ขบวนการค้ายาเสพติด

รวบ เอกวิทย์ เครือข่ายลักลอบนำเข้า เฮโรอีน ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง

เจาะลึกเบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่รวบ เอกวิทย์ เครือข่ายลักลอบนำเข้า เฮโรอีน ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง

กลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการรวบ เอกวิทย์ เครือข่ายลักลอบนำเข้า เฮโรอีน ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถขยายผลจากการจับกุมแอร์โฮสเตสสาวที่สนามบินต่างประเทศ จนสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่ในประเทศไทย

พฤติกรรมสุดแสบของ ริน ริน กับการรวบ เอกวิทย์ เครือข่ายลักลอบนำเข้า เฮโรอีน ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง

จากการสอบสวนพบว่า นายเอกวิทย์ หรือที่รู้จักกันในนามแฝงว่า “ริน ริน” ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดซื้อกระเป๋าผ้าลายช้างและนัดหมายส่งมอบของกลาง โดยมีกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ทั้งการหาคนรับจ้างหิ้วและการจัดส่งยาเสพติดไปยังเป้าหมาย ทั้งนี้ข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การรวบ เอกวิทย์ เครือข่ายลักลอบนำเข้า เฮโรอีน ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง ได้แก่:

  • มีการใช้แอปพลิเคชันสื่อสารในการสั่งการและปกปิดตัวตน
  • มีการเชื่อมโยงกับบุคคลปริศนาที่ใช้นามแฝงว่า “Rose Rose”
  • มีการจ้างวานคนในพื้นที่ให้ทำหน้าที่รับจ้างขนยาเสพติดโดยใช้ความไว้ใจเป็นเครื่องมือ

เส้นทางของยาเสพติดเหล่านี้ไม่ได้หยุดแค่ภายในประเทศ แต่นายเอกวิทย์ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการส่งเฮโรอีนไปยังประเทศที่สาม โดยที่ตัวผู้รับจ้างหิ้วหลายคนไม่ได้ทราบถึงความร้ายแรงของสิ่งที่ตนถืออยู่ ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเน้นย้ำเตือนประชาชนอยู่เสมอ

บทเรียนสำคัญสำหรับผู้รับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ

การจับกุมในครั้งนี้เตือนใจให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มลูกเรือสายการบินหรือนักเดินทางทั่วไป ควรระลึกไว้เสมอว่ายาเสพติดสามารถซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของใกล้ตัวได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้า ของฝาก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า การรับฝากของจากคนแปลกหน้าหรือแม้แต่คนใกล้ชิดในโลกออนไลน์อาจพาคุณไปสู่โทษประหารหรือการติดคุกตลอดชีวิตได้ในต่างประเทศ

ในอนาคตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อยึดทรัพย์ขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดออกไปทำลายภาพลักษณ์และก่ออาชญากรรมในระดับสากลได้อีก ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับว่าเงินค่าจ้างเพียงไม่กี่หมื่นบาท ไม่คุ้มกันเลยกับอิสรภาพและชีวิตที่เสียไปจากการเป็นเครื่องมือให้คนพาล

ที่มา – รวบ “เอกวิทย์” เครือข่ายลักลอบนำเข้า “เฮโรอีน” ซุกในกระเป๋าผ้าลายช้าง

ยิงปะทะชายแดนแม่อาย ทหารวิสามัญแก๊งยาเสพติดดับ 4 ศพ

สถานการณ์การลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนยังคงมีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดเหตุยิงปะทะชายแดนแม่อาย ทหารวิสามัญแก๊งยาเสพติดดับ 4 ศพ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังผาเมืองที่สามารถสกัดกั้นภัยร้ายของสังคมเอาไว้ได้ทันท่วงที

เกาะติดเหตุการณ์ ยิงปะทะชายแดนแม่อาย ทหารวิสามัญแก๊งยาเสพติดดับ 4 ศพ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการที่หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพได้รับข้อมูลข่าวกรองว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมหาศาลผ่านแนวชายแดนไทย–เมียนมา บริเวณบ้านนามะอื้น ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าตรวจอย่างเข็มงวด จนกระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยฝ่าฝืนคำสั่งและเริ่มเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดนานกว่า 5 นาที

