การเมืองไทยในอนาคต

ทวี ชี้โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อบรรดาแกนนำพรรคฝ่ายค้านได้ออกมาตั้งเวทีวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดล่าสุด โดยมองว่ามีความไม่ชอบมาพากลและอาจนำไปสู่การผูกขาดอำนาจในระยะยาว โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ทวี ชี้โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองว่า กกต. จะมีบทบาทอย่างไรในการแก้ไขปัญหานี้

ทวี ชี้โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ

ในการเสวนาที่จัดขึ้นโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ต.อ.ทวี สอดสสงค์ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า กระบวนการที่ดูเหมือนเป็นการเลือกกันเองนั้น แท้จริงแล้วอาจมีการแทรกแซงจากอำนาจภายนอก ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไป จะส่งผลกระทบต่อกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศอย่างรุนแรง พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า ทวี ชี้โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ และหาก กกต. ไม่กล้าตัดสินใจส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาตามหลักฐานที่มี ก็จะกลายเป็นคำถามถึงความเที่ยงธรรมขององค์กรอิสระ

ความเห็นจากฝ่ายค้านและเสียงสะท้อนเรื่องประชาธิปไตยผีดิบ

ทางด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเสริมถึงความกังวลว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค ‘ประชาธิปไตยผีดิบ’ หรือ Zombie Democracy ที่มีโครงสร้างทางการเมืองอยู่ แต่ขาดจิตวิญญาณในการดูแลประชาชน เขาขู่เตือน กกต. ว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้จนนำไปสู่การติดคุกของกรรมการการเลือกตั้งมาแล้ว ดังนั้นขออย่าให้มีการตัดตอนหรือเอาผิดแค่ผู้สมัครรายบุคคล แต่ต้องดูไปถึงตัวการใหญ่และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง

  • ต้องปฏิรูปที่มาของ สว. ให้ยึดโยงกับประชาชน
  • กกต. ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่แค่ทำตามอำเภอใจ
  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการฮั้ว

นอกจากนี้ ยังมีการแฉข้อมูลจากอดีตผู้สมัคร สว. ที่ระบุว่ามีการบังคับให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อการันตีว่าจะโหวตตามมติพรรคการเมือง ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังอยู่ในสภาวะที่น่ากังวล การจะก้าวข้ามปัญหาการ ‘กินรวบประเทศ’ นี้ได้ จำเป็นต้องอาศัยการตื่นรู้ของประชาชนและการตรวจสอบที่โปร่งใสจากทุกภาคส่วน

ในท้ายที่สุด ความจริงเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญขององค์กรที่เกี่ยวข้องว่าจะเลือกยืนข้างความถูกต้องหรือปล่อยให้วงจรนี้กัดกินประชาธิปไตยต่อไป นี่คือบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ที่สังคมต้องร่วมกันจับตาอย่างไม่กะพริบตา

ที่มา – “ทวี” ชี้โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ ขณะ “สาทิตย์” ขู่ ปชป.เคยทำ กกต. ติดคุกมาแล้ว

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นลงโทษ “งูเห่า”หนักสุด

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อพรรคประชาชนเตรียมเคลียร์ใจกันหลังเกิดเหตุการณ์ ส.ส.สุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการทรยศพรรคชัดๆ แฟนข่าวการเมืองอย่างเราคงอดสงสัยไม่ได้ว่าพรรคจะรับมือยังไง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ทำการพรรค เวลา 13.00 น. โดยยืนยันว่าพรรคจะลงโทษ ส.ส.งูเห่านี้อย่างเด็ดขาดและหนักที่สุดเท่าที่กฎหมายและระเบียบพรรคอนุญาต “การซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเราจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น” เท้ง ณัฐพงษ์ กล่าวอย่างมั่นใจ

ทีมบริหารพรรคกำลังสื่อสารกับ ส.ส. และสมาชิกทุกคน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลชุดเดียวกันเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ พรรคยืนยันว่าจะมีการประชุม ส.ส. เพื่อตัดสินรูปแบบบทลงโทษที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการไล่ออกจากพรรคหรือมาตรการอื่นๆ ที่รุนแรงที่สุด

ตรวจสอบย้อนหลัง ส.ส.งูเห่าไม่ผ่านกระบวนการ?

เท้ง ณัฐพงษ์ ชี้แจงว่าพรรคมีระบบรับฟังความเห็นผ่านคณะกรรมการสรรหา และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นจนจบ กรณี ส.ส.สุริยา ไม่มีร้องเรียนเข้ามาในช่วงเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน แม้จะมีข่าวลือว่าพรรครับรู้เรื่องการซื้อเสียง แต่เท้งยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด และจะเคลียร์ให้ชัดเจนเพื่อลงโทษให้หนักที่สุด

ก่อนวันโหวต เท้งเคยยืนยันว่าจะไม่มีงูเห่า เพราะรัฐบาลมีเสถียรภาพ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำลายความเชื่อมั่น เขาตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรค เขาต้องเชื่อมั่น ส.ส. เพื่อไม่ให้เสียความสัมพันธ์ภายในพรรค

