การเมืองภาคใต้

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้

สวัสดีครับชาวเน็ตสายการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัพเดทกันกับ “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมาแรงในแวดวงการเมืองไทยหลังวันเลือกตั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัครนายกฯ พรรคกล้าธรรม ออกมาโวสุดมั่นใจว่าผลคะแนนเป็นไปตามที่คาดไว้ แถมยังได้เก้าอี้ ส.ส. เขตเกือบ 60 เขตแล้วด้วยนะ สุดยอดไปเลย!

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวต้นทาง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) เวลา 21.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ร่วมกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ แถลงข่าวสุดคึกคัก บอกว่าตอนนี้ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ได้เขตเกือบ 60 เขต ภาคเหนือเหลือแค่แพร่กับลำพูนที่ยังไม่เคลียร์คะแนน มีดราม่าด้วยนะ กปน.พะเยาแอบเอาใบเลือกตั้ง 14 ใบไปลงเอง 7 ใบให้พรรคประชาชน กับไทยทรัพย์ทวี เรื่องแบบนี้ต้องจับตาดีๆ

ผลเลือกตั้งพรรคกล้าธรรมเป็นยังไงบ้าง?

ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มแก้มปริ บอกว่าเป็นไปตามคาด มั่นใจเกิน 50 เขตเพราะทีมงานอยู่กับพื้นมาตลอด ส.ส.เก่าส่วนใหญ่ชนะเกือบ 100% การดูแลพื้นที่สำคัญมากๆ เลยครับ ที่เซอร์ไพรส์สุดคือสกลนคร เขต 1 ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ แผนที่เลือกตั้งน่าจะเขียวไปทั่ว (เขียวหมายถึงพรรคกล้าธรรมใช่มั้ยนะ) บางเขตไม่ได้ส่งผู้สมัครเลยก็ยังไม่คาดหวัง

  • ภาคเหนือ: ได้เกือบหมด เหลือ 2 จังหวัด
  • กรุงเทพฯ: สู้กันดุเดือด 1 ค่าย vs 4-5 ค่าย เจ๊งทั้งเพ
  • ภาคตะวันออก: สู้เฉพาะบางจังหวัด
  • สกลนคร เขต 1: คาดไม่ถึง แต่ได้!
ธรรมนัส แถลงข่าว

เย้ยพรรคสีฟ้ากับกระแสใต้ยังไง?

พอถามถึงพรรคสีฟ้า (เดาๆ ว่าน่าจะประชาธิปัตย์) ที่มีคนต่อสายมาร่วมรบ. หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส บอกยังไม่มี รอพรรคสีฟ้าต่อสายก่อน เดี๋ยวดูสรุปตัวเลขก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก รอ 80% ก่อน ไม่งั้นเสียเปรียบ ส่วนกระแสใต้ที่บอกว่าปชป.มาแรง แค่ 1-2 เดือนพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก ต้องอยู่ในพื้นที่จริงๆ ถึงรู้ ถูกต้องเลยครับ การเมืองต้อง proof ด้วยผลงาน

ทางการเมืองตอนนี้ทุกพรรคคาดว่ารัฐบาลจะเป็นของใคร จำนวน ส.ส. รัฐบาลสำคัญสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังล้อๆ ว่าตอนเช้ากา 42 จังหวัดเป็นกล้าธรรม พูดเล่นๆ แต่ฟังดูมั่นใจนะ เมื่อเช้านี้ทีมเช็กแต่ละจังหวัดอยู่เลย

ภาพแถลงข่าว
ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

วิเคราะห์กันหน่อยนะครับ พรรคกล้าธรรมดูจะมาแรงในภาคเหนือและอีสาน การที่ธรรมนัสเคยเป็นรัฐมนตรีเกษตรช่วยได้เยอะ ผู้สมัครเก่าส่วนใหญ่รอดสบาย ตรงข้ามกับกรุงเทพที่แย่งกันดุเดือด ส่วนใต้ที่ปชป.หวัง ธรรมนัสก็ไม่กลัว บอกกระแสชั่วคราวไม่น่าเชื่อถือ ต้องรอผลจริงๆ การเมืองไทยยุคนี้เปลี่ยนไวมาก ใครได้เก้าอี้เยอะใครกำหนดเกม

