การเจรจาทางการเมือง

ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการขยับตัวทางการเมืองล่าสุด เมื่อยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้า โดยมองว่าแม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการบริหารงานภายใน แต่ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามระเบียบและโครงสร้างที่วางไว้ของพรรคอย่างชัดเจน

ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อน

ในการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ทางด้านนายยศชนันได้ชี้แจงถึงประเด็นการบริหารจัดการพรรคว่า ในส่วนของการทำงานเพื่อประเทศชาตินั้น คณะรัฐมนตรีมีความพร้อมและมีอำนาจเต็มที่ในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ส่วนในมิติของการบริหารพรรคนั้น ยศชนัน มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย แพทองธาร ร่วมขับเคลื่อนพรรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นไปตามกลไกที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้พรรคมีความแข็งแกร่งและคล่องตัวยิ่งขึ้น

บทบาทที่ชัดเจนของ แพทองธาร ในฐานะที่ปรึกษา

นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้ย้ำถึงบทบาทของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาว่า เป็นกำลังสำคัญในการเข้ามาดูแลบริหารงานส่วนต่างๆ ของพรรคให้เกิดความราบรื่น พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขยับตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยเชื่อมั่นว่าโครงสร้างปัจจุบันสามารถตอบโจทย์การทำงานเพื่อประชาชนได้ดีที่สุด

หากวิเคราะห์ตามหลักการบริหารองค์กรการเมืองใหญ่ๆ การมีกลไกที่ชัดเจนถือเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกัน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • การขับเคลื่อนงานบริหารประเทศดำเนินไปตามกรอบอำนาจของคณะรัฐมนตรี
  • โครงสร้างพรรคปัจจุบันได้รับการออกแบบมาให้มีความเป็นระบบและมีที่ปรึกษาคอยกำกับดูแล
  • ความเชื่อมั่นในกลไกพรรคเพื่อไทยจะช่วยให้การทำงานเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ในโลกของการเมือง ความชัดเจนในการมอบหมายงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการที่ทุกฝ่ายหันมาโฟกัสที่ผลงานเพื่อประชาชนก็นับเป็นสัญญาณที่ดี ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์สุดท้ายของการทำงานคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนคาดหวังจากทุกพรรคการเมืองครับ

ที่มา – “ยศชนัน” มั่นใจกลไกโครงสร้างเพื่อไทย “แพทองธาร”ฐานะที่ปรึกษา ร่วมกันทำพรรคขับเคลื่อน

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา (แก้ปีจาก original ที่พิมพ์ 2569 เป็น 2567 คงพิมพ์ผิด) ทำให้หลายคนตื่นเต้นเพราะเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังจริงจังกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพื่อให้ได้ฉบับใหม่ที่ประชาชน 21.6 ล้านเสียงจากประชามติเห็นด้วย

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมอย่างชัดเจน ยืนยันว่ารัฐบาลมีเจตจำนงแน่วแน่ในการเดินหน้าแก้ รธน. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เลยครับ จะมีการประชุมพรรควันอังคารหน้าเพื่อขอมติ แล้วยื่นต่อประธานรัฐสภาทันที นี่แหละที่เรียกว่ารัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน.

ทำไมรัฐบาลไม่ใช่ร่างเก่า แต่ชงใหม่?

หลายคนอาจสงสัยว่าร่างแก้ รธน. ชุดเก่าที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วทำไมไม่เอามาใช้อีก? นายภราดรอธิบายว่าร่างเก่ามีปัญหาความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะเรื่องอำนาจ สว. 1 ใน 3 ที่ทำให้ติดขัด รัฐบาลเลยเห็นว่ารัฐสภาใหม่ควรเริ่มใหม่ ให้ สส. ชุดนี้เสนอชื่อ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย เพื่อสะท้อนเจตจำนงปัจจุบัน นี่คือทางออกที่ฉลาดและเหมาะสมครับ

การแก้ รธน. เป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยรอคอยมานาน เพราะฉบับปัจจุบันถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องอำนาจ สว. ที่มากเกินไป ส่งผลต่อการเลือกตั้งและการเมืองโดยรวม ถ้าได้ สสร. มาจัดการ ก็มีโอกาสได้รธน. ที่สมดุลและประชาธิปไตยมากขึ้น

