กิจกรรมจิตอาสา

หมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31

หมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31

เรื่องราวสุดประทับใจที่ใครหลายคนได้ยินแล้วต้องยิ้มตาม เมื่อหมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมการกุศลที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายแพทย์สนธยา วัฒนโกศล ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาตรวจรักษาโรคทั่วไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เปิดใจ หมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31

บรรยากาศที่คลินิกตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม เต็มไปด้วยความอบอุ่น มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารับบริการ ทั้งตรวจสุขภาพ ตัดผมฟรี นวดเพื่อสุขภาพ รวมถึงมีโรงทานแจกอาหารและเครื่องดื่ม กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 44 นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาตลอด 31 ปี โดยมีผู้ป่วยได้รับประโยชน์ไปแล้วมากกว่า 33,800 ราย และประชาชนที่ได้รับแจกอาหารมากกว่า 200,000 ราย

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่ 65 ปี คุณหมอได้เปิดเผยความรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้ตัดสินใจว่ากิจกรรม หมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31 นี้ จะจัดต่อไปอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น ก่อนจะยุติกิจการลงในปี 2570

แม้จะมีการตัดสินใจยุติบทบาทการรักษา แต่เจตนารมณ์ในการทำความดีนั้นยังไม่หายไปไหน คุณหมอสนธยาได้ส่งต่อภารกิจสำคัญนี้ให้กับลูกๆ ของท่าน โดยมีความคาดหวังดังนี้:

  • ลูกสาว (ทันตแพทย์): อยากให้สานต่อการจัดกิจกรรมในวันที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • ลูกชาย (แพทย์สูตินรีเวช): หากมีโอกาสเปิดคลินิกในอนาคต อยากให้ช่วยสานต่อกิจกรรมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม

ความตั้งใจจริงของคุณหมอสนธยาไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยให้กับผู้คน แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เชื่อว่าเจตนารมณ์ที่ดีนี้จะถูกส่งต่อและได้รับความร่วมมือจากลูกๆ ของท่านให้คงอยู่ต่อไปอย่างสง่างาม แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ความดีงามที่สร้างไว้จะยังคงอยู่ในใจชาวบุรีรัมย์เสมอ

ที่มา – หมอสนธยา เปิดคลินิกรักษาฟรีวันแม่ปีที่ 31 เผยตั้งใจทำอีกเพียง 1 ปี ก่อนยุติกิจการ

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน ช่วงต้นเดือนสิงหาคมแบบนี้ หลายคนคงเริ่มวางแผนทำกิจกรรมเพื่อแสดงความรักต่อคุณแม่กันแล้วนะครับ สำหรับปีนี้ทางรัฐบาลได้มีกำหนดการสำคัญที่จะจัดขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทาง อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

กิจกรรมสำคัญนี้จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำความดี ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มารวมพลังแห่งความจงรักภักดี โดยการที่ อนุทิน เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นกิจกรรมหลักที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไปครับ

รายละเอียดกิจกรรมและการเข้าร่วม

นอกเหนือจากพิธีการที่ท้องสนามหลวงแล้ว ในส่วนของต่างจังหวัดก็มีการเตรียมความพร้อมไว้เช่นกันครับ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้:

  • ส่วนภูมิภาค: ทุกจังหวัดจะจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่ทางจังหวัดเห็นว่าเหมาะสม
  • ต่างประเทศ: สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลทั่วโลกจะพิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
  • การสวดมนต์: มีการประสานงานกับมหาเถรสมาคมเพื่อให้วัดทุกแห่งทั่วประเทศจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

นอกจากพิธีทางศาสนาแล้ว รัฐบาลยังเชิญชวนให้คนไทยร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วยครับ การทำความดีในวันแม่แห่งชาตินี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ยังเป็นการแสดงความรักต่อสถาบันหลักของชาติที่เปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดินอีกด้วย

สำหรับใครที่วางแผนจะไปร่วมงานทำบุญในวันดังกล่าว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบเส้นทาง และแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีฟ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลนะครับ กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ออกมาพบปะเพื่อนบ้านและทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกันเพื่อสังคมไทยของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนให้ทุกคนถือโอกาสในวันแม่ปีนี้ กลับไปกอดคุณแม่และบอกรักท่านให้ชื่นใจกันนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” เตรียมนำทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ถวายพระราชกุศล

รวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยาย สู่เขาสวรรค์

รวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยาย สู่เขาสวรรค์

วันนี้ขอพาทุกคนไปชมเรื่องราวดีๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวกครับ เมื่อคนไทยร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง โดยเฉพาะกิจกรรม รวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยาย สู่เขาสวรรค์ ที่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำดีตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างแท้จริงครับ

