การโจมตีอิหร่าน

ทรัมป์ปั่นอีก โพสต์ภาพระบุช่องแคบฮอร์มุซ เป็นดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาและประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลกอีกครั้ง สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ด้วยการโพสต์ภาพแผนที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมข้อความที่สร้างความฉงนให้กับนานาชาติว่าพื้นที่ดังกล่าวคือ ทรัมป์ปั่นอีก โพสต์ภาพระบุช่องแคบฮอร์มุซ เป็นดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่นักวิเคราะห์การเมืองโลกต่างหยิบมาถกเถียงกันอย่างดุเดือด

ทรัมป์ปั่นอีก โพสต์ภาพระบุช่องแคบฮอร์มุซ เป็นดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ

การแสดงท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการตอกย้ำแนวคิดเดิมที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้า โดยมองว่าความวุ่นวายบริเวณเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้จำเป็นต้องได้รับการจัดการเชิงรุก แม้ว่าอิหร่านจะออกมาตอบโต้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่นี้ยังคงเป็นของอิหร่านและไม่มีทางยอมให้ใครมาแทรกแซงได้ง่ายๆ ก็ตาม

เบื้องลึกเบื้องหลังแนวคิด ทรัมป์ปั่นอีก โพสต์ภาพระบุช่องแคบฮอร์มุซ เป็นดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอดีตประธานาธิบดีผู้ทรงอิทธิพลถึงเลือกใช้กลยุทธ์การสื่อสารเช่นนี้ ซึ่งเราสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • การกดดันทางการเมือง: ทรัมป์พยายามใช้ภาพลักษณ์ความแข็งกร้าวเพื่อกดดันให้อิหร่านกลับมาสู่โต๊ะเจรจาหรือยอมตามเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการ
  • กลยุทธ์หาเสียงและเรียกความสนใจ: การประกาศแนวคิดแบบสุดโต่งมักจะเป็นเครื่องมือของทรัมป์เสมอในการเรียกกระแสจากฐานเสียงของเขาเอง
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก: ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสายเลือดหลักของการขนส่งน้ำมัน การออกมาขู่เช่นนี้ย่อมส่งผลต่อราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ทำพฤติกรรมในลักษณะนี้ หากย้อนกลับไปดูประวัติการทำงานของเขา เราจะเห็นว่าเขามักมีประเด็นเรื่องการผนวกดินแดนหรือการเข้าควบคุมพื้นที่อื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกรณีแคนาดา กรีนแลนด์ หรือฉนวนกาซา ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเพียงคำขู่เพื่อใช้ต่อรองผลประโยชน์มากกว่าการปฏิบัติจริง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์โลก การกระทำในครั้งนี้ของทรัมป์ถือเป็นดาบสองคม ในแง่หนึ่งอาจช่วยให้สหรัฐฯ ดูมีความเข้มแข็ง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็อาจเป็นการสุมไฟความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้ลุกลามมากขึ้นไปอีก ซึ่งเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเกมนี้จะจบลงอย่างไร และจะมีมาตรการตอบโต้อะไรที่รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ การเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยากมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการทูต คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับท่าทีสุดโต่งนี้? นี่อาจเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อสร้างดีลที่ดีกว่า หรือเป็นการเริ่มต้นของวิกฤตความขัดแย้งรอบใหม่กันแน่?

ที่มา – ทรัมป์ปั่นอีก โพสต์ภาพระบุช่องแคบฮอร์มุซ เป็นดินแดนใหม่ของสหรัฐฯ

สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลาโหมของบเพิ่มอีก

สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลาโหมของบเพิ่มอีก

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ ล่าสุดมีประเด็นใหญ่ที่น่าจับตาเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสภาคองเกรสว่า สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินปฏิบัติการทางทหารนั้นมีต้นทุนที่มหาศาลเพียงใด และดูเหมือนว่าหนทางในการเจรจาหรือยุติความขัดแย้งจะยังไม่จบลงง่ายๆ ในระยะเวลานี้

ในการชี้แจงต่อสภาคองเกรส เพื่อขออนุมัติงบประมาณก้อนใหม่จำนวนมหาศาลกว่า 8.76 หมื่นล้านดอลลาร์ นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมได้ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยระบุว่าเม็ดเงินที่ใช้ไปแล้วกว่า 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ถูกนำไปใช้ในหลายส่วน ทั้งค่าอาหารทหาร ค่าปฏิบัติการโจมตี และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด แต่เมื่อพูดถึงหัวข้อ สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ สมาชิกวุฒิสภากลับตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและทิศทางในอนาคต

ทำไมต้องของบเพิ่มในสถานการณ์เช่นนี้?

