ข่าวยาเสพติด

ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน

ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน

เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้เข้าทำการตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมาย โดย ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน บริเวณเส้นทางบายพาสมุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กลุ่มค้ายามักใช้ในการส่งต่อสินค้าเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ

รายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่าพบกระเป๋าเป้ต้องสงสัยวางทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีการดักซุ่มรอผู้มารับของนานกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ก็ไร้วี่แววกลุ่มผู้กระทำผิด คาดว่าขบวนการค้ายาอาจไหวตัวทันหรือดูลาดเลาอยู่ห่างๆ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตัดสินใจตรวจยึดของกลางเพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด

ผลจากการตรวจสอบพบยาบ้าจำนวนประมาณ 400,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำ 2 ใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน ในครั้งนี้ เป็นการทำงานที่เข้มงวดและตอบสนองข้อมูลจากประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ชุมชนได้

มาตรการเฝ้าระวังและแนวทางการขยายผล

  • สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวและเฝ้าระวังกลุ่มเป้าหมายอย่างเข้มข้น
  • เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบเพื่อระบุตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • เพิ่มความถี่ในการตรวจตราจุดเสี่ยงตามแนวชายแดนและเส้นทางบายพาส

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งเดินหน้าสืบสวนเชิงลึกเพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกลยุทธ์การทิ้งของไว้ก่อนเพื่อให้มีเครือข่ายมารับช่วงต่อ การที่ ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน ได้สำเร็จ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

บทสรุปและมุมมองต่อเหตุการณ์: ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่ต้องการความร่วมมือจากทุกคน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย ขอให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที เพราะพลังของชุมชนคือเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สังคมของเราปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติดครับ

ที่มา – ตำรวจแม่สาย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ทิ้งพงหญ้าริมถนน เร่งขยายผลล่ากลุ่มเอเย่นต์ยาเสพติด

จับหนุ่มวัย 20 พร้อมไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด จนมุมเพราะรถไอติม

จับหนุ่มวัย 20 พร้อมไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด จนมุมเพราะรถไอติม เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทยเมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจตระเวนชายแดนสามารถสกัดกั้นยาเสพติดล็อตยักษ์ได้ทันเวลา ก่อนที่จะหลุดเข้าไปสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ตอนในของประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ชายแดนที่มักถูกใช้ลักลอบขนยาเสพติดจากเพื่อนบ้าน

จับหนุ่มวัย 20 พร้อมไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด จนมุมเพราะรถไอติม

วันที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 16.00 น. ที่หน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 (ตชด.235) อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ พร้อมคณะผู้บัญชาการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์จำนวน 579 ถุง หรือเกือบ 579 กิโลกรัม ยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน รถยนต์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด

จุดเริ่มต้นของการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่

ทุกอย่างเริ่มต้นจากช่วงกลางดึกของวันที่ 8 เมษายน 2567 ชุดปราบปรามยาเสพติดของร้อย ตชด.235 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่จึงประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง ร่วมลาดตระเวนตามเส้นทางต่างๆ จนกระทั่งพบกระสอบต้องสงสัย 5 กระสอบ ถูกซุกซ่อนไว้ในพงหญ้าริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2031 สายศิลา-พระซอง บริเวณสะพานข้ามคลองที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม กับตำบลหนองย่างชิ้น อำเภอเรณูนคร

เมื่อตรวจสอบภายในกระสอบ พบยาบ้าตรา 999 จำนวนรวมกว่า 2 ล้านเม็ด ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถตู้สีขาวและรถกระบะจอดอยู่ริมไหล่ทางอย่างมีพิรุธ แต่ไม่มีใครอยู่ในรถ สอบถามชาวบ้านและผู้นำชุมชนยืนยันว่าไม่เคยเห็นรถคันดังกล่าวมาก่อน คาดว่ารถเหล่านี้เตรียมมาขนยาบ้า โดยมีคันหนึ่งขับนำหน้าเคลียร์เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงยึดรถทั้งสองคันไว้เป็นของกลาง

ไล่ล่านายหนุ่มวัย 20 จนมุมเพราะรถไอติม

แม้จะยังไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยและขยายผลทันที สามารถเชื่อมโยงไปยังนายธนพล หรือ “หนุ่ม” อายุ 20 ปี ชาวบ้านหัวดอน ตำบลธาตุพนม ซึ่งมีประวัติอาชญากรรมอยู่ในแฟ้ม ปัจจุบันมีเมียเด็กชื่อน.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี อยู่บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลโพนแพง อำเภอธาตุพนม

เจ้าหน้าที่วางแผนเข้าไปในพื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์ โดยให้สายข่าวปลอมตัวเป็นเพื่อนร่วมขบวนการโทรหานายหนุ่ม ถามว่าอยู่ไหน นายหนุ่มอ้างว่าทำงานอยู่จังหวัดสระบุรี หลังสงกรานต์ค่อยกลับ แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมถอนกำลัง สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีรถขายไอศกรีมสั่นกระดิ่งดัง นายหนุ่มเปิดประตูบ้าน ถือชามกระเบื้องออกมาเรียกซื้อไอติม เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุม แต่เขาทิ้งชามวิ่งหนี เกิดการไล่ล่าจนจับกุมได้ในที่สุด

จากการสอบสวนและตรวจค้นบ้าน พบลังกระดาษต้องสงสัย 12 ลัง บรรjumุไอซ์ 597 ถุง หรือ 597 กิโลกรัม น.ส.พลอยอยู่ด้วยและยอมรับสารภาพ นายหนุ่มสารภาพว่าใช้บ้านเมียเป็นที่พักยา โดยรถกระบะตู้ทึบขนมาจากริมแม่น้ำโขง พักไว้รอรถคันใหม่มารับไปตอนใน ได้ค่านอนเฝ้ากระสอบละ 10,000 บาท

มูลค่าและอันตรายของยาเสพติดล็อตนี้

ยาไอซ์ล็อตนี้มีมูลค่าต้นทางกว่า 173 ล้านบาท (กรัมละ 300 บาท) แหล่งผลิตจากสามเหลี่ยมทองคำ ผ่านลาวเข้าประเทศไทย และบางส่วนