การเลือกตั้งในประเทศไทย

“พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากที่สถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงมีทางตันและข้อถกเถียงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่าน สสร.

“พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่คือเรื่องของความจริงใจจากพรรคการเมืองที่ต้องให้ประชาชนเข้ามามีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริง นายพริษฐ์ได้ย้ำให้เห็นว่า กระบวนการที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามว่าเป็นการผูกขาดเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องหรือไม่ โดยเฉพาะการวางโครงสร้าง สสร. ที่อาจถูกครอบงำด้วยตัวแทนจากระบอบอิทธิพลทางการเมือง

เปิดประเด็นผลหารือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหนทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่

จากความชัดเจนล่าสุดในการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นช่องทางว่าการเลือกตั้ง สสร. โดยตรงจากประชาชนนั้นสามารถทำได้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการเลือกตั้งผู้ยกร่างโดยตรง แต่ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งย่อมมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำร่าง ซึ่งถือเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือ “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมองว่าหากพรรคภูมิใจไทยยังคงหลีกเลี่ยงหรือตีความคำวินิจฉัยเพื่อสกัดกั้นการเลือกตั้ง สสร. 100% ก็อาจมองได้ว่ามีธงไว้แล้วเพื่อจะผูกขาดการเมืองผ่านระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมต่อระบอบประชาธิปไตย

  • การขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อ
  • การผลักดันร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน
  • การวิพากษ์วิจารณ์ความพยายามฮั้วการเมืองผ่านการออกแบบกฎหมาย

ในมุมมองของพรรคประชาชน ถึงเวลาแล้วที่ทุกพรรคการเมืองควรมาร่วมหารืออย่างเปิดเผยบนพื้นฐานของข้อมูลล่าสุด ไม่ใช่การปัดตกกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพียงเพราะต้องการคงอำนาจเดิมเอาไว้ การสร้างกติกาใหม่ที่ไร้การผูกขาดคือหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทยในอนาคต หากเรายังปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของการฮั้วกันในเงา ก็ยากที่รัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐานแฉคดีฮั้ว สว. เห็นโพยคาตา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ใครหลายคนต่างให้ความสนใจ สำหรับเหตุการณ์ที่ พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐานแฉคดีฮั้ว สว. ซึ่งถือเป็นคลิปสำคัญที่ตอกย้ำให้สังคมไทยตั้งคำถามถึงกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้นำคลิปวิดีโอจากเหตุการณ์จริงขณะมีการเลือกระดับประเทศออกมาเปิดเผย เพื่อชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ กกต. รับรู้ถึงความผิดปกติมาโดยตลอด

เจาะลึกเหตุการณ์ พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐานแฉคดีฮั้ว สว.

ภายในคลิปวิดีโอดังกล่าว ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่และหนึ่งในกรรมการการเลือกตั้ง กำลังเดินเก็บ “โพย” จากกลุ่มผู้สมัคร พร้อมกับมีคำพูดเชิงตำหนิว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ” ประโยคนี้กลายเป็นคำถามสำคัญทันทีว่า หาก กกต. เห็นสิ่งผิดปกติในโพยและรับรู้ถึงความสุ่มเสี่ยงตั้งแต่วันเลือกตั้ง ทำไมถึงยังปล่อยให้กระบวนการดำเนินต่อไปได้จนจบ

เปิด 4 คำถามสำคัญจาก พริษฐ์เปิดคลิปหลักฐานแฉคดีฮั้ว สว.

จากการเปิดเผยของนายพริษฐ์ มีข้อสงสัยที่ กกต. ต้องรีบหาคำตอบให้แก่ประชาชนโดยเร็ว ดังนี้:

  • หลังจากเก็บโพยมาแล้ว กกต. ได้มีการประชุมด่วนเพื่อตรวจสอบความผิดตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 หรือไม่?
  • โพยที่ยึดมาได้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับสำนวนคดีฮั้ว สว. อย่างจริงจังหรือไม่?
  • ผลการตรวจสอบโพยดังกล่าวรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 หรือไม่?
  • ทำไม กกต. ถึงไม่ดำเนินการให้เด็ดขาดยิ่งกว่านี้ตั้งแต่วันที่มีความผิดปกติเกิดขึ้น?

