ข่าวกระบี่

กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้เริ่มน่ากังวล เมื่อล่าสุดเหตุการณ์ กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต กลายเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สถานการณ์วิกฤต: กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนบริเวณซอยสุขสวัสดิ์และชุมชนคลองกลางอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ตั้งอยู่ติดกับลำคลอง ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงเกินกว่า 1 เมตรภายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้การสัญจรถูกตัดขาดและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนได้รับผลกระทบโดยตรง

มาตรการช่วยเหลือและแผนรับมือเหตุการณ์กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

ทางด้านนายนวกร สังข์แก้ว นายกเทศมนตรีตำบลอ่าวลึกใต้ ได้รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่ อปพร. และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยมีการดำเนินการตามมาตรการฉุกเฉินดังนี้:

  • จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว ณ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ เพื่อรองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
  • ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน
  • เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีการแจ้งเตือนว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่องอีก 2-3 วัน

ความช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและมีแนวโน้มปรับระดับสูงขึ้น ทำให้นายกเทศมนตรีต้องตัดสินใจพาผู้อยู่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยหนีน้ำขึ้นสู่ที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำควรหมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมกระเป๋าสัมภาระที่จำเป็นไว้เสมอ

ในมุมมองของผม สถานการณ์ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าและการมีแผนอพยพที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะช่วยเหลือกันได้ในยามเกิดวิกฤต ขอให้พี่น้องชาวกระบี่ที่ประสบภัยปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา – กระบี่ฝนตกหนัก น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำกว่า 500 ชีวิต

ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

ในช่วงเวลาที่สภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้ หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดมีรายงานว่าเกิดฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเร่งเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำมหาศาลที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

สถานการณ์ล่าสุดเมื่อฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภออ่าวลึกและอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากระดับน้ำในคลองกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าจะล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ลุ่มต่ำในไม่ช้า

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้:

  • ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าอำเภออ่าวลึกมีน้ำท่วมขัง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
  • ถนนสายบ้านหินดาน หมู่ 5 และเส้นทางเข้าวัดเขาล้อม หมู่ 3 ต.เขาใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูง
  • พื้นที่หมู่ 2, 4 และ 7 ใน ต.อ่าวลึกใต้ เริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร

ทางด้านเจ้าหน้าที่ ปภ. จ.กระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและอำนวยความสะดวกในการจราจร พร้อมย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอปลายพระยา โดยเฉพาะตำบลคีรีวงและตำบลปลายพระยา ปริมาณน้ำจากคลองพญาก็เริ่มเอ่อล้นเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ของพี่น้องชาวกระบี่ในขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในวินาทีนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่ารอช้าที่จะย้ายของมีค่าและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย และหากเดินทางสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – ฝนตกหนัก ปภ.แจ้งเตือนน้ำคลองกลางจ่อล้นตลิ่ง คาดทะลักท่วม 2 อำเภอ จ.กระบี่

คาดคนร้ายเกิน 1 ฆ่าลุงสัปเหร่อ ขนศพ 20 กม. ราดกรด

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในจังหวัดกระบี่ เมื่อ คาดคนร้ายมีมากกว่า 1 ฆ่าลุงสัปเหร่อ ขนศพทิ้ง 20 กม. น้ำกรดราด หวังทำลายหลักฐาน ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนคดีนี้อย่างเร่งด่วน ลุงสมพงษ์ ส่งแสง อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นสัปเหร่อวัดปากน้ำ อำเภอปลายพระยา ถูกสังหารอย่างโหดร้ายในขนำสวนปาล์ม ก่อนศพจะถูกย้ายไปทิ้งในป่าลึก

