การหาเสียงเลือกตั้ง

ชัชชาติ ส่งเรื่องกรมบัญชีกลางเช็กคุณสมบัติ เอกชนชนะประมูลอุโมงค์ระบายน้ำ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน เมื่อล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่บริษัทเอกชนผู้ชนะการประมูลอาจมีปัญหาเรื่องสถานะทางการเงิน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

ชัชชาติ ส่งเรื่องกรมบัญชีกลางเช็กคุณสมบัติ เอกชนชนะประมูลอุโมงค์ระบายน้ำ

การที่ ชัชชาติ ส่งเรื่องกรมบัญชีกลางเช็กคุณสมบัติ เอกชนชนะประมูลอุโมงค์ระบายน้ำ ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความโปร่งใสและต้องการความชัดเจนในข้อกฎหมายครับ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยันว่าทาง กทม. ยึดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหลัก และต้องการผู้รับเหมาที่มีความมั่นคงเพื่อไม่ให้โครงการสะดุดกลางคัน เนื่องจากปัญหาเรื่องการฟื้นฟูกิจการของเอกชนอาจส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการก่อสร้าง

ความคืบหน้าการตรวจสอบและมาตรฐานความโปร่งใส

นอกจากประเด็นเรื่องคุณสมบัติแล้ว ท่านผู้ว่าฯ ยังได้เปิดเผยถึงปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็น:

  • การออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพหน้างานจริง
  • ปัญหาการแก้ไขแบบที่ทำได้ยากในเชิงวิศวกรรม
  • การจัดประมูลในช่วงรอยต่อก่อนที่ท่านจะเข้ารับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ทาง กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามเร่งรัดทุกโครงการให้เป็นไปตามสัญญา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างที่ล่าช้า ในส่วนของ ชัชชาติ ส่งเรื่องกรมบัญชีกลางเช็กคุณสมบัติ เอกชนชนะประมูลอุโมงค์ระบายน้ำ นั้น เราต้องรอคำตอบจากกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่จะตัดสินว่าการดำเนินการนี้สามารถทำสัญญาได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่

ในฐานะประชาชน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ภายใต้ความกดดันเรื่องงบประมาณและเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยึดถือระเบียบและความโปร่งใสคือสิ่งที่จะตอบคำถามสังคมได้ดีที่สุดครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ส่งเรื่องกรมบัญชีกลางเช็กคุณสมบัติ เอกชนชนะประมูลอุโมงค์ระบายน้ำ

โจ ชัยวัฒน์ เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย ขอคน กทม. เปิดประตูให้พรรคประชาชน

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่คนกรุงรอคอย โจ ชัยวัฒน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 จากพรรคประชาชน ได้ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์สำคัญผ่านแคมเปญแห่ 10 สายทั่วเมือง เพื่อสื่อสารนโยบายและขอโอกาสให้พี่น้องประชาชนมาร่วมเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม

โจ ชัยวัฒน์ เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย ขอคน กทม. เปิดประตูให้พรรคประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของอนาคตคนกรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยโจ ชัยวัฒน์ เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย ขอคน กทม. เปิดประตูให้พรรคประชาชน ด้วยการส่งรถแห่กระจายไปตามเส้นทางต่างๆ ทั่วเมือง เริ่มต้นจากเขตบางกะปิ ต่อเนื่องไปยังวังทองหลาง สวนหลวง พระโขนง และจบที่บางนา เพื่อเชิญชวนพลังของคนเมืองหลวงให้ตัดสินใจเทคะแนนให้กับพรรคประชาชน ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯ และ สก. ทั้ง 50 เขต

เหตุผลที่ต้องเปิดประตูให้พรรคประชาชนบริหาร กทม.

โจ ชัยวัฒน์ ได้ตั้งคำถามชวนให้คนกรุงเทพฯ พิจารณาผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบสาธารณสุข การจราจรที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ รวมถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นเรื่องใกล้ตัวและกัดกินงบประมาณของเมืองมาอย่างยาวนาน ซึ่งการที่ประชาชนจะโจ ชัยวัฒน์ เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย ขอคน กทม. เปิดประตูให้พรรคประชาชนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกตัวบุคคล แต่คือการเลือกทีมงานที่จะเข้าไปผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

