การเดินป่า

เดินเท้า 6 ชั่วโมง กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

เชื่อว่าหลายคนคงทราบข่าวสะเทือนใจกับการสูญเสียครั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในภารกิจ เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด หลังจากได้รับรายงานการสูญหายของผู้ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับนักเดินป่าทุกคน

เหตุการณ์ปฏิบัติการเดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

ภารกิจครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ปิดและฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา ทำให้พื้นที่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดมีความอันตรายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ การค้นหาที่กินเวลาต่อเนื่องหลายวันจนกระทั่งพบร่างของ น.ส.วันทนีย์ บริเวณน้ำตกหนานย่านไทร เจ้าหน้าที่กว่า 30 ชีวิตร่วมกันปฏิบัติการท่ามกลางกระแสน้ำป่าและเส้นทางที่ยากลำบาก

เบาะแสสำคัญและการวิเคราะห์จุดพลัดหลง

ทีมค้นหาพบร่องรอยหลายอย่างที่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต เช่น ซองเกลือแร่ กระป๋องแก๊ส และร่องรอยการกินหน่อไม้ ซึ่งวางไว้อย่างเป็นระบบ เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด จึงเปรียบเสมือนการแข่งกับเวลาก่อนที่น้ำป่าจะทำให้การเคลื่อนย้ายร่างกลายเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งจากการสันนิษฐานเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตอาจเกิดการลื่นไถลจากหน้าผาสูงชันในขณะพยายามข้ามน้ำตก

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือความสำคัญของการเตรียมตัวและการรู้เส้นทาง:

  • การเตรียมแผนสำรอง: ควรมีแผนที่ออฟไลน์หรือ GPS ที่แม่นยำเสมอ
  • อุปกรณ์ยังชีพ: การแบกเป้น้ำหนักมากเกินไปอาจเป็นอุปสรรคเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ความเสี่ยงของเส้นทาง: พื้นที่ที่ไม่ใช่นเส้นทางหลักมีความอันตรายและคาดเดาไม่ได้

ความพยายามของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ควรได้รับคำชื่นชมอย่างสูง เพราะนอกจากความเสี่ยงต่อชีวิตตนเองแล้ว พวกเขายังต้องประคองผู้ช่วยเหลืออีกรายที่อ่อนล้าลงจากป่าจนได้รับความปลอดภัย ถือเป็นความทุ่มเทที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง

เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้กลุ่มนักเดินป่าหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับความสามารถของตนเองมากขึ้นครับ

ที่มา – เดินเท้า 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนัก น้ำหลาก กู้ร่างนักท่องเที่ยวสาว หลงป่าเขาเจ็ดยอด

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก สร้างความตกใจให้กับกองทัพและพันธมิตรนานาชาติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารขนาดใหญ่ในแอฟริกาเหนือ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาอย่างเต็มที่ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 หรือตามปฏิทินสากล โดยกองบัญชาการแอฟริกาของสหรัฐฯ (AFRICOM) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าทหารบกสหรัฐฯ 2 นายหายตัวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของโมร็อกโก หลังจากเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบร่วมนานาชาติประจำปี

สาเหตุที่ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ ที่ให้สัมภาษณ์กับ Associated Press ทหารทั้งสองไม่ได้หายไประหว่างการฝึกซ้อม แต่เกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมสิ้นสุดลง พวกเขาเลือกเดินป่าเพื่อพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ระบุว่า “พวกเขาไม่ได้อยู่ระหว่างการร่วมฝึกซ้อมใดๆ การฝึกซ้อมในวันนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว”

นอกจากนี้ สำนักข่าว AFP รายงานจากแหล่งข่าวอีกว่า ทหารทั้งคู่ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายบริเวณหน้าผาริมทะเลใกล้กับ Cap Draa เมือง Tan-Tan ซึ่งติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีความเป็นไปได้สูงที่จะพลัดตกลงสู่ทะเลเนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน ผสมผสานระหว่างทะเลทรายและที่ราบกึ่งทะเลทราย ทำให้การค้นหายากลำบาก

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันเสาร์ เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพโมร็อกโกยืนยันจุดเกิดเหตุใกล้ฐานฝึก Cap Draa