รัฐมนตรีกลาโหมอธิบายว่า งบประมาณที่ขอเพิ่มจะถูกจัดสรรในส่วนที่สำคัญดังนี้:

  • 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์: สำหรับการเติมคลังยุทโธปกรณ์และกระสุนที่ขาดแคลน
  • 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์: ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางทหารที่ยังคงต่อเนื่อง
  • 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์: สำหรับโครงการลับทางทหารที่เปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด

การขอใช้งบประมาณก้อนใหญ่ในขณะที่ใกล้จะถึงช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้สมาชิกรัฐสภาหลายฝั่งชะลอการตัดสินใจ เนื่องจากประเด็นการทำสงครามในต่างแดนไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ลงคะแนนเสียงเท่าไรนัก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลบริหารจัดการล้มเหลวในการจัดสรรงบประมาณ การที่ สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งกินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งในสภา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่สหรัฐฯ พยายามทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อ “รักษาเสถียรภาพ” แต่กลับต้องเผชิญกับแรงต้านภายในประเทศ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานะทางการเมืองในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูว่ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวอเมริกันและงบประมาณรับมืออีโบลาที่พ่วงมาด้วย จะช่วยให้ร่างงบประมาณนี้ผ่านสภาไปได้หรือไม่

สุดท้ายแล้ว เงินที่จ่ายไปจะคุ้มค่ากับสันติภาพที่ได้รับจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการผลักดันให้ความขัดแย้งยืดเยื้อต่อไป? นี่คงเป็นคำถามที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหาคำตอบให้ประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลาโหมของบเพิ่มอีก

ทรัมป์ลั่น โจมตีอิหร่านเพื่อ “เป็นเกียรติ” แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุถึงขีดสุด เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศกร้าวถึงการตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรง โดยอ้างว่า ทรัมป์ลั่น โจมตีอิหร่านเพื่อ “เป็นเกียรติ” แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต จำนวน 3 นาย ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญที่สหรัฐฯ ยากจะยอมรับได้

ทรัมป์ลั่น โจมตีอิหร่านเพื่อ “เป็นเกียรติ” แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง เมื่อมีการยืนยันว่าทหารสหรัฐฯ 2 นายเสียชีวิตในจอร์แดน และอีก 1 นายเสียชีวิตในอิรัก ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 เพื่อลดขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่าน โดยทรัมป์ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า อิหร่านจะต้องชดใช้ต่อความสูญเสียครั้งนี้อย่างสาสม

เบื้องลึกความตึงเครียดและการตอบโต้

  • กองทัพสหรัฐฯ มุ่งเป้าฐานทัพและเครือข่ายสื่อสารของอิหร่าน
  • การโจมตีครอบคลุมหลายเมืองสำคัญ เช่น ทาบริซ และบันดาร์ อิหม่าม โคมัยนี
  • สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นพื้นที่อันตรายจากการสู้รบ

ในขณะที่โลกกำลังจับตามอง ทรัมป์ลั่น โจมตีอิหร่านเพื่อ “เป็นเกียรติ” แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต ทำให้ฝ่ายอิหร่านไม่ยอมอยู่เฉย มีการตอบโต้ด้วยโดรนและเล็งเป้าไปยังทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ทั้งในซีเรียและจอร์แดน ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญว่า สถานการณ์สงครามในครั้งนี้จะทวีความรุนแรงจนลุกลามไปทั่วภูมิภาคหรือไม่

ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ และเมื่อกลุ่ม IRGC ออกมาข่มขู่ว่าช่องแคบนี้จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับนานาประเทศมากขึ้นไปอีก

ในมุมมองวิเคราะห์ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของดุลอำนาจในตะวันออกกลาง ทุกการกระทำมีความหมายเสมอสำหรับเสถียรภาพโลก โลกกำลังหวังว่าการทูตจะกลับมามีบทบาทสำคัญก่อนที่สถานการณ์จะเกินขอบเขตที่ควบคุมได้

ที่มา – ทรัมป์ลั่น โจมตีอิหร่านเพื่อ “เป็นเกียรติ” แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต

ทรัมป์ลั่น ต้องหยุดไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ แม้เสี่ยงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ทรัมป์ลั่น ต้องหยุดไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ แม้เสี่ยงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะความขัดแย้งในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดการเงินและเสถียรภาพของโลกในอนาคต

มุมมองของทรัมป์กับวิกฤตความมั่นคง

ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นที่ว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป เขาพร้อมที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด โดยย้ำว่าการที่ ทรัมป์ลั่น ต้องหยุดไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ แม้เสี่ยงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ นั้น เป็นเพราะเขาเล็งเห็นว่าภัยคุกคามจากนิวเคลียร์มีความสำคัญเหนือกว่าความกังวลเรื่องการถดถอยของเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายเป็นห่วง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งใหญ่

ทรัมป์มองว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเป็นเรื่องที่น่ากังวลก็จริง แต่ถ้าอิหร่านสามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้จริง ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อาวุธร้ายแรงนั้นจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกได้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าหลายเท่าตัว การเลือกทางเลือกทางทหารจึงเป็นสิ่งที่เขาพร้อมจะทำหากอิหร่านยังคงเดินหน้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้

หากเราวิเคราะห์จากถ้อยแถลงดังกล่าว จะเห็นได้ว่านโยบายต่างประเทศของทรัมป์เน้นไปที่การสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด โดยมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่โลกควรพิจารณา:

  • ความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
  • ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
  • เสถียรภาพของตลาดการเงินที่อาจผันผวนจากข่าวสารความขัดแย้ง

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ข้อความที่ว่า ทรัมป์ลั่น ต้องหยุดไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ แม้เสี่ยงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ จะฟังดูดุดันและสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก แต่ในมุมมองของรัฐบาลสหรัฐฯ นี่คือการป้องกันเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางใด และอิหร่านจะมีท่าทีตอบโต้อย่างไรภายใต้แรงกดดันจากมหาอำนาจในครั้งนี้

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ต้องหยุดไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ แม้เสี่ยงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

กลาโหมสหรัฐฯ เผย จะเริ่มโจมตีอิหร่านคืนนี้ ชี้กองทัพงานชุกแน่

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งอย่างน่าตกใจ เมื่อล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า สหรัฐฯ เตรียมจะเริ่มโจมตีอิหร่านในคืนนี้ โดยระบุว่ากองทัพจะเจอกับภารกิจที่งานชุกอย่างแน่นอน หลังจากที่การเจรจาระหว่างสองประเทศมีความล่าช้าและยืดเยื้อมานานเกินไป

กลาโหมสหรัฐฯ เผย จะเริ่มโจมตีอิหร่านคืนนี้ ชี้กองทัพงานชุกแน่

นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้กล่าวแถลงการณ์จากหน้าสำนักงานใหญ่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ในรัฐฟลอริดา โดยยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการทิ้งระเบิดใส่สถานที่สำคัญต่างๆ ในอิหร่าน เนื่องจากทางสหรัฐฯ มองว่าอิหร่านพยายามถ่วงเวลาและไม่ให้ความร่วมมือในการบรรลุข้อตกลงที่ควรจะเกิดขึ้น

รายละเอียดการปฏิบัติการและการเตือนจากรัฐมนตรีกลาโหม

รัฐมนตรีเฮกเซธได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า กองบัญชาการกลาง (CENTCOM) เตรียมตัวพร้อมสำหรับปฏิบัติการในคืนนี้ โดยย้ำว่า กลาโหมสหรัฐฯ เผย จะเริ่มโจมตีอิหร่านคืนนี้ ชี้กองทัพงานชุกแน่ ตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม แทนที่จะปล่อยให้การเจรจาคาราคาซังอยู่บนโต๊ะเจรจาต่อไป การโจมตีในครั้งนี้จะมีความรุนแรงและชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าเงื่อนไขของสหรัฐฯ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ

  • การโจมตีจะมุ่งเป้าไปยังสถานที่สำคัญในอิหร่าน
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการยุติการถ่วงเวลาในการเจรจา
  • กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM รับหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติการหลัก
  • หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น สหรัฐฯ พร้อมที่จะโจมตีลากยาวต่อเนื่องไปยังวันพรุ่งนี้

หลายฝ่ายมองว่าท่าทีของรัฐมนตรีกลาโหมในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวที่สุดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งรอบนี้ ซึ่งสื่อให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่มีความอดทนต่อการประวิงเวลาอีกต่อไป การดำเนินการที่รวดเร็วและหนักหน่วงจึงถูกเลือกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดระเบียบทางการทูตใหม่ผ่านพลังทางทหาร การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมหน้าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์โลก เราต้องจับตามองว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวัง หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในระดับที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคงต้องติดตามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา – กลาโหมสหรัฐฯ เผย จะเริ่มโจมตีอิหร่านคืนนี้ ชี้กองทัพงานชุกแน่

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว” นี่คือข่าวใหญ่ที่โลกกำลังจับตามอง เมื่อมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ สร้างความโล่งใจให้หลายฝ่ายแต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น

เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 รูบิโอยืนยันระหว่างการบรรยายสรุปที่ทำเนียบขาว ว่าภารกิจทางทหารชื่อ อีปิก ฟิวรี (Epic Fury) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ยุติลงเรียบร้อยแล้ว สหรัฐฯ กำลังหันโฟกัสไปที่ภารกิจสำคัญถัดไป คือการเปิดเส้นทางเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งสภาคองเกรสไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าสถานะการเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่านยุติลง เนื่องจากครบกำหนด 60 วันตามกฎหมาย หากจะต่อจะต้องขออนุมัติใหม่ รูบิโอกล่าวว่า “ตอนนี้เราก้าวสู่ ‘โครงการแห่งเสรีภาพ’ (Project Freedom)” ซึ่งเป็นแผนส่งกองกำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อันตรายนี้

จากปฏิบัติการทหารสู่การเจรจาทางการทูต

แม้ปฏิบัติการจะสิ้นสุด แต่ทรัมป์ยังไม่ปิดประตูการโจมตีอีก หากอิหร่านละเมิดหยุดยิงหรือเจรจาล้มเหลว โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ รูบิโอชี้ว่า อิหร่านมีคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่ซ่อนไว้ลึก และกำลังพัฒนาขีปนาวุธระยะไกล แม้จะอ้างไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์ แต่พฤติกรรมกลับขัดแย้ง

ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำลังสำรวจว่าอิหร่านยินดีเจรจาหัวข้อไหนบ้าง อาจเริ่มจากข้อตกลงระดับสูงเพื่อสร้างความไว้วางใจ โดยไม่ต้องมีเอกสารทันที รูบิโอกล่าว “นี่คือโอกาสให้อิหร่านแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการนิวเคลียร์จริง”

ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก หากปิดกั้นจะกระทบราคาน้ำมันพุ่งสูง สหรัฐฯ จึงเร่ง ‘โครงการแห่งเสรีภาพ’ เพื่อปกป้องเรือพาณิชย์จากภัยคุกคามอิหร่าน

  • สิ้นสุดปฏิบัติการอีปิก ฟิวรี: ครบ 60 วัน ไม่ต่ออายุโดยไม่ขออนุมัติ
  • เปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ส่งกองกำลังคุ้มครองเรือ สร้างเสถียรภาพ
  • เจรจานิวเคลียร์: ตรวจสอบคลังยูเรเนียมและขีปนาวุธ
  • โอกาสสันติภาพ: อิหร่านต้องพิสูจน์เจตนาไม่พัฒนาอาวุธ