คาดคนร้ายมีมากกว่า 1 ฆ่าลุงสัปเหร่อ ขนศพทิ้ง 20 กม. น้ำกรดราด หวังทำลายหลักฐาน

จากรายงานของตำรวจ คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 โดยผู้ตายถูกลงมือสังหารด้วยการใช้ไม้หรือของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะภายในขนำสวนปาล์ม หมู่ 4 ตำบลปลายพระยา จากนั้นคนร้ายได้ใส่ศพลงในถังน้ำมันพลาสติกขนาด 200 ลิตร เพื่อขนย้ายไปทิ้งในป่าข้างทางริมถนนเขาพนม-อ่าวลึก บ้านเขาแก้ว หมู่ 8 ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 20 กิโลเมตร

พฤติกรรมสุดอำมหิตของคนร้ายไม่หยุดแค่นั้น โดยมีการราดน้ำกรดลงบนศพเพื่อเร่งให้ย่อยสลายและทำลายหลักฐาน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณมือและเท้าของผู้ตายหลุดร่วงเมื่อศพถูกทิ้งไว้ 2-3 วัน ตำรวจพบขวดน้ำกรดในจุดเกิดเหตุด้วย ทำให้เชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี

สันนิษฐานคาดคนร้ายมีมากกว่า 1 คน จากพฤติกรรมขนศพไกล

ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 และ พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปลายพระยา ได้ประชุมเพื่อคลี่คลายคดี โดยโอนคดีมาจาก สภ.เขาพนม เนื่องจากจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่ที่ขนำผู้ตาย

ตำรวจมุ่งปมชิงทรัพย์ โดยผู้ต้องสงสัยหลักคือชายอายุ 34 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่กับผู้ตายคนสุดท้ายช่วงเย็นวันที่ 30 เมษายน เวลาก่อเหตุคาดว่าอยู่ระหว่าง 18.00 น. วันที่ 30 เมษายน ถึงเที่ยงวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากเพื่อนผู้ตายมาหาแล้วไม่พบตัว แต่เจอร่องรอยต่อสู้

เหตุผลที่ คาดคนร้ายมีมากกว่า 1 เพราะการขนศพไกล 20 กม. โดยใส่ถัง 200 ลิตร อาจทำคนเดียวไม่ได้ จุดทิ้งศพเป็นจุดเปลี่ยวระหว่างภูเขา ซึ่งเคยเป็นจุดทิ้งศพหลายครั้งในอดีต

ภาพศพสัปเหร่อที่ถูกพบในป่า

ศพถูกพบเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ก่อนเที่ยง โดยก่อนหน้านั้นวันที่ 3 พฤษภาคม มีรถกระบะประสบอุบัติเหตุลงข้างทางตรงจุดนั้น เจ้าของรถกลิ่นเหม็นเน่าแรง ก่อนพบศพที่เคยเผาศพให้ปู่ของเขา ชาวบ้านเชื่อว่านี่เป็นสัญญาณลึกลับ

  • ร่องรอยสำคัญ: รอยต่อสู้ในขนำและรอบๆ
  • วิธีสังหาร: ทุบหัวด้วยไม้หรือของแข็ง
  • การขนย้าย: ถัง 200 ลิตร ขน 20 กม.
  • อำพราง: ราดน้ำกรด พบขวดในที่เกิดเหตุ
  • ผู้ต้องสงสัย: ชาย 34 ปี จากนราธิวาส

คดีนี้สะท้อนถึงความโหดร้ายของอาชญากรในพื้นที่ห่างไกล ที่ใช้จุดเปลี่ยวอำพรางศพ ตำรวจกำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

คุณคิดว่าคนร้ายจะถูกจับได้เมื่อไหร่? ติดตามข่าวอัปเดตคดีฆ่าลุงสัปเหร่อ และแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้น

ที่มา – คาดคนร้ายมีมากกว่า 1 ฆ่าลุงสัปเหร่อ ขนศพทิ้ง 20 กม. น้ำกรดราด หวังทำลายหลักฐาน

