การเรียนรู้

“อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีในวงการการศึกษาไทยมาฝากกัน หลังจากที่นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้าเรียกประชุมทีมที่ปรึกษาเพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาไทยครั้งใหญ่ โดยเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญคือเรื่อง “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้การเรียนรู้เป็นเรื่องของทุกคนอย่างแท้จริงครับ

“อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

ปัญหาภาระงานเอกสารที่ทับถมครูเป็นประเด็นที่พูดคุยกันมานาน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทางกระทรวงฯ จะเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้ครูมีเวลาไปโฟกัสกับการสอนและการดูแลนักเรียนอย่างเต็มประสิทธิภาพ มากกว่าจะจมอยู่กับงานธุรการครับ

การศึกษาต้องเข้าถึงทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นอกจากนี้ แนวคิดเรื่อง “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ยังเน้นการขยายขอบเขตการเรียนรู้ไปไกลกว่าห้องเรียนปกติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • พี่น้องทหารเกณฑ์ที่ต้องการวุฒิการศึกษาเพิ่ม
  • พระภิกษุและสามเณรในวัด
  • ผู้ต้องขังในเรือนจำที่ต้องการโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่

ความยืดหยุ่นของระบบการศึกษาในอนาคตจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าสถานะใดในสังคมก็ตาม เพราะการศึกษาไม่ควรมีข้อจำกัดด้านสถานที่หรือบริบทชีวิตครับ

เราในฐานะประชาชนคนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายที่หยิบยกมาปรึกษาหารือกันในครั้งนี้จะถูกยกระดับสู่การปฏิบัติจริงให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นต่อไป การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเปราะบาง คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนครับ หากทำได้สำเร็จ เชื่อมั่นได้เลยว่าคุณภาพชีวิตของทั้งครูและนักเรียนจะดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ที่มา – “อัครนันท์” ระดมแนวคิด วางอนาคตการศึกษา มุ่งลดภาระงานครู ขยายโอกาสการศึกษาเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง

ก.พ.ร. เปิดหลักสูตรโครงการ นปร. พัฒนาข้าราชการ

สำนักงาน ก.พ.ร. เปิดหลักสูตรโครงการ นปร. กับการพัฒนาระบบราชการ และการเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพราชการของคนรุ่นใหม่

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) เปิดหลักสูตรโครงการพัฒนา “นักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่” (Public Service Agent for Change – PSAC Development Program) หรือที่รู้จักในชื่อ “โครงการ นปร.” เพื่อพัฒนาข้าราชการใหม่

ทั้งนี้ โครงการ นปร. มีระบบการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครบนฐานของสมรรถนะ คุณลักษณะและทัศนคติที่เหมาะสมต่อการทำงานราชการ ซึ่งนอกจากการพิจารณาถึงความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และศักยภาพในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ โครงการ นปร. ยังพิจารณาโอกาสของผู้สมัครที่จะสามารถเรียนรู้ต่อยอดเติบโตในการพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความสามารถทางภาษาและการสื่อสาร ความสามารถในการประสานการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือความสามารถในการออกแบบ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและบริหารการเปลี่ยนแปลง

จุดเด่นที่สำคัญของโครงการ นปร. คือ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการจะได้เข้าหลักสูตรการพัฒนา เพื่อสร้างข้าราชการรุ่นใหม่ ในบทบาทของนักบริหารการเปลี่ยนแปลง ที่มีความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกไว เรียนรู้จากบทเรียนความสำเร็จและความล้มเหลว ที่พร้อมทำงานในทุกบทบาทหน้าที่ ทุกสถานการณ์ กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทุกระดับอย่างเป็นที่ยอมรับ

โดยหลักสูตรการพัฒนา นปร. วางผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ไว้บนเสาหลักของการมีความรู้และระบบความคิดที่ทันสมัย การมีทักษะทางการปฏิบัติเป็นรูปธรรม การเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางชีวิตและอาชีพการงาน กับการสร้างคุณค่าและเป็นส่วนสำคัญในสังคมคุณภาพ

โครงสร้างของหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดการเรียนรู้เกี่ยวกับบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หมวดการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบราชการและการพัฒนา กลยุทธ์ แนวทาง และเครื่องมือการพัฒนาระบบราชการ หมวดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี และหมวดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการปฏิบัติราชการแบบมืออาชีพ