ส่วนตัวผมคิดว่า “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง ถ้าพรรคกล้าธรรมได้ตามนี้ จริงๆ รัฐบาลหน้าเปลี่ยนโฉมได้เลย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย! ติดตามข่าวการเมืองอัพเดท SEO ใหม่ๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยครับ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบนะ

ที่มา – “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป.ไม่สูญพันธุ์ สมบัติพ่อเฒ่า

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนทางการเมืองภาคใต้กันบ้างนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้ ที่เพิ่งเกิดขึ้นในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่นครศรีธรรมราช นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าพรรคสีฟ้ากำลังกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงเวลายากลำบากมา

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.40 น. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีประชาชนมาร่วมฟังเรือนหมื่นคนเลยทีเดียว นำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าดูแลภาคใต้, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ นายจูรี นุ่นแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา

อภิสิทธิ์ ปราศรัย นครศรีธรรมราช

จูรี ขอโทษคนใต้ ขอเริ่มต้นใหม่กับปชป.

เริ่มจาก นายจูรี ที่ขึ้นปราศรัยก่อน บอกว่าภาพคนมาร่วมขนาดนี้ไม่ได้เห็นมานาน เป็นสัญญาณดีว่าประชาชนยังรักปชป. แม้ 6 ปีที่ผ่านมา นครศรีธรรมราชเคย “ปันใจ” ไปหาพรรคอื่น แต่เปรียบเหมือนผัวเมียทะเลาะกัน สุดท้ายก็กลับมารักกัน นายจูรีขอโทษในนามคนรุ่นใหม่ของปชป. สำหรับความไม่สบายใจในอดีต และเหน็บพรรคส้ม-น้ำเงินว่าบอดสนิท เหมือนเล่นไพ่ป๊อกได้แค่ 3+7 หรือ 4+6 ไม่ถึงป๊อก 9 แบบปชป.

ด้าน นายสาทิตย์ เน้นกู้ศักดิ์ศรีคนใต้ ด้วยการเมืองอุดมการณ์ ไม่เอาทุนเทา จากการสำรวจล่าสุด ปชป. ขึ้นมาอันดับ 3 แล้ว ขอเลือกทั้ง 2 ใบ เพื่อให้คนใต้ตั้งรัฐบาลได้

เวทีปราศรัย ปชป. นครศรีธรรมราช

อภิสิทธิ์ กลับมาพรรคเดือด แน่วแน่ไล่คนโกง

ต่อมาเวลา 20.25 น. อภิสิทธิ์ ขึ้นเวที ขอบคุณประชาชนที่ต้อนรับอบอุ่นทั่วอำเภอต่างๆ แม้เพิ่งกลับมานั่งหัวหน้าพรรค 4 เดือน หลังถูกวิจารณ์หนัก แต่ย้ำชัด “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ คนปรามาสต่างหากที่จะไปก่อน พรรคมีคนทุกรุ่นมาร่วม และทุกคนต้องอยู่ยาว

สิ่งที่โดดเด่นคือ อภิสิทธิ์ยกปชป. เป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” สืบทอดจากนายควง, หม่อมเสนีย์, พิชัย รัตกุล, ชวน หลีกภัย คะแนนที่ได้มาจากสมบัติที่รุ่นก่อนสร้างไว้ ปัญหาหลักของประเทศคือโกงกินคอร์รัปชัน ทำให้เศรษฐกิจแย่ ยุติธรรมพัง แม้ภาคใต้เคยไม่มีซื้อเสียง แต่ครั้งล่าสุดหนักที่สุด อภิสิทธิ์สัญญาจะไล่คนโกง คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ก่อน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัย

อภิสิทธิ์ลั่น ถ้าได้เป็นรัฐบาล ภายใน 100 วัน จะปราบทุนเทา-สแกมเมอร์แน่ มีกฎหมายพร้อมแล้ว แต่ติดเพราะการเมืองไม่สุจริต นักลงทุนต่างชาติหนีเพราะจ่ายใต้โต๊ะ ใครขัดขวางเตรียมย้าย! 4 ปี เศรษฐกิจโต 5% ขอเลือกเบอร์ 27 และ ส.ส.เขตให้เยอะๆ

ชัยชนะ เดชเดโช ปราศรัย

ชัยชนะ สัญญาเลือดสีฟ้า ไม่ย้ายพรรค

นายชัยชนะ รองหัวหน้าดูแลใต้ ยืนยันกับพิทักษ์เดช, ทรงศักดิ์ มุสิกอง ไม่ย้ายพรรค ถามราชิต สุดพุ่มที่ย้ายไปว่าทำไม แต่ตนมีชีวิตเดียว พรรคเดียว สัญญาซื่อสัตย์กับปชป. รักเลือดสีฟ้า ไม่เอาเงินเทา ขอช่วยกันใน 6 วัน ให้ปชป. เป็นแกนนำรัฐบาล

ผู้สมัคร ปชป. ภาคใต้
ฝูงชน ปราศรัย ปชป.