อุทยานฯ พบปะการังฟอกขาวกลับมาอีก น้ำทะเลร้อน 32°C

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ รายงานข่าวร้ายสำหรับคนรักทะเล เมื่อพบปะการังฟอกขาวกลับมาอีกครั้ง หลังอุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูงถึง 32 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่เสี่ยงกระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ในวงกว้าง สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 จากการลงสำรวจของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการใต้น้ำ ทำให้ทุกคนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ปะการังฟอกขาว เกิดจากอะไร

ปะการังฟอกขาวเป็นปรากฏการณ์ที่ปะการังสูญเสียสาหร่ายโซแซนเทลเล (zooxanthellae) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยร่วมกันและให้สีสันกับปะการัง เมื่อน้ำทะเลร้อนเกินไป สาหร่ายเหล่านี้จะถูกขับออก ทำให้ปะการังขาวซีดและอาจตายได้ สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิสูงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ และมลพิษจากมนุษย์ ในกรณีนี้ อุณหภูมิน้ำทะเลที่ 32 องศาฯ ถือว่าน่ากังวลมาก เพราะเกินเกณฑ์ปกติที่ปะการังทนได้

ผลกระทบจากการสำรวจล่าสุด

จากการสำรวจพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร บริเวณเกาะเสม็ด ในเขตตำบลอ่าวนาง เจ้าหน้าที่พบว่าปะการังมีชีวิตเริ่มซีดจางถึง 20% และบางส่วนฟอกขาวแล้ว ปะการังหลายชนิดได้รับผลกระทบ เช่น ปะการังโขด ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังดาว และโดยเฉพาะปะการังใบร่องหนามที่ฟอกขาวทั้งกอ นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อย่างหอยมือเสือ ปะการังอ่อน และพรมทะเล ก็เริ่มซีดจางเช่นกัน สถานการณ์นี้คล้ายกับปีที่แล้วที่กระบี่เคยเจอวิกฤตรุนแรง และบางพื้นที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

มาตรการป้องกันจากอุทยานฯ

เพื่อลดผลกระทบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ได้ลงมือทันที โดยติดตั้งทุ่นแนวเขตบริเวณอ่าวปูหยาและเกาะปอดะ เก็บขยะในแนวปะการังได้กว่า 25 กิโลกรัม และนำลอบดักสัตว์น้ำออกจากพื้นที่ การเหล่านี้ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบนิเวศถูกทำลายซ้ำtezซ้อน แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องเฝ้าติดตามต่อเนื่อง เพราะอุณหภูมิน้ำยังสูงและอาจยืดเยื้อ

  • เก็บขยะทะเลกว่า 25 กก.
  • ติดตั้งทุ่นป้องกันการบุกรุก
  • นำเครื่องมือดักปลาออก
  • สำรวจแนวปะการังทุกสัปดาห์

ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวไม่เพียงกระทบความสมบูรณ์ของทะเล แต่ยังส่งผลต่อการท่องเที่ยวของกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำชื่อดัง หมู่เกาะพีพีดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนต่อปี หากปะการังตายจำนวนมาก รายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลง และระบบนิเวศทั้งหมดจะเสียสมดุล สัตว์ทะเลอย่างปลาหลากหลายชนิดจะหายไปตามไปด้วย

วิธีช่วยเหลือจากประชาชน

เราทุกคนสามารถช่วยได้ โดยปฏิบัติตามแนวทางง่ายๆ เช่น ไม่สัมผัสปะการัง ไม่ทิ้งขยะพลาสติก ลดการใช้พลังงานเพื่อชะลอโลกร้อน เลือกทัวร์ดำน้ำที่รับผิดชอบ และสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์ทะเล นักวิทยาศาสตร์คาดว่าหากอุณหภูมิลดลง ปะการังบางส่วนอาจฟื้นตัวได้ภายใน 1-2 ปี แต่ต้องไม่มีปัจจัยรบกวนเพิ่ม

สถานการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศทั่วโลก กระบี่ซึ่งเป็นอัญมณีของไทย ต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วน มิเช่นนั้นความงามใต้ทะเลอาจสูญหายไปตลอดกาล ในฐานะนักเขียนที่ชื่นชอบทะเล ผมเชื่อว่าเราต้องร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ประสบการณ์ดำน้ำที่กระบี่หรือไอเดียช่วยเหลือในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตเพื่อร่วมอนุรักษ์ทะเลไทย!