ผลการปะทะและการตรวจยึดของกลางครั้งใหญ่

หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่และพบว่าฝ่ายขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิต 4 ราย ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทยปลอดภัยทั้งหมด การตรวจค้นพบของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ดังนี้:

  • ยาบ้า: จำนวนกว่า 1,162,000 เม็ด
  • เฮโรอีน: น้ำหนักรวมประมาณ 7.7 กิโลกรัม
  • ฝิ่นดิบ: น้ำหนักรวมประมาณ 32 กิโลกรัม
  • อาวุธปืนแก๊ปและมีดอีกจำนวนหนึ่ง

ความสำเร็จในการยิงปะทะชายแดนแม่อาย ทหารวิสามัญแก๊งยาเสพติดดับ 4 ศพ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและการเตรียมพร้อมของกองกำลังผาเมืองที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนไทยอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะมีความพยายามหาเส้นทางใหม่ๆ ในการนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาตลอดเวลา แต่การป้องกันที่เข้มแข็งเช่นนี้คือด่านหน้าสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในได้เป็นอย่างดี

เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ทั้งนี้ การปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องของทหารหรือตำรวจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสิ่งผิดปกติในพื้นที่ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้คนรุ่นหลังของเรา

ที่มา – ยิงปะทะชายแดนแม่อาย ทหารเป่าแก๊งยาเสพติดดับ 4 ยึดยาบ้า 1.1 ล้านเม็ด เฮโรอีน 7.7 กิโลกรัม

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยและเพื่อนบ้าน นั่นคือ กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น การยึดและเผายาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNU) แต่ยังแฉขบวนการค้ายาเสพติดที่กำลังปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อส่งสินค้าต้องห้ามเข้าประเทศไทยจำนวนมาก

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด

กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด ริมสาละวิน

เหตุการณ์ กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ณ บริเวณตะแคะปู เมืองมือตรอ รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำบลแม่สามแลบ (ศป.ปส.ต.แม่สามแลบ) ได้เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแถลงข่าวและเผายาเสพติดล็อตนี้

ยาบ้าที่ถูกเผาทำลายมีจำนวนรวม 9,930,000 เม็ด ซึ่งถูกยึดได้จากบริเวณเลกอท่า ริมแม่น้ำสาละวินช่วงต้นปี โดยซุกซ่อนไว้ในแกลอนน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ สอบสวนพบว่ายามีต้นทางจากแหล่งผลิตในรัฐฉานเหนือ ลำเลียงผ่านรัฐกะเหรี่ยงและรัฐคะเรนนี ใช้แม่น้ำสาละวินเป็นเส้นทางหลัก มุ่งหน้าไปยังเมืองเมียวดีก่อนลักลอบส่งเข้าประเทศไทย

พิธีเผายาบ้าของกะเหรี่ยง KNU

ขบวนการค้ายาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางใหม่

นายพงษ์พิพัฒน์ เปิดเผยว่า การร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้แสดงถึงความพร้อมของท้องถิ่นไทยในการประสานงานกับทุกภาคส่วน พื้นที่แม่สามแลบเป็นจุดผ่อนปรนการค้าและเส้นทางเดินเรือสำคัญ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตามนโยบายรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นทางผ่านของยาเสพติด

ทางด้านพะโด่ซอโกล่ทู เลขาธิการจังหวัดมือตรอ (KNU) และ ร.อ.บูเกย์ นายทหารประสานงานชายแดน KNU ระบุว่า ขบวนการค้ายาใช้ป่าลึกเป็นจุดพักยา และช่องทางธรรมชาติอย่างแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำเมยในการขนส่ง ปัจจุบันมีสายข่าวแจ้งว่ามียาเสพติดล็อตใหญ่อีกกำลังซ่อนในป่าชายแดน จึงขอให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ไทยช่วยสอดส่อง