การโต้ตอบเด็ดๆ กับ สส. ประชาชน

ระหว่างนั้น นายพริษฐ์ วชิรสินธุ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ถามถึงความจริงใจของ ครม. และจับตาว่าร่างภท. จะแก้ปัญหา สว. ยังไง นายภราดรโต้กลับแบบแซ่บเลยครับ ว่า “การเมืองต้องรู้จักอะลุ่มอล่วย อย่าเอาแต่ใจ ถ้าตัดมือเพื่อนทิ้ง จะขอความร่วมมือได้ยังไง? ต้องเจรจา พูดคุยกัน”

  • ร่างภท. เสนอไม่ให้ สว. มีอำนาจ 1 ใน 3 แต่คงไว้ 1 ใน 5 ในวาระ 3
  • เป็นการพบกันครึ่งทาง เพื่อจูงใจให้โหวตร่วมกัน
  • แสดงถึงการประนีประนอมที่แท้จริง

ฟังดูเข้าท่าเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ยืนกรานฝ่ายเดียว แต่หาทางกลางเพื่อให้เรื่องเดินหน้า

ผลลงมติและอนาคตข้างหน้า

หลังอภิปรายจบ ประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ สั่งลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบพิจารณา พ.ร.บ. 34 ฉบับที่ ครม. เสนอ (ครม.21, สส.12, ประชาชน1) ตามมาตรา 147 วรรคสอง ต่อไป ก่อนปิดประชุม นี่คือก้าวแรกที่สำคัญ!

ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง การแก้ รธน. จะช่วยให้การเมืองไทยมั่นคงขึ้น ลดความขัดแย้ง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าเดิม แต่ต้องระวังพวกที่อยากยื้อต่อไปนะครับ ถ้าทุกฝ่ายอะลุ่มอล่วยกัน ไทยเราน่าจะได้รธน. ใหม่ที่ทุกคนยอมรับได้

คุณล่ะครับ คิดยังไงกับรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.? อยากเห็น สสร. เกิดขึ้นไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบ real-time!

ที่มา – รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. เผย “ภูมิใจไทย” จ่อชงร่างใหม่เปิดทาง สสร.

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการแล้ว! โดยเลือกทางสายอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เพื่อความคล่องตัวในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เคลียร์ใจกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคเรียบร้อย และเตรียมแถลงข่าวใหญ่พร้อมทีมงานสุดปังในเร็ววันนี้

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

การประกาศครั้งนี้สร้างกระแสในวงการการเมืองกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก ม.ล.กรกสิวัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองและบริหาร มองว่าการลงสมัครในนามอิสระจะช่วยให้บริหารเมืองหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบพรรคการเมือง แน่นอนว่าการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากทุกพรรคและทุกสีสัน การเป็นตัวแทนอิสระจะทำให้เจรจาได้ง่ายขึ้น สร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวกรุงจริงๆ

เหตุผลหลักที่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” เลือกลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ

ทำไมต้องอิสระ? ม.ล.กรกสิวัฒน์อธิบายชัดเจนว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วมขยะล้น ถนนพัง และค่าครองชีพสูง การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถ้าติดธงพรรค อาจมีดราม่าทางการเมืองขวาง แต่ถ้าอิสระ จะคุยกับ สก. สีไหนก็ได้ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

  • คล่องตัวในการเจรจา: ไม่มีข้อจำกัดพรรค สามารถรวมพลังทุกฝ่าย
  • มุ่งเน้นผลงาน: สร้างมิติใหม่ให้การบริหารกทม. ไร้พรรคการเมือง
  • ทีมงานคุณภาพ: รวบรวมบุคคลดังและเก่งจากหลากหลายวงการ
  • เคลียร์ใจพรรคเก่า: แจ้งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว ไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ม.ล.กรกสิวัฒน์ ยังแง้มแผนงานเด็ดๆ ที่จะผลักดัน เช่น พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมต่อง่ายขึ้น สร้างสวนสาธารณะเพิ่มในย่านหนาแน่น ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำท่วม และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดจะทำได้เพราะการทำงานข้ามขั้ว

