การเจรจาหยุดยิง

อิสราเอลถล่มเลบานอนรอบใหม่ดับ 11 ศพ อ้างสังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการรายงานว่าอิสราเอลถล่มเลบานอนรอบใหม่ดับ 11 ศพ อ้างสังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ทำลายบรรยากาศการหยุดยิงที่พยายามรักษาไว้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สถานการณ์วิกฤต: อิสราเอลถล่มเลบานอนรอบใหม่ดับ 11 ศพ อ้างสังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อมีการโจมตีทางอากาศเข้าใส่พื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน โดยกองทัพอิสราเอล (IDF) ออกมาชี้แจงว่าเป้าหมายคือการกำจัด นายอาลี ซาเมียร์ อัล-ฮัจ ฮัสซัน ผู้บัญชาการระดับสูงของหน่วยรัดวาน ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งนี้สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับพลเรือน โดยมีรายงานว่าเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต 11 รายด้วย

ผลกระทบและท่าทีของทั้งสองฝ่าย

นายนาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอนได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเน้นย้ำว่าสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของประชาชนในพื้นที่เป็นสิ่งที่ไม่อาจนำมาต่อรองได้ ในขณะเดียวกันทางฝั่งอิสราเอลยังคงยืนกรานว่าการกระทำนี้เป็นไปเพื่อตอบโต้การโจมตีใส่ทหารของตน และอ้างว่ากลุ่มติดอาวุธมีการใช้พื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่เป็นโล่มนุษย์

หากเราวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์อิสราเอลถล่มเลบานอนรอบใหม่ดับ 11 ศพ อ้างสังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ ครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าความขัดแย้งยังคงวนเวียนอยู่กับ:

  • การตอบโต้ระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
  • ความล้มเหลวของกรอบข้อตกลงหยุดยิงในเดือนมิถุนายน
  • ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชานเมืองอันซาร์และพื้นที่ใกล้เคียง
  • ความล่าช้าของการเจรจาสันติภาพที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้

เป็นที่น่ากังวลว่า แม้จะมีการพยายามเจรจาหรือกำหนดกรอบการทำงานเพื่อลดความขัดแย้ง แต่สถานการณ์ในสนามรบกลับมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสูญเสียของพลเรือนบริสุทธิ์เป็นเครื่องเตือนใจว่า สงครามไม่เคยนำมาซึ่งความสงบสุขที่ยั่งยืน และเราทุกคนคงต้องจับตามองว่าการเจรจารอบที่ 8 ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ จะสามารถหาทางออกเพื่อยุติการนองเลือดได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงอีกหนึ่งหน้ากระดาษของการเจรจาที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ที่มา – อิสราเอลถล่มเลบานอนรอบใหม่ดับ 11 ศพ อ้างสังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันแล้ว

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลอนุมัติแผนการหยุดยิงและปล่อยตัวประกันตามข้อตกลงที่อิสราเอลลงนามร่วมกับกลุ่มฮามาสแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่า การหยุดยิงจะเริ่มขึ้นทันทีหรือไม่ ข่าวนี้เป็นความคืบหน้าสำคัญในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 9 ต.ค. 2568 สำนักงานของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติแผนการครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว ซึ่งพวกเขาลงนามร่วมกับกลุ่มฮามาสเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว

“รัฐบาลเพิ่งอนุมัติกรอบการดำเนินงานสำหรับการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิตแล้ว” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการหยุดยิงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากรัฐบาลอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การหยุดยิงจะเริ่มขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการอนุมัติ แต่สื่อของอิสราเอลระบุว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อตกลงเริ่มมีผลบังคับใช้ กองทัพอิสราเอลจะเริ่มถอนกำลังไปยังแนวรบจุดที่ยังคงควบคุมพื้นที่ของฉนวนกาซาเอาไว้ประมาณ 53% จากแผนที่ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่ถือเป็นการถอนกำลังเฟสที่ 1 ของอิสราเอล จากทั้งหมด 3 เฟส

