การเมืองในอนาคต

ภูมิธรรม ลั่น เพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดเข้มข้นจากวงในพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางเสมอมา นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และแกนนำคนสำคัญ โพสต์ภาพรวมทีมเพื่อไทยหลายรุ่นที่มาร่วมกินข้าว พูดคุยกันอย่างอบอุ่นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 บรรยากาศดูเป็นกันเองมาก เหมือนครอบครัวใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อย้ำหลักการเดิม

ภูมิธรรม ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน

ในโพสต์ของพี่ภูมิธรรม บอกว่าทีมเพื่อไทยคือการรวมพลังจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่สร้างพรรคไทยรักไทย ผ่านพลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทยในวันนี้ ทุกคนในภาพอาจไม่มีตำแหน่งใหญ่โต บางคนอยู่หลังฉาก แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ "หัวใจ" ที่มุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี พรรคเพื่อไทยเจอทั้งช่วงรุ่งเรืองและวิกฤต แต่ก็ไม่เคยทิ้งอุดมการณ์

ทำไม "ภูมิธรรม ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน" ถึงสำคัญในยุคนี้?

ยุคนี้การเมืองไทยวุ่นวายเต็มไปหมด พรรคการเมืองหลายพรรคเปลี่ยนทิศทางไปตามกระแส แต่เพื่อไทยยังยืนหยัดหลักเดิม พี่ภูมิธรรมชวนทุกคนมารวมสมองรวมหัวใจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า พร้อม "ยกเครื่อง" พรรคให้แข็งแกร่งขึ้น รับใช้ประชาชนได้ดีกว่าเดิม นี่แหละครับที่ทำให้เพื่อไทยยังเป็นความหวังและที่พึ่งของพี่น้องประชาชน

มาดูกันว่าทีมเพื่อไทยมีอะไรน่าสนใจบ้าง ลองนึกถึงประวัติศาสตร์พรรคนี้สิครับ:

  • ยุคไทยรักไทย: นำนโยบายประชานิยมอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค OTOP ที่เปลี่ยนชีวิตคนจน
  • ยุคพลังประชาชน: สู้ต่อในวันที่ถูกกีดกัน แต่ยังยึดประชาชน
  • ยุคเพื่อไทยปัจจุบัน: สานต่อนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต สุขภาพถ้วนหน้า และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ไม่ใช่แค่พูด แต่พิสูจน์ด้วยการกระทำ พรรคเพื่อไทยผ่านรัฐประหาร คดีทางการเมือง แต่ยังลุกขึ้นสู้เพื่อประชาชน นี่คือพลังของหัวใจที่ไม่เปลี่ยน

ผมในฐานะคนติดตามการเมืองมานาน มองว่าการรวมตัวแบบนี้เป็นสัญญาณดี ช่วยให้พรรคมีวิสัยทัศน์ชัดเจน สู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ได้ แม้คู่แข่งจะเยอะ แต่ถ้ายึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ก็น่าจะชนะใจคนได้อีกครั้ง ภูมิธรรม ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นค่านิยมที่ฝังรากลึก

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าการเมืองไทยทุกพรรคยึดแบบนี้ ประเทศเราคงก้าวหน้าแค่ไหน สมัยก่อนไทยรักไทยทำให้คนจนมีกินมีใช้ ตอนนี้เพื่อไทยพร้อมยกเครื่องใหม่ รับมือปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด เงินเฟ้อ ความเหลื่อมล้ำ ประชาชนรอคอยความหวังจากพรรคนี้จริงๆ

นอกจากนี้ การพูดคุยของทีมจะไม่หยุดแค่วันนั้น แต่จะต่อเนื่องไปเรื่อยๆ รวมสมองคนเก่งทุกวัย เพื่อหาทางออกให้ประเทศ พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการเมืองที่ดีต้องทำให้ชีวิตคนดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่สัญญาเปล่าๆ

อนาคตของเพื่อไทยหลัง "ยกเครื่อง"