แก้ปัญหางูเห่าต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญ

นอกจากลงโทษบุคคล เท้ง ณัฐพงษ์ ยังชี้ว่าปัญหางูเห่ามาจากระบบการเมืองที่บิดเบี้ยว รัฐธรรมนูญปัจจุบันเปิดช่องให้ ส.ส. ขายตัวได้ง่าย พรรคต้องเข้มงวดการตรวจสอบภายในมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือต้องแก้ รธน. และกติกาการเมืองให้โปร่งใส หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันตามเจตจำนงประชาชน ไม่ครอบงำองค์กรอิสระ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหาพรรคประชาชน แต่เป็นบาดแผลของการเมืองไทยทั้งระบบ งูเห่าคือ ส.ส.ที่ทรยศประชาชนและพรรคหลังได้รับเลือกตั้ง มักเกิดจากการซื้อตัวด้วยเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ ในอดีตเคยมีกรณีดังๆ มากมายที่ทำให้นักการเมืองเสียชื่อเสียง

พรรคประชาชนกำลังแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการรับมือ ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องจากประชาชนให้มีกฎหมายปราบงูเห่าให้ชัดเจน เช่น ห้ามเปลี่ยนพรรคหลังเลือกตั้ง หรือลงโทษทางอาญา

  • บทลงโทษที่เป็นไปได้: ไล่ออกจากพรรค, สูญเสียสิทธิสมัครเลือกตั้ง, ฟ้องร้องคดีซื้อเสียง
  • มาตรการป้องกัน: ระบบสรรหาเข้มงวด, อบรมจริยธรรม ส.ส.
  • การแก้ระบบ: แก้ รธน.มาตราเลือกตั้ง, เสริมอำนาจพรรคควบคุม ส.ส.

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ นี้เป็นสัญญาณบวกว่าการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การปฏิรูประบบใหญ่ หากคุณเป็นคนรักการเมือง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดว่าควรลงโทษยังไง หรือติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาด!

สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องไร้การทรยศ หวังว่าพรรคประชาชนจะเป็นผู้นำในการกำจัดงูเห่าออกจากระบบไทย

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่นจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่ “งูเห่า”ควรได้รับ

สุชาติหวัง! สนธยาซบภูมิใจไทย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

“สุชาติ” ย้ำ นิมิตหมายดี “สนธยา” ซบภูมิใจไทย ลั่น “วันนี้ไม่มีแล้วบ้านเก่า-บ้านใหม่ มีแต่บ้านเรา” อ้อนหากประชาชนนึกถึง มีหวังกวาดชลบุรียกจังหวัด นายสุชาติ ชมกลิ่น มั่นใจกับการมาของนายสนธยา คุณปลื้ม จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะพานายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม มาเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 23 พ.ย.นี้หรือไม่ ว่า ตนไม่บังอาจไปรับใคร ขอเป็นน้องที่ต้อนรับมากกว่า แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมือง เชื่อว่าการเมืองเป็นเรื่องของความพร้อมของแต่ละไทม์มิ่ง วันนี้ตนสังกัดพรรค ภท. เชื่อว่าพรรคที่สังกัดอยู่น่าจะเป็นเวลาที่ดี ทุกพรรคที่ตนอยู่ก็ไทม์มิ่งที่ดีทั้งนั้น และเป็นความโชคดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ของการเมืองมาอยู่รวมกัน ผสมกันทั้งเก่าทั้งใหม่ วันนี้คำว่าบ้านเก่าบ้านใหม่ไม่มีแล้ว ชลบุรีก็บ้านเราทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่ จ.ชลบุรี จะเป็นลมบูรพาที่แข็งแรง หรือจะเป็นลมพัดลมเพ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้คุยกับนายสนธยาแล้ว ตนก็เหมือนเป็นน้องอยู่แล้ว เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี การเมืองเมื่อก่อนมันอาจมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องอยู่คนละพรรค แต่วันหนึ่งเพื่อชลบุรี เพื่อให้ผู้นำไม่มีแบ่งแยก ให้ชาวบ้านได้สามัคคี พุ่งเป้ารวบรวมชาวชลบุรีให้เดินหน้าเป็นหนึ่ง มันต้องเสียสละ อายุเยอะกันหมดแล้ว และยืนยันไม่ได้แบ่งคนละครึ่ง แต่เอาเป็นว่าใครถนัดตรงไหน การเมืองมันไม่ใช่สมบัติ ไม่ใช่ของใคร เป็นเรื่องของประชาชน

เมื่อถามว่า จะรวมพลังกันสู้กับสีส้มได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนแข่งกับใคร เพราะถ้าเรารวมกันและทำงานให้ประชาชน ประเทศชาติบ้านเมือง และทำให้ชาวชลบุรีได้ประโยชน์สูงสุด มันก็ควรที่จะต้องอยู่รวมกัน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจหรือไม่ว่า จะทวงเก้าอี้ สส.ในการเลือกตั้งมาได้ นายสุชาติ กล่าวว่า เราทุกคนต้องมั่นใจ เดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อถามอีกว่า มั่นใจว่า จะได้ยกจังหวัดหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า พูดไม่ได้ อยู่ที่ประชาชน หากประชาชนนึกถึงเราสักเสี้ยวนาทีเราก็ได้ครบหมด การเมืองใครลงก็ต้องหวังทุกคนสุชาติหวัง! สนธยาซบภูมิใจไทย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจในการรวมพลังกับนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งนี้ จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส. ในจังหวัดชลบุรีได้ทั้งหมด