  • นำบทเรียนจากความสำเร็จที่ลำพูนมาปรับใช้กับกรุงเทพฯ
  • ผนึกกำลังทีมบริหารที่มีความเชี่ยวชาญและคณะก้าวหน้า
  • เน้นการทำงานด้วย สก. ทั้ง 50 เขต เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายถึงระดับพื้นที่

นายชัยวัฒน์ย้ำชัดเจนว่า การเปลี่ยนกรุงเทพฯ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีเจตจำนงที่แน่วแน่จากคนกรุง การเทคะแนนให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบจะช่วยให้ทีมบริหารทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การแก้ปัญหาฝนตกน้ำท่วมไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้าน

อย่าลืมพบกับการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนนี้ ณ สวนเบญจกิติ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป แล้วไปร่วมกัน “เติมกรุงเทพฯ ให้เต็ม 10” ด้วยกันที่คูหาเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อก้าวสู่กรุงเทพฯ ที่ทุกคนฝันถึงไปด้วยกัน

ที่มา – “โจ ชัยวัฒน์” เปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายแห่ 10 สายทั่วเมือง ขอคน กทม. เปิดประตูให้พรรคประชาชน

“ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง

“ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกระแสความคึกคักอย่างมากในพื้นที่ชลบุรี เมื่อ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง โดยชูประเด็นสำคัญว่าการมี สส. ในสภาฯ เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องยกระดับการเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

การลงพื้นที่ครั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร่วมเดินรณรงค์พบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่บริเวณชายหาดพัทยา ไปจนถึงชุมชนประมงพื้นบ้าน โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุน “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เบอร์ 1 ให้เข้ามาเป็นตัวแทนในการบริหารเมือง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ทำไมการเมืองท้องถิ่นจึงสำคัญ?

จากการรับฟังปัญหาตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด น้ำท่วม หรือปัญหาการรีดไถ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ย้ำชัดว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ท้องถิ่นต้องจัดการเองได้ หากบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส จะเป็นการลดต้นทุนให้กับประชาชนและเพิ่มโอกาสในการทำมาหากินอย่างยั่งยืน โดยพรรคประชาชนมีนโยบายหลักในการผลักดันประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • การกระจายรายได้: สนับสนุนให้ผู้ค้ารายย่อยได้รับโอกาสเข้าถึงพื้นที่การค้าอย่างเท่าเทียม
  • การแก้ไขปัญหาโครงสร้าง: จัดการเรื่องระบายน้ำและการจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การบริหารที่โปร่งใส: ปราบปรามส่วยและสินบนเพื่อให้งบประมาณเมืองพัทยาถูกใช้ไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ด้านนายอิทธิวัฒน์เองก็ได้ระบุว่า หัวใจสำคัญของการทำงานคือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ขยะ หรือเรื่องพื้นฐานต่างๆ ทีมพัทยาพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองพัทยาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจของทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มทุนใหญ่เพียงอย่างเดียว

การที่ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาชนมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งพื้นที่ท้องถิ่น เพราะเมื่อการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยน การเมืองระดับชาติก็จะเข้มแข็งขึ้นตามไปด้วย เชื่อว่าพี่น้องชาวพัทยาจะได้รับทางเลือกใหม่ในการตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเข้ามาพัฒนาเมืองของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นพัทยาเปลี่ยนแปลง ร่วมติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา – “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ย้ำต้องเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นด้วย

ราเมศ ป้อง ชวน ไม่เคยพูดยกเลิก อสม.

ราเมศ ป้อง ชวน ไม่เคยพูดยกเลิก อสม. เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการของนายชวน หลีกภัย ออกมาแถลงชี้แจงอย่างชัดเจน หลังจากกรมการปกครองและประธานชมรม อสม. แห่งประเทศไทย ตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของนายชวนที่ถูกตีความผิดเพี้ยนไป

ราเมศ ป้อง ชวน ไม่เคยพูดยกเลิก อสม.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร) นายราเมศ ยืนยันว่านายชวนไม่เคยพูดถึงการยกเลิก อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) เลยสักคำ สิ่งที่นายชวนพูดคือการปกป้องเกียรติของ อสม. ที่สุจริต ไม่ให้ถูกฝ่ายการเมืองใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเจตนาดีเพื่อประชาชนและระบบราชการที่โปร่งใส