การฝึกซ้อม African Lion และบทบาทของทหารสหรัฐฯ

การซ้อมรบที่เกี่ยวข้องคือ African Lion ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมทางทหารนานาชาติประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ครอบคลุม 4 ประเทศ ได้แก่ โมร็อกโก ตูนิเซีย กานา และเซเนกัล มีกำลังพลเข้าร่วมกว่า 7,000 นายจากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO

วัตถุประสงค์หลักคือเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร เสริมความร่วมมือต่อต้านภัยคุกคามในภูมิภาค เช่น การก่อการร้ายและความไม่มั่นคง กิจกรรมครอบคลุมการรบแบบผสมผสาน การฝึกทางอากาศ ทางทะเล และทางบก โดยกำหนดสิ้นสุดต้นเดือนพฤษภาคมนี้

  • โมร็อกโก: พื้นที่หลักในการฝึก
  • ตูนิเซีย: เน้นการรบในทะเลทราย
  • กานาและเซเนกัล: การฝึกด้านมนุษยธรรม
  • สหรัฐฯ: นำเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ขั้นสูง

การฝึกนี้ช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับโมร็อกโก ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในแอฟริกาเหนือ

ปฏิบัติการค้นหาทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย

ทันทีที่ทราบข่าว กองทัพสหรัฐฯ โมร็อกโก และพันธมิตรต่างระดมกำลังปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ ใช้เฮลิคอปเตอร์ เรือลาดตระเวน และทีมกู้ภัยทางบก ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางรอบ Cap Draa จนถึงชายฝั่งแอตแลนติก

เจ้าหน้าที่คาดว่าสภาพอากาศและภูมิประเทศที่รุนแรงอาจเป็นอุปสรรค แต่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นนำทหารทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ แม้แต่ช่วงพักผ่อน การฝึกซ้อมทางทหารต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ผู้สนใจควรติดตามอัพเดทจากแหล่งข่าว官方เพื่อข้อมูลล่าสุด

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

ที่มา – ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี เดินป่าชมน้ำตกสวย ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เอาใจสายลุย

  น้ำตกโกรกอีดก ที่เที่ยวสระบุรี ชวนไปเที่ยวเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตามล่าหาเห็ดแชมเปญสีส้ม ชมความงามของน้ำตกโกรกอีดก ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด

 จังหวัดสระบุรี นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พวกวัดวาอารามต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างน้ำตกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกที่สวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ถือเป็นที่เที่ยวสุด Unseen ของจังหวัดสระบุรี ที่รอให้นักท่องเที่ยวสายลุยได้บุกป่าฝ่าดงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ น้ำตกโกรกอีดก สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีให้มากขึ้นกัน

น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ไหน

          น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็กอินกันต่ออีกด้วย เช่น น้ำตกหินดาด, น้ำตกเขาแคบ, น้ำตกโกรกฝาผนัง และน้ำตกซับป่าว่าน เป็นต้น

น้ำตกโกรกอีดก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

 น้ำตกโกรกอีดก มาจากภาษาชาวบ้านที่เรียกกันตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยรอบ ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทือกเขามากมาย โดยคำว่า โกรก แปลว่า ภูเขา และ ดก แปลว่า เยอะ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกรกอีดก นั่นเอง

ระยะทางการเดินไปยังน้ำตกโกรกอีดก

 เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโกรกอีดก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป โดยสภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร ซึ่งเส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตราย กระแสน้ำบางจุดก็ค่อนข้างเชี่ยว ในช่วงชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ทางเดินจะค่อนข้างแคบและชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นอย่างมาก

พืชพรรณในน้ำตกโกรกอีดก

         ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังน้ำตกโกรกอีดก ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งมอสส์ เฟิร์น ต้นกะเหรี่ยงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มาก และเห็ดหาชมได้ยากอย่าง เห็ดแชมเปญ ที่จะขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มสองข้างทางเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชื้นสูง โดยจะมีรูปร่างคล้ายถ้วยแชมเปญ สีส้มสดใส ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมความสวยงามกันตลอดเส้นทาง

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ไฮไลต์ของน้ำตกโกรกอีดก

         น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี และช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเยอะไหลเต็มหน้าผา เป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาหาชมได้ยาก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ที่พักของน้ำตกโกรกอีดก