ที่มา – อุทยานฯ พบ “ปะการังฟอกขาว” กลับมาอีกครั้ง หลังอุณหภูมิน้ำพุ่ง 32 องศาฯ

นักท่องเที่ยวช็อก งูเห่าเลื้อยผ่านคอชั้น 2 โรงแรม

ประสบการณ์สุดหลอนที่ไม่มีใครอยากเจอ! นักท่องเที่ยวชาวไทยแทบช็อกตาย เมื่อกำลังนอนพักผ่อนอย่างสบายใจในโรงแรมชั้น 2 ที่จังหวัดกระบี่ จู่ๆ ก็มี งูเห่าเลื้อยผ่านคอ ไปแบบเฉียดฉิว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล ทำให้หลายคนที่กำลังวางแผนเที่ยวกระบี่ต้องคิดหนัก

งูเห่าเลื้อยผ่านคอ: เหตุการณ์สุดขวัญผวาชั้น 2 โรงแรมกระบี่

เรื่องราวเริ่มต้นจากโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่แชร์คลิปวิดีโอสุดสะพรึง โดยเล่าว่า “ประสบการณ์หลอนสุด เราได้มาพักโรงแรมแห่งหนึ่งที่กระบี่ เหตุเกิดเวลาประมาณตี 5 แฟนเราลุกออกจากห้องแล้วร้องไห้ตะโกนบอกว่ามามีงู งูอยู่บนที่นอนบนหัว ตอนแรกเรานอนอยู่ก็นึกว่ามีผีทะลุออกจากกำแพง แต่มาฟังดีๆ บอกว่างู งูเห่าเลื้อยผ่านคอ ไป งูเห่าตัวสีดำ แล้วโรงแรมจะมีงูได้ไง สรุปให้ภาพเล่าเรื่อง” คลิปดังกล่าวมียอดวิวหลักแสน ทำให้ชาวเน็ตพูดถึงไม่หยุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูล) นายสุธี แนวหาด หรือ บังฉา เจ้าหน้าที่กู้ชีพอบต.อ่าวนาง ผู้เข้าไปจัดการเหตุการณ์ เผยว่าได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมในตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ช่วงตี 5 ของวันที่ 27 มีนาคม มีงูเข้าไปในห้องพักนักท่องเที่ยวชั้น 2

งูเห่าเลื้อยผ่านคอ ได้อย่างไรในห้องพักชั้นสูง?

เมื่อทีมกู้ภัยไปถึง ก็ค้นหาอยู่นานจนพบงูซ่อนใต้เตียง เป็นงูเห่าสีดำ ยาวประมาณ 40-45 เซนติเมตร มีท่าทีดุร้ายมาก จึงจับใส่กระสอบแล้วปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ นักท่องเที่ยวเจ้าห้องเล่าว่า กำลังนอนหลับสนิท รู้สึกถึงอะไรเย็นๆ เลื้อยผ่านคอ พอสะดุ้งตื่นมาก็เห็นงูชัดๆ รีบกรีดร้องเรียกพนักงานทันที

ส่วนที่มาของงู คาดว่าเลื้อยขึ้นมาทางบันไดแล้วลอดช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น ซึ่งมีขนาดราว 4 เซนติเมตร ง่ายดายสำหรับงูขนาดนี้ จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่ธรรมชาติเขียวขจี มีงูหลายชนิดอาศัยอยู่โดยเฉพาะงูเห่า ซึ่งเป็นงูพิษร้ายแรง สามารถทำให้เสียชีวิตได้หากถูกกัด เนื่องจากพิษประสาท

