การแก้ปัญหา

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยเลือกตั้ง สก. กลุ่มคนทำงาน

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” สะท้อนกระแสการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพฯ ยุคใหม่ ที่เน้นผลงานจริงและทีมเวิร์คมากกว่าการแบ่งฝ่าย วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าทำไมก้อย ชญาดาถึงเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในเขตคันนายาว

“ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”

บรรยากาศการเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครเริ่มคึกคักตั้งแต่มีข่าวว่า “ก้อย” หรือนางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคันนายาว เตรียมลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัย คราวนี้ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” ที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนหลายพื้นที่ ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ แต่เป็นคนที่ทำงานกับชุมชนคันนายาว-บึงกุ่มมาอย่างยาวนาน ร่วมทีมกับ ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. ที่มีเครือข่ายแข็งแกร่ง

ประสบการณ์และผลงานที่สร้างความไว้วางใจ

ตลอดหลายปี ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานจริง ไม่ว่าจะเป็นการประสานแก้ปัญหาถนน ทางเท้า น้ำท่วม จราจรติดขัด ไฟฟ้าส่องสว่าง หรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤตโควิด-19 ทีมงานภาคสนามของเธอทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น

ที่สำคัญ ชญาดาเคยได้รับเกียรติเป็น รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการขับเคลื่อนงานระดับเมือง ประชาชนในเขตต่างยอมรับเพราะเห็นผลงานชัดเจน ไม่ใช่แค่พูด

  • แก้ปัญหาน้ำท่วมในชุมชนคันนายาว ลดผลกระทบให้ชาวบ้าน
  • ปรับปรุงทางเท้าและถนน ให้เดินทางสะดวกขึ้น
  • ผลักดันไฟฟ้าส่องสว่าง เพิ่มความปลอดภัยยามค่ำ
  • จัดการจราจร ลดรถติดในจุดแออัด
  • พัฒนาพื้นที่สาธารณะ สร้างสรรค์ให้เป็นที่พักผ่อน

นี่คือตัวอย่างผลงานที่ทำให้ “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” ได้อย่างมั่นใจ

ทำไมเลือกกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”?

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า ชญาดาเลือกกลุ่มนี้เพราะแนวคิดตรงกัน: การเมืองท้องถิ่นต้องวัดที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ขั้วการเมือง กลุ่ม “คนทำงาน” รวมนักการเมืองท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ทุกระดับ เปิดกว้างร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ประชาชน

ตัวชญาดาเองย้ำว่า “การเมืองต้องวัดที่ผลงาน ประชาชนเบื่อความขัดแย้ง อยากเห็นคนแก้ปัญหาได้จริง” และเน้นว่าผลงานมาจากทีม ไม่ใช่บุคคลคนเดียว “เราทำงานกับพื้นที่มาตลอด ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง”

หลายคนมองว่านี่คือการเมืองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ เน้นทีม ประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาจริง มากกว่าแบ่งขั้ว ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ จึงเป็นผู้สมัครที่ถูกจับตาในเขตคันนายาว

อนาคตการเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ

การเลือกตั้ง สก. รอบนี้คาดว่าจะเข้มข้น โดยเฉพาะในเขตที่มีปัญหาสะสมอย่างคันนายาว กลุ่ม “คนทำงาน” วางแผนผลักดันนโยบายต่อเนื่อง เช่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดน้ำท่วม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และดูแลผู้สูงอายุ ด้วยทีมเดิมที่แข็งแกร่ง

หากคุณอาศัยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคันนายาว ลองติดตามผลงานของชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ดูครับ เพราะนี่คือตัวอย่างนักการเมืองที่ทำงานจริง

ในมุมมองของผม การเมืองท้องถิ่นไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคผลงานนำหน้า “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” คือสัญญาณที่ดี หวังว่าจะมีนักการเมืองแบบนี้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด คุณคิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันนะ!

เรียกร้องให้คุณมีส่วนร่วม: ติดตามข่าวเลือกตั้ง สก. กรุงเทพฯ และแบ่งปันบทความนี้หากเห็นด้วยกับการเมืองแบบคนทำงานจริง

ที่มา – “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ลุยต่อศึกเลือกตั้ง สก. ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน”

สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ นี่แหละครับ! เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย เพราะปัญหาชายแดนใต้หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไฟใต้” เนี่ย วนเวียนมานาน จนในที่สุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็มีมติชัดเจนในการแก้ปัญหานี้แบบจริงจัง

สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

ที่ประชุม สมช. เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ได้เห็นชอบเรื่องสำคัญ 5 ข้อเลยทีเดียว นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ออกมาแถลงเองครับ เริ่มจากข้อแรก การบริหารจัดการการศึกษา โดยมอบหมายกระทรวงศึกษาธิการไปดูแลใหม่หมด ทั้งโครงสร้าง วัฒนธรรม และบุคคลที่จะดูแลโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามให้เหมาะสม จะได้ลดช่องว่างทางวัฒนธรรมที่อาจจุดชนวนปัญหาได้

ความร่วมมือกับมาเลเซีย: กุญแจสำคัญในการดับไฟใต้

ข้อที่สอง เพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครของกระทรวงมหาดไทย เตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบปกติในอนาคต กระทรวงมหาดไทยจะนำเสนอแผนอบรมต่อไป ข้อที่สามนี่เด็ดมาก เห็นชอบความร่วมมือกับมาเลเซีย! ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ แต่ชวนมาเลเซียมาร่วมพัฒนาพื้นที่ มีผลประโยชน์เศรษฐกิจร่วมกัน ทำงานสร้างสรรค์ ประสานบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผิดกฎหมายให้ใกล้ชิดขึ้น แถมยังพูดคุยสันติสุขทั้งกับมาเลเซียและภายในประเทศไปพร้อมๆ กัน เพื่อเชื่อมโยงให้ลงตัว

ส่วนที่แฟนๆ รอคอย สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้คนใหม่ มี สมช. เป็นเลขานุการสนับสนุน นอกจากนี้ ยังตั้งคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเพื่อสานต่อจากชุดก่อน ตัวบุคคลมีประสบการณ์แน่นๆ กระชับและมีประสิทธิภาพ ข้อห้า ตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาฯ สมช. เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษา สมช. ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นยกเลิกเอ็มโอยู 2544 กับกัมพูชา แต่ยังไม่กำหนดวันเข้าครม. จะดำเนินตามขั้นตอนครบถ้วน แล้วกลับมาใช้ UNCLOS แทน เรื่องจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ยังไม่พูดถึงในที่ประชุม

โดยรวมแล้ว มติ สมช. ครั้งนี้ดูมีหวังมากครับ การดึงมาเลเซียมาร่วม และตั้งหัวหน้าคณะใหม่ที่เป็นมือข่าวกรองอาชีพ น่าจะช่วยเร่งแก้ปัญหาได้จริงจัง ไม่ใช่แค่พูดๆ อย่างเดียว เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ แล้วติดตามข่าวอัปเดตต่อไป เพราะสันติสุขชายแดนใต้คืออนาคตของทุกคน!

  • สรุป 5 มติสำคัญ: การศึกษา, อาสาสมัคร, ร่วมมือมาเลเซีย, ตั้งหัวหน้าคณะใหม่, คณะที่ปรึกษา
  • จุดเด่น: เชื่อมโยงพูดคุยในและต่างประเทศ
  • คาดหวัง: เข้าสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสริมสันติภาพนะครับ สนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้วยการแชร์ข้อมูลดีๆ กันเยอะๆ

ที่มา – สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

“เชาว์” ป้อง “อภิสิทธิ์” ฉะ “รัชดา” ตรรกะวิบัติ หลังพ้น ปชป.

การเมืองไทยช่วงนี้ร้อนระอุไม่แพ้ราคาน้ำมัน! ล่าสุด “เชาว์” ป้อง “อภิสิทธิ์” ฉะ “รัชดา” ตรรกะวิบัติ หลังพ้น ปชป. กลายเป็นประเด็นฮอตที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างล้นหลาม วันที่ 17 เมษายน 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแซ่บหยด ด้วยหัวข้อ “สแกนคำชี้แจงโฆษกรัฐบาล โต้ ‘อภิสิทธิ์’ เบี่ยงเบน-บิดเบือน น่าผิดหวัง” ตรงดิ่งวิจารณ์นางรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ที่ออกมาตอบโต้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด

เชาว์ยอมรับว่าเสียดายที่รัชดาเคยเป็นเลือดใหม่ของ ปชป. แต่พอพ้นพรรคแล้ว กลับกล้าสวนอภิสิทธิ์แบบ “กระดูกคนละเบอร์” ด้วยข้อมูลผิดเพี้ยน เขาชี้ว่าคนเข้าใจผิดจริงๆ คือรัชดาเอง ถ้ารัชดาเข้าใจสิ่งที่อภิสิทธิ์สื่อ จะต้องชี้แจงแผนแก้วิกฤตชัดเจน ไม่ใช่แค่โต้เถียงไปวันๆ โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะเป็นน้ำมันแพง วิกฤตพลังงาน หรือเงินเฟ้อที่กำลังพุ่งปรี๊ด

“เชาว์” ป้อง “อภิสิทธิ์” ฉะ “รัชดา” ตรรกะวิบัติ หลังพ้น ปชป.