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังนานาชาติจำนวน 200 นาย ซึ่งรวมถึงทหารจากสหรัฐฯ, อียิปต์, กาตาร์, ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตัวกลางการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นผู้กำกับดูแล, สังเกตการณ์ และ ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการละเมิดหรือการรุกล้ำการหยุดยิงในฉนวนกาซา

หลังจากนั้น การนับถอยหลัง 72 ชั่วโมงจะเริ่มขึ้น ซึ่งในระหว่างนั้นกลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมด 20 คนที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ การส่งคืนร่างของตัวประกันผู้เสียชีวิต 28 รายจะเกิดขึ้นตามมา แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม

นอกจากนั้น ตามแผนของนายทรัมป์ อิสราเอลจะส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิตชาวกาซา 15 รายต่อการส่งคืนร่างของตัวประกันชาวอิสราเอล 1 คน

รถบรรทุกหลายร้อยคันที่บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมก็จะเริ่มเข้าสู่ฉนวนกาซาด้วย เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์นับล้านคนที่กำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก

แผนของนายทรัมป์ระบุว่า รถบรรทุกส่งความช่วยเหลือจะเข้าสู่กาซาวันละ 600 คัน แต่แหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์บอกกับ บีบีซี ว่า ในช่วงแรกจะมีรถบรรทุกเข้าไปขั้นต่ำ 400 คัน ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หากแผนการสันติภาพระยะแรกนี้ประสบความสำเร็จ อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสจะกลับมาเจรจากันอีกครั้งเรื่องรายละเอียดของแผนการระยะที่เหลือ แต่ยังมีหลายประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังขัดแย้งกัน และอาจทำให้ยากที่จะบรรลุข้อตกลง

การที่ ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ความท้าทายยังคงมีอยู่มากมายในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้

ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

การอนุมัติแผนในครั้งนี้มีความหมายต่อสถานการณ์ในฉนวนกาซาและต่อความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอย่างมาก สิ่งที่ต้องจับตามองคือการดำเนินการตามแผนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งสองฝ่าย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่ ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว อย่างละเอียด เรามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังนี้

  • เงื่อนไขการปล่อยตัวประกัน: จำนวนและเงื่อนไขในการปล่อยตัวประกันแต่ละครั้ง
  • การถอนกำลังของอิสราเอล: ขอบเขตและระยะเวลาในการถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา
  • ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม: ปริมาณและความถี่ในการส่งความช่วยเหลือไปยังชาวปาเลสไตน์
  • บทบาทของนานาชาติ: การมีส่วนร่วมของกองกำลังนานาชาติในการกำกับดูแลการหยุดยิง

ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการทำให้แผนหยุดยิงประสบความสำเร็จและนำไปสู่การเจรจาสันติภาพในระยะยาว

การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราประเมินผลกระทบของการตัดสินใจครั้งนี้ได้อย่างถูกต้อง หากสถานการณ์มีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี สันติภาพที่ยั่งยืนก็อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แม้ว่า ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว จะเป็นข่าวดี แต่การดำเนินการตามแผนยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย การจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ที่มา – ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ

ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ฉนวนกาซาเผชิญมานาน ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่โลกทั้งใบจับตามอง เมื่อไม่กี่วันก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้หารือกันอย่างเข้มข้น และประกาศเห็นชอบกับแผนสันติภาพฉบับใหม่นี้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติสงครามและนำความสงบสุขกลับสู่ภูมิภาค

แผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่นี้ ประกอบด้วย 20 ข้อหลักที่ครอบคลุมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยิงทันที การปล่อยตัวประกัน และการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต สำหรับทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ นับเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากฮามาสยอมรับข้อเสนอนี้

ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ: รายละเอียดหลักของข้อเสนอ

ทรัมป์ประกาศในแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ว่า เขาเข้าใกล้ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในกาซาแล้ว หลังจากพบปะกับเนทันยาฮู แผนนี้เริ่มต้นด้วยการหยุดปฏิบัติการทางทหารในทันที และแช่แข็งเส้นแนวหน้าการปะทะไว้ ณ จุดเดิม เพื่อป้องกันการปะทะเพิ่มเติม