ด้วยจำนวนผู้ถูกชี้มูลความผิดกว่า 229 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองและ ครม. ทำให้สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนจำนวนมากกำลังจับตาว่าทาง กกต. จะตัดสินใจส่งเรื่องนี้ให้ศาลพิจารณา หรือจะเลือก “เป่าคดี” เพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตนเอง

ในฐานะภาคประชาชน การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ควรจบลงด้วยการเงียบหาย แต่ควรเป็นการพิสูจน์ความยุติธรรมว่า กฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์และทุกคนต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หากท้ายที่สุดแล้วกระบวนการนี้ขาดความโปร่งใส จะยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องปฏิรูปองค์กรอิสระให้มีความยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง มากกว่าการทำหน้าที่เพียงแค่พิธีกรรม

ที่มา – “พริษฐ์” เปิดคลิปหลักฐานแฉคดีฮั้ว สว. ยัน จนท.- กกต. เห็นแล้วมีโพย แถมยังเดินเก็บเอง

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ไม่สนข่าวประเมินไม่ผ่าน

ในโลกของการเมืองไทยที่สถานการณ์มีความเข้มข้นตลอดเวลา ล่าสุดนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง หลังมีกระแสข่าวลือเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์จนอาจกระทบต่อเก้าอี้เลขาธิการ กกต. แต่เจ้าตัวกลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานในระบบราชการ

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

การแถลงผลงานในโอกาสครบรอบ 28 ปีของสำนักงาน กกต. นายแสวงได้ใช้โอกาสนี้ในการยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่าตนยังคงมีไฟในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีข่าวเชิงลบออกมา แต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจลดน้อยลง คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือความภูมิใจในบทบาทหน้าที่ตนเองอย่างแท้จริง

ก้าวสู่ปีที่ 29 ของ กกต. กับความท้าทายใหม่

เมื่อเรามองไปข้างหน้า กกต. ภายใต้การนำของนายแสวงเตรียมปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่:

  • การยกระดับเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
  • การเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
  • การพัฒนาระบบกำกับดูแลการเมือง
  • การสร้างพลเมืองประชาธิปไตยในยุคใหม่
  • การปรับองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลสมรรถนะสูง

นายแสวงเน้นย้ำเสมอว่า การเลือกตั้งที่ดีไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของกกต. ฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม การที่องค์กรจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงได้นั้น ความโปร่งใสต้องมาคู่กับการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินผลงาน

บทสรุปจากเลขาฯ กกต.

แม้จะมีพายุข่าวลือโหมกระหน่ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความมุ่งมั่นของนายแสวงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง การที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจและยังคงภูมิใจในฐานะบุคลากรของ กกต. ถือเป็นสัญญาณว่าองค์กรยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือประชาธิปไตยที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคน เราในฐานะประชาชนควรร่วมจับตาดูแนวทางการปรับตัวของ กกต. ว่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้ทันตามความหวังของสังคมหรือไม่ และนี่ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ไม่ใช่แค่คำพูด

ที่มา – “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลังภูมิใจไทยนำอันดับ 1

ผลการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไทย เมื่อ กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำการพรรคเปลี่ยนจากเสียงเชียร์คึกคักเป็นความเงียบสงัดในชั่วพริบตา

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 หลังปิดหีบเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนมารวมตัวกันที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก ในช่วงนับคะแนน 10% แรก พรรคประชาชนยังนำในหลายเขต มีเสียงเฮดังลั่น แต่พอคะแนนอัปเดตช่วงค่ำ ภูมิใจไทยแซงขึ้นนำแบบก้าวกระโดด ทิ้งห่างพรรคอื่นๆ ทั่วประเทศ

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย

แฟนคลับที่เฝ้าดูผลคะแนนหน้าจอใหญ่ชั้นล่างเริ่มเงียบกริบ สีหน้าครึ้มเครียด บางคนลุกเดินทางกลับบ้าน บรรยากาศบางตา ขณะที่ชั้นบน แกนนำพรรคประชาชนประชุมลับเพื่อวิเคราะห์คะแนนเขตที่ยังสูสี