ขบวนการค้ายาเสพติดชายแดน

สถิติการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในชายแดนและจังหวัดชั้นในเพิ่มขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางของกลุ่มอิทธิพลในพม่า ที่หันมาใช้รัฐกะเหรี่ยงมากขึ้น ความร่วมมือท้องถิ่นจึงเป็นกุญแจสำคัญ

ความสำคัญของการประสานงานชายแดน

ปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเป็นภัยคุกคามมานาน KNU ในฐานะกองกำลังท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้น โดยครั้งนี้ยึดยาบ้ามูลค่ามหาศาลได้ก่อนเข้าประเทศไทย ซึ่งหากหลุดรอดอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเยาวชนและสังคม

  • เส้นทางหลัก: แม่น้ำสาละวินและป่าลึก
  • วิธีการซ่อน: แกลอนน้ำมันและจุดพักในป่า
  • จุดหมาย: เมืองเมียวดีแล้วเข้าทางแม่สามแลบ
  • ความเสี่ยง: ล็อตใหญ่อีกกำลังมา

เจ้าหน้าที่ไทยยกระดับการเฝ้าระวัง โดย อบต.แม่สามแลบทำหน้าที่ประสานเบาะแสจากชุมชนสู่หน่วยความมั่นคง การเผายาเสพติดครั้งนี้เป็นสัญญาณดีว่าความร่วมมือข้ามชาติกำลังได้ผล

ในมุมมองของผู้เขียน การปราบปรามยาเสพติดต้องอาศัยข้อมูลจากชุมชนและเทคโนโลยีเฝ้าระวัง หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะสามารถลดภัยนี้ได้อย่างยั่งยืน มาช่วยกันแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติในพื้นที่ชายแดน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

ที่มา – กะเหรี่ยง KNU เผาทำลายยาบ้าเกือบ 10 ล้านเม็ด แฉขบวนการค้ายาเตรียมส่งล็อตใหญ่เข้าไทย

เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ “ยาไอซ์” 300 กก.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้มีข่าวร้อนที่ทำให้ตกใจมากๆ เลยนะ “เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ \”ยาไอซ์\” 300 กก.” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเคสที่แสดงให้เห็นถึงความดุร้ายของแก๊งค้ายาเสพติด มาฟังรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยละกัน

เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ “ยาไอซ์” 300 กก.

เช้าวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 06.22 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คง ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมทางบนถนนสายเมืองคง-ขามสะแกแสง ช่วงบ้านโนนทอง หมู่ 9 ตำบลโนนเต็ง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา รีบไปที่เกิดเหตุทันที พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ แซดเอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขพ 6407 อุดรธานี สภาพพังยับเยินมาก ล้อหน้าหักกระจาย ตัวถังบุบทั้งคัน แต่ที่แปลกคือ ไม่มีคนขับหรือผู้บาดเจ็บอยู่ในรถเลย!

เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ \

ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า หลังรถชนเสร็จ มีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน คันลึกลับ ไม่ทราบทะเบียน ขับมาจอดรับคนขับเก๋ง แล้วพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เหมือนซ้อมไว้มาก่อน ตำรวจเลยสงสัย สั่งตรวจค้นรถละเอียดยิบ แล้วก็เจอของดี! ในห้องโดยสารและท้ายรถ มีกระสอบพลาสติกสีดำ ห่อด้วยเทปใส 6 กระสอบ บรรจุยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน รวม 300 กิโลกรัม แยกห่อละ 1 กก. ครบ 300 ห่อ มูลค่ามหาศาลเลยครับ!