หากย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่บริเวณเขาขยาย จ.ชัยนาท เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “เขาทะเลทราย” ที่แห้งแล้งและขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยแนวคิดริเริ่มจากคุณสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ที่ต้องการชุบชีวิตผืนป่าแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวา จึงเกิดกระแสการมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ เอกชน และพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศจนกลายเป็นเขาสวรรค์ที่คนชัยนาทภูมิใจในวันนี้

ก้าวสำคัญในการรวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยาย สู่เขาสวรรค์

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนครับ แต่มันเกิดจากการสะสมความดีอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายนิรุตต์ เข็มเงิน ผู้อำนวยการ สพป.ชัยนาท พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษา ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการที่เราช่วยกันคนละไม้คนละมือสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับธรรมชาติได้เสมอ

  • การสร้างความร่วมมือ: ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาทั้ง 12 แห่ง สลับหมุนเวียนมาช่วยดูแลป่าทุกวันศุกร์
  • การฟื้นฟูนิเวศ: เปลี่ยนจากพื้นที่ขุดดินเสื่อมโทรม สู่ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาและสัตว์ป่าที่แวะเวียนมาอาศัย
  • การสืบสานพระราชปณิธาน: คือการส่งต่อความรักในธรรมชาติผ่านกิจกรรมจิตอาสาที่ทำได้จริงและทำได้ทันที

กิจกรรม รวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยาย สู่เขาสวรรค์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการปลูกต้นไม้ แต่มันคือการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเป็นผู้ให้ การที่ภาครัฐและประชาชนจับมือกันพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์จาก 1,000 ไร่ ที่เคยถูกทอดทิ้ง ให้กลับมาเป็นสถานที่ออกกำลังกายและปอดแห่งใหม่ของคนชัยนาท คือเครื่องพิสูจน์แล้วว่าหากเรามีความตั้งใจ อะไรก็เป็นไปได้ครับ

ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่จำนวนต้นไม้ที่เติบโตขึ้น แต่คือ “น้ำใจ” ของทุกคนที่มารวมตัวกัน ความพยายามในการบำรุงรักษาธรรมชาติเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในฐานะคนไทย การตอบแทนคุณแผ่นดินทำได้หลายรูปแบบ และการช่วยกันรักษาผืนป่าแห่งนี้ก็ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไปครับ หากใครมีโอกาสผ่านมาแถวสนามกีฬาชัยนาท (เขาพลอง) ลองแวะมาสัมผัสบรรยากาศความร่มรื่นที่เขาขยายดูนะครับ แล้วคุณจะเห็นด้วยว่า “เขาสวรรค์” ที่พวกเราสร้างร่วมกันนั้นงดงามเพียงใด

ที่มา – ทำดีตอบคุณแผ่นดิน รวมพลังจิตอาสาฟื้นฟูเขาขยายจาก “เขาทะเลทราย” สู่ “เขาสวรรค์”

รวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความยั่งยืน

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ จากจังหวัดชัยนาทมาฝากกัน เป็นกิจกรรมที่น่าประทับใจมากเกี่ยวกับการรวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความตระหนักรู้ ดูแลทรัพยากรของท้องถิ่น โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท (สพป.ชัยนาท) ที่ได้นัดรวมตัวกันพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งครับ

รวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความตระหนักรู้ ดูแลทรัพยากรของท้องถิ่น

เมื่อกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น ภาพที่เห็นคือคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมแรงร่วมใจกันลงพื้นที่เพื่อดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติ สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การทำงาน แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือในการรวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความตระหนักรู้ ดูแลทรัพยากรของท้องถิ่น ที่คนในชุมชนสามารถทำร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ

จากเขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์ด้วยมือเรา

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เกิดจากแนวคิดที่มุ่งมั่นเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยถูกเรียกว่า “เขาทะเลทราย” ให้กลายเป็น “เขาสวรรค์” ซึ่งกิจกรรมการรวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความตระหนักรู้ ดูแลทรัพยากรของท้องถิ่นในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง:

  • การฝึกฝนให้บุคลากรการศึกษาและนักเรียนเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อม
  • การสร้างแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติที่จับต้องได้จริง
  • การสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดและสถานที่ออกกำลังกายของคนจังหวัดชัยนาท

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ สพป.ชัยนาทได้ตั้งเป้าหมายที่จะจัดกิจกรรมจิตอาสาทุกวันศุกร์ โดยให้ทั้ง 12 ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหมุนเวียนกันมาดูแลและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรให้ยั่งยืน

