูป ให้กำลังใจ และแสดงความสนับสนุนนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของพวกเขา

ปวีณา พบปะประชาชนตลาดอยู่สะอาด

นโยบายเด็ดขาดที่ชูเป็นหลัก

นางปวีณา ย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคกล้าธรรมที่ทำได้จริง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในสังคม “ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต เพื่อให้บทลงโทษเด็ดขาดกับอาชญากรรมร้ายแรง เช่น ข่มขืนและฆ่าโหด ซึ่งเทียบเท่ากับการประหารชีวิต นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดโดยเปลี่ยนมุมมองผู้เสพจาก罪犯เป็นผู้ป่วยที่ต้องบำบัดและฝึกอาชีพ

  • ปราบข่มขืนและฆ่าโหด: บทลงโทษประหารชีวิตทันที เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
  • แก้หนี้นอกระบบ: ผลักดันธนาคารประชาชน ลดดอกเบี้ยสูงและช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
  • ยาเสพติด: บำบัดและฝึกอาชีพให้ผู้เสพ สร้างโอกาสใหม่ในสังคม
  • สวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ: ยกระดับให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่มาจากประสบการณ์จริงของนางปวีณาในการช่วยเหลือสังคมมานานนับสิบปี ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคกล้าธรรมจะนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาอาชญากรรมและหนี้สินรุมเร้า

ก่อนปิดท้าย นางปวีณาเรียกร้องให้ชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเลือกพรรคที่กล้าทำเพื่อประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายประหารชีวิตผู้ข่มขืนนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดอาชญากรรมเพศ และสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ชาวกทม. ทุกคนควรศึกษานโยบายและไปโหวตเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

“ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง ขอภูมิใจไทยปักธงชัยภูมิ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวชัยภูมิและคนรักการเมืองไทยทุกท่าน! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดคึกคักจากเวทีหาเสียงที่กำลังร้อนแรงในจังหวัดชัยภูมิมาฝากกันครับ โดยเฉพาะเรื่อง “ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง ขอภูมิใจไทยปักธงชัยภูมิ ชูนโยบายเกษตรยกทั้งระบบ ดันราคาพืชไร่ ที่กลายเป็นประเด็นฮอตของชาวบ้านในพื้นที่หนองบัวแดงไปแล้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ได้นำทัพแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 7 เขตบุกเวทีปราศรัยอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

บรรยากาศวันนั้นคึกคักสุดๆ เลยครับ ประชาชนแห่กันมาร่วมฟังเพียบ พวงมาลัยดอกดาวเรืองถูกนำมามอบให้ผู้สมัครและทีมงานไม่ขาดสาย แสดงถึงกำลังใจล้นเหลือจากพี่น้องชาวชัยภูมิ โดยเฉพาะการสนับสนุน “ไอเดียร์” หรือน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 ที่ได้รับการหนุนหลังเต็มสูบจากพรรค

“ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง ขอภูมิใจไทยปักธงชัยภูมิ

ในการปราศรัยครั้งนี้ นางศุภจีได้ย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจชัยภูมิ พรรคพร้อมหนุนผู้สมัครอย่างเต็มที่ หากได้ไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันนโยบายในสภาให้ตรงใจชาวบ้านมากที่สุด

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการชู นโยบายเกษตรยกทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกษตรกรเผชิญมานาน ไม่ใช่แค่แจกเงินหรือช่วยชั่วคราว แต่เป็นการยกระดับทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่ผลิต กระจาย จนถึงตลาด เพื่อให้ราคาพืชไร่เช่นมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงานอยู่ได้จริง สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

ชูนโยบายเกษตรยกทั้งระบบ ดันราคาพืชไร่

มาดูรายละเอียดนโยบายเจ๋งๆ ที่ “ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง กันแบบละเอียดเลยครับ พรรคภูมิใจไทยมีแผนชัดเจน ดังนี้:

  • คุมเข้มด่านชายแดน: ปิดช่องทางลักลอบนำเข้าพืชไร่จากเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ทำให้ราคาตกต่ำและบิดเบือนตลาด
  • สร้างกลไกราคาเสถียร: บริหารสต็อก กระจายผลผลิต เชื่อมตลาดกับโรงงานแปรรูป ให้ราคาหน้าฟาร์มยุติธรรม
  • ยกระดับเกษตรกร: จากผู้ขายผลผลิตสู่ผู้ประกอบการ ด้วยการสนับสนุนแปรรูป เพิ่มมูลค่า ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์
  • เชื่อมโยงทรัพยากร: แหล่งทุน เทคโนโลยี ตลาดใหม่ ลดต้นทุนปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เชื้อเพลิง โลจิสติกส์
  • แก้โครงสร้างต้นทุน: มาตรการเชิงระบบ ให้เกษตรกรวางแผนผลิตได้ มีรายได้มั่นคงยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีจุดยืนมั่นคงทางสังคม เช่น เร่งปราบสแกมเมอร์ เครือข่ายทุนสีเทา และไม่สนับสนับกาสิโน เพื่อปกป้องเศรษฐกิจชุมชน