รายละเอียดรถและสถานที่เกิดเหตุ

  • รถเก๋ง: ฮอนด้า ซิตี้ แซดเอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขพ 6407 อุบรธานี
  • รถรับคนขับหนี: โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน (ไม่ทราบทะเบียน)
  • สถานที่: ถนนคง-ขามสะแกแสง บ้านโนนทอง ม.9 ต.โนนเต็ง อ.คง นครราชสีมา
  • เวลา: 06.22 น. 2 พ.ค. 2569
เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ \

การตรวจสอบและสืบสวนของตำรวจ

ผู้สื่อข่าวไปลงพื้นที่ สภ.คง พบ พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ ผู้กำกับการสภ.คง พร้อมทีมพิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจรถอย่างละเอียด นับยาไอซ์ ถ่ายรูป หาลายนิ้วมือแฝง หลักฐาน DNA ทุกอย่าง ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด ตามรอยรถฟอร์จูนเนอร์คันนั้นแล้ว คาดว่าเป็นแก๊งใหญ่ ลำเลียงยาล็อตโตนี้ผ่านนครราชสีมา อาจช่วงเทศกาลคนพลุกพล่าน แต่พลาดชนต้นไม้ซะก่อน โชคดีมากที่จับของกลางได้!

ยาไอซ์นี่อันตรายสุดๆ เลยนะครับ เป็นยาสังเคราะห์กระตุ้นระบบประสาท สูบแล้วติดหนึบ ทำลายสมอง ตับ ไต สร้างอาชญากรรมรุนแรง สถิติปีล่าสุด ป.ป.ส. รายงานว่ายึดยาไอซ์ได้กว่า 10 ตันทั่วประเทศ นครราชสีมาเป็นเส้นทางสำคัญจากชายแดนลาว-เขมร เข้าสู่ภาคกลาง ล็อต 300 กก. นี้ถือใหญ่มาก มูลค่าประมาณ 300-600 ล้านบาท!

ทำไมแก๊งค้ายาถึงเสี่ยงขนาดนี้?

เพื่อนๆ ลองคิดดู แก๊งเหล่านี้กำไรโหดมาก 1 กก.ต้นทุนไม่กี่แสน ขายปลีกได้หลักล้าน แต่เสี่ยงตาย ติดคุกยาว เหตุการณ์ “เก๋งชนต้นไม้พังยับ ค้นเจอ \”ยาไอซ์\” 300 กก.” นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่ายังไงก็พลาดได้ ตำรวจเร่งขยายผล ล่าเจ้าของรถทั้งสองคันและเครือข่ายทั้งหมด หวังว่าจะจับกุมได้เร็วๆ นี้

ในมุมผม เหตุการณ์นี้เป็นข่าวดีครับ เพราะตัดวงจรยาได้เยอะ ป้องกันเยาวชนไม่ติดยา ถ้าคุณอยู่แถวนั้นหรือเห็นอะไรแปลกๆ รีบแจ้งตำรวจเลยนะ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สังคมจะปลอดภัยขึ้น ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ ระวังตัวจากยาเสพติดด้วย ติดตามข่าวอาชญากรรมอื่นๆ ได้ที่บล็อกเรานะครับ!

ที่มา – เก๋งชนต้นไม้พังยับ บุคคลปริศนารีบมารับคนขับเผ่นหนี ค้นรถเจอ “ยาไอซ์” 300 กก.

จับได้อีก ยาบ้าบิ๊กลอต 9.9 ล้านเม็ด ซุกรถบรรทุกขิงที่ จ.เชียงใหม่ ค่าจ้าง 1.5 แสน

จับได้อีก ยาบ้าบิ๊กลอต 9.9 ล้านเม็ด ซุกรถบรรทุกขิงที่ จ.เชียงใหม่ ค่าจ้าง 1.5 แสน

ข่าวร้ายของวงการยาเสพติดมาแรงอีกครั้ง! เมื่อทหารกองกำลังผาเมือง สามารถสกัดจับรถบรรทุก 6 ล้อที่ซุกซ่อน ยาบ้าบิ๊กลอต 9.9 ล้านเม็ด ไว้ในกองขิงสดเต็มคันรถ บริเวณ จ.เชียงใหม่ โดยผู้ต้องหาคือโชเฟอร์ที่ยอมรับได้ค่าจ้างสูงถึง 1.5 แสนบาทต่อเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นชัยชนะสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดที่ลักลอบข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