ทั้งนี้ หลักสูตร นปร. มีกำหนดระยะเวลา 22 เดือน โดยภายหลังจากที่ได้รับการเรียนรู้และพัฒนา ได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจและทักษะสำคัญในด้านต่าง ๆ นปร. จะได้รับการมอบหมายให้เป็นเจ้าของโจทย์การออกแบบนวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะและการพัฒนาระบบราชการ ภายใต้แนวทางห้องทดลองปฏิบัติการทางนโยบาย (Policy Lab) ภายใต้หลักแนวคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และได้รับการมอบหมายไปเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (On the Job Learning) ภายใต้การสอนแนะให้คำปรึกษาจากผู้บริหารของส่วนราชการและหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนอาจารย์ผู้ดูแล โค้ช และพี่เลี้ยงของส่วนราชการ ทั้งในแบบรายกลุ่ม และรายบุคคล จากการไปปฏิบัติงานในราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาคเอกชน และการปฏิบัติงานต่างประเทศ นปร. จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในการทำงาน ในการออกแบบและบริหารจัดการโครงการ และการเรียนรู้ผ่านการประเมินผลความก้าวหน้า ความสำเร็จและความล้มเหลวของการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาของ นปร. อย่างต่อเนื่อง

โดยพิจารณาจากขีดความสามารถทางการเรียนรู้และพัฒนางานราชการและพัฒนาตนเอง ขีดความสามารถในการนำความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ไปปรับใช้ในหน้าที่การงานตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และขีดความสามารถในการปรับปรุง พัฒนา สร้างสรรค์ นวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะ ตลอดจนพฤติกรรมที่บ่งชี้ความสำเร็จในการรับราชการ ด้านการครองตน (วินัยและการประพฤติที่มุ่งผลสัมฤทธิ์) ครองคน (คุณธรรมจริยธรรมกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น) และครองงาน (บริการที่ดี กับการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ)

เมื่อสิ้นสุดเส้นทางการเรียนรู้และพัฒนา 22 เดือน ภายใต้กิจกรรมหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา ที่สร้างประสบการณ์การออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการพัฒนาระบบราชการ นปร. ก็จะก้าวเข้าสู่โลกของการปฏิบัติงานจริงในส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีภารกิจสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่จะแตกต่างจากข้าราชการทั่วไป คือ นปร. จะก้าวไปบนเส้นทางอาชีพราชการในแบบที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกการเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย และพร้อมแบกรับทุกภารกิจของการพัฒนาประเทศ ด้วยชุดความคิดแบบเติบโต จากประสบการณ์อันมีคุณค่า

สำนักงาน ก.พ.ร. เปิดหลักสูตรโครงการ นปร. เพื่อพัฒนาข้าราชการใหม่

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้เปิดตัวหลักสูตรโครงการพัฒนา “นักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่” (นปร.) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาข้าราชการใหม่ ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องมีโครงการ นปร. เพื่อพัฒนาข้าราชการใหม่

โครงการนี้ไม่ได้มองแค่ความรู้ความสามารถ แต่ยังให้ความสำคัญกับทัศนคติและคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการทำงานราชการ โดยพิจารณาถึงศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในโครงการ นปร. ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับข้าราชการใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเส้นทางอาชีพ

หลักสูตรนี้ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เพื่อให้ ข้าราชการใหม่ ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงาน ก.พ.ร. ในการพัฒนาข้าราชการใหม่ ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน

การลงทุนในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะข้าราชการที่มีคุณภาพ คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า หากคุณเป็นข้าราชการใหม่ที่ต้องการพัฒนาตนเองและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม โครงการ นปร. อาจเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพของคุณ

ที่มา – สำนักงาน ก.พ.ร. เปิดหลักสูตรโครงการ นปร. เพื่อพัฒนาข้าราชการใหม่

บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต ด้วย Design Your L.I.F.E.

บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต ยุคใหม่ ผ่านแนวคิด Design Your L.I.F.E. มุ่งเน้นการออกแบบชีวิตด้วยตนเอง และสร้างบัณฑิตที่สามารถ “เรียนแล้วทำได้จริง” ตอบโจทย์โลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในยุคที่ธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความผันผวน (Disruption) จึงเป็นสิ่งสำคัญ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยบัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต ที่มีความพร้อมทั้งด้านทฤษฎีและการปฏิบัติ ผ่านแนวคิด GS Purpose: Design Your L.I.F.E. ซึ่งเป็นการออกแบบชีวิตด้วยตนเอง ผสานกับการเรียนรู้แบบ Practice-Based Learning และการใช้ AI เพื่อสร้างบัณฑิตที่ “เรียนแล้วทำได้จริง”

ดร.อารดา มหามิตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยไม่ใช่เพียงแค่สถานที่เรียน แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกคน ทั้งนักศึกษา อาจารย์ และภาคธุรกิจ ได้ร่วมกันออกแบบชีวิต เรียนรู้ เติบโต และสร้างสังคมแห่งความไว้วางใจ” แนวคิด L.I.F.E. ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ดร.อารดา กล่าวเสริมว่า บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์มากมาย อาทิ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย Entrepreneurs’ Organization Association, Thailand Chapter และ Toyota Motor (Thailand) และ Impact Exhibition รวมถึงองค์กรอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์จริงขององค์กร ได้เข้าร่วมโครงการที่ช่วยต่อยอดอาชีพและธุรกิจ และได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้อธิบายถึงจุดแข็งของการเรียนการสอนว่า “เราใช้รูปแบบ Practice-Based Learning นักศึกษามีโอกาสลงมือทำจริง ไม่ได้เรียนแค่ในห้องเรียน แต่ได้ทำโครงการจริง แก้ปัญหาจริง และใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมในการวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ และตัดสินใจ”

การผสานรวม AI เข้าไปในหลักสูตร ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มความทันสมัย แต่เป็นการสอนให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในยุคดิจิทัล

บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต

ก้าวต่อไปของบัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต คือการผลิตบัณฑิตที่ “พร้อมใช้งาน” ในโลกธุรกิจจริงในอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะปฏิบัติ และทัศนคติที่พร้อมเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เพื่อให้คำว่า “เรียนแล้วรู้จริง ทำได้จริง” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นมาตรฐานของบัณฑิตทุกคนที่จบจากที่นี่

หลักสูตรที่น่าสนใจจาก บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย

  • หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA)
  • หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA)
  • หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.)

หากคุณกำลังมองหาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และช่วยให้คุณพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย คือตัวเลือกที่น่าสนใจ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดหลักสูตรปริญญาโท–ปริญญาเอก ของบัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย ได้ที่เว็บไซต์: https://gs.utcc.ac.th

การสร้างบัณฑิตที่มีความสามารถรอบด้าน และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นพันธกิจที่สำคัญของสถาบันการศึกษาในยุคปัจจุบัน บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างบัณฑิตที่สามารถสร้างความแตกต่างในโลกธุรกิจได้

ที่มา – บัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย สร้างบัณฑิต ผ่านแนวคิด Design Your L.I.F.E.

สัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Steps

สพป.นครราชสีมา จุดประกายไอเดีย จัดสัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ปลุกไฟการเรียนรู้แบบใหม่ ใช้ GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูให้เก่งขึ้น และเปลี่ยนเด็กให้กล้าขึ้น

ที่โรงเรียนเสนานุเคราะห์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดสัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Stepsเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล

โดยนายดำเนิน เพียรค้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 มาเปิดเวที พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ใหม่ของการศึกษา ปลุกพลังครูทั่วภาคอีสานให้เลิกยืนสอนเฉยๆ แล้วหันมาออกแบบห้องเรียนให้เด็ก กล้าคิด กล้าทำ กล้าสร้างสรรค์