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่งูบุกโรงแรม แต่ส่วนใหญ่เกิดในห้องชั้น 1 เท่านั้น การที่ขึ้นมาถึงชั้น 2 แบบนี้ถือเป็นกรณีหายาก แต่เตือนใจให้โรงแรมและนักท่องเที่ยวต้องระวังมากขึ้น

เคล็ดลับป้องกันงูเข้าห้องพักโรงแรม

เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติอย่างกระบี่ นักท่องเที่ยวควรทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:

  • ตรวจสอบห้องพักก่อนเข้า: ดูใต้เตียง หลังม่าน ตู้เสื้อผ้า และช่องประตู ใช้ไฟฉายส่องให้ทั่ว
  • ปิดช่องว่างทุกจุด: ใช้เทปหรือผ้าปิดช่องใต้ประตู หน้าต่างให้สนิท
  • อย่าทิ้งอาหารในห้อง: กลิ่นอาหารดึงดูดสัตว์เลื้อยคลาน
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที: หากสงสัยมีงู อย่าจับเองเพราะอันตราย
  • เลือกโรงแรมมาตรฐาน: อ่านรีวิวและตรวจสอบระบบป้องกันแมลง/สัตว์

นอกจากนี้ โรงแรมควรติดตั้งตาข่ายหรือยาไล่งูรอบพื้นที่ และอบรมพนักงานให้รู้วิธีรับมือ โครงการท่องเที่ยวกระบี่ต้องเน้นความปลอดภัยมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี

เหตุการณ์ งูเห่าเลื้อยผ่านคอ นี้เป็นบทเรียนราคาแพง อย่าประมาทแม้แต่ชั้นสูง การท่องเที่ยวต้องมากับการเตรียมตัว หวังว่าจะไม่มีใครต้องเจอแบบนี้อีก คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ประสบการณ์หลอนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ นักเดินทาง吧!

ที่มา – นักท่องเที่ยวแทบช็อก เล่านาทีนอนพักอยู่ชั้น 2 โรงแรม จู่ๆ “งูเห่า” เลื้อยผ่านคอ

แจ้งความ “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” ตุ๋นอุมเราะห์

ตัวแทนผู้เสียหายเข้าแจ้งความ “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” ตุ๋นเหยื่อ 10 ราย ซื้อตั๋วแบบ VIP รวมเฉียดล้าน อ้างจัดทริปร่วมพิธีอุมเราะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ตั้งใจเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนา

วันที่ 22 ต.ค. 2568 นายวีระศักดิ์ รักชาติ ชาวบ้าน ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุริยา ดำรงวัฒนา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่ แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับมอบอำนาจจาก นายอภิวัฒน์ รักชาติ น้องชาย ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ถูกเจ้าของโรงแรมดังกล่าว หลอกให้โอนเงินซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปทำพิธีอุมเราะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายอีกรายเข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.ทรายขาว แล้วในคดีเดียวกัน คือ ว่าที่ ร.ต.อำนวย สมาด อายุ 33 ปี ชาว อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส โดยคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายรวม 10 คน ถูกหลอกให้ซื้อตั๋วแบบ VIP เพื่อเดินทางไปร่วมพิธีอุมเราะห์ ผู้เสียหายทั้งหมดโอนจ่ายเงินให้กับเจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่ดังกล่าวไปแล้วรวมกว่า 9 แสนบาท โดยกำหนดวันเดินทางไว้วันที่ 13-25 พ.ย. 2568