สาเหตุที่ทำให้ “ภูมิใจไทย” พุ่งขึ้นอันดับ 1

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยหลายประการ

  • ฐานเสียงเหนียวแน่น: พรรคภูมิใจไทยมีฐานในภาคอีสานและตะวันออก ทวงคะแนนคืนได้ดี
  • นโยบายโดนใจ: สัญญาเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ และแก้ปัญหาน้ำท่วม ดึงดูดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก
  • กลยุทธ์หาเสียง: ลงพื้นที่หนัก ใช้โซเชียลมีเดียเก่ง สร้างกระแสไวรัล
  • คู่แข่งสะดุด: พรรคประชาชนเจอปัญหาภายในและคดีความคลุมเครือ ส่งผลต่อคะแนน

ผลคะแนนไม่เป็นทางการชี้ชัด ภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส. กว่า 140 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่เคยนำช่วงแรก สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ สะท้อนความผันผวนของการเมืองไทยที่คาดเดายาก

ผลกระทบต่อพรรคประชาชน

แม้หลายเขตยังเบียดเสียด แต่แนวโน้มชัดเจน พรรคประชาชนอาจได้ที่นั่งน้อยกว่าคาด แกนนำต้องปรับกลยุทธ์ด่วนเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นจากกองเชียร์ที่กำลังหงอย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อน เช่น การนับคะแนนในเขตกรุงเทพฯ และภาคเหนือที่ยังลุ้น นักวิเคราะห์ชี้ว่าผลนี้จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

การเมืองไทยปีนี้เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ พรรคเล็กพรรคใหญ่ผลัดกันขึ้นลง ผู้สมัครอิสระบางคนก็คว้าชัยในเขตเดือด ติดตามต่อได้ที่เว็บเรา

ความเห็นส่วนตัว: กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งไทยต้องอาศัยมากกว่าแค่กระแส ต้องมีนโยบายจริงจังและฐานเสียงแข็งแรง คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้าถึง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว พร้อมให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรียกได้ว่าทุกอย่างพร้อมรบสุดๆ เพื่อความโปร่งใสในการเลือกตั้งทั่วไป

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าแบบนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ออกเดินทางไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วไทยเลยทีเดียว การขนส่งครั้งนี้ใช้รถมากกว่า 600 คัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยคุ้มกันตลอดเส้นทาง แถมยังมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ (Tracking) เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% เมื่อบัตรถึงที่หมาย ก็จะถูกเก็บไว้ในสถานที่พิเศษที่มีกล้อง CCTV เฝ้าทุก 24 ชั่วโมง ก่อนนำออกมานับหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง

เคลียร์ปมบัตรกรอกรหัสผิด ประชาชนวางใจได้

หลายคนอาจกังวลเรื่องบัตรเลือกตั้งที่กรอกรหัสผิดใช่มั้ยครับ? นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่ามีบัตรผิดประมาณ 100 ใบเท่านั้น และทาง กกต. ได้คัดแยกแล้วส่งไปยังเขตที่ถูกต้องตามสิทธิ์ของแต่ละคนเรียบร้อย ยืนยันเลยว่าบัตรทุกใบส่งถึงครบ ไม่มีหายสักใบเดียว ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในระบบที่โปร่งใสแบบนี้ได้เลยนะ

ส่วนทางไปรษณีย์ไทย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ CEO ได้แจ้งว่าส่งบัตรไปแล้วกว่า 90% ครอบคลุมทุกจังหวัด แม้แต่กรุงเทพฯ ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ก็จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้แน่นอน งานนี้บริการดีเยี่ยมสมชื่อไปรษณีย์ไทยจริงๆ

ขบวนรถส่งบัตรเลือกตั้ง

ขั้นตอนการนับคะแนนหลังปิดหีบ 8 ก.พ.

มาดูกันว่าวันนับคะแนนจะเป็นยังไงบ้าง หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ. จะมีการแบ่งชุดนับคะแนนชัดเจน สำหรับหน่วยเลือกตั้งปกติ จะนับคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติทันที ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีคณะกรรมการชุดพิเศษ เบิกบัตรออกมานับที่สถานที่กำหนด พร้อมกันทั่วประเทศ ทุกขั้นตอนมีผู้สังเกตการณ์และถ่ายทอดสดให้ดูด้วยนะครับ

  • ขบวนรถ 600 คัน คุ้มกันโดยตร.ทางหลวง
  • ระบบ Tracking เรียลไทม์ ติดตามทุกฝีก้าว
  • CCTV 24 ชม. เก็บรักษาบัตรปลอดภัย
  • นับคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลัง 17.00 น.
  • แก้ปัญหาบัตรผิด 100% แล้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศเรา ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ถ้าคุณยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้า อย่าลืมเช็คบัตรประชาชนและไปลงคะแนนในวันจริงนะครับ อย่าให้สิทธิ์หลุดมือเด็ดขาด!