สถานการณ์นี้สะท้อนความซับซ้อนของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ ที่ผสมผสานกำลังทหารและการทูต รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว” แต่ความเสี่ยงยังมี หากเจรจาไม่สำเร็จ โลกต้องจับตาใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สิ่งนี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับสันติภาพ แต่ตะวันออกกลางยังเปราะบาง นักลงทุนควรติดตามผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

ทรัมป์ลั่น ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง แต่เล็งผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน

ทรัมป์ลั่น ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง แต่เล็งผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการข่าวต่างประเทศ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ที่เมืองโดรัล รัฐฟลอริดา โดยยืนยันว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามกับอิหร่านจะค่อยๆ ลดลงในที่สุด พร้อมเผยแผนผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันบางประเทศเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทรัมป์ลั่น ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง แต่เล็งผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน

ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ มีความคืบหน้าอย่างมากในการดำเนินสงครามกับอิหร่าน โดยปฏิบัติการครั้งนี้ “ค่อนข้างเสร็จสมบูรณ์” แล้ว กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายกว่า 5,000 แห่งตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อ 28 ก.พ. โดยบางแห่งเป็นเป้าหมายสำคัญ เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ แต่ยังเว้นบางจุดไว้สำหรับใช้ในภายหลังหากจำเป็น

“เรากำลังก้าวรุดหน้าไปอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายทางการทหาร” ทรัมป์กล่าว พร้อมชี้ว่าอิหร่านยังคงมีความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ แม้จะมีการเจรจา 3 รอบก่อนสงครามปะทุ หากไม่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน อิหร่านอาจมีอาวุธนิวเคลียร์และกวาดล้างอิสราเอลไปแล้ว

ผลกระทบราคาน้ำมันและแผนผ่อนคลายคว่ำบาตร

แม้ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ แต่ทรัมป์มั่นใจว่าในระยะยาวจะถูกลง “ช่องแคบฮอร์มุซจะปลอดภัย และราคาน้ำมันก๊าซจะถูกลงสำหรับครอบครัวอเมริกัน” เขากล่าว โดยไม่กังวลผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะสหรัฐฯ มีน้ำมันสำรองมหาศาล และกระทบประเทศอื่นมากกว่า

ที่น่าสนใจคือ ทรัมป์เล็งผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันบางประเทศเพื่อลดราคา โดยไม่ระบุชื่อชัดเจน แต่เชื่อว่ารวมถึงอิหร่านและรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรหนัก ล่าสุดเพิ่งยกเว้นให้อินเดียนำเข้าน้ำมันรัสเซียเพิ่ม แม้ก่อนหน้านี้กดดันให้หยุด

  • ความคืบหน้าสงครามอิหร่าน: โจมตี 5,000 เป้าหมาย
  • ราคาน้ำมันพุ่ง: 120 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่จะลดลง
  • แผนผ่อนคลายคว่ำบาตร: เพื่อลดราคาพลังงาน
  • อิหร่านถูกประณาม: โง่เขลาที่โจมตีเพื่อนบ้าน

ทรัมป์ยังประณามอิหร่านที่โจมตีประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล ทำให้เพื่อนบ้านหันมาเข้ากับสหรัฐฯ และโจมตีอิหร่านสำเร็จ นี่คือการรักษาสัญญาปี 2558 ที่จะไม่ยอมให้อิหร่านมีนิวเคลียร์

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า ผู้บริโภคไทยต่างกังวลราคาน้ำมันดีเซลเบนซินพุ่งสูง หากทรัมป์ผ่อนคลายคว่ำบาตรจริง อาจช่วยลดราคาได้ในอนาคต แต่สงครามยังไม่จบ ต้องจับตาการเจรจาต่อไป

ทรัมป์ลั่น ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง แต่เล็งผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเพื่อรักษาคะแนนนิยมในประเทศ คุณคิดว่านโยบายนี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง แต่เล็งผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน

“อนุทิน” เรียกถกมาตรการช่วยเหลือคนไทย คาดสงครามยืดเยื้อ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นทุกวัน ล่าสุด “อนุทิน” เรียกถกมาตรการช่วยเหลือคนไทย เพิ่มเติม หลังจากประเมินว่าสงครามนี้อาจยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์ รัฐบาลไทยไม่นิ่งนอนใจ เร่งติดตามและวางแผนช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