ผมเชื่อเหลือเกินว่า การที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันดูแลผืนป่าใกล้บ้าน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบนิเวศดีขึ้น แต่ยังสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง การที่ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม คือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ครับ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติของเราให้คงอยู่ตลอดไปนะครับ

ที่มา – รวมพลังจิตอาสา พัฒนาผืนป่า “เขาขยาย” สร้างความตระหนักรู้ ดูแลทรัพยากรของท้องถิ่น

โสภณ ผุดโปรเจกต์ เปิดรัฐสภาให้ประชาชนนำสินค้ามาขาย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพรัฐสภาในต่างประเทศที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานของนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและมีความเป็นธรรมชาติ ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจมาก นั่นคือการ โสภณ ผุดโปรเจกต์ เปิดรัฐสภาให้ประชาชนนำสินค้ามาขาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมให้สภาเป็นพื้นที่ของประชาชนอย่างแท้จริง

โสภณ ผุดโปรเจกต์ เปิดรัฐสภาให้ประชาชนนำสินค้ามาขาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องการช่องทางทำกิน นายโสภณเล็งเห็นว่าอาคารรัฐสภาไทยมีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีความสวยงามโดดเด่น จึงตั้งใจที่จะปรับภูมิทัศน์ให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่ประชุมกฎหมาย แต่เป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนสามารถนำสินค้ามาวางจำหน่าย ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน และทำให้รัฐสภาไทยกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญไม่แพ้ต่างประเทศอย่างแน่นอน

เปลี่ยนสภาให้เป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ

นอกจากการเปิดโอกาสให้นำสินค้ามาจำหน่ายแล้ว อีกหนึ่งความตั้งใจสำคัญคือการทำให้รัฐสภาไทยเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคน โสภณ ผุดโปรเจกต์ เปิดรัฐสภาให้ประชาชนนำสินค้ามาขาย ควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่ให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายและที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงเทพฯ ถือเป็นการคืนความสุขและพื้นที่ดีๆ ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่และพลังของจิตอาสาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

  • สร้างเศรษฐกิจ: เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ
  • แลนด์มาร์คใหม่: ยกระดับรัฐสภาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็คอินของเมือง
  • ปอดของเมือง: พัฒนาพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงเทพฯ ได้มาออกกำลังกาย

การเดินหน้าในครั้งนี้ นายโสภณเน้นย้ำเรื่องความใกล้ชิดระหว่างรัฐสภากับประชาชน ในยุคที่ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับวาทกรรมทางการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ คือการเห็นการทำงานที่จับต้องได้ ประชาธิปไตยที่มีคุณภาพต้องเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และทำประโยชน์ให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ในท้ายที่สุด โครงการนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการปฏิรูปบทบาทสภาให้มีความเป็นมิตรและเปิดกว้างมากขึ้น สำหรับใครที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือชาวชุมชนที่อยากมีพื้นที่โปรโมทสินค้า การติดตามข่าวสารจากทางรัฐสภาในระยะถัดไปนับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและสร้างความหวังให้กับทุกคนที่ต้องการเห็นเศรษฐกิจในพื้นที่ขยับตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ

ที่มา – “โสภณ” ผุดโปรเจกต์ เปิดรัฐสภาให้ประชาชนนำสินค้ามาขาย ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์คแบบรัฐสภาต่างประเทศ

โสภณ ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น

โสภณ ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกระแสชื่นชมอย่างหนาหูในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นำทีมข้าราชการและลูกจ้างสภาฯ กว่า 2,000 คน ทำกิจกรรมดีๆ ภายใต้โครงการ “ร้อยดวงใจภักดิ์ สร้างความดีเพื่อสังคม” โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการประกาศนโยบายให้มีการจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติให้กับบุคลากรทุกคน

สร้างสรรค์สภาให้เป็นมากกว่าแค่ที่ทำงาน

นอกเหนือจากการนำข้าราชการเข้าสวมบทบาทจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์แล้ว นายโสภณยังเปิดเผยวิสัยทัศน์ว่าต้องการปรับเปลี่ยนอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศ ไม่เพียงแค่เป็นสถานที่ประชุมกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องการให้เป็น “ปอดของประเทศ” ที่ใครๆ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสง่างามและความภาคภูมิใจ การประกาศให้มีกิจกรรมโสภณ ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการสร้างระเบียบวินัยและความสามัคคีภายในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • พัฒนาบุคลากรในมิติด้านร่างกายผ่านการออกกำลังกาย
  • ส่งเสริมการพัฒนาจิตใจด้วยการปฏิบัติธรรม
  • กระชับความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมจิตอาสาช่วยสังคม