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าระบบของ กกต. ครั้งนี้แน่นปึ้กสุดๆ ไม่มีทุจริตแน่นอน สิ่งสำคัญคือเราต้องไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้ผลออกมาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนสดๆ และเตรียมตัวไปโหวตให้สุดพลังในวันที่ 8 ก.พ. นี้เลยครับ!

ที่มา – กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเป็นที่จับตามอง หลังเกิดเหตุยิงกระสุน M79 เข้ามาในฝั่งไทย ล่าสุด รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย หากเกิดการยิงยั่วเย้าจงใจจากกัมพูชา โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำชัดว่าประเทศไทยจับตาดูแลชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพยายามเจรจาเพื่อหยุดยิงอย่างยั่งยืน

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม หลังประชุม นายสีหศักดิ์ได้แถลงสถานการณ์ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุยิง M79 เมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย อย่างชัดเจน โดยระบุว่าประเทศไทยได้มีการพูดคุยในระดับพื้นที่กับกัมพูชาแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิด แต่หากเป็นการจงใจยิงยั่วเย้า ไทยจะไม่นิ่งนอนใจ รัฐมนตรีฯ ยังย้ำถึงการติดตามการเคลื่อนไหวของกัมพูชา เช่น การเสริมกำลังทหาร ขุดคู หรือรุกล้ำดินแดน ซึ่งไทยจับตาอยู่ตลอดเวลา

ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยจากชายแดนกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่าประเทศไทยพยายามหลีกเลี่ยงคำพูดที่อาจยั่วยุ ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ก็ได้เตือนกัมพูชาให้ระมัดระวังถ้อยคำ แต่หากเกิดเหตุรุกล้ำหรือยิงจงใจ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ไทยต้องมั่นใจว่าชายแดนปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการหยุดยิงยั่งยืน หากกัมพูชายังคงเสริมกำลัง ไทยก็พร้อมตอบโต้ตามหน้าที่

สถานการณ์เมียนมาและบทบาทของไทย

ในที่ประชุมยังประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้งเมียนมา คาดหวังให้เมียนมาเดินหน้าสู่สันติภาพปรองดอง ไทยซึ่งมีชายแดนติดเมียนมายาวนาน จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพ ทั้งด้านผลประโยชน์ชายแดนและความมั่นคง

ไทยวางแผนเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์แบบค่อยเป็นค่อยไป หากมีความคืบหน้า จะนำไปหารืออาเซียนเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยมุ่งแก้ปัญหา:

  • ความมั่นคงชายแดนจากการสู้รบ
  • ปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ปัญหายาเสพติดและมลพิษในแม่น้ำ
  • ฟื้นฟูการค้าชายแดนที่ถูกระงับ

ทั้งหมดนี้เพื่อความสงบสุขตามแนวชายแดน และกำหนดยุทธศาสตร์ชัดเจนในการขับเคลื่อน

ความท้าทายชายแดนไทย-กัมพูชาและเมียนมา

สถานการณ์ชายแดนทั้งสองด้านเป็นความท้าทายใหญ่ของไทย ไม่เพียงแค่ด้านการทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไทยต้องสมดุลระหว่างการทูตและการปกป้องดินแดน โดย รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนและดินแดน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามชายแดนครั้งก่อน ไทยเรียนรู้แล้วว่าต้องเข้มแข็งแต่สงบเสงี่ยม การเจรจาผ่านอาเซียนเป็นทางออกที่ดี โดยเฉพาะกับเมียนมาเพื่อสันติภาพภายใน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต้องเสริมแกร่งระบบเฝ้าระวังชายแดนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนและกล้องวงจรปิด เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณเป็นคนไทย คิดว่าประเทศเราควรรับมืออย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองต่างประเทศจากเรา เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยั่วยุ เผยจับตาชายแดนอยู่ตลอด

Scroll to top