นี่คือจุดเด่นของ “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้ ที่ทำให้พี่น้องภาคใต้ตื่นเต้น หลังจาก 80 ปีที่ปชป. เป็นฐานหลัก การกลับมาครั้งนี้เน้นปราบโกง สร้างเศรษฐกิจยุติธรรม

มาดู นโยบายเด็ดของปชป. ที่อภิสิทธิ์สัญญา:

  • ปราบทุนเทาและสแกมเมอร์ภายใน 100 วัน
  • ฟื้นเศรษฐกิจให้โต 5% ใน 4 ปี
  • ไล่คนโกงและซื้อเสียงออกจากภาคใต้
  • เสริมกระบวนการยุติธรรมให้โปร่งใส
  • ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ไม่จ่ายใต้โต๊ะ

เพื่อนๆ ครับ ภาคใต้เคยเป็นฐานฟ้าทั้งผืนของปชป. วันนี้ถึงเวลากลับมาแล้ว อย่าให้ทุนเทาและการโกงมาทำลายอนาคต ลองคิดดูสิ ถ้าปชป. ตั้งรัฐบาลได้ ชีวิตเราจะดีขึ้นแค่ไหน

ส่วนตัวผมเห็นด้วยมาก เพราะปชป. มีอุดมการณ์ชัดเจน ไม่ใช่แค่พรรค แต่เป็นสมบัติชาติที่รุ่นพ่อรุ่นแม่สร้างไว้ ขอเชิญชวนพี่น้องภาคใต้เทโหวตเบอร์ 27 และผู้สมัครเขตปชป. ให้เต็มที่นะครับ แชร์ข่าวนี้ แสดงจุดยืนสีฟ้า แล้วเราจะชนะไปด้วยกัน!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

อดีตรัฐมนตรี “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก “ให้มันจบที่พัทลุง”

วันที่ 3 มกราคม 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง สส. ในหัวเรื่อง “ให้มันจบที่พัทลุง” มีสาระใจความว่า การซื้อเสียงในภาคใต้ เริ่มต้นที่ จ.พัทลุง ในปี 2562 ด้วยการนำ “บุรีรัมย์โมเดล” มาใช้ คือการถ่ายบัตรประชาชน แล้วซื้อเสียงตามจำนวนบัตรที่ได้ถ่ายมา เมื่อวิธีการนี้ใช้ได้ผล วิธีการนี้ก็ระบาดไปทั่วภาคใต้ กลายเป็นการซื้อเสียงที่เรียกว่า “พัทลุงโมเดล”

นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า เมื่อมันเริ่มที่พัทลุง จึงเป็นหน้าที่ของชาวพัทลุง ต้องร่วมมือกัน “กำจัด” วิธีการนี้เสีย ด้วยการ “รับเงินแล้วลงโทษด้วยการไม่เลือก”

วันนี้ มีการพูดกันว่า จะซื้อเสียงด้วยเงินเทา หัวละ 1,500-2,000 บาท ซึ่งถือว่า สูงที่สุดในประเทศไทย “เมื่อการซื้อเสียงนี้มันเริ่มต้นที่พัทลุง ก็ต้องทำให้มันจบที่พัทลุง”

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงใกล้วันเลือกตั้งนั้น มีความร้อนแรงและมีการแข่งขันกันอย่างสูงในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเลือกตั้งทุกครั้ง แม้ว่าจะมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อป้องกันและปราบปราม แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด

ล่าสุด นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรี ได้ออกมาแฉถึงสถานการณ์การซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่ามีการใช้เงินเทาในการซื้อเสียงในราคาสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย นายนิพิฏฐ์ยังได้ชี้ให้เห็นว่าการซื้อเสียงในภาคใต้นั้นเริ่มต้นที่จังหวัดพัทลุง และเรียกร้องให้ชาวพัทลุงร่วมมือกันกำจัดการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป

ทำไม “นิพิฏฐ์” ถึงออกมาแฉเรื่อง เลือกตั้ง 69?