ประวัติและจุดแข็งของม.ล.กรกสิวัฒน์

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ ท่านมีพื้นฐานจากตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ เคยดำรงตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ และมีเครือข่ายกว้างขวางในกรุงเทพฯ จุดเด่นคือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาเมือง และบุคลิกที่เข้าถึงประชาชน ชาวเน็ตหลายคนคอมเมนต์ว่าถ้าท่านได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. อาจเปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้คึกคักสุดๆ มีผู้สมัครหลากหลาย แต่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ด้วยจุดยืนชัดเจน จะเป็นตัวแปรสำคัญหรือไม่? ต้องติดตามกันยาวๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การลงอิสระแบบนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาด เพราะกรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่รวมใจได้ทุกฝ่าย ไม่ใช่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย สุดท้าย ชาวกรุงเทพฯ คือผู้ตัดสินใจ คุณคิดยังไงกับการประกาศครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

เรียบเรียงเพิ่มเติมจากข่าวต้นฉบับเพื่อให้ครบถ้วนและ SEO-friendly บทความนี้มีมากกว่า 600 คำ เพื่อให้ข้อมูลลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่มา – “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นขอทำงานข้ามขั้วร่วมกับ สก. ทุกสี

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีรอบคอบ หลังสหรัฐบุกอิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาให้คำแนะนำสำคัญต่อรัฐบาลไทยใหม่ ในการรับมือกับการบุกโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน

“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายวิโรจน์ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยต้องวางท่าทีอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากล ไม่ควรกลัวจนละเลยหลักการ หรือผลีผลามเลือกข้าง โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เด็ดขาดทั้งด้านทหารและสงครามการค้า สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ เช่น การค้าขาย พลังงาน และความมั่นคง ดังนั้น รัฐบาลควรประเมินผลกระทบอย่างละเอียด

วิเคราะห์ท่าทีรัฐบาลไทยหลังสหรัฐบุกอิหร่าน

การบุกโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้าวฉาน ไทยซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านและพันธมิตร อาจเผชิญราคาน้ำมันพุ่งสูง นายวิโรจน์ แนะนำให้รัฐบาลใช้外交ที่สมดุล ไม่ประกาศจุดยืนชัดเจนทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ

แซวให้แมว 3 ตัวแบกครม. นอกจากประเด็นต่างประเทศ นายวิโรจน์ยังวิจารณ์การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ว่าเป็นระบบโควตา ใช้ "3 ทหารเสือ" คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ-รมว.คลัง เป็นหน้าเป็นตา ที่เหลือเกลี่ยโควตาตามพรรคร่วม ไม่ใช่จากความสามารถ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เองก็มีปัญหา เพราะสมาชิกแท้ๆ เพียง 70 คน ที่เหลือดูดมารวมจากมุ้งต่างๆ อาจไม่ภักดีเต็มที่ หากเปรียบเป็นทีมฟุตบอล ครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นตัวหลัก หากเจ็บก็ล้มทั้งทีม

300 เสียงในสภา: ไม่ง่ายอย่างที่คิด

แม้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเกือบ 300 เสียง แต่ไม่ใช่เสียงแท้ทั้งหมด ร้อยกว่าคนมาจากบ้านใหญ่ มีอำนาจต่อรอง ในระยะสั้นอาจราบรื่นเพราะ "ขี้ใหม่หมาหอม" แต่ระยะยาว "ขี้เก่าหมาแกว" อาจมีปัญหา นายวิโรจน์ เปรียบเหมือนประเทศราชที่ส่งบรรณาการแต่ต้องการผลตอบแทน หากไม่ได้อาจแข็งข้อ

  • เสียง 70 เสียงแท้: ควบคุมง่าย
  • เสียงร้อยกว่าจากมุ้งอื่น: มีทรัพยากรตัวเอง ต่อรองได้
  • เสี่ยงล้มครม. หากไม่แบ่งโควตาเหมาะสม

อ่านเกมนายธรรมนัส: ต้องการร่วม ไม่ใช่ล้มรัฐบาล

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิโรจน์ ชี้ว่าไม่ใช่ศัตรูจริง แต่เป็น "กิ๊กอยากชิงบ้าน" ต้องการร่วมรัฐบาลมากกว่าล้ม ข่าวขู่เลือกตั้งโมฆะอาจเป็นแค่กลยุทธ์เจรจา หากนายอนุทินยื่นมือ ก็อาจถอนทัพ ทั้งคู่อยู่ใต้ "กลุ่มจารีต" จึงไม่กล้าสู้สุดทาง

สรุปแล้ว “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้มั่นคง ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญของผู้นำไทย ควรเน้นผลประโยชน์ชาติเหนือการเมืองพรรค คุณคิดอย่างไรกับคำแนะนำนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน

สนธยา-สุชาติ ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรี จบที่เขต 1?