รายละเอียดการจับกุมยาบ้าบิ๊กลอตครั้งนี้

จากข้อมูลข่าวกรองที่ได้รับ ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังผาเมือง พบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดกำลังพยายามลำเลียงของผิดกฎหมายเข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางภาคเหนือ จนกระทั่งเวลา 09.30 น. กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับชุดสุนัขทหาร ประจำจุดตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สกัดรถบรรทุกยี่ห้ออีซูซุ รุ่น NQR สีขาวน้ำเงิน ทะเบียน 719420 นครปฐม

รถคันนี้บรรทุกขิงสดเต็มกระบะ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกระสอบต้องสงสัยด้านล่าง จึงตรวจค้นอย่างละเอียด พบกระสอบดัดแปลง 50 ใบ ซุก ยาบ้า 9,970,000 เม็ด หรือประมาณ 9.9 ล้านเม็ด! ผู้ต้องหาคือ นายจุมพล พุทธสงคราม อายุ 53 ปี ชาวบางละมุง ชลบุรี ยอมรับสารภาพทันทีว่าได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท สำหรับการขนครั้งนี้

รถบรรทุกขิงซุกยาบ้า จ.เชียงใหม่

หลังจากนั้น พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นำหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่แถลงข่าว และส่งผู้ต้องหากับของกลางไป สภ.นาหวาย เรียบร้อยแล้ว

ปัญหายาเสพติดลักลอบข้ามแดนในภาคเหนือ

เหตุการณ์ จับได้อีก ยาบ้าบิ๊กลอต 9.9 ล้านเม็ด ซุกรถบรรทุกขิงที่ จ.เชียงใหม่ ค่าจ้าง 1.5 แสน สะท้อนให้เห็นถึงความดุเดือดของขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้วิธีอำพรางสินค้าทางการเกษตร เช่น ขิง มันสำปะหลัง หรือผลไม้ ในการขนส่ง โดยเฉพาะจุดชายแดนเชียงใหม่-เชียงราย ที่เป็นเส้นทางหลักจากเมียนมา จีน ลาว

  • ยาบ้าประเภท 1 ให้โทษสูง มูลค่าตลาดดำนับพันล้านบาท
  • โชเฟอร์มักถูกจ้างในราคาสูงเพื่อแลกกับความเสี่ยง
  • กองทัพและตำรวจต้องใช้สุนัขดมกลิ่นและเทคโนโลยีช่วยตรวจ

ในปีที่ผ่านมา มีการจับยาบ้าและไอซ์หลายลอตใหญ่ เช่น ลอต 20 ล้านเม็ดที่เชียงราย สร้างความเสียหายให้ขบวนการมืดมหาศาล

ของกลางยาบ้า 9.9 ล้านเม็ด

บทบาทของกองกำลังผาเมืองในการสกัดยาเสพติด

กองกำลังผาเมืองภายใต้ พลตรี สาธิต ไวยนนท์ มีผลงานเด่นในการตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่ ร่วมกับ ตชด. ชุดเฝ้าตรวจชายแดน และศุลกากร ทำให้ยึดยาเสพติดได้หลายตันต่อปี การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลหาเครือข่ายใหญ่ โดยผู้ต้องหาอาจถูกสอบสวนเพิ่มเพื่อคลายปมขบวนการ

ผู้ต้องหาและของกลาง

ปัญหายาเสพติดยังคงรุนแรง สังคมไทยต้องตื่นตัว ลดการบริโภคและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ หากคุณมีข้อมูลข่าวสาร อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อสายด่วนยาเสพติด 191 หรือหน่วยกองกำลังผาเมืองได้ทันที เพื่อช่วยกันปราบปรามภัยนี้ให้สิ้นซาก

ที่มา – จับได้อีก ยาบ้าบิ๊กลอต 9.9 ล้านเม็ด ซุกรถบรรทุกขิงที่ จ.เชียงใหม่ ค่าจ้าง 1.5 แสน

นาทีไล่สกัดกระบะขนยาไอซ์ ยิงปะทะ ตชด.!

