ข่าวตรัง

กรมชลประทาน ยืนยันขุดลอก แก้มลิงบ้านวังแตระ โปร่งใส

กรมชลประทาน ยืนยันขุดลอก แก้มลิงบ้านวังแตระ โปร่งใส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นก็คือข่าวการดำเนินงานของ กรมชลประทาน ยืนยันขุดลอก แก้มลิงบ้านวังแตระ โปร่งใส โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง จังหวัดตรัง ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองว่าการใช้งบประมาณ 85 ล้านบาทนั้นมีความคุ้มค่าหรือไม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดให้ทุกคนได้เข้าใจกันแบบชัดเจนครับ

รายละเอียดการดำเนินงานภายใน กรมชลประทาน ยืนยันขุดลอก แก้มลิงบ้านวังแตระ โปร่งใส

โครงการแก้มลิงบ้านวังแตระถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดตรัง ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร และช่วยบรรเทาอุทกภัย โดยงบประมาณ 85 ล้านบาทนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่:

  • งานก่อสร้างระบบส่งน้ำและอาคารประกอบ วงเงิน 38.452 ล้านบาท
  • งานขุดลอกตะกอนดินสระเก็บน้ำและขนย้าย 14 แห่ง วงเงิน 46 ล้านบาท

หลายคนอาจมีข้อสงสัยเรื่องการจัดซื้อดินหรือวัสดุก่อสร้าง กรมชลประทานได้ชี้แจงว่าทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัด งบประมาณที่เห็นไม่ใช่แค่ค่าดินราคาเดียว แต่รวมถึง หิน ทราย เหล็ก และวัสดุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาแหล่งน้ำให้ใช้งานได้จริงและยั่งยืนครับ

ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของชุมชน

นอกจากนี้ ในส่วนของการจ้างแรงงาน กรมฯ ยังเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาร่วมงานตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2569 โดยการจ่ายค่าจ้างทำผ่านระบบโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงตามวันที่ปฏิบัติงานจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ กรมชลประทาน ยืนยันขุดลอก แก้มลิงบ้านวังแตระ โปร่งใส และพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนครับ

การพัฒนาแหล่งน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่นคงในภาคการเกษตร และการที่ภาครัฐออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดแบบนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ทุกบาททุกสตางค์ของภาษีประชาชนจะถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวตรังให้ดียิ่งขึ้นไป หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยของทุกท่านได้นะครับ

ที่มา – “กรมชลประทาน” ยืนยันขุดลอก “แก้มลิงบ้านวังแตระ” โปร่งใส ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

แฟนหนุ่ม “นศ.พยาบาล” วอนประหารชีวิต “ลุงโหด” ปลิดชีพหลาน

จากกรณีสุดสะเทือนใจ ลุงโหดวัย 44 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมหลานสาวแท้ๆ วัย 20 ปี นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ด้วยการใช้ไม้หน้าสามทำร้ายจนเสียชีวิต สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างมาก ล่าสุด แฟนหนุ่มของนักศึกษาพยาบาลผู้เสียชีวิตได้ออกมาเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตลุงโหดรายนี้

เรื่องราวเกิดขึ้นที่จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 ที่วัดคลองมวน ต.หนองปรือ อ.รัษฎา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าในการจัดพิธีศพของ น.ส.ปาริชาติ หรือ น้องเชียร์ นักศึกษาพยาบาล ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ญาติและเพื่อนสนิทต่างเสียใจกับการจากไปก่อนวัยอันควรของเธอ

นายธีรเดช อายุ 17 ปี แฟนหนุ่มของน้องเชียร์ ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า ตนและน้องเชียร์คบกันมา 3 ปี 16 วัน น้องเชียร์เป็นคนเงียบๆ ขี้อาย แต่ก็เป็นคนดี รักเพื่อน และรักย่ามาก แต่ที่บ้านน้องเชียร์จะกลัวลุงมาก และมักจะเก็บตัวอยู่ในห้องเสมอ นายธีรเดชยังเล่าอีกว่า น้องเชียร์เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยยังเด็ก ลุงเคยพยายามที่จะทำร้ายน้องเชียร์ ทำให้เธอหวาดกลัวและฝังใจมาตลอด

“เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปหาน้องเชียร์ที่บ้าน แต่ไม่ได้บอกล่วงหน้า พอไปถึงก็เคาะห้องหลายครั้ง น้องเชียร์ไม่เปิด จนต้องถามว่าใคร ผมบอกว่าเป็นผม น้องเชียร์ถึงเปิดประตูออกมาแล้วกอดผมร้องไห้ บอกว่าอย่าทำแบบนี้อีกนะ กลัว” นายธีรเดชกล่าว

แฟนหนุ่มไม่เชื่อปมเหตุ “ลุงโหด” อ้าง

ส่วนประเด็นที่ลุงอ้างว่าลงมือเพราะน้อยใจที่น้องเชียร์ได้รับความรักจากญาติมากกว่านั้น นายธีรเดชไม่เชื่อว่าเป็นความจริง “ผมว่ามันไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ผมเชื่อว่าลุงน่าจะคิดไม่ดีกับน้องเชียร์ เพราะตอนนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน น้องเชียร์จะไม่เปิดประตูให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะลุง”

แฟนหนุ่ม “นศ.พยาบาล” วอนประหารชีวิต “ลุงโหด” ปลิดชีพหลาน

นายธีรเดชกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันโหดร้ายเกินไป ผู้ก่อเหตุควรได้รับโทษประหารชีวิต “ถ้าผมได้เจอหน้าลุง ผมอยากจะถามว่าทำไมน้องเชียร์ต้องเป็นแบบนี้ ผมไม่เชื่อในคำอ้างของลุง ผมอยากให้ลุงได้รับโทษประหารชีวิต”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในครอบครัวที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย การสูญเสียชีวิตของ นักศึกษาพยาบาล ที่กำลังจะมีอนาคตสดใส นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวและสังคม เราต้องร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

ทางด้านคดีความ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ลุงโหด และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสังคมให้ลงโทษผู้กระทำผิดสถานหนัก

ความสูญเสียของ นักศึกษาพยาบาล กับอนาคตที่ดับวูบ

เรื่องราวของน้องเชียร์ นักศึกษาพยาบาล เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดที่แสดงให้เห็นว่า ความรุนแรงในครอบครัวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้อง เราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว การสื่อสารอย่างเปิดเผย และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต และนี่คือเหตุผลที่แฟนหนุ่มของนักศึกษาพยาบาลผู้เสียชีวิต ต้องการให้ลงโทษประหารชีวิตกับผู้กระทำผิด

การสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว แต่ยังเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสังคม น้องเชียร์ นักศึกษาพยาบาล กำลังจะสำเร็จการศึกษาและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้คน แต่ความฝันของเธอก็ต้องดับลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเรียกว่าญาติ

อย่างไรก็ตาม หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำมาซึ่งความยุติธรรมให้กับน้องเชียร์ และเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะใช้ความรุนแรงได้ตระหนักถึงผลกรรมที่จะตามมา

ที่มา – แฟนหนุ่ม “นศ.พยาบาล” วอนประหารชีวิต “ลุงโหด” ปลิดชีพหลาน ไม่เชื่อปมเหตุสลด

Scroll to top