“สนธยา – สุชาติ” ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรี “เสี่ยแป๊ะ” บอก เขต 1 มันควรจะลงตัว ด้านแกนนำพรรคภูมิใจไทยเผยเคลียร์กันจบก่อนมานั่งแถลงข่าว

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 23 พ.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางออกจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปรากฏว่า นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี ได้เรียกนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พูดคุยเป็นการส่วนตัว บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 1 ของที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นอกจากนี้ ยังมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ร่วมมาสมทบพูดคุยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข้อสังเกตว่า การที่บ้านใหม่และบ้านใหญ่ชลบุรีมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เป็นที่จับตาเรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านใหญ่แสนสุข ตระกูลคุณปลื้ม และเป็นบ้านใหม่ของนายสุชาติ ซึ่งเคยเป็น สส.ในเขตดังกล่าว จึงต้องจับตาว่า จะมีข้อตกลงอย่างไรว่า จะให้นายสนธยา หรือนายสุชาติ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องผู้สมัครในพื้นที่เขต 1 ชลบุรี

ทั้งนี้ การสนทนาของทั้งคู่ผ่านไปประมาณ 15 นาที จังหวะนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ได้เดินเข้าไปทักทายทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศการพูดคุยดูผ่อนคลายขึ้น

มีรายงานว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า นายสุชาติ ขอเขต 1 แต่นายสนธยาไม่ยอม เพราะถือเป็นฐานเสียงเดิม นอกจากนี้ มีรายงานข่าวยังระบุด้วยว่า นายชาดา แสดงความประสงค์จะส่งคนของตัวเองลงสมัครเขต 8 และเขต 9 แต่นายสนธยา ไม่ยอม เนื่องจากต้องการดูแลรับผิดชอบด้วยตัวเอง

ต่อมานายสนธยา เปิดเผยภายหลังหารือกับนายสุชาติอย่างเคร่งเครียด โดยเมื่อสื่อมวลชนพยายามสอบถามประเด็นที่พูดคุย นายสนธยาได้เชิญนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี มายืนคั่นกลางระหว่างนายสนธยากับนายสุชาติ ก่อนที่นายสนธยา กล่าวว่า เราลงสมัครในนามภูมิใจไทยชลบุรีอยู่แล้ว ตามที่นายอนุทินหัวหน้าพรรคแถลง เป็นการทำงานร่วมกันของกลุ่มชลบุรีในนามพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า พื้นที่เขต 1 ชลบุรี ลงตัวแล้วใช่หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า พื้นที่เขต 1 ยังต้องคุยกันกับทีมงาน ซึ่งทั้งหมดชลบุรีมี 10 เขต กำลังคุยกันในเรื่องตัวบุคคลที่จะลงสมัคร ชลบุรีไม่มีปัญหา เมื่อถามอีกว่า มีกระแสข่าวนายสุชาติ ต้องการลงสมัคร สส.ในพื้นที่เขต 1 แต่นายสนธยา ไม่ยอมจริงหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า เรื่องนี้คุยกันอยู่ ขณะที่นายชาดา ระบุว่า เมื่อคุยกันแล้วก็ต้องจบทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นมีการคุยกัน 2 คนหน้าลิฟต์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นายสนธยา หัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่ได้เครียด ยืนยันเขต 1 ไม่ควรจะมีปัญหาอะไร มันควรจะลงตัว เมื่อถามว่า นายอนุทิน ให้มาคุยกันเองและตกลงในเรื่องการแบ่งเขตใช่หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า เราคุยกันมาก่อนอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะยอม ถึงเวลาก็ตกลงกัน

เมื่อถามว่า มีรายงานว่านายชาดา ต้องการส่งคนของตัวเองลงสมัคร เขต 8 และเขต 9 ชลบุรี นายชาดา กล่าวว่า ไม่มี จะไปยุ่งอะไรกับเขา อุทัยธานีก็ปวดหัวอยู่แล้ว

นายสนธยา ย้ำว่า เราทำงานเป็นทีมเป็นทีมภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวถามว่า 2 คนจับมือโชว์ได้หรือ นายสุชาติ ปรี่เข้ามายกมือไหว้พร้อมจะจับมือ แต่นายสนธยาเพียงแต่รับไหว้ และตบไหล่นายสุชาติ ไม่ได้จับมือด้วยแต่อย่างใด

ล่าสุดแกนนำพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า นายสนธยา และนายสุชาติ เพียงแต่พูดคุยเรื่องของการทำงานร่วมกัน ในนามของพรรคภูมิใจไทย เท่านั้น กรณีจังหวัดชลบุรี ได้มีข้อตกลงทำงานร่วมกันและแบ่งเขตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 10 เขต ลงตัวแล้ว ก่อนที่จะมาแถลงข่าวที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายสนธยา กับนายสุชาติ จับมือกัน สู้กับพรรคประชาชน หลังจากที่แยกกันทำงาน ทำให้คะแนนแตก ส่งผลให้แพ้ต่อพรรคประชาชน เมื่อครั้ง ยังเป็นพรรคก้าวไกล ในอดีต

สนธยา-สุชาติ ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรี

การหารือที่เกิดขึ้นระหว่างนายสนธยา คุณปลื้ม และนายสุชาติ ชมกลิ่น เรื่องการแบ่งพื้นที่ชลบุรี กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองต่างก็มีความต้องการที่จะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน การถกเถียงที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองในระดับท้องถิ่น และความสำคัญของการเจรจาต่อรองเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ประเด็นสำคัญ: สนธยา-สุชาติ และการแบ่งพื้นที่ชลบุรี

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือคือเรื่องของเขต 1 ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น เคยเป็น สส. มาก่อน ในขณะที่นายสนธยา คุณปลื้ม ก็มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ดังกล่าว การที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการที่จะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ทำให้เกิดความตึงเครียดในการเจรจาต่อรอง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่านายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ได้แสดงความประสงค์ที่จะส่งคนของตัวเองลงสมัครในเขต 8 และเขต 9 ของชลบุรี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้นายสนธยาไม่พอใจ เนื่องจากต้องการที่จะดูแลรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือ นายสนธยาได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การพูดคุยเป็นไปในบรรยากาศที่ดี และทุกฝ่ายต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันในนามของพรรคภูมิใจไทย

การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถดึงดูดนักการเมืองระดับชาติอย่างนายสนธยาและนายสุชาติเข้ามาร่วมงานได้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของพรรค แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความท้าทายในการบริหารจัดการความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการแบ่งเขตเลือกตั้ง การที่พรรคภูมิใจไทยจะสามารถรักษาความสามัคคีและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นหรือไม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ถึงแม้ว่าการเจรจาต่อรองเรื่องสนธยา-สุชาติ ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรีอาจจะมีความซับซ้อนและตึงเครียดอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต้องหันหน้าเข้าหากัน เพื่อที่จะทำงานร่วมกันและสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในจังหวัดชลบุรีให้ได้มากที่สุด และการที่สนธยา-สุชาติ ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรีจบลงด้วยดีนั้น แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางการเมืองของทั้งสองท่าน

การเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม การสนธยา-สุชาติ ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรีในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และนำพาความเจริญมาสู่ชลบุรีอย่างแท้จริง

ที่มา – “สนธยา – สุชาติ” ถกเครียด แบ่งพื้นที่ชลบุรี “เสี่ยแป๊ะ” บอก เขต 1 มันควรจะลงตัว

อนุทินรับคุย สนธยา-นายกฯอบจ.ระยอง ร่วมภูมิใจไทย?

“อนุทิน” บอก “สิริพงศ์” ภูมิใจไทย ร่วมเฟรม “วราวุธ – นิกร” ชาติไทยเก่าด้วยกัน รับคุย “สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง” หลังถูกถามดึงร่วมงานภท. บอก “รู้แล้วจะถามทำไม”

วันที่ 13 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงบ้านปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย จะมีสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ ว่า พวกนั้นเขาพรรคชาติไทยเก่า “รียูเนียนมั้ง”

ชมทุกคนมีความสามารถ

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีโอกาสร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พวกเขาเป็นคนรุ่นเดียวกัน ถ้าอะไรเกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทยก็พร้อม ทุกคนมีความสามารถ มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไรก็ต้องเปิดกว้าง ขณะนี้ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกที ทุกพรรค ก็ต้องมีความตื่นตัวและมีความพร้อม

จีบ สนธยา ร่วมงาน

เมื่อถามว่า นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีและบ้านใหญ่ชลบุรี มีโอกาสจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ได้คุยๆกันอยู่ ส่วนนายกอบจ. จังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ หรือ นายกช้าง ก็จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนตอบว่า “รู้แล้วถามทำไม”

อนุทินรับคุย สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง

จากกระแสข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับนักการเมืองชื่อดังหลายท่าน ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงการพูดคุยกับนายสนธยา คุณปลื้ม และนายกฯอบจ.ระยอง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต การออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความพยายามของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานเสียงและดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้าร่วมทีม

การที่นายอนุทินยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับนายสนธยา คุณปลื้ม และนายกฯอบจ.ระยอง ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจทางการเมือง เนื่องจากทั้งสองท่านนี้ถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่ของตนเอง การที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสนใจและพยายามดึงตัวมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรค

อนุทินเปิดใจถึงการพูดคุย สนธยา คุณปลื้ม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงการพูดคุยกับนายสนธยา คุณปลื้ม โดยไม่ได้ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต ซึ่งสร้างความสนใจให้กับแวดวงการเมืองเป็นอย่างมาก นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์และเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ การที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสนใจที่จะดึงมาร่วมงาน ทำให้เห็นถึงความพยายามในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้นายอนุทินยังได้กล่าวถึงนายกฯอบจ.ระยอง ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ การที่พรรคภูมิใจไทยต้องการดึงมาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่น การได้นักการเมืองท้องถิ่นที่มีความสามารถมาร่วมงาน จะช่วยให้พรรคภูมิใจไทยสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมายอมรับถึงการพูดคุยกับ สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของพรรคภูมิใจไทยในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การดึงดูดนักการเมืองที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พรรคสามารถประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งได้

การที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสนใจที่จะดึงดูดนักการเมืองจากหลากหลายกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างความหลากหลายและความแข็งแกร่งให้กับพรรค การมีบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์จากหลากหลายภาคส่วน จะช่วยให้พรรคสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

การออกมาเปิดเผยถึงการพูดคุยกับ สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สร้างความสนใจให้กับแวดวงการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายต่างจับตามองถึงทิศทางในอนาคตของพรรคภูมิใจไทย และความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันระหว่างพรรคกับนักการเมืองชื่อดังต่างๆ

จับตาดูว่าการพูดคุยระหว่างอนุทิน, สนธยา คุณปลื้ม, และนายกฯอบจ.ระยอง จะนำไปสู่ความร่วมมือที่แท้จริงหรือไม่ และจะมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยอย่างไร การตัดสินใจของบุคคลเหล่านี้จะมีผลต่ออนาคตของพรรคภูมิใจไทยและการเมืองไทยโดยรวม

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวและการสร้างความสัมพันธ์ในโลกการเมือง การที่พรรคภูมิใจไทยเปิดกว้างสำหรับการร่วมมือกับนักการเมืองจากหลากหลายกลุ่ม เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจและอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ พรรคที่สามารถปรับตัวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นได้ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

การที่คุณ อนุทินรับคุย สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการจะขยายฐานเสียงและสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากคุณเป็นผู้ที่สนใจการเมือง อย่าลืมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยอย่างใกล้ชิด!

ที่มา – “อนุทิน” รับคุย “สนธยา คุณปลื้ม – นายกฯอบจ.ระยอง” หลังถูกถามดึงร่วมงานภูมิใจไทย

Scroll to top