การเลือกนายกรัฐมนตรี

“โสภณ” ขนเกจิดังทำบุญสภาฯ ควักกระเป๋าตัวเอง

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อ “โสภณ” ขนเกจิดังทำบุญสภาฯ ควักกระเป๋าตัวเองหวั่นดราม่างบฯ หลวง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรของนายโสภณ ซารัมย์ อย่างน่าประทับใจ ด้วยการนิมนต์พระเกจิชื่อดังมาร่วมพิธีทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับรัฐสภา และที่สำคัญคือใช้เงินส่วนตัวทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงกระแสวิจารณ์เรื่องงบประมาณแผ่นดิน

“โสภณ” ขนเกจิดังทำบุญสภาฯ ควักกระเป๋าตัวเองหวั่นดราม่างบฯ หลวง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภาไทย นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ได้จัดพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ชินวงศ์ ปวโร) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม พระพรหมวัชรเมธี (สุธี ธีรธัมโม) เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม และพระราชวชิรภาวนาโกศล (สุเมธ สุเมโธ) เจ้าอาวาสวัดวีระโชติการาม เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง พิธีนี้ไม่เพียงเสริมสิริมงคลให้กับการทำงานของสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความตั้งใจของนายโสภณในการลบภาพลักษณ์เชิงลบของรัฐสภาในอดีต

เหตุผลที่ใช้เงินส่วนตัว: หลีกเลี่ยงดราม่างบหลวง

หลังพิธีเสร็จ นายโสภณ ยิ้มแย้มกล่าวว่า “วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดี แสงจันทร์สว่างขึ้นในชีวิต” และย้ำว่าพิธีทั้งหมดใช้งบประมาณจากกระเป๋าตัวเอง 100% เพื่อป้องกันดราม่าเรื่องการใช้เงินภาษีประชาชน การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการจากนักการเมืองในยุคนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่มีข่าวงบประมาณสภาเคยถูกวิจารณ์หนัก

นอกจากนี้ นายโสภณ ยังเคลียร์ประเด็นร้อนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เสนอตัดงบอาหารกลางวัน ส.ส. โดยชี้แจงว่า คำว่า “ตลก” ที่ตนพูด ไม่ได้หมายถึงเนื้อหา แต่เป็นการนำเสนอที่ไร้กาลเทศะ เขายืนยันว่าจะแก้ไขเรื่องงบอาหาร ส.ส. ด้วยเหตุผลและความเหมาะสม หากประชาชนเบื่อหรือทำให้สภาไม่สง่างาม จะยกเลิกทันที โดยเปรียบว่า “นิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง ไม่ใช่เผาบ้านทั้งหลังเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว”

แผนงานอนาคต: สร้างความเชื่อมั่นให้สภา

สำหรับการประชุมสภาที่จะโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม นายโสภณ มั่นใจว่าจะไม่วุ่นวาย และจะยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สภาเป็นที่พักของคนมีคุณธรรม สร้างศรัทธาให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง

  • จุดเด่นของพิธีทำบุญ: นิมนต์เกจิดัง 10 รูป
  • งบประมาณ: 100% จากส่วนตัว
  • เป้าหมาย: ลบภาพลบ ลดดราม่า
  • ประเด็นงบอาหาร ส.ส.: พร้อมแก้ไขหากไม่เหมาะสม

การกระทำของนายโสภณ ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ยังสะท้อนแนวคิด “ทำบุญนำทาง บริหารด้วยคุณธรรม” ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้ประธานสภาคนต่อๆ ไป ในยุคที่ประชาชนจับตาการเมืองอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่โปร่งใสและรับผิดชอบมากขึ้น หากนักการเมืองทุกคนเลียนแบบ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังรออยู่ คุณคิดเห็นอย่างไรกับ “โสภณ” ขนเกจิดังทำบุญสภาฯ ควักกระเป๋าตัวเองหวั่นดราม่างบฯ หลวง ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – “โสภณ” ขนเกจิดังทำบุญสภาฯ ควักกระเป๋าตัวเองหวั่นดราม่างบฯ หลวง

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวสุดเข้มข้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่ารักๆ ที่ทำให้หลายคนยิ้มได้ เมื่อเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ระหว่างแกนนำพรรคใหญ่สองพรรค มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

วันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนรอต้อนรับคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่น นำทีมโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล พวกเขามายื่นรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย รวมถึงรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เพื่อไทยมาส่งโผ อนุทิน หยอดหวาน หนูมารอหนิม