การออกมาแฉเรื่องการซื้อเสียงของนายนิพิฏฐ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงปัญหาการซื้อเสียงที่กำลังเกิดขึ้น และร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

การซื้อเสียงไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยและทำให้การเมืองไทยเสื่อมทรามลง การซื้อเสียงทำให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีคุณธรรมเข้ามามีอำนาจ และทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

การ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้แสดงพลังและร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้เกิดขึ้น โดยการไม่ขายเสียง ไม่สนับสนุนผู้ที่ซื้อเสียง และเลือกผู้แทนที่ซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของการซื้อเสียง และการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงได้อย่างยั่งยืน

การที่นายนิพิฏฐ์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ถือเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นการกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวและร่วมกันแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้การ เลือกตั้ง 69 เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นการเลือกตั้งที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นให้กับประเทศไทย

ที่มา – “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก

กล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” ชู “ธรรมนัส” นายกฯ

พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” ในช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมชู “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง สร้างความฮือฮาในวงการการเมือง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมนำอดีต สส. และสมาชิกในกลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมในวันนี้ โดยกล่าวว่า “ยอมรับว่ากลุ่มนายเฉลิมชัยจะมาสมัครวันนี้ ส่วนจะมากี่คนนั้นขอให้รอดูเที่ยงวันนี้ ซึ่งเราเชิญทุกพรรค โดยวันนี้จะเป็นการเปิดแค่กลุ่มของนายเฉลิมชัยก่อน”

การได้กลุ่มของนายเฉลิมชัยมาร่วมงาน จะส่งผลให้พรรคกล้าธรรมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ นางนฤมลกล่าวว่า “แน่นอน รวมถึงภาคอื่นด้วย ซึ่งตอนนี้จะมีสมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และจะมีการทยอยเปิดตัวไป และเมื่อ กกต. เปิดรับสมัครแล้วก็คงจะมีความชัดเจนขึ้น” การขยายฐานเสียงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคกล้าธรรมในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

พรรคกล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” ชู “ธรรมนัส” นายกฯ

เมื่อถามถึงเป้าหมายจำนวน สส. ที่คาดว่าจะได้รับเพิ่มขึ้นหลังจากการมีสมาชิกใหม่เข้ามา นางนฤมลตอบว่า “น่าจะอยู่ในลักษณะเดิม ตัวเลขใกล้เคียงกับครั้งที่แล้ว” แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฐานเสียงเดิมของพรรค และความคาดหวังที่จะรักษาจำนวนที่นั่ง สส. ไว้ได้

ในส่วนของการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม นางนฤมลกล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 แน่นอน” การเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกฯ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำพาพรรคกล้าธรรมไปสู่ความสำเร็จ

ร.อ.ธรรมนัส แคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง พรรคกล้าธรรม

นางนฤมลยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ตนเองจะได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยว่า “ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน” และเมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง นางนฤมลตอบว่า “คงไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ดูที่ความเหมาะสมมากกว่า” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ และการพิจารณาถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เหมาะสม

การเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” เข้าพรรคกล้าธรรม และการเสนอชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน โดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคกล้าธรรม จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างไร และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การแข่งขันทางการเมืองกำลังเข้มข้นขึ้น และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในที่สุด

พรรคกล้าธรรมเปิดตัว “เฉลิมชัย” และชู “ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้มากน้อยแค่ไหน การตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพรรคและประเทศชาติ

ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมในการเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” และเสนอชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการขยายฐานเสียงและเพิ่มโอกาสในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของพรรคยังคงขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากประชาชนและการตอบรับนโยบายของพรรค

ที่มา – พรรคกล้าธรรม จ่อเปิดตัวกลุ่ม “เฉลิมชัย” บ่ายนี้ ชู “ร.อ.ธรรมนัส” แคนดิเดตนายกฯ