ซึ่งเวทีนี้ เป็นเหมือนฐานปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ Launch Pad ที่เปลี่ยนครูจากผู้สอน เป็นโค้ช เปลี่ยนเด็กจากผู้ฟัง เป็นนวัตกรตัวจิ๋ว ที่รู้จักคิด วิเคราะห์ สร้าง และสะท้อนกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้แบบถักทอ หลอมรวมจิตใจ เจตคติค่านิยม (Attitude & Value) กาย (ทักษะปฏิบัติ Skill & Performance) และสติปัญญา (ความรู้ความเข้าใจ Wisdom & Knowledge) ด้วยการค้นหา คัดเลือกข้อมูล (Gathering: G) มาวิเคราะห์ให้เกิดความหมาย สร้างความรู้และสรุปความเข้าใจได้ด้วยตนเอง (Processing: P) ประยุกต์ใช้ความรู้ผลิตผลงาน นวัตกรรม (Applying and Constructing the Knowledge: A1) นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Applying the Communication Skill: A2) ประเมินตนเอง ถอดบทเรียน พัฒนาต่อเนื่อง (Self-Regulating: S) ผสมผสานให้เข้ากับยุคสมัยของเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Digital technology & AI) เพื่อสร้างคุณค่างานการดำรงชีวิต มีผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ GPAS 5 Steps ไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการเรียนรู้ธรรมดา แต่คือเครื่องมือ เปลี่ยนครูให้เก่งขึ้น และเปลี่ยนเด็กให้กล้าขึ้นในยุคที่เด็กต้องโตไปใช้ชีวิตท่ามกลางข้อมูลมหาศาล

ดร.ปพนวัจน์ ลภัสภิญโญโชค วิทยากรสายลุย จาก มรภ.อุดรธานี ครูต้นแบบ เผยว่าถ้าครูไม่เปลี่ยน เด็กจะไม่ไปไหน พร้อมยกตัวอย่างโรงเรียนคุณภาพหลายแห่งที่ดึง Soft Power มาสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ โดยเน้นให้ครู ฟังเด็ก มากกว่า สอนเด็ก

ด้าน นางจารุณี แจ้งอิ่ม จาก รร.บ้านโคกสูง สพป.นครราชสีมา เขต 1 วางแผนการสอนให้นักเรียนเรียนรู้แบบสร้างความรู้ ผลิตผลงานตามแนวคิดและวิธีการนี้แบบชาญฉลาด ออกแบบกิจกรรมที่ดึงดูดใจเด็ก แถมยังชวนครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษแบบเอาจริงเอาจัง ผลลัพธ์ คือ เด็ก ๆ กล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ชัดเจนขึ้น และมั่นใจสุด ๆ

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุว่า เมื่อ Active Learning แบบ GPAS 5 Steps เข้ามาในกระบวนการเรียนรู้ เด็กจะไม่ใช่แค่ผู้เรียน แต่เป็นผู้สร้าง ผู้เรียนกลายเป็น นักคิด นักสร้าง นักเปลี่ยนแปลง นั่นแหละคือหัวใจของการศึกษาไทยยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ให้รู้ แต่ต้องลงมือทำ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงสอดคล้องกับแนวคิดสี่เสาหลักการศึกษา ของ UNESCO คือ การเรียนรู้เพื่อรู้ (Learning to Know) การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ (Learning to Do) การเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกัน (Learning to Live Together) และการเรียนรู้ความถนัด สันทัดเพื่อสร้างอนาคต (Learning to Be) กิจกรรมในขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps จะช่วยให้ครูวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้แบบเรียลไทม์ ช่วยครูพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนเข้าใจ การเรียนรู้และเนื้อหาบทเรียนอย่างทะลุปรุโปร่ง

อย่างไรก็ตาม สพป.โคราช ยังตอกหมุดวิสัยทัศน์ใหม่ สร้างโรงเรียนสร้างนวัตกรทั่วภาคอีสาน เมื่อครูเริ่มเข้าใจเข้าถึงเทคโนโลยีกระบวนการเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างความรู้ ใช้ความรู้ผลิตผลงานนวัตกรรมแบบ GPAS 5 Steps เด็กจะได้พัฒนาการเรียนรู้ของตนด้วยตน เมื่อครูพร้อมจะเปลี่ยน ห้องเรียนจะพร้อมพัฒนา และนั่นแหละจุดเริ่มต้นของการสร้าง นักเรียนคุณภาพ ที่พร้อมรับมือกับโลกอนาคตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในตำรา

สัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Steps

สัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Steps เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทย เราหวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีต่อเด็กไทยทุกคน

ทำไมต้องสัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Steps

สัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Stepsมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาครูและนักเรียนในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ทางการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้ครูเป็นโค้ชและนักเรียนเป็นผู้สร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นและมีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

ที่มา – สัมมนา 1 โรงเรียน 1 อำเภอ ชู GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูให้เก่ง เปลี่ยนเด็กให้กล้า

Scroll to top