นายราเมศ ชี้แจงว่า หากตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ของนายชวนทั้งหมด จะเห็นว่าทุกถ้อยคำมาจากสุจริตใจ เพื่อช่วยดูแลและปกป้องพี่น้อง อสม. นายชวนยังทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขถึง 2 ครั้ง เพื่อขอให้ปกป้องเกียรติของ อสม. ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากนักการเมือง

เจตนาปกป้องเกียรติ อสม. จากเครื่องมือหาเสียง

ในมุมมองของนายราเมศ อสม. ที่สุจริตจำนวนมากไม่อยากร่วมมือกับพรรคการเมืองที่ใช้วิธีไม่ถูกกฎหมาย พรรคเหล่านั้นก็รู้ดีถึงพฤติกรรมตัวเอง นอกจากนี้ กรมการปกครองยังออกแถลงการณ์กำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้วางตัวเป็นกลาง แต่ในทางปฏิบัติต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

นายชวนติดตามเรื่องนี้มาตลอด ก่อนเลือกตั้งทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ข้าราชการทุกส่วน รวมถึง อปท. ปฏิบัติด้วยความเป็นกลางและเที่ยงธรรม เพื่อบ้านเมืองที่ถูกต้อง

  • รัฐบาลที่ดีไม่ใช้ระบบราชการเป็นเครื่องมือหาเสียง
  • พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ต่างจาก “รัฐบาลโจร” ที่ปล้นอำนาจด้วยวิธีชั่วร้าย
  • การเลือกตั้งไม่ใช่แค่ชิงอำนาจ แต่ต้องยึดหลักประชาธิปไตย
  • ไม่มีผู้ร้องเรียนไม่ใช่คำตอบ ถามประชาชนจริงๆ จะได้ความจริง

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในวงการเมืองไทย ที่ข้าราชการและอาสาสมัครถูกดึงเข้าสู่การหาเสียง ทำให้เสียความน่าเชื่อถือ อสม. เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพชุมชน ถ้าถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะกระทบประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการทุจริตเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งนายชวนเคยเตือนไว้หลายครั้ง การที่ฝ่ายตรงข้ามบิดเบือนคำพูด เพื่อโจมตีภาพลักษณ์ แสดงถึงความหวังดีของนายชวนที่อยากเห็นการเมืองสะอาด

ในยุคที่ข่าวปลอมแพร่กระจาย ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการเมือง

สุดท้ายแล้ว ราเมศ ป้อง ชวน ไม่เคยพูดยกเลิก อสม. เพื่อปกป้องเกียรติและความถูกต้อง ในฐานะนักข่าวหรือนักเขียนการเมือง ผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องโปร่งใส มิฉะนั้นประชาธิปไตยไทยจะยั่งยืนไม่ได้ คุณคิดเห็นอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ความจริงกันเถอะ

ที่มา – “ราเมศ” ป้อง “ชวน” ไม่เคยพูดยกเลิก อสม. ลั่นเจตนาปกป้องเกียรติ ไม่ให้เป็นเครื่องมือหาเสียง

พรรคการเมืองใช้ X หาเสียงมากสุด! นโยบายเศรษฐกิจมาแรง

การเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังจะมาถึง และพรรคการเมืองต่างก็งัดกลยุทธ์เด็ดเพื่อเข้าถึงประชาชน หนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ X (Twitter) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกมองว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการตัดสินใจของประชาชน แล้วทำไม พรรคการเมืองใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมากที่สุด นโยบายเศรษฐกิจถูกชูเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด?

พรรคการเมืองใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมากที่สุด นโยบายเศรษฐกิจถูกชูเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด

ผลสำรวจล่าสุดจาก RealWatch Lab เผยว่า พรรคการเมืองถึง 60 พรรค หันมาใช้ X เป็นช่องทางหลักในการหาเสียง คิดเป็น 37% ของการใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมด เหตุผลหลักคือ X เอื้อต่อการสื่อสารแบบเรียลไทม์ การสร้างกระแสไวรัล และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นโยบายเศรษฐกิจยังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 50% ของเนื้อหาที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียงออนไลน์

ทำไม X ถึงเป็นที่นิยมในการหาเสียง?