เป้าหมาย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

การประกาศความมั่นใจของนายสุชาติ ชมกลิ่น ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทย ในการที่จะช่วงชิงพื้นที่ทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ การได้นายสนธยา คุณปลื้ม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่ เข้ามาร่วมทีม จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้นั้น พรรคภูมิใจไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในนโยบายและแนวทางการทำงานของพรรค รวมถึงการบริหารจัดการความคาดหวังของประชาชนให้ได้อย่างเหมาะสม

การที่นายสุชาติ กล่าวว่า “หากประชาชนนึกถึงเราสักเสี้ยวนาทีเราก็ได้ครบหมด” แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพลังของประชาชน และเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้สนับสนุนให้ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

  • การรวมพลังกับนายสนธยา คุณปลื้ม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการกวาด ส.ส. ชลบุรี
  • ต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันกับพรรคอื่นและการสร้างความเชื่อมั่น
  • ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชน

การเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขัน แต่สุดท้ายแล้ว ประโยชน์สูงสุดที่ควรได้รับคือประชาชน ทุกพรรคการเมืองควรมีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาประเทศชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถกวาดชลบุรีทั้งจังหวัดได้นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ ว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถยึดครองพื้นที่ชลบุรีได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่

ที่มา – “สุชาติ” ย้ำ นิมิตหมายดี “สนธยา” ซบภูมิใจไทย หวังกวาดชลบุรี ยกจังหวัด

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ หาคนอุดมการณ์ร่วมงาน

ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเบื่อหน่ายจากประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติกำลังก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยล่าสุดมีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่มีใจเพื่อชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้ดีขึ้น

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

วันที่ 27 กันยายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคที่มุ่งมั่นในการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ผ่านมาประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวังกับนักการเมืองที่ชอบอ้างชื่อประชาชน แต่พอได้อำนาจแล้วกลับหันไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยละเลยปัญหาที่ประชาชนเผชิญหน้ามาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้มเหลว

พรรครวมไทยสร้างชาติเกิดขึ้นจากความจำเป็นนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยนายพีระพันธุ์เล่าว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พรรคได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริงจัง โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่สามารถลดค่าไฟฟ้า ไม่เคยขึ้นค่าแก๊ส และกำลังวางแผนควบคุมราคาน้ำมันให้มั่นคง ไม่ให้ผันผวนรายวันอีกต่อไป นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ ‘ทำจริง’ ไม่ใช่แค่พูด

การประกาศ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน นี้ เป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมขยายฐาน โดยมุ่งหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการการเมืองที่โปร่งใส ยุติธรรม และมุ่งแก้ปัญหาประชาชนเป็นหลัก หัวหน้าพรรคย้ำว่า พรรคไม่ใช่เครื่องมือของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคนที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวหน้า

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยการทุจริตและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ นี่คือโอกาสของคุณ พรรครวมไทยสร้างชาติเชิญชวนทุกท่านที่มีแนวคิดคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ นักกิจกรรม หรือประชาชนทั่วไป มาร่วมสร้างการเมืองใหม่ที่เน้นผลลัพธ์จริง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน ลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางการเมือง การมีพรรคที่ยึดมั่นในหลักการเพื่อประชาชนจึงสำคัญยิ่ง นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่าการทำงานในรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น โดยไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ หลายแห่งที่ถูกวิจารณ์เรื่องนี้

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนงานที่ชัดเจนในหลายด้าน เช่น การปฏิรูประบบพลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรและ SME ผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น การ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน จึงไม่ใช่แค่การรับสมัครสมาชิก แต่เป็นการสร้างขบวนการเพื่อชาติที่ยั่งยืน

  • สมัครด้วยตนเอง: ไปที่สำนักงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เลขที่ 35/3 ซอยอารีย์ 5 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันทำการ
  • สมัครออนไลน์: กรอกข้อมูลผ่านลิงก์ https://forms.gle/jwYGG9zNnGedtiqb7 สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

หัวหน้าพรรคกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมขอเชิญชวนท่านทั้งหลายที่เบื่อการเมืองแบบเก่า ๆ ที่ชอบอ้างประชาชนแต่ทำเพื่อตัวเอง มาร่วมกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศนี้ยังไปต่อได้ ถ้าเรามีใจเดียวกัน” คำเชิญนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่พร้อมต้อนรับทุกคน

การเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพรรคให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น หากคุณเชื่อในอุดมการณ์เพื่อประชาชนและชาติ อย่ารอช้า ลองสมัครดูวันนี้ แล้วเราจะไปด้วยกันเพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

Scroll to top