ทันทีที่รถของนายจุลพันธ์จอด นายอนุทินก็รีบเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมหยอดหวานว่า “หนิม หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนจะสวมกอดกันอย่างชื่นมื่น เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากที่นายจุลพันธ์หายเจ็บป่วย ไม่ได้ร่วมแถลงตั้งรัฐบาลก่อนหน้า บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนครอบครัวใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อทำงานเพื่อประเทศ

อนุทินสวมกอดจุลพันธ์ ชื่นมื่น

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ความหมายสำคัญอย่างไร

การส่งโผรายชื่อรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของความเป็นปึกแผ่นในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินมั่นใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น ก่อนเข้าสู่การประชุมสภาที่สำคัญ คาดว่าจะหารือแนวทางการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ให้ตรงกันทุกพรรค

พรรคภูมิใจไทยยังนัด ส.ส. ประชุมเตรียมพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มีนาคม 2567 ส่วนวันที่ 15 มีนาคม จะเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 มีวาระหลักคือเลือกประธานสภาและรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งเป็นก้าวแรกของการนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ

บริบทการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทยรับบทแกนนำจัดตั้ง นำโดยนายอนุทินที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น จึงยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันดี ไม่มีดราม่าหรือขัดแย้งแบบที่หลายคนกังวล

  • รายชื่อรัฐมนตรี: เพื่อไทยส่งสัดส่วนเต็มตามข้อตกลง
  • รองประธานสภา: เสนอชื่อคนที่ 2 ให้ภูมิใจไทย
  • การลงมติ: ประสานงานให้โหวตเดียวกัน
  • กำหนดการ: เปิดสภา 14 มี.ค. เลือกประธาน 15 มี.ค.

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร และสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดแข็งของทั้งสองพรรค การทำงานร่วมกันแบบนี้จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์หยอดหวานนี้ไม่ใช่แค่โมเมนต์น่ารัก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่การเมืองไทยต้องการมานาน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแบบนี้ต่อไป ประชาชนอย่างเราก็น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น ? คอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตประจำวัน!

ที่มา – เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงยุบสภา

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” เร่งแจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ ลั่นถ้าขัดรธน.ต้องยืดอกรับผิดชอบ ชี้ ควรเห็นแก่ปชช. ก่อนห่วงฐานอำนาจ ย้ำ อย่ายื้อเวลาทำประเทศเสียหาย

วันที่ 3 ก.ย. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหนังสือทูลเกล้าฯ ขอยุบสภาฯ ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีถูกตีกลับว่า นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องเร่งออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการต่างๆ รัฐบาลควรต้องตระหนักให้ดีและรอบคอบที่สุดในข้อกฎหมาย หากสุ่มเสี่ยงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ ซึ่งหากขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้นายธนกร มองว่า ควรใช้ระบบสภา ในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ เพราะต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องแก้ให้ตรงจุดคือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทนเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทำผิดอะไร

“ปัญหาที่สำคัญของประเทศขณะนี้ค่อนข้างหนักหน่วง เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง หนี้สิน และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ภาษีทรัมป์ก็รออยู่ รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังต้องรีบดำเนินการแก้ไข การที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเดินเกมแบบนี้ถือเป็นการยื้อเวลาเพราะหวงอำนาจ คิดถึงแต่การเมืองแต่ไม่นึกถึงเลยว่า พี่น้องประชาชนและประเทศจะเสียหาย เสียโอกาสแค่ไหน สุดท้ายจะเกิดประโยชน์อะไร หากมุ่งแต่เอาชนะคะคานกันทางการเมือง แต่กลับกลายเป็นชัยชนะบนซากปรักหักพัง” นายธนกร กล่าว

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

จากกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาที่ถูกตีกลับ ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคมถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายของกระบวนการต่างๆ นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย เร่งดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความสับสนที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อน การตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ การเร่งรีบดำเนินการโดยไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน อาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญ

นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด หากกระบวนการยุบสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว การหลีกเลี่ยงหรือละเลยความรับผิดชอบ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลลดน้อยลง

นอกจากนี้ นายธนกรยังได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาหนี้สิน รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่รัฐบาลมุ่งเน้นแต่เรื่องการเมือง โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่แท้จริงของประชาชน จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

การยุบสภาควรเป็นทางเลือกสุดท้าย หากการแก้ไขปัญหาด้วยกลไกปกติไม่สามารถทำได้ การใช้ระบบสภาในการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก การตัดสินใจที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จะนำพาประเทศไปสู่ความเสียหายอย่างไม่คาดฝัน

ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการยุบสภาให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงการตอบคำถามหรือการปกปิดข้อมูล จะยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ

การเมืองควรเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ

ที่มา – “ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

Scroll to top