 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก มักจะเดินทางไป-กลับ หรือไปพักกางเต็นท์ที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ก่อนขึ้นน้ำตกวันรุ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติมาก

สิ่งที่ต้องเตรียมไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก

  • เสื้อผ้า ที่เหมาะกับการเดินป่า มีความคล่องตัว และป้องกันร่างกายได้ดี เช่น กางเกงขายาว หรือกางเกงสามส่วน และเสื้อแขนยาวพร้อมเปียกน้ำ เนื่องจากระหว่างทางต้องผ่านลำธาร มีกิ่งไม้ หินกรวด และแมลงเยอะ 
  • รองเท้า เลือกใส่แบบหุ้มส้นและเปียกน้ำได้ ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะ เพราะเส้นทางไปยังน้ำตกค่อนข้างลื่นและเต็มไปด้วยหินคม
  • อาหารและน้ำดื่ม ควรเติมพลังสำหรับมื้อเช้ามาให้พร้อม และเตรียมอาหารกับน้ำดื่มสำหรับมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปยังน้ำตกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • ยาสำหรับทาแผล เนื่องจากทางเดินไปยังน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความลื่นชัน หินคม และมีแมลง

การเข้าชมน้ำตกโกรกอีดก 2568

          สำหรับใครที่สนใจจะไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก ต้องติดต่อจองคิวผ่านทางเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม ซึ่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สำหรับปี 2568 เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Google Form (ลิงก์จะปักหมุดไว้ในเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม)

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • เข้า LINK หรือ SCAN QR CODE ไปที่ Google Form
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว (1 คน / ฟอร์ม) เพื่อใช้ทำประกันชีวิต ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์
  • เลือกวันที่ต้องการขึ้นน้ำตก
  • โอนเงิน เข้าบัญชี : ธนาคารกรุงไทย ต้องชื่อกลุ่มเท่านั้น, ชื่อบัญชี: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • แนบสลิปการโอนเงิน
  • อ่านและยอมรับระเบียบและข้อปฏิบัติ

ค่าบริการ

         กรณีลงทะเบียนจอง
          • คนไทย : 300 บาท / คน
          • ชาวต่างชาติ : 660 บาท / คน

         กรณี walk in (รับไม่เกิน 08.00 น.)
         • คนไทย : 350 บาท / คน
         • ชาวต่างชาติ : 700 บาท / คน

         *** เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงวันจอง

  • เปลี่ยนวันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันขึ้นน้ำตก
  • หากเลยกำหนด จะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันได้ทุกกรณี

การเดินทางไปยังน้ำตกโกรกอีดก

          การเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นให้เลี้ยวไปทางถนนหมายเลข 2 (เส้นมิตรภาพ) ขับตรงไปแล้วกลับรถตรงสวนมิ่งมงคล และให้ขับไปตามป้าย ทางไปไม่ยากเพราะมีเส้นทางหลักทางเดียว เป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
  • ขนส่งสาธารณะ นั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผ่านเมืองสระบุรี ลงรถที่หน้าวัดทับกวาง หรือศูนย์โยเร ข้ามสะพานลอยมาฝั่งขวามือ เพื่อนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะมาถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ช่องทางการติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวสระบุรีน้ำตกโกรกอีดกก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม น้ำตกสูงตระการตา และพืชพรรณนานาชนิด เหมาะกับสายลุยเดินป่า ปีนเขา วันหยุดยาวนี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน หรือกำลังมองหากิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ ลองไปตามรอยเที่ยวกันได้เลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

ที่มา: https://travel.kapook.com/view261533.html

สะเทือนใจ! **ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม**

เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อหญิงสูงวัยวัย 80 ปี ถูกเรือสำราญลืมทิ้งไว้บนเกาะร้างในออสเตรเลีย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้กับลูกสาวของเธอเป็นอย่างมาก โดยกล่าวหาว่าบริษัทเรือสำราญประมาทเลินเล่อและไร้ความรับผิดชอบ จนเป็นเหตุให้แม่ของตนต้องเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ร่างของนางซูซานน์ รีส วัย 80 ปี ถูกพบโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบนเกาะลิซาร์ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟอันสวยงาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน เธอได้เดินทางไปเดินป่าบนเกาะแห่งนี้ร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ของเรือสำราญ “คอรัล แอดเวนเจอเรอร์” แต่โชคร้ายที่เธอไม่ได้กลับขึ้นเรือเมื่อถึงเวลาออกเดินทาง