เปิดนาทีระทึก! เจ้าหน้าที่ ตชด. ไล่สกัดจับกระบะต้องสงสัย ลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนอย่างอุกอาจ คนร้ายยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ก่อนที่จะเสียหลักพลิกคว่ำอย่างน่าหวาดเสียวที่ จ.เชียงราย ผลจากการตรวจสอบพบถุงกระสอบบรรจุยาไอซ์จำนวนมหาศาลถึง 200 กิโลกรัม ตกกระจายเกลื่อนกลางถนน

เมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ได้รับรายงานด่วนว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผอ.ศอ.ปส.บก.ตชด.ภาค 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า ผกก.ตชด.32 นำกำลังร่วมกับ พ.ต.ต.อนัญวัฒน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.32, ร.ต.อ.กิตติณัฐ สิงหเสม รอง ผบ.ร้อย ตชด.327, ร.ต.อ.เฉลิมชัย ทรายหมอ รอง หน.ศอ.ปส.บก.ตชด.ภาค 3, ร.ต.อ.สมชาย สร้อยแสง รอง ผบ.ร้อย ตชด.327 และกำลังพลจำนวน 2 ชุด วางแผนอย่างรัดกุมเพื่อสกัดกั้นตามเส้นทางถนนหลักและสายรองต่างๆ ที่มาจากชายแดน

ในเวลาต่อมาไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นรถกระบะฟอร์ดสีเทา หมายเลขทะเบียน ขข 4751 เชียงราย วิ่งมาจากชายแดนตามเส้นทางป่าเมี่ยง-แม่จัน มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนพหลโยธินบริเวณแยกป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่รถกระบะคันดังกล่าวกลับไม่ยอมจอดและเร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่สายอย่างไม่คิดชีวิต ตำรวจ ตชด. จึงตัดสินใจขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงบริเวณหน้าวัดแม่คำ อำเภอแม่จัน พบว่ามีชายนายจะอือ จะกะ อายุ 37 ปี ชาวตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นั่งอยู่ด้านซ้ายของคนขับกระบะ ได้เปิดประตูรถและกระโดดลงจากรถ ทำให้ได้รับบาดเจ็บและนอนอยู่กลางถนน

เจ้าหน้าที่ชุดแรกจึงเข้าทำการจับกุม และแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่จัน ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ยังคงไล่ติดตามรถกระบะคันดังกล่าวไปอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งถึงบริเวณหน้าโรงเรียนแม่คำ ตำบลแม่คำ คนขับรถกระบะได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงออกมาเพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง แต่คนขับรถยังคงขับหลบหนีต่อไป จนกระทั่งถึงหน้าโรงเรียนบ้านสันกอง อำเภอแม่จัน รถกระบะคันดังกล่าวได้เสียหลักและพลิกคว่ำในที่สุด

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบกระสอบฟางสีรุ้งที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพาย บรรจุยาไอซ์จำนวนมากถึง 10 กระสอบ แต่ละกระสอบหนัก 20 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้น 200 กิโลกรัม ตกกระจายเกลื่อนเต็มท้องถนน ส่วนคนขับรถที่ยังคงพยายามหลบหนี ได้ขับรถไปชนกับเสาป้ายข้างทางบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสันกอง ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จนรถพลิกคว่ำอีกครั้ง แต่คนขับก็ยังคงหลบหนีออกจากตัวรถไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แบ่งกำลังออกติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

นาทีไล่สกัดกระบะขนยาไอซ์ ยิงปะทะ ตชด.!

เหตุการณ์นาทีไล่สกัดกระบะขนยาไอซ์ ยิงปะทะ ตชด.! ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจากการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อปกป้องสังคมและประเทศชาติจากภัยร้ายนี้

ปฏิบัติการไล่ล่าและยึดยาไอซ์: นาทีไล่สกัดกระบะขนยาไอซ์ ยิงปะทะ ตชด.