หลังจากนี้ คาดว่าพรรคจะมีปรับโครงสร้างใหญ่ มีนโยบายใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เช่น การศึกษา ดิจิทัลอีโคซิสเต็ม สิ่งแวดล้อม พี่ภูมิธรรมย้ำชัดว่าเพื่อไทยจะเป็นที่พึ่งต่อไป ใครที่กำลังหมดหวังกับการเมือง ลองติดตามดูครับ

สุดท้ายนี้ ในมุมมองผม เพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดในใจประชาชน ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีมุมมองอื่นๆ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ! ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองแบบเป็นกันเองต่อไป สมัครรับข่าวสารฟรีได้เลยวันนี้

ที่มา – “ภูมิธรรม” ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นความหวังและที่พึ่งของ ปชช.

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน”

การเมืองไทยยังคงคึกคักไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง เมื่อ “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต เกิดขึ้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในครอบครัวชินวัตรและวงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังรับโทษในเรือนจำฯ ในฐานะตัวแทนครอบครัว บริเวณหน้าเรือนจำยังมีมวลชนคนเสื้อแดงมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคับคั่ง ปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 35 นาที โดยนายสมชายเล่าว่ามาเยี่ยมเพราะคิดถึง หลังจากไม่ได้เจอกันเกือบเดือน สอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง ไม่มีประเด็นหนักหน่วงอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการเมืองมีการพูดคุยกันบ้าง เพราะนายทักษิณยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้โฟกัสประเด็นใด เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่สามารถวุ่นวายกับภายนอกได้ ผู้เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่เป็นคนครอบครัวเท่านั้น ไม่มีนักการเมืองอื่น

สภาพจิตใจนายทักษิณและการนับถอยหลังสู่อิสรภาพ

นายสมชายเผยว่านายทักษิณมีสภาพจิตใจสดชื่นแจ่มใส ทำใจได้ดีกับสถานการณ์ เขาให้กำลังใจโดยบอกว่า “เราจะไม่นับเศษเวลา แต่นับเวลาเต็ม” คาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพเต็มตัว ครอบครัวทุกคนต่างรอคอยวันนั้นด้วยความหวังที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายทักษิณยังเอ่ยชม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ “อาจารย์เชน” ลูกชายของนายสมชาย ว่ามีบุคลิกดีขึ้นหลังเข้าทำงานการเมือง แม้เป็นหน้าใหม่แต่เรียนรู้รวดเร็ว สนใจสืบค้นข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทในอนาคต และฝากให้กำลังใจ ชื่นชมความสามารถของอาจารย์เชน

มุมมองต่อการเมืองและคนรุ่นใหม่

นายสมชายย้ำว่าการบริหารพรรคเพื่อไทยเป็นหน้าที่ของพรรคเอง เขาเพียงติดตามและให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น สำหรับบ้านเมืองในปัจจุบัน ต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วด้วยเทคโนโลยี ต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้มาพัฒนาประเทศ มิเช่นนั้นจะก้าวไม่ทัน การสนทนาครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องผู้สูงอายุ นายทักษิณไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยและผู้เกี่ยวข้อง เขาขอบคุณสื่อและประชาชนที่ติดตาม และอาจได้เจอกันอีกวันที่ 11 พ.ค. 2569

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในเครือข่ายเพื่อไทย ทักษิณยังมีอิทธิพลสูง แม้อยู่ในเรือนจำ ยศชนันที่เป็นนักวิชาการเข้าสู่การเมือง ถือเป็นสัญญาณบวกของพรรคที่เตรียมคนรุ่นใหม่สู่เวทีการเมืองไทย

  • สมชาย วงศ์สวัสดิ์: อดีตนายกฯ สนิททักษิณ
  • ทักษิณ ชินวัตร: ผู้นำศูนย์กลางเพื่อไทย
  • ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองหน้าใหม่ มีศักยภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่อย่างยศชนันจะมีบทบาทสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยใช้โอกาสนี้ให้ดี อนาคตอาจสดใส คุณคิดอย่างไรกับอนาคตของยศชนัน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

Scroll to top