X มีข้อดีหลายประการที่ทำให้พรรคการเมืองเลือกใช้เป็นช่องทางหลักในการหาเสียง:

  • ความรวดเร็ว: X ช่วยให้พรรคการเมืองสามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์
  • การเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่: X เป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สำคัญ
  • การสร้างกระแสไวรัล: ข้อความสั้นๆ บน X สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พรรคการเมืองสามารถสร้างกระแสและเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้
  • ต้นทุนต่ำ: การใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้สื่อแบบดั้งเดิม

นโยบายเศรษฐกิจ ทำไมถึงสำคัญ?

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงมีความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่สูง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นอย่างมาก พรรคการเมืองที่สามารถนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ย่อมมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากกว่า

นโยบายเศรษฐกิจที่พรรคการเมืองต่างๆ นำเสนอ มักครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น:

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต
  • การช่วยเหลือภาคเกษตร
  • การพักหนี้และแก้หนี้ครัวเรือน
  • การสร้างงานและเพิ่มรายได้
  • การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

จากผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มเป้าหมายหลักที่พรรคการเมืองต้องการเข้าถึงผ่าน X คือกลุ่มวัยทำงานอายุ 18-34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการรับข่าวสารที่รวดเร็วทันเหตุการณ์ ดังนั้น พรรคการเมืองใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมากที่สุด นโยบายเศรษฐกิจถูกชูเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

การเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้น การที่ พรรคการเมืองใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมากที่สุด นโยบายเศรษฐกิจถูกชูเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของพรรคการเมืองต่อความต้องการของประชาชนในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การหาเสียงผ่าน X เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ พรรคการเมืองควรใช้ช่องทางอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายของตน

ที่มา – พรรคการเมืองใช้ X เป็นช่องทางหาเสียงมากที่สุด นโยบายเศรษฐกิจถูกชูเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด

กกต. พร้อม! เลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค.นี้

กกต. ประกาศพร้อมเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค.นี้ โดยเน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบข้อมูลและจดจำสีของบัตรเลือกตั้งให้ถูกต้อง เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่น

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค. ซึ่งจะมีขึ้นในวันดังกล่าว โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะทำการเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 4,985 แห่งทั่วประเทศ

บัตรเลือกตั้งสีอะไร? จำให้แม่น ก่อนไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค.

เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปอย่างถูกต้องและป้องกันความสับสน กกต. จึงเน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจดจำสีของบัตรเลือกตั้งให้แม่นยำ โดยบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. จะเป็นสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้งนายก อบต. จะเป็นสีชมพู ดังนั้น ก่อนลงคะแนน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านหยิบบัตรสีที่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมี อบต. รวม 15 แห่งนั้น กกต. ได้ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ทำให้ประชาชนบางส่วนยังอยู่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายออกจากศูนย์อพยพและยังไม่พร้อมที่จะกลับเข้าที่พักอาศัย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรอความพร้อมอีก 1 สัปดาห์

นอกจากนี้ รองเลขาธิการ กกต. ยังได้กล่าวถึงข้อห้ามในการหาเสียง โดยระบุว่า ผู้สมัครไม่สามารถทำการหาเสียงได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 10 มกราคม ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง หากผู้ใดฝ่าฝืน จะมีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในส่วนของนายจ้าง หากมีการขัดขวางไม่ให้ลูกจ้างไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะมีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น นายจ้างควรให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้ลูกจ้างสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามกฎหมาย

การเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค. นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นจะได้เลือกผู้แทนของตนเองเข้าไปบริหารและพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้า ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านไปใช้สิทธิของท่านอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้กับท้องถิ่นของเรา

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของท่าน และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการไปใช้สิทธิในวันที่ 11 มกราคมนี้!

ที่มา – กกต. ประกาศพร้อมเลือกตั้ง อบต. ทั่วประเทศ 11 ม.ค.

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เตือนให้เบอร์แล้วอย่าจัดมหรสพ แต่เริ่มหาเสียงได้ ระวังติดป้ายบดบังทัศนียภาพและการจราจร เผยเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดเตรียมสถานที่รองรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร 33 เขต ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันแรกคือวันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ที่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน โดยด้านนอกเป็นที่ทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนได้มีการนำรถถ่ายทอดสดพร้อมอุปกรณ์มาติดตั้ง เพื่อรายงานบรรยากาศการรับสมัคร ขณะที่ด้านในอาคารเป็นพื้นที่สำหรับการรับสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเรียง สำหรับพักคอย สำหรับผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น. และพื้นที่รับสมัครทั้ง 33 เขต โดยมีการจัดวางตามผังที่ได้กำหนดไว้ ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านจราจรและความปลอดภัย ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลดินแดง เจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่เทศกิจ ดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่โดยรอบ สำหรับประชาชน หรือกองเชียร์ ที่จะเข้ามาติดตามการรับสมัครภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 จะมีการจัดเตรียมพื้นที่อัฒจันทร์ เป็นพื้นที่สำหรับลุ้นและให้กำลังใจผู้สมัคร