นางสาวแคเธอรีน รีส ผู้เป็นลูกสาว แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวว่าเธอรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมากที่เรือสำราญออกเดินทางโดยที่แม่ของเธอไม่ได้อยู่บนเรือด้วย “จากข้อมูลเท่าที่เราทราบ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความบกพร่องในการดูแลและความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่นางซูซานน์ รีส กำลังเดินทางในทริปล่องเรือสำราญรอบออสเตรเลียเป็นเวลา 60 วัน โดยเริ่มต้นจากเมืองแคนส์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้โดยสารถูกนำไปที่เกาะลิซาร์ดเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงกลางวัน เช่น เดินป่าหรือดำน้ำตื้น

นางซูซานน์ได้เข้าร่วมกลุ่มเดินป่าไปยังยอดเขาคุกส์ลุก ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ ก่อนที่จะแยกตัวออกมาจากกลุ่มเนื่องจากต้องการพักผ่อน

“เราทราบจากตำรวจว่าวันนั้นอากาศร้อนจัด และแม่ของฉันรู้สึกไม่สบายขณะปีนเขา” แคเธอรีนกล่าว “เธอถูกปล่อยให้เดินลงเขามาโดยไม่มีใครดูแล จากนั้นเรือก็ออกเดินทางไป โดยไม่ได้ตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารให้ถี่ถ้วน”

“ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากนั้น แม่ของฉันเสียชีวิตลงตามลำพัง”

แคเธอรีนยังกล่าวอีกว่า เธอหวังว่าผลการชันสูตรศพจะช่วยให้ทราบว่าบริษัทเรือสำราญควรจะทำอะไรมากกว่านี้เพื่อช่วยชีวิตแม่ของเธอ

สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลของออสเตรเลีย (Amsa) ได้ออกมาเปิดเผยว่ากำลังทำการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และจะทำการสัมภาษณ์ลูกเรือของเรือสำราญเมื่อเรือเข้าเทียบท่าที่เมืองดาร์วินในปลายสัปดาห์นี้

โฆษกของ Amsa กล่าวว่า กัปตันเรือได้แจ้งเตือนถึงการหายตัวไปของหญิงคนดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 21:00 น. ของวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ทีมค้นหาเดินทางกลับไปยังเกาะในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แต่การค้นหาในคืนนั้นไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์กลับมาค้นหาอีกครั้งในเช้าวันอาทิตย์และพบร่างของเธอ

เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม นายมาร์ค ฟิฟิลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coral Expeditions กล่าวว่า บริษัทรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตในครั้งนี้ และกำลังให้การสนับสนุนครอบครัวรีส “เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจรัฐควีนส์แลนด์และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการสอบสวนของพวกเขา เราไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ในขณะที่กระบวนการสืบสวนกำลังดำเนินอยู่”

**ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม** เสียชีวิตบนเกาะร้าง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต้องใส่ใจในความปลอดภัยของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น การละเลยหรือไม่ใส่ใจอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ กรณีของ**ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม** เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความประมาทเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความโศกเศร้าและทุกข์ทรมานให้กับครอบครัวได้อย่างไร

บทเรียนจากกรณี **ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม**

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุในการเดินทางท่องเที่ยว บริษัททัวร์และเรือสำราญควรมีมาตรการที่รัดกุมในการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสาร และให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

  • การตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารอย่างละเอียดก่อนออกเดินทาง
  • การให้ความช่วยเหลือและดูแลเป็นพิเศษแก่ผู้สูงอายุ
  • การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • การสื่อสารและการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความประมาท แต่เป็นเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์ เราหวังว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในการท่องเที่ยว และป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือการตระหนักว่าทุกชีวิตมีค่า และเราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลซึ่งกันและกัน

เรื่องราวของ **ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม** กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต

ที่มา – ลูกสาวรับไม่ได้ แม่วัย 80 ถูกเรือสำราญลืม จนตายบนเกาะออสเตรเลีย

Scroll to top