“อนุทิน” เรียกถกมาตรการช่วยเหลือคนไทย

วันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 10.55 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง เข้าร่วม เพื่อรับทราบพัฒนาการล่าสุดและความคืบหน้าในการดูแลช่วยเหลือคนไทย

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเชิญเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้องกับการอพยพมาร่วมด้วย และมอบหมายให้อธิบดีกรมเอเชียใต้รายงานสถานการณ์

คาด “อนุทิน” เรียกถกมาตรการช่วยเหลือคนไทย ท่ามกลางสงครามยืดเยื้อ 4 สัปดาห์

นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รายงานสถานการณ์ล่าสุดจากข้อมูลในพื้นที่และสื่อต่างประเทศ โดยประเมินว่าสถานการณ์น่าจะยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์ มีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้ง โดยเฉพาะการโจมตีในอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล ที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ รวมถึงเป้าหมายทางพลเรือน

ในอิหร่าน หลังสูญเสียผู้นำสูงสุด ระบอบการปกครองได้แต่งตั้งผู้นำคนใหม่ภายในไม่กี่วัน ปัจจุบันอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโดยคณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council) ขณะที่อิสราเอลโจมตีอิหร่าน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และขยายวงโจมตีไปยังเลบานอน ทางภาคกลางและเหนือของอิสราเอล

กระทรวงการต่างประเทศไทยได้จัดตั้งห้องวอร์รูม (War Room) ติดตามสถานการณ์จากสถานทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบข่าวสารและข้อมูลอย่างละเอียด

  • สถานการณ์การโจมตีหลัก: สหรัฐและอิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง
  • ผลกระทบในอิหร่าน: โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ระยะเปลี่ยนผ่านผู้นำ
  • การตอบโต้: ฮิซบอลเลาะห์โจมตีอิสราเอล เลบานอนถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง
  • แนวโน้ม: ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ สหรัฐอาจยกระดับ

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเร่งอพยพชาวอเมริกันออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน่าจะมี escalation เพิ่ม รัฐบาลไทยจึงจับตาใกล้ชิด โดยเฉพาะคนไทยกว่า 10,000 คนที่ทำงานอยู่ในประเทศอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล และเลบานอน

ผลกระทบต่อประเทศไทย สงครามครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนไทย นอกจากนี้ การขนส่งสินค้าทางอ่าวเปอร์เซียที่เป็นเส้นทางสำคัญอาจหยุดชะงัก ส่งผลต่อเศรษฐกิจ

รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การอพยพฉุกเฉิน สายด่วนช่วยเหลือคนไทยต่างประเทศ (1100 หรือ 02-203-5000) การประสานงานกับสายการบินเพื่อเที่ยวบินพิเศษ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องกลับประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ผู้ที่เดินทางไปตะวันออกกลางควรตรวจสอบประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นประจำ

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารอัปเดตล่าสุดจากเร และแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองสถานการณ์นี้อย่างไร รัฐบาลควรมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

ที่มา – “อนุทิน” เรียกถกมาตรการช่วยเหลือคนไทยเพิ่มเติม คาดสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ 4 สัปดาห์

ส่องขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles เด็ดชีพอิหร่าน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองกับ ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles และระเบิดสุดล้ำที่กองทัพอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาใช้ในปฏิบัติการใหญ่ “Roaring Lion” และ “Operation Epic Fury” เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตไปเลย! เหตุการณ์นี้ทำให้ตะวันออกกลางร้อนระอุ อิหร่านตอบโต้หนัก สังหารทหารอเมริกันกว่า 560 นายที่ฐานทัพทั่วภูมิภาค มาดูกันว่าอาวุธเหล่านี้โหดแค่ไหน

ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles Tomahawk

ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles: อาวุธเจาะระบบป้องกันอิหร่าน

ปฏิบัติการครั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐผสมผสาน ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles กับเครื่องบินรบ F-22, F-35 และ F-18 สุดล่องหน คาดว่ารุ่นหลักคือ Tomahawk ที่ยิงจากระยะไกลกว่า 1,600 กม. นอกน่านฟ้าอิหร่านเลยทีเดียว ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านแตกตื่น!