การดำเนินงานของประธานสภาฯ ชุดที่ 27 ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดี นายโสภณเน้นย้ำเสมอว่า หากต้องการพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ จะต้องทำ “ทุกองคาพยพ” ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งานอาคารรัฐสภาให้เกิดความคุ้มค่า และการพัฒนาจิตใจบุคลากร ซึ่งการที่โสภณ ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริมอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในชาติที่จับต้องได้จริง

นอกจากนี้ ในอนาคตนโยบายการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรจะเข้มข้นขึ้นในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของการร่างกฎหมาย การตรวจสอบ ไปจนถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน โดยเชื่อว่าหากสถาบันนิติบัญญัติมีความเข้มแข็งและมีบุคลากรที่มีคุณภาพ ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ใครที่ได้เห็นข่าวโสภณ ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน คงจะเห็นได้ชัดว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนแปลงในรัฐสภาที่มุ่งเน้นความเป็นจิตสาธารณะเป็นที่ตั้ง

มุมมองของเรา: การปลูกฝังความรักชาติผ่านกิจกรรมง่ายๆ อย่างการเคารพธงชาติในช่วงเวลาเช้าและเย็น ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามระเบียบ แต่ยังเป็นการสร้าง “พลังใจ” ให้กับคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ หากสภาต้นแบบทำได้ดี เชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไปครับ

ที่มา – “โสภณ” ผุดจัดทีมเคารพธงชาติที่สภา 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าปรับปรุงทีมสื่อสารครั้งใหญ่! ล่าสุดได้ทำการแต่งตั้ง 4 รองโฆษกฝีมือดีเข้ามาเสริมทัพ พร้อมดึง “ศิริภา อินทวิเชียร” อดีตทีมงาน “ชวน หลีกภัย” กลับมาร่วมงานอีกครั้ง นอกจากนี้ “เจะอามิง” ยังลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศแต่งตั้งรองโฆษกชุดใหม่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนให้ดังก้องมากยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย 4 ท่าน ได้แก่:

  1. อภิมุข ฉันทวานิช
  2. จิรวัฒน์ จังหวัด
  3. ศิริภา อินทวิเชียร
  4. ณัฐกานต์ ชูชนะ

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อทุกเสียงและความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองที่สะท้อนความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อมั่นว่าการสื่อสารที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟัง และทุกเสียงจะต้องถูกนำเสนออย่างถูกต้อง

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง การปรับปรุงทีมสื่อสารและแต่งตั้งรองโฆษกใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้พรรคฯ สามารถเข้าถึงและเข้าใจปัญหาของประชาชนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” เปิดพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ขณะเดียวกัน นายเจะอามิง โตะตาหยง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ในงาน “ผู้นำเยาวชนจิตอาสา หัวใจสีฟ้า 3 จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดสตูล” ณ โรงแรมอ่าวมะนาวรีสอร์ท อ.เมือง จ.นราธิวาส

นายเจะอามิง กล่าวถึงเยาวชนกลุ่มนี้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่นตั้งใจจริง โดยไม่รอการชี้นำ แต่พร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จิตอาสาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราตั้งใจทำ เช่น การยิ้มให้คนข้างๆ การช่วยเหลือเพื่อน หรือการทำสิ่งดีๆ เพื่อชุมชน

“คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงอนาคตของชาติ แต่เป็นพลังสำคัญในปัจจุบันที่โลกต้องการมากที่สุด หัวใจสีฟ้า ของพรรคประชาธิปัตย์ในกิจกรรมนี้ ถูกนิยามว่าเป็น หัวใจที่ใสบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ และไม่ยอมแพ้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะดีขึ้นได้ ถ้าคนรุ่นใหม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาลงมือทำ” นายเจะอามิงกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของจิตอาสาที่มุ่งเน้นการทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนหรือมีวาระซ่อนเร้นใดๆ แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการขยายฐานการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคมไปยังกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเน้นการสร้างความภาคภูมิใจในความตั้งใจของตนเองว่า ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องดัง แค่จริงใจ…ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบเล็กๆ ของเราได้

การที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนให้เป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของเยาวชน จึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต

การปรับทัพทีมสื่อสารของพรรคประชาธิปัตย์และการมุ่งเน้นการทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่และการผลักดันประเด็นทางสังคมที่สำคัญ จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้พรรคฯ สามารถก้าวไปข้างหน้าและสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก นอกจากปรับทัพทีมสื่อสารแล้วยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับประชาชนในทุกระดับ

ที่มา – ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก ปรับทัพทีมสื่อสาร-“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ชายแดนใต้

Scroll to top