กกต.กทม.จัดสถานที่ เลือกตั้ง
กกต.กทม.จัดสถานที่

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ผู้สมัครจะเดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. เราจะให้ลงทะเบียนที่ด้านหน้าเรียงตามเขตทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลา 08.25 น. เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าเหลือในเวลาอีก 5 นาทีที่จะขีดเส้นใต้ เพื่อให้รู้ว่ามีผู้มาก่อนเวลา 08.30 น. มีกี่คน และเมื่อถึงเวลา 8.30 น. จะมีการปิดประตูเพื่อให้คนที่เหลือลงทะเบียนให้เสร็จ จากนั้นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะซักซ้อมขั้นตอนให้ผู้สมัครทราบว่ากระบวนการนั้นจะเริ่มต้นจากผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะจัดประชุมผู้สมัครเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครทำการตกลงกัน ถ้าตกลงกันได้ก็จะบันทึกไว้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก โดยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพร้อมเงินค่าสมัคร ถ้าไม่ครบ จะแจ้งให้ผู้สมัครมาสมัครในวันถัดไป โดยต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 16.30 น. พร้อมทั้งให้บันทึกไว้ว่าไม่ประสงค์จะสมัครในวันนี้

สถานที่รับสมัคร สส.

ผอ.กกต.กทม. กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือการจับสลาก ซึ่งจะจับ 2 ครั้ง ครั้งแรก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเป็นผู้จับสลากเพื่อจับหาลำดับผู้สมัครที่จะไปสมัครเลือกตั้ง และจับสลากหมายเลขประจำตัว เมื่อจับเสร็จในครั้งที่ 1 จะทำการบันทึกไว้ จากนั้นจะเข้าสู่การจับสลากครั้งที่ 2 โดยผู้สมัครเป็นผู้จับเองเพื่อให้ได้หมายเลขประจำตัวและลำดับในการยื่นใบสมัคร จากนั้นจะมีการทำบันทึกร่วมกันไว้แล้วเข้าสู่กระบวนการของการรับสมัครเลือกตั้ง ยื่นเอกสาร และจ่ายค่าสมัครเลือกตั้ง โดยผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งก็จะออกใบรับสมัครและใบเสร็จ ซึ่งก็จะถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการของการรับสมัคร เมื่อออกไปจากห้องรับสมัครแล้ว ผู้สมัครสามารถใช้หมายเลขดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่มีข้อพึงระวังว่า เมื่อออกไปแล้วห้ามไปจัดมหรสพหรือการรื่นเริง ห้ามไปจัดเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยง จนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง

การรับสมัคร สส.

เมื่อถามถึงการจัดระเบียบกรณีมีหัวหน้าพรรคและกองเชียร์มาให้กำลังใจผู้สมัคร ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สมัครเลือกตั้ง จะจัดพื้นที่ให้อยู่บริเวณอัฒจันทร์ทั้งหมด ส่วนในพื้นที่รับสมัครจะอนุญาตให้เพียง ผู้สมัคร 1 คน และผู้ช่วยอีก 1 คนเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ กทม. ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปได้ 90% ส่วนอีก 10% จะมีการซ้อมกระบวนการเสมือนจริงในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) ในเวลา 09.00 น. ตอนนี้คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม สถานที่พร้อม

เมื่อถามถึงนับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วหรือยัง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ตอนนี้ผู้สมัคร จะต้องมีการยื่นเอกสารก่อนดำเนินการ 4 อย่าง ประกอบด้วย 1. การหาเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้ช่วยหาเสียง 3. รถประจำการ และ 4. การจัดเวทีปราศรัย โดยให้แจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

กกต.กทม.