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลมาจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร และหน่วยข่าวกรอง ที่ได้ร่วมกันสืบสวนและวางแผนเพื่อสกัดกั้นขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพ การจับกุมยาไอซ์จำนวนมากในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ

สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับประเทศไทย การลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเป็นผู้บงการ การแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดอย่างครบวงจร

การที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความรุนแรงเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัยให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความต้องการยาเสพติดและป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ายาเสพติด

เราทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ เริ่มต้นจากการดูแลคนใกล้ชิด สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง และให้ความช่วยเหลือเมื่อพบว่ามีคนกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด ร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดจากยาเสพติด เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานของเรา

ที่มา – นาทีไล่สกัด กระบะลอบขนยาไอซ์ ยิงปืนใส่ จนท. เปิดทางหนี ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ

ผาเมืองปะทะขบวนการ ยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ด

กองกำลังผาเมือง ปะทะขบวนการลอบขนยาเสพติด ยึดยาบ้า 15 กระสอบ 4.2 ล้านเม็ด! เกิดเหตุยิงปะทะขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด บริเวณชายแดนแม่ฟ้าหลวง ยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2568 พล.ต. กิดากร จันทรา ผบ.กกล.ผาเมือง สั่งการให้ พ.อ. อนุวัช ปัญญานันท์ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก เข้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุชายแดนช่องทางบ้านปูนะ หมู่ 4 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง หลังจากเมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 15 กันยายน ทหารร้อย ม.1-2 ฉก.ทัพเจ้าตาก นำกำลัง 4 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนสกัดกั้นยาเสพติด ไปถึงบริเวณช่องทางปูนะ 2 บ.ปูนะ หมู่ 4 ต.เทอดไทย พบชายประมาณ 8 – 10 คน แบกกระสอบดัดแปลงเป็นเป้เดินข้ามพรมแดนมา จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น

แต่กลุ่มยาเสพติดได้เปิดใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเปิดทางหนี จึงเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที สิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ขอกำลังเสริมสนับสนุนเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ต่อมาเข้าตรวจพบกระสอบดัดแปลงบรรจุยาบ้า 15 กระสอบ รวมจำนวนทั้งสิ้น 4,298,000 เม็ด นับเป็นปฏิบัติการที่สำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด

กองกำลังผาเมือง ปะทะขบวนการลอบขนยาเสพติด ยึดยาบ้า 15 กระสอบ 4.2 ล้านเม็ด

พล.ต.กิดากร จันทรา ผบ.กกล.ผาเมือง เผยว่า ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 430 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 457 คน ตรวจยึดยาบ้า 179,345,712 เม็ด, เฮโรอีน 158.7 กิโลกรัม, ไอซ์ 8,991 กิโลกรัม, ฝิ่น 97 กก. และ เคตามีน 696 กิโลกรัม เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ 54 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 34 ราย หากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 36,752 ล้านบาท (36,752,844,900 บาท).

รายละเอียดการปะทะและยึดยาบ้า

  • วันที่เกิดเหตุ: 15-16 กันยายน 2568
  • สถานที่: ชายแดนช่องทางบ้านปูนะ หมู่ 4 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง
  • จำนวนยาบ้าที่ยึดได้: 4,298,000 เม็ด
  • ผู้ปฏิบัติการ: ทหารร้อย ม.1-2 ฉก.ทัพเจ้าตาก

ผลกระทบและความเสียหายจากยาเสพติด

การสกัดกั้นยาเสพติดครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากยาบ้าจำนวนมากนี้ หากหลุดรอดเข้าไปในพื้นที่กรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล นอกจากนี้ การปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดยังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและความท้าทายในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

สถิติการสกัดกั้นยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน กองกำลังผาเมืองได้ทำการสกัดกั้นยาเสพติดหลายครั้ง และสามารถยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน

การปฏิบัติการของกองกำลังผาเมืองที่สามารถ ปะทะขบวนการลอบขนยาเสพติด ยึดยาบ้า 15 กระสอบ 4.2 ล้านเม็ด แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความพร้อมในการปกป้องประเทศชาติจากภัยร้ายยาเสพติด เราควรให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเพื่อความสงบสุขของสังคม

ที่มา – กองกำลังผาเมือง ปะทะขบวนการลอบขนยาเสพติด ยึดยาบ้า 15 กระสอบ 4.2 ล้านเม็ด

Scroll to top