การเมืองไทย 2568

ภูมิใจไทยเปิดตัว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 100 รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เตรียมจับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธันวาคมนี้! ใครจะได้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า มาร่วมติดตามข่าวสารไปพร้อมๆ กัน

ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้เปิดเผยรายชื่อผู้แสดงความจำนงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่าปาร์ตี้ลิสต์ ครบทั้ง 100 รายชื่อ โดยไม่ได้มีการจัดลำดับแต่อย่างใด ซึ่งในรายชื่อนั้นประกอบไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียง ขุนพลทางการเมือง อดีตรัฐมนตรี และทายาทนักการเมืองที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ดังนี้

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
  2. นายกนก วงษ์ตระหง่าน
  3. นายกมล วิภาดาพิสุทธิ์
  4. นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี
  5. นางกษมา จิรภัคเสถียร
  6. นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน
  7. นายกิติศักดิ์ นาอ่อน
  8. นายเกรียงยศ สุดลาภา
  9. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
  10. นายโกวิทย์ นาพิมพ์
  11. นายไกรสร วิศิษฎ์วงศ์
  12. นายขจรศักดิ์ สีทองหลาง
  13. นายขวัญชัย สกุลทอง
  14. นายจักรกฤษณ์ การะเกด
  15. นายจักรวัฒน์ ฐิติพิทยา
  16. นายจำลอง ช่วยรอด
  17. นายจิณณา สืบสายไทย
  18. นางสาวจิณตภา ฐิติพิทยา
  19. นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
  20. นายชูเกียรติ น้ำเงิน
  21. นายเชน หมั่นเขตกิจ
  22. นายเชิง รักหาญ
  23. นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ
  24. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  25. นางสาวณัฐกฤตา วิบูลย์วุฒิวงศ์
  26. นายณัฐพล จรัสสุริยพงศ์
  27. นางสาวณัฐสุดา เจริญพันธุ์
  28. นางสาวณิชกานต์ สิงห์ขจร
  29. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล
  30. นายทรงศักดิ์ ทองศรี
  31. นายธนกร วังบุญคงชนะ
  32. นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์
  33. นางสาวธนัชดา ตันจรารักษ์
  34. นายธนิศร์ ศรีประเทศ
  35. นายธรรมรงศักดิ์ รักงาม
  36. นายธานี เกสทอง
  37. นายนภินทร ศรีสรรพางค์
  38. นางสาวนันทนา สงฆ์ประชา
  39. นายนาวิน สังฆมาตร
  40. นายนิกร จำนง
  41. นายบุญเกิด ทรงรัมย์
  42. นายบุญอยู่ รอดพะดี
  43. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
  44. นายปารเมศ โพธารากุล
  45. นายปิติ ปิตุเตชะ
  46. นางสาวปิยพร ไพบูลย์
  47. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
  48. นายพงศกร อรรณนพพร
  49. นายพนม จันทร์ศรีทอง
  50. นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์
  51. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
  52. นางพัทธนันท์ สมใจ
  53. นายพิกิฎ ศรีชนะ
  54. นางพิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ
  55. นายพิเชฎฐ์ ชัยศรี
  56. นายพินิจ จันทรสุรินทร์
  57. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ
  58. นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์
  59. นายพีรพร สุวรรณฉวี
  60. นายพีระเพชร ศิริกุล
  61. นางพูนสุข โพธิ์สุ
  62. นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์
  63. นายมงคลพัฒน์ สรรณ์ไตรภพ
  64. นายมนตรี สันติลักขณาวงศ์
  65. นายมานพ เกตุเมฆ
  66. นพ.มารุต มัสยวาณิช
  67. นายยุทธพล อังกินันท์
  68. นายยูฮัน บูละ
  69. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์
  70. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ
  71. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
  72. นายราเชนทร์ มาลัยวงศ์
  73. นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ
  74. นายวราวุธ ศิลปอาชา
  75. นายวันชนะ แถมยิ้ม
  76. นายวีระยุทธ งามจิตร
  77. นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒนา
  78. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล
  79. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
  80. นายศุภชัย ใจสมุทร
  81. นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี
  82. นายสมนึก หาห้วยทราย
  83. นายสมฤกษ์ บัวใหญ่
  84. นายสรวิศ ธานีโต
  85. นายสวัสดิ์ อุทัยแสน
  86. นายสวาป เผ่าประทาน
  87. นายสัญญา คงสมบัติ
  88. นางสาวสัตตบุษย์ บุญเรือง
  89. นายสันติ พร้อมพัฒน์
  90. นายสิรภพ ดวงสอดศรี
  91. นายสุพิน บุญเลิศ
  92. นายสุรศักดิ์ เลิศรุจิกุล
  93. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
  94. นางสุวณา ปิยะพิสุทธิ์
  95. นายอนุชา บูรพชัยศรี
  96. นายอรุณ พรหมคุณ
  97. นายอาทิตย์ ฉัตรชัยพลรัตน์
  98. นายอารี ไกรนรา
  99. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  100. นายเอกภพ เพียรวิเศษ

จับตา! ภูมิใจไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ

ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะจัดการประชุมเพื่อนนำเสนอนโยบายของพรรคในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 500 คน นอกจากนี้ สิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งคือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวทั้ง 3 รายชื่อ ซึ่งจะเป็นใครนั้น ต้องติดตามกันต่อไป!

การเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร สส. ปาร์ตี้ลิสต์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ด้วยรายชื่อที่ผสมผสานทั้งคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์ ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง การภูมิใจไทยเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการแข่งขันทางการเมืองที่กำลังจะทวีความเข้มข้นขึ้น

การที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ครบทั้ง 100 คน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ การมีทั้งนักการเมืองมากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ในบัญชีรายชื่อ ทำให้พรรคมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้หลากหลายกลุ่ม

ที่มา – ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธ.ค.

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบพรรคกล้าธรรมเพิ่ม หลังเปิดตัวไปแล้ว 2 คน วานนี้

การเมืองสนามเลือกตั้งสงขลาเริ่มเข้มข้น! หลังจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานว่านายวงศ์วชร ขาวทอง และนายบารมี ขาวทอง สองบุตรชายของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไม่น้อย

โดยนายวงศ์วชร ขาวทอง ถูกวางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.สงขลา เขต 5 แทนที่นายเดชอิศม์ผู้เป็นบิดา ส่วนนายบารมี ขาวทอง จะลงสมัคร สส.สงขลา เขต 6 แทนที่ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล อดีต สส.สงขลา เขต 6 จากพรรคประชาธิปัตย์

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า บุตรชายคนที่สามของนายเดชอิศม์ คือ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดกระแส จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม อย่างใกล้ชิด

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

ตามรายงานข่าว แผนการนี้เป็นผลมาจากการหารือระหว่างแกนนำพรรคกล้าธรรมและนายเดชอิศม์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม โดยมีข้อสรุปเพิ่มเติมว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา เขต 9 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ลังเลว่าจะอยู่กับพรรคเดิมต่อไป ได้เปลี่ยนใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งเดิมของตนเอง

ปัจจัยที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจย้ายพรรค

ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนใจ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า น่าจะมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน

  • ความไม่แน่นอนภายในพรรคประชาธิปัตย์: หลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ประสบปัญหาภายในหลายประการ ทำให้สมาชิกหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่
  • โอกาสในการเติบโตทางการเมือง: พรรคกล้าธรรมอาจเสนอนโยบายหรือตำแหน่งที่น่าสนใจให้กับนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้เขามองเห็นโอกาสในการเติบโตทางการเมืองที่มากขึ้น
  • การสนับสนุนจากครอบครัว: การที่พี่น้องทั้งสองคนเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมไปก่อนหน้านี้ อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์

การย้ายพรรคของนายศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในสมรภูมิการเมืองสงขลา และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนกำลัง จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เพราะเชื่อว่า การตัดสินใจครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองของตระกูลขาวทองในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองสงขลา

การเข้ามาของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในพรรคกล้าธรรม ทำให้พรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งขึ้นในจังหวัดสงขลาอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์ทางการเมืองของตระกูลขาวทอง พรรคกล้าธรรมจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับพรรคการเมืองอื่นๆ ในพื้นที่

นอกจากนี้ การที่นายศักดิ์สิทธิ์ลงสมัครในเขตเดิม ยังเป็นการท้าทายโดยตรงต่อผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น และผลการเลือกตั้งในเขตนี้ ก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยรวมแล้ว การ จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเมืองสงขลา และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามรบที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือ การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความท้าทาย

การตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในการย้ายไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพทางการเมืองของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่ออนาคตของเขาและพรรคกล้าธรรม ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

“สุทิน” ลั่นยังอยู่เพื่อไทย จวกคนปล่อยข่าว

“สุทิน คลังแสง” แจงข่าวลาออกพรรคเพื่อไทยไม่เป็นความจริง อัดคนปล่อยข่าวไม่หวังดี สร้างกระแสเลือดไหลออก ย้ำ ยังทำงานอยู่กับพรรค

วันที่ 30 ต.ค. 2568 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวจะยื่นลาออกจากพรรคเพื่อไทยและไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ตนก็เคยชี้แจงไปชัดเจนแล้ว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังยืนยันว่ายังคงทำงานอยู่กับพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าคนที่ปล่อยข่าวเป็นผู้ไม่หวังดีกับตนรวมถึงกับพรรคเพื่อไทย คงหวังสร้างกระแสทำให้ดูว่าพรรคเพื่อไทยยังมีเลือดไหลออก

ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่คิดจะไปไหน ยังคงทำงานอยู่กับพรรคเพื่อไทย โดยในวันที่ 31 ต.ค. ตนก็จะเข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อใช้สิทธิเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ไม่ว่าสมาชิกพรรคจะเลือกใครเป็นหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ตนก็พร้อมยอมรับทุกคน

“สุทิน” ลั่นยังอยู่เพื่อไทย จวกคนลือลาออกไม่หวังดี

จากกระแสข่าวลือเรื่องการลาออกจากพรรคเพื่อไทยของนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้สร้างความสับสนและข้อสงสัยในหมู่ประชาชนและสมาชิกพรรคเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายสุทินได้ออกมาตอบโต้ข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน ยืนยันว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริง และตนยังคงทำงานอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป

“สุทิน” ลั่นยังอยู่เพื่อไทย พร้อมตอบโต้ผู้ไม่หวังดีที่ปล่อยข่าวลือ โดยกล่าวว่า คนที่ปล่อยข่าวอาจมีเจตนาไม่ดีต่อตนและพรรคเพื่อไทย ต้องการสร้างกระแสให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยกำลังประสบปัญหาภายใน มีการลาออกของสมาชิกพรรค ซึ่งไม่เป็นความจริง

ยืนยัน “สุทิน” ลั่นยังอยู่เพื่อไทย แน่นอน

นายสุทินยังเน้นย้ำอีกครั้งว่า ตนยังไม่มีความคิดที่จะย้ายไปอยู่พรรคอื่น และจะยังคงทำงานเพื่อพรรคเพื่อไทยต่อไป โดยในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ตนจะเข้าร่วมการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย เพื่อใช้สิทธิในการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะยอมรับและสนับสนุนไม่ว่าใครจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง

การยืนยันอย่างหนักแน่นของนายสุทินในครั้งนี้ ช่วยคลายความกังวลและความสับสนที่เกิดขึ้นจากข่าวลือได้เป็นอย่างดี และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความจงรักภักดีของนายสุทินที่มีต่อพรรคเพื่อไทย

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเต็มไปด้วยข่าวลือต่างๆ การที่นักการเมืองออกมาตอบโต้และชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างทันท่วงที จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและการบิดเบือนข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของพรรคการเมือง

การตัดสินใจของนายสุทินที่จะอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรคและการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศ การรักษาความเป็นเอกภาพภายในพรรคและการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พรรคเพื่อไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือที่เกิดขึ้นก็เป็นเครื่องเตือนใจให้พรรคเพื่อไทยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจกับสมาชิกพรรคและประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค

การที่นายสุทินออกมาแสดงความชัดเจนเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย และความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การทำงานร่วมกันอย่างสามัคคีและการยึดมั่นในหลักการ จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จ

ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อถือ เพราะข่าวลือสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายได้มากมาย การมีสติและวิจารณญาณจึงเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้นเช่นปัจจุบัน

ที่มา – “สุทิน” ลั่นยังอยู่เพื่อไทย จวกคนลือลาออกไม่หวังดี

สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ไตรมาส 3/2568

สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ครั้งที่ 3/2568

ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน สำหรับผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพล ซึ่งเป็นการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2568 ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แม้จะมีการเลือกตั้งและการเมืองที่คึกคัก แต่ความนิยมในพรรคการเมืองบางพรรคยังคงนำหน้าอยู่

ผลสำรวจบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี

การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 19-24 กันยายน 2568 โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ครอบคลุมประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,500 ตัวอย่าง จากทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่าอันดับ 1 คือ “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” ได้รับคะแนนถึงร้อยละ 27.28 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในใจของประชาชน

ตามมาด้วยอันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนร้อยละ 22.80 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบุคคลนี้ ส่วนอันดับ 3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้คะแนนร้อยละ 20.44 ซึ่งใกล้เคียงกันมาก

  • อันดับ 4: คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ร้อยละ 7.16
  • อันดับ 5: นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 6.76
  • อันดับ 6: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 6.00
  • อันดับ 7: นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.72
  • อันดับ 8: นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน (พรรคประชาธิปัตย์) ร้อยละ 1.76
  • อันดับ 9: นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ร้อยละ 1.24
  • อันดับ 10: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 1.04
  • อื่นๆ: รวมร้อยละ 2.80 เช่น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และอื่นๆ

จากผลนี้ แสดงให้เห็นว่าการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองยังคงมีความผันผวน โดยไม่มีบุคคลใดที่ครองใจประชาชนได้อย่างเด็ดขาด สาเหตุอาจมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังค้างคา