เมื่อถามถึงระเบียบการติดตั้งป้ายหาเสียง เพื่อไม่บดบังการจราจร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตามประกาศวิธีการหาเสียง กำหนดเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ขณะนี้หน่วยงานต่างๆกำลังแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.กทm. เพื่อให้ ผอ.กกต.กทม.ลงนามออกประกาศ อย่างไรก็ตามตอนนี้ พรรคการเมืองสามารถขึ้นป้ายหาเสียงได้เลย เพราะใช้แนวทางการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งรับประกันว่าไม่ผิด และในวันรับสมัครเลือกตั้งจะได้รับเอกสารเหล่านี้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงต้องไม่บดบังทัศนียภาพ เพื่อป้องกันอันตราย ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจไม่เห็นทาง อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอกำชับตรงนี้

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส.

  • สถานที่: ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
  • วันรับสมัคร: 27-31 ธันวาคม
  • สิ่งที่ต้องเตรียม: เอกสารหลักฐาน, เงินค่าสมัคร

ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ที่สนใจลงสมัคร สส. ในเขตกรุงเทพมหานคร อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

กกต.กทม.จัดสถานที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – กกต.กทม.จัดสถานที่ พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.อนุทิน “บุรีรัมย์โมเดล” ใครเป็นใครเห็นกันอยู่ ขู่ปมเขากระโดงเจอซักฟอกแน่นอน ขณะที่ “อิ๊งค์” ยิ้มพาลูกเข้าพรรค

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า น่าจะต้องไปถามพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนนายอนุทินขึ้นมาเป็นผู้นำว่าพอใจหรือไม่ โดยเฉพาะที่มีชื่อบุคคลที่ติดขัดจากกรณีการชี้มูลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อถามถึงโผคณะรัฐมนตรีใหม่ที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ว่า “มันก็บุรีรัมย์โมเดลทั้งหมดอยู่แล้ว” โดยขอไม่วิจารณ์ในรายละเอียด แต่บอกให้ไปดูรายชื่อแต่ละคนว่ามาจากไหนและใครเป็นใคร

“ภูมิธรรม” แซะ ครม.ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่ซักฟอก

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารที่มีการเปิดเผยออกมา แต่ยืนยันว่าปัญหานี้เป็นเรื่องที่ดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และกระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินการมาทั้งหมดแล้ว โดยเหลือเพียงแค่การเซ็นรับรองแนวเขตจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น เรื่องนี้คงมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน เห็นบอกว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้หมายความว่าต้องเข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรีถึงจะทำได้ ยิ่งตอนนี้เป็นนายกฯด้วย เดี๋ยวนี้เขาใช้โทรศัพท์สั่งก็ได้ ผู้ที่ชอบพลิกลิ้นอาจทำอะไรก็ได้ และขอให้รอดูข้อเท็จจริงเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย

ทำความเข้าใจ “บุรีรัมย์โมเดล” ที่ถูกพูดถึง

การที่นายภูมิธรรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ครม.ใหม่ว่าเป็น “บุรีรัมย์โมเดล” นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มการเมืองจากจังหวัดบุรีรัมย์ในการบริหารประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่า “บุรีรัมย์โมเดล” คืออะไรกันแน่? ในบริบทนี้ หมายถึงการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจและบริหารจัดการประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระดับรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นๆ ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ปรากฏการณ์ “บุรีรัมย์โมเดล” นี้ ได้จุดประกายคำถามมากมายในสังคม ทั้งในเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ทับซ้อน การที่บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่งเข้ามามีอำนาจ อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง หรือการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง และไม่มีการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับบรรยากาศภายในพรรคเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำและสมาชิกพรรคหลายคนทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมประชุมทีมกฎหมายเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการวางแผนการทำงานในฐานะฝ่ายค้านและการเตรียมความพร้อมสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในอนาคต

ขณะเดียวกันนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรคพร้อมกับบุตรทั้งสองคนคือ ด.ญ.ธิธาร และ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ โดยทั้งสามมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

จากประเด็นที่นายภูมิธรรมยกขึ้นมานี้ น่าติดตามว่าพรรคฝ่ายค้านจะดำเนินการตรวจสอบเรื่อง “บุรีรัมย์โมเดล” และประเด็นเขากระโดงอย่างไรต่อไป และรัฐบาลจะสามารถชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ได้กระจ่างชัดหรือไม่ ประชาชนคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ภูมิธรรม” แซะ ครม. ใหม่ “บุรีรัมย์โมเดล” ขู่เจอซักฟอกปม “เขากระโดง” แน่

Scroll to top