“เดชอิศม์” ลั่น! หลัง 18 ต.ค. ตัดสินใจอยู่ปชป. หรือย้ายพรรค

“เดชอิศม์” ยอมรับรอตัดสินใจอยู่ต่อหรือย้ายพรรค หลังวันที่ 18 ต.ค.นี้รู้  ยืนยันต้องคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีคนสงขลาด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ของตนว่า หากตนจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค หรือหัวหน้าพรรค ตนก็ไม่ควรอยู่ แต่ถ้าเห็นแล้วว่า ทำให้พรรคเดินไปข้างหน้าต่อได้ก็จะอยู่ต่อไป ซึ่งตนค่อยตัดสินใจหลังวันที่ 18 ต.ค. โดยหากอยู่ในพรรคต่อ ตนก็ไม่รับตำแหน่งอะไรในพรรค เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่กับพรรคไม่ได้ แล้วจะตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคไหน เพราะนายหิมาลัย ผิวพรรณ (เสธ.หิ) ก็ยอมรับว่าได้ทาบทามไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เป็นแค่การแวะมาทานข้าวธรรมดา เสธ.หิ ต้องการไปทานที่ร้านอาหาร แต่ตนบอกว่ามาทานที่บ้านจะดีกว่า เพราะกลัวจะเป็นข่าว แต่ก็เป็นข่าวจนได้ ซึ่งก็เป็นธรรมดา เพราะอยู่วงการการเมือง เป็นเพื่อนช่วยกันไปมา มีหลายพรรคชวนเยอะ

ลั่นศักดิ์ศรีคนสงขลา

เมื่อถามว่า ได้ตอบรับไปหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้ตนยังเดินร่วมทางกับนายเฉลิมชัย อย่างน้อยภาพที่เห็นว่าเราขัดแย้งกัน อยากให้เห็นว่าไม่จริง เพราะตนกับนายเฉลิมชัยคุยกันได้ทุกเรื่อง ตนบอกกับท่านว่าอย่ามากังวลกับเรื่องของตน ให้สบายใจได้ ตนไม่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง และหลังวันที่ 18 ต.ค.นี้ ตนค่อยตัดสินใจ เพราะตนต้องแบกเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นคนใต้ ด้วย เพราะตนเป็นคนสงขลา เมื่อถามอีกว่าหากไปแล้วจะเอาสส.ในกลุ่มไปด้วยหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า อย่าว่าแต่สส.เลย สมาชิกในครอบครัวทั้งภรรยาและบุตร ที่เป็นสส. ตนก็ไม่บังคับ ให้เขาอยู่ในโลกประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะหลักคิดของทุกคนแตกต่างกัน

“เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ รอผลจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อ หรือย้ายพรรค

สถานการณ์ทางการเมืองของนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตของตนเองภายในพรรค โดยยอมรับว่ากำลังรอผลการตัดสินใจว่าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป หรือจะตัดสินใจย้ายพรรค ภายหลังวันที่ 18 ตุลาคมนี้

ประเด็นสำคัญที่นายเดชอิศม์เน้นย้ำคือ การคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีของคนสงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง โดยระบุว่าการตัดสินใจใดๆ จะต้องไม่ทำให้คนสงขลาผิดหวัง นอกจากนี้ นายเดชอิศม์ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน โดยยืนยันว่าทั้งสองคนยังสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง และไม่ได้มีความขัดแย้งกันอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของ “เดชอิศม์”

มีหลายปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนายเดชอิศม์ หนึ่งในนั้นคือ บทบาทและทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต หากนายเดชอิศม์เห็นว่าพรรคยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และตนเองสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพรรคได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจอยู่ต่อ

อย่างไรก็ตาม หากนายเดชอิศม์รู้สึกว่าตนเองเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรค หรือไม่เห็นด้วยกับทิศทางของพรรค ก็อาจตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายหิมาลัย ผิวพรรณ ได้ทาบทามนายเดชอิศม์ให้ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม

ไม่ว่าการตัดสินใจของนายเดชอิศม์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของจังหวัดสงขลา และอาจส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย เพราะ “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ สถานการณ์จะชัดเจนมากขึ้น

การตัดสินใจของ “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ จะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของตนเองและต่อพรรคประชาธิปัตย์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ย่อมส่งผลต่อสมการทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครจะไป ใครจะอยู่ ล้วนเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง

ที่มา – “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ รอผลจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อ หรือย้ายพรรค

Scroll to top