คะแนนนิยมพรรคการเมืองที่ประชาชนสนับสนุน

ในส่วนของพรรคการเมือง เมื่อถามถึงพรรคที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พรรคประชาชนยังคงครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนร้อยละ 33.08 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการสำรวจครั้งก่อนๆ แสดงถึงฐานเสียงที่มั่นคงของพรรคนี้

  • อันดับ 2: ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 21.64
  • อันดับ 3: พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.96
  • อันดับ 4: พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.24
  • อันดับ 5: พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 6.12
  • อันดับ 6: พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 5.52
  • อันดับ 7: พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.92
  • อันดับ 8: พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.72
  • อื่นๆ: รวมร้อยละ 1.80 เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ

การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนยังคงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด อาจเนื่องจากนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในขณะที่พรรคอื่นๆ ยังต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดฐานเสียงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนถึงภาพรวมของการเมืองไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ประชาชนมีความกังวลต่ออนาคต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและปัญหาสังคมที่รุนแรงขึ้น การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองดังกล่าวช่วยให้นักการเมืองและพรรคต่างๆ ได้รับ feedback โดยตรง เพื่อปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงและกำหนดนโยบาย

จากมุมมองของผู้เขียน การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองไทยยังต้องการผู้นำที่ชัดเจนและนโยบายที่ยั่งยืน หากพรรคประชาชนสามารถรักษาความนิยมนี้ไว้ได้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวทีการเมือง หากคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ลองติดตามผลสำรวจครั้งต่อไปเพื่อดูแนวโน้มที่เปลี่ยนไป

ที่มา – สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง โพลชี้ยังหาคนเหมาะนายกฯ ไม่ได้ แต่ยังหนุน ปชน. มากสุด

“วันนอร์” ชี้สภาล่มรับผิดชอบร่วมกัน

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะหลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนในเรื่องนี้ โดยย้ำว่าทุกฝ่ายต้องร่วมรับผิดชอบเพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้

“วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน

การประชุมสภาที่ล่มครั้งนี้ สร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของรัฐสภาไม่น้อย นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า สาเหตุหลักมาจากการขาดองค์ประชุม ซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะต้องมาร่วมประชุมให้ครบจำนวน หากไม่ครบ สภาฯ ก็ต้องประกาศปิดประชุมทันที เขายังมั่นใจว่าปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะเป็นเรื่องปกติที่ต้องใช้เวลาปรับตัว โดยยกตัวอย่างว่าฝ่ายหนึ่งต้องการอภิปรายญัตติเกี่ยวกับปัญหาถนนทรุดหน้าห้องโรงพยาบาลวชิรพยาบาลก่อน แต่ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดสำคัญกว่า สุดท้ายนำไปสู่การแสดงความไม่พอใจและการปิดประชุมก่อนกำหนด

แม้จะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมบ้างในอดีต แต่ประธานสภาฯ เชื่อว่าทุกสมัยประชุมสามารถปรับปรุงได้ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายค้านแตกออกเป็นสองฝั่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงาน แต่เขามองว่าเป็นช่วงปรับตัว และเคยทำงานร่วมกันมาแล้ว จึงน่าจะไม่มีปัญหาใหญ่โต

มั่นใจการแถลงนโยบายรัฐบาลจะไร้ปัญหา

เมื่อพูดถึงอนาคต นายวันมูหะมัดนอร์ แสดงความมั่นใจในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ เพราะประชาชนทั่วประเทศกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด รัฐบาลจำเป็นต้องแถลงนโยบายให้ชัดเจน และสมาชิกสภาฯ คงไม่ละเลยหน้าที่ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ เขายังกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ ว่าเรื่องความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ในท้ายที่สุด สภาฯ เป็นของสมาชิกทุกคน และทุกฝ่ายสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ หากมีปัญหา ต่างฝ่ายต่างโทษกันเอง ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้งานสภาฯ เดินหน้าต่อ

นอกจากนี้ “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการขอตัว ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือที่รู้จักในนาม “ผู้กองแคท” จากกรมการปกครองมาช่วยงานที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในกรณีพิเศษ โดยรีบเดินเข้าลิฟต์ทันทีหลังถูกถาม ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นเรื่องภายในที่ยังไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผย

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการเมืองไทย โดยเฉพาะการรักษาองค์ประชุมและการประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ ผู้สนใจการเมืองควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจมีผลกระทบต่อการออกกฎหมายสำคัญๆ ในอนาคต

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สภาล่มครั้งนี้เป็นโอกาสให้สมาชิกสภาฯ ทบทวนบทบาทของตนเอง เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาเหล่านี้ก็จะคลี่คลายได้ในที่สุด

หากคุณสนใจข่าวการเมืองไทยเพิ่มเติม สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดได้ทุกวัน!

ที่มา – “วันนอร์” ชี้สภาล่มต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ตอบกรณีตั้ง “ผู้กองแคท“ ช่วยงาน

Scroll to top