จุดเด่นของ ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles Tomahawk คือบินต่ำแค่ 30-50 เมตรเหนือพื้นดิน หลบเรดาร์ได้เนียนๆ ด้วยเทคโนโลยี TERCOM ที่ตามภูมิประเทศเป๊ะๆ แถมหัวรบ precision-guided ระเบิดแรงสูง ทำลายฐานบัญชาการได้ตรงจุด

ภาพขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles

สเปคเด็ดของขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles Tomahawk (อัปเดต 2026)

  • ความเร็ว: Subsonic 885 กม./ชม. (Mach 0.74) ไม่เร็วมากแต่เนียน
  • พิสัย: 1,600-2,500 กม. ขึ้นกับรุ่น Block V
  • เพดานบิน: ต่ำสุด 30-50 เมตร
  • เครื่องยนต์: Turbofan ขนาดเล็ก + booster จรวด
  • ระบบนำทาง: GPS/INS, TERCOM, DSMAC, Data Link (เปลี่ยนเป้าได้กลางทาง)

รุ่น Block V ล่าสุด มี Block Va สำหรับล่าเรือรบ และ Block Vb หัวรบ JMEWS ทุบเป้าภาคพื้นดินแข็งๆ ได้สบาย สหรัฐผลิตเพิ่มปีละ 1,000 ลูกเลยนะ!

Tomahawk Block V ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles

นอกจาก ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles แล้ว ยังมีระเบิด GBU-39 Small Diameter Bomb กว่า 2,100 ลูก, JDAM ชุดนำวิถี 13,000 ชุด, Rampage, MPR500 และ Bullseye Missile ที่ตรวจจับเป้าอัตโนมัติแม้ไร้ GPS อิสราเอลทิ้งระเบิดกว่า 1,200 ลูกจากเครื่องบิน 200 ลำ โจมตี 500 จุดทั่วอิหร่าน!

อาวุธอื่นๆ ที่เด็ดไม่แพ้กัน

  • Bullseye Missile: พัฒนาร่วมสหรัฐ ตรวจจับเป้าอัตโนมัติ
  • GBU-39/B: ระเบิดเล็กแต่แม่นยำ สั่งซื้อมูลค่า 6.8 พันล้านดอลลาร์
  • Rampage: ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกสำหรับเป้าระยะไกล

นี่คือ “Decapitation Strike” ตัดหัวผู้นำชัดๆ เหมือนกรณีสังหารฮานิเยห์ปี 2024 ด้วยขีปนาวุธแม่นยำ หรือนาสรัลเลาะห์ด้วย bunker buster 80 ลูกจาก F-15I

ระเบิดและขีปนาวุธที่ใช้โจมตี

แต่ฝั่งอิหร่านไม่ยอมง่ายๆ นะ เตรียมพร้อมมานาน 46 ปี ทหารอเมริกันเจ็บหนัก แม้โดนอัดแต่ตอบโต้ได้รุนแรง ผู้เชี่ยวชาญเตือน สงครามนี้อาจยืดเยื้อกระทบราคาน้ำมันโลก UN และ EU กำลังเรียกร้องหยุดยิง เจรจา 3 มี.ค. 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยน?

ส่วนตัวผมคิดว่า ขีปนาวุธร่อน Cruise Missiles แสดงให้เห็นเทคโนโลยีสงครามสมัยใหม่ที่เปลี่ยนเกมได้ แต่ความขัดแย้งแบบนี้ไม่มีผู้ชนะจริงๆ นะ สถานการณ์ยังวิกฤต อิสราเอลประกาศฉุกเฉิน สหรัฐบอกเร็วกว่าแผน คุณคิดว่าอิหร่านจะล้างแค้นยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อย และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวตะวันออกกลางจากเราเพื่อไม่พลาด!

ที่มา – ส่องขีปนาวุธร่อน (Cruise Missiles) และระเบิดที่กองทัพอิสราเอลใช้เด็ดชีพผู้นำอิหร่าน

Scroll to top