ภายใต้ข้อตกลง กลุ่มฮามาสต้องวางอาวุธทั้งหมด โดยเฉพาะอาวุธสำหรับโจมตีที่จะถูกทำลายทิ้ง นอกจากนี้ ฮามาสต้องปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอีก 20 คน และคืนร่างประกันที่เสียชีวิต 28 รายให้อิสราเอลภายใน 72 ชั่วโมง เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้ อิสราเอลจะตอบแทนด้วยการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคน ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างมาก

การบริหารและพัฒนากาซาในอนาคต

ข้อตกลงยังกำหนดให้ เมื่อทุกฝ่ายเห็นชอบ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะไหลเข้าสู่กาซาเต็มรูปแบบทันที สำหรับการบริหารในระยะยาว สหรัฐฯ เสนอคณะกรรมการปาเลสไตน์ที่เป็นนักวิชาการและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มาบริหารชั่วคราว ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) โดยมีทรัมป์เป็นประธาน นายโทนี แบลร์ อดีตนายกฯ สหราชอาณาจักร และผู้นำคนอื่นๆ จะเข้าร่วมด้วย ฮามาสจะไม่มีบทบาทใดๆ ในการบริหาร ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม

  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจ: มุ่งเน้นการสร้างกาซาขึ้นใหม่ ด้วยการลงทุนจากนานาชาติ
  • การถอนกำลัง: อิสราเอลจะทยอยถอนกองกำลังออกจากกาซาเป็นขั้นตอน
  • ไม่ยึดครองหรือผนวก: อิสราเอลยืนยันไม่ครอบครองดินแดนปาเลสไตน์
  • เปิดทางสู่รัฐปาเลสไตน์: แผนนี้ปูทางสู่การจัดตั้งรัฐเอกราชในที่สุด

เนทันยาฮูเตือนฮามาสอย่างชัดเจนว่า หากปฏิเสธแผนนี้ อิสราเอลจะดำเนินการกำจัดกลุ่มให้สิ้นซาก ทรัมป์ยืนยันสนับสนุนอิสราเอลเต็มที่ แหล่งข่าวปาเลสไตน์ระบุว่า ฮามาสเพิ่งได้รับข้อเสนอผ่านตัวกลางจากกาตาร์และอียิปต์ แต่ยังไม่มีท่าทีชัดเจน นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังโทรศัพท์หานายกฯ กาตาร์เพื่อขอโทษกรณีโจมตีทางอากาศที่โดฮาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดระหว่างฝ่าย

ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ กำลังเป็นประเด็นร้อนที่อาจนำไปสู่สันติภาพแท้จริงหรือไม่? แผนนี้ดูครอบคลุมและสมดุล แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะฮามาสที่อาจมองว่าเป็นการกดดันมากเกินไป

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แผนนี้มีโอกาสสูงหากมีการเจรจาเพิ่มเติม เพราะรวมทั้งด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองไว้ครบถ้วน ผู้ที่สนใจสถานการณ์ตะวันออกกลางควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพื่อเข้าใจว่ามันจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อโลก

คุณคิดอย่างไรกับแผนสันติภาพนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ที่มา – ทรัมป์-เนทันยาฮู ตกลงแผนสันติภาพกาซาฉบับใหม่ ขู่ฮามาสให้ยอมรับ

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ หนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันระหว่างเยือนอิสราเอลว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอิสราเอลเพื่อทำตามเป้าหมายในสงครามกาซาต่อไป พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 ว่า สหรัฐฯ ยังคงแน่วแน่ในการสนับสนุนอิสราเอล เพื่อทำตามเป้าหมายของการทำสงครามในฉนวนกาซา พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

“ประชาชนในกาซาสมควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่อนาคตที่ดีกว่าไม่สามารถเริ่มขึ้นได้จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกกำจัด” นายรูบิโอบอกกับสื่อระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่กรุงเยรูซาเลม “คุณวางใจได้เลยว่าเราจะให้การสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง” นายรูบิโอกล่าว

ด้านนายเนทันยาฮูระบุว่า การที่นายรูบิโอมาเยือนอิสราเอลนั้น เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ ยืนเคียงข้างอิสราเอล พร้อมกับกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้การสนับสนุน โดยยกย่องนายทรัมป์ว่า เป็นมิตรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อิสราเอลเคยมี

นายรูบิโอยังวิพากษ์วิจารณ์แผนการของชาติยุโรปหลายประเทศ ที่จะยอมรับความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ โดยระบุว่า แผนการนี้ทำให้กลุ่มฮามาสฮึกเหิมมากขึ้น “แผนการนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงในเชิงสัญลักษณ์ … ผลกระทบเดียวที่มันทำให้เกิดขึ้นจริงๆ คือ ทำให้กลุ่มฮามาสรู้สึกฮึกเหิมขึ้นเท่านั้น”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า เขาจะหารือกับนายเนทันยาฮู เรื่องแผนการของอิสราเอลที่จะยึดเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดในภาคกลางของฉนวนกาซา รวมถึงแผนการผนวกดินแดนบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ โดยหวังว่าจะป้องกันการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ได้

นายรูบิโอกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สงครามในกาซา “จบลง” ซึ่งนั่นหมายถึงการปลดปล่อยตัวประกันทุกคน และรับประกันว่า กลุ่มฮามาสจะไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันและยุติสงครามดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในกรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจา โดยอ้างว่าโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาส เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากนานาชาติ

“เราได้ส่งข้อความไปถึงผู้ก่อการร้ายว่า พวกคุณหนีได้ แต่ซ่อนตัวไม่ได้” เนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันจันทร์ “การจู่โจมนี้ไม่ได้ล้มเหลว มันมีสาระสำคัญเพียงอย่างเดียว”

ด้านนายรูบิโอกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะขอให้กาตาร์ดำเนิน “บทบาทที่สร้างสรรค์” ในฐานะคนกลางในสงครามกาซาต่อไป

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งเปิดเผยว่า นายรูบิโอจะเดินทางไปยังกาตาร์ในวันอังคารนี้ (16 ก.ย.) 1 วันหลังจากผู้นำชาติอาหรับและอิสลามประชุมร่วมกันในวันจันทร์ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิสราเอล จากกรณีการโจมตีกรุงโดฮา

ในการประชุมสุดยอดดังกล่าว เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์กล่าวว่าอิสราเอลพยายามขัดขวางการเจรจาหยุดยิง ซึ่งกาตาร์ร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ พยายามเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมาตลอด

“ใครก็ตามที่ทำงานอย่างไม่ลดละและเป็นระบบเพื่อลอบสังหารคู่กรณีที่ตนกำลังเจรจาด้วย ย่อมมีเจตนาที่จะขัดขวางการเจรจา… สำหรับพวกเขาแล้ว การเจรจาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสงครามเท่านั้น” ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี กล่าว

การเยือนอิสราเอลของ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะสนับสนุนอิสราเอลให้บรรลุเป้าหมายในการทำสงครามกับกลุ่มฮามาส ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติก็ตาม

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ต่ออิสราเอลในการทำสงครามในฉนวนกาซา มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความชัดเจนในการสนับสนุนนี้ส่งผลต่อการเจรจาและสันติภาพในภูมิภาค

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนสนับสนุนอิสราเอล

สหรัฐฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอล และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการกำจัดกลุ่มฮามาสและสร้างความมั่นคงในภูมิภาค การเดินทางเยือนของ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ แม้ว่าสถานการณ์ในกาซาจะยังคงตึงเครียดและซับซ้อน การสนับสนุนจากสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อิสราเอลใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายต่างๆ