ซึ่งตามข้อตกลงที่คุยกันไว้ คือกลุ่มผู้เสียหายต้องได้รับตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าก่อนเดินทางจริง 1 เดือน เพื่อนำตั๋วไปดำเนินการในเรื่องการขอวีซ่า แต่กลับถูกเจ้าของโรงแรมรายดังกล่าวผลัดวันไปเรื่อย จนกลุ่มผู้เสียหายเริ่มไม่สบายใจ และคิดว่าเจ้าของโรงแรมรายดังกล่าว อาจหนีออกนอกประเทศไปแล้ว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ว่าที่ ร.ต.อำนวย หนึ่งในตัวแทนผู้เข้าแจ้งความ เผยว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายรายหนึ่งให้เข้าแจ้งความ หลังรวบรวมเงินจากลูกค้ารวม 10 คน จองตั๋วเดินทางไปทำพิธีอุมเราะห์ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย รวมเป็นเงินมูลค่ากว่า 9 แสนบาท โดยโอนเงินทั้งหมดให้กับเจ้าของโรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่ ที่อ้างเป็นตัวแทนในการจัดทริป ให้ทำการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อใช้ในการเดินทางไปทำพิธีดังกล่าว

แต่ปรากฏว่า เมื่อสอบถามความคืบหน้าไป เจ้าของโรงแรมก็พูดผัดผ่อนมาตลอด จนลูกทัวร์ที่จะเดินทางเริ่มไม่สบายใจ ตนจึงได้รับมอบหมายให้มาแจ้งความไว้ เพื่อให้ทางตำรวจดำเนินการทางกฎหมายให้

ทางด้าน พ.ต.ท.สุริยา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทรายขาว กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งความไว้แล้ว หลังจากนี้รอให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่ม จึงจะเข้าข่ายเป็นคดีฉ้อโกง ที่ต้องมีผู้เสียหายหลายราย โดยให้ผู้เสียหายนำหลักฐานการโอนเงิน และหลักฐานการสนทนาต่างๆ มามอบให้พนักงานสอบสวน

หากรายใดไม่สามารถมาแจ้งความด้วยตัวเองได้ ก็มอบอำนาจให้ญาติมาแจ้งความแทนได้ หรือจะแจ้งความที่โรงพักในพื้นที่ไหนก็ได้ หากมีผู้เสียหายหลายราย และเป็นคดีลักษณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะรวมทั้งหมดมาเป็นคดีเดียวกันได้ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการโทรสอบถามข้อมูลพนักงานโรงแรมดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลว่า “เจ้าของไม่อยู่ที่โรงแรม ล่าสุดโทรกลับมาที่โรงแรม 3 วันก่อน” ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

แจ้งความ “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” ตุ๋นเหยื่อเฉียดล้าน อ้างจัดทริปร่วมพิธีอุมเราะห์

ความคืบหน้าคดี “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่”

คดี“เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” ที่เกิดขึ้นนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการทำธุรกรรมใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อบริการที่มีมูลค่าสูง ควรตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้บริการอย่างละเอียดถี่ถ้วน และเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมไว้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

  • ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจซื้อบริการใด ๆ ควรตรวจสอบประวัติของผู้ให้บริการ เช่น ชื่อเสียง ประสบการณ์ และรีวิวจากลูกค้าท่านอื่น ๆ
  • อ่านสัญญาและข้อตกลงอย่างละเอียด: ทำความเข้าใจในข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการชำระเงิน การยกเลิก และการคืนเงิน
  • เก็บหลักฐานการทำธุรกรรมไว้ทุกครั้ง: ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ สัญญา ข้อความสนทนา หรือหลักฐานการโอนเงิน ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงในกรณีที่เกิดปัญหา
  • ปรึกษาผู้รู้: หากไม่แน่ใจในข้อมูลใด ๆ ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในด้านนั้น ๆ เพื่อขอคำแนะนำ

การถูกหลอกลวงเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออีกด้วย ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

หากท่านใดได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกันกับคดี “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” นี้ ขอแนะนำให้รีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ที่มา – แจ้งความ “เจ้าของโรงแรมดังหาดใหญ่” ตุ๋นเหยื่อเฉียดล้าน อ้างจัดทริปร่วมพิธีอุมเราะห์

Scroll to top