เหตุการณ์นี้จุดประกายให้เห็นชัดถึงความแตกต่างในมุมมองการเมือง เชาว์ไม่ยอมให้อภิสิทธิ์ถูกบิดเบือนง่ายๆ โดยเฉพาะการตอบโต้เรื่องโครงการคนละครึ่งและการโอนงบประมาณ รัชดาอ้างว่าต้องรอครม.พิจารณางบปี 2570 ก่อน ซึ่งเชาว์ซัดว่าเป็นตรรกะวิบัติชัดๆ เพราะในยามวิกฤต สามารถรีดงบปีปัจจุบันมาใช้ได้ทันที ไม่ใช่รอถึง 1 ต.ค. 2569 แบบนั้นประชาชนตายกันหมดพอดี!

ชุดคำถามจี้ใจดำรัฐบาล

เชาว์ยังตั้งคำถามเด็ดๆ จี้จุดอ่อนของรัฐบาลแบบไม่ยั้ง เพื่อให้เห็นภาพปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังบีบคั้นประชาชน โดยเฉพาะ:

  • ทำไมไม่แก้ปัญหาน้ำมันแพงที่ต้นเหตุ ทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งกระฉูด?
  • ทำไมไม่เก็บภาษีลาภลอยทั้งที่ทำได้ทันที?
  • ทำไมใช้กองทุนน้ำมันอย่างเดียว ไม่แตะภาษีสรรพสามิตหรือกำไรโรงกลั่น?
  • ทำไมนายกฯ ลอยตัวโยนภาระให้ รมต.อื่น แล้วปล่อยประชาชนลำบาก?
  • ทำไมนายกฯ ไม่แสดงภาวะผู้นำ ตัดสินใจนโยบายสำคัญ?
  • กระทรวงเกษตรฯ กับพาณิชย์แยกกัน จะแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
  • ทำไมไม่สื่อสารแผนแก้วิกฤตซ้อนวิกฤตให้ชัด โดยเฉพาะเงินเฟ้อต้นทุน?
  • ทำไมยังยึด “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหว่านแห ในสภาวะนี้?

คำถามเหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันทะลุเพดาน อาหารแพงขึ้นทุกวัน เชาว์ชี้ว่าถ้ารัฐบาลตอบไม่ได้ ก็ไม่ควรออกมาโต้แบบไม่ประสีประสา

วิเคราะห์ตรรกะวิบัติของรัชดา

ส่วนที่แซ่บสุดคือการซัดรัชดาว่า “ตรรกะผิดเพี้ยน” หรือตั้งใจเบี่ยงประเด็น โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่อ้างขั้นตอนราชการ แต่เชาว์ย้ำว่าอภิสิทธิ์รู้ดีกว่า เพราะเคยผ่านสมรภูมิการเมืองมานับไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังผิดหวังที่รัชดาบิดเบือนว่าอภิสิทธิ์ไม่ชอบคนละครึ่ง ทั้งที่จริงๆ แล้วเตือนด้วยความหวังดีว่าโครงการนี้ไม่ตรงจุดในวิกฤตปัจจุบัน ประชาชนต้องการการแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

เชาว์ทิ้งท้ายด้วยคำเตือนเจ็บๆ ว่า หลังจากพ้น ปชป. รัชดาลืม “หลักการและความแม่นยำ” ไปหรือเปล่า? ได้เป็นโฆษกรัฐบาลเพราะพรรคสีน้ำเงิน แต่รากเหง้าคือมาตรฐาน ปชป. ที่สร้างตัวตนให้เธอ นี่คือการเมืองแบบเก่าที่น่าผิดหวังจริงๆ

ประเด็น “เชาว์” ป้อง “อภิสิทธิ์” ฉะ “รัชดา” ตรรกะวิบัติ หลังพ้น ปชป. ไม่ใช่แค่ดราม่าพรรคเก่า แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของไทย: รัฐบาลรับมือวิกฤตเศรษฐกิจได้จริงหรือ? น้ำมันแพง เงินเฟ้อพุ่ง ประชาชนเดือดร้อนหนัก หากยังโต้เถียงกันแบบนี้ อนาคตเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร?

คุณคิดเห็นอย่างไรกับชุดคำถามของเชาว์? รัฐบาลมีแผนแก้ปัญหาชัดเจนจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านมุมมองที่ตรงไปตรงมา ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “เชาว์” ป้อง “อภิสิทธิ์” ฉะ “รัชดา” ตรรกะวิบัติ หลังพ้น ปชป.

Scroll to top