ส่วนน.ส.สุชาดา ผู้สมัครเขต 4 ก็ประกาศพร้อมกลับมาทำงานให้ชาวชัยภูมิอีกครั้ง เน้นลงพื้นที่ใกล้ชิด นำปัญหาปากท้อง เกษตร เศรษฐกิจฐานราก โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษาเท่าเทียม เข้าสภาแก้ไขจริงจัง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอนาคตให้เยาวชน

พูดถึง “ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง ขอภูมิใจไทยปักธงชัยภูมิ ชูนโยบายเกษตรยกทั้งระบบ ดันราคาพืชไร่ ครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเข้าใจปัญหาชาวบ้านจริงๆ โดยเฉพาะจังหวัดเกษตรอย่างชัยภูมิที่พึ่งพาพืชไร่เป็นหลัก ถ้านโยบายนี้ได้ไปต่อ เกษตรกรจะหลุดพ้นวงจรราคาตกต่ำได้แน่นอน มันไม่ใช่แค่นโยบาย แต่เป็นการเปลี่ยนระบบทั้งหมดให้ยั่งยืน

ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญที่การเมืองไทยควรมีมากขึ้น การหาเสียงที่ชูปัญหาเชิงระบบแบบนี้ ทำให้ประชาชนมีหวัง ลองคิดดูสิครับ ถ้าเกษตรกรมีรายได้มั่นคง ชุมชนชัยภูมิจะคึกคักแค่ไหน เศรษฐกิจท้องถิ่นจะโตแบบก้าวกระโดด!

คุณคิดเห็นยังไงกับนโยบายนี้บ้าง? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ หรือแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วย หากสนใจติดตามข่าวการเมืองท้องถิ่นและนโยบายช่วยเกษตรกร ลองกดติดตามบล็อกนี้ไว้เลย จะมีอัปเดตเจ๋งๆ มาให้เรื่อยๆ นะครับ

ที่มา – “ศุภจี” ปราศรัยหนองบัวแดง ขอภูมิใจไทยปักธงชัยภูมิ ชูนโยบายเกษตรยกทั้งระบบ ดันราคาพืชไร่

“คนนนท์” หวังแก้โกง: พีระพันธุ์ มั่นใจทำได้จริง!

“พีระพันธุ์” นำทีมหาเสียง ช่วยลูกพรรครวมไทยสร้างชาติ ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ! ย้ำชัดพรรคทำได้จริง!

วันที่ 9 มกราคม 2567 ที่จังหวัดนนทบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรค รทสช. คือ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7, นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10, นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4, นางสาวณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10, นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9, นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และ นายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก ประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทายขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้นำชุมชนถึงเรื่องค่าพลังงานไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

“คนนนท์” หวังแก้โกง

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณชาวหมู่บ้านพฤกษา 3 และชาวตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น กลุ่มผู้นำชุมชนต่างกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าพลังงานที่สูงขึ้น แต่ก็ให้ความเชื่อมั่นต่อตน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลงได้หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ว่าสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้ประชาชนได้จริง หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่บรรดากลุ่มแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด การลักขโมย และการทะเลาะวิวาทในชุมชนจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในครัวเรือน ซึ่งพรรคมีแนวนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมสนับสนุนไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ว่าเรามีนโยบายที่สามารถทำได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสเลือกพรรค รทสช. เบอร์ 6 และผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตของพรรคเข้าสภาฯ ไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เราทำได้จริงๆ”

“คนนนท์” ฝากความหวังไว้กับพรรค รทสช.

การลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้อง และการลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ที่สำคัญ ประชาชนคนนนท์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต และสร้างระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ประชาชนยังให้ความสนใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีนโยบายที่เข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด และให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม

สำหรับเรื่องค่าไฟที่เป็นประเด็นร้อนแรง พรรครวมไทยสร้างชาติได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนนนท์ให้ความหวังเป็นอย่างมาก

สรุปแล้ว การลงพื้นที่ของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

การที่คนนนท์จำนวนมาก หวังให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลง และความต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองใดก็ตามที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ ย้ำชัดพรรคทำได้จริงๆ

Scroll to top