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา เป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง และมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลเเละฮามาสยังคงดำเนินต่อไป การตัดสินใจของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาย่อมมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

อิสราเอลถล่มกาซา ดับ 64 ศพ ปูทางยึดเมือง

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงตึงเครียด เมื่ออิสราเอลโจมตีหลายพื้นที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 64 ศพในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยการโจมตีมุ่งเป้าไปที่เมืองกาซาซิตี้ เพื่อปูทางสำหรับแผนการเข้ายึดเมืองกาซาซิตี้

อิสราเอลถล่มกาซาดับ 64 ศพ โจมตีกาซาซิตี้ปูทางเข้ายึดเมือง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรบและรถถังของอิสราเอลระดมยิงอาวุธเข้าใส่พื้นที่บางส่วนของเมืองกาซาซิตี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการโจมตีเพื่อยึดเมืองกาซาซิตี้แห่งนี้ การกระทำดังกล่าวสร้างแรงกดดันอย่างหนักให้แก่ชาวปาเลสไตน์เกือบหนึ่งล้านคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้

ชาวเมืองกาซาซิตี้ให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของเมือง ในขณะเดียวกัน ทหารอิสราเอลยังได้หวนกลับไปโจมตีอาคารที่ค่ายผู้อพยพจาบาเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของกาซาซิตี้อีกด้วย

กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มฮามาส เปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า การโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 64 ศพทั่วกาซา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 300 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 62,686 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 157,951 คน

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าจะกำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และได้อนุมัติแผนการยึดเมืองกาซาซิตี้ โดยไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ ซึ่งพยายามต่อต้านไม่ให้อิสราเอลขยายขอบเขตของสงครามในฉนวนกาซา โดยอิสราเอลจะเรียกทหารกองหนุนมาเสริมกำลังในการปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ล่าสุดในกาซาซิตี้

แม้ว่าปฏิบัติการยึดเมืองกาซาซิตี้อย่างเป็นทางการยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น แต่อิสราเอลก็ยังคงดำเนินการโจมตีเมืองแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยย่านเซทูน (Zeitoun) และเชจายา (Shejayia) ถูกโจมตีทางอากาศในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ ในขณะที่รถถังของอิสราเอลก็โจมตีเข้าใส่ย่านซาบรา (Sabra)

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากภายในประเทศอิสราเอลเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากครอบครัวของตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไป ปัจจุบันยังมีตัวประกันอยู่ในมือของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อีก 50 คน และเชื่อกันว่ามีเพียง 20 คนในจำนวนนี้เท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ประกาศความตั้งใจที่จะเข้ายึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด ภายหลังจากที่การเจรจาทางอ้อมกับกลุ่มฮามาสเกี่ยวกับการหยุดยิงและการปล่อยตัวประกันประสบความล้มเหลวในเดือนกรกฎาคม

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อียิปต์และกาตาร์ ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมาโดยตลอด ได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับกลุ่มฮามาส โดยข้อเสนอดังกล่าวจะมีการหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน แลกกับการคืนตัวประกันครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 50 คน และมีรายงานว่าฮามาสได้ยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิสราเอลได้ระบุว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่ไม่สมบูรณ์อีกต่อไป และเรียกร้องให้มีการทำข้อตกลงที่ครอบคลุมซึ่งรวมถึงการคืนตัวประกันทั้งหมด โดยกระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้เตือนด้วยว่า เมืองกาซาซิตี้จะถูกทำลายจนราบ หากฮามาสไม่ยอมตกลงที่จะวางอาวุธและคืนตัวประกันทั้งหมด

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงเป็นที่จับตามองของทั่วโลก การโจมตีและการตอบโต้ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงดำเนินต่อไป และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน ความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจ และนานาชาติต่างเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติโดยเร็ว

ที่มา – อิสราเอลถล่มฉนวนกาซาดับอีก 64 ศพ โจมตีกาซาซิตี้ปูทางเข้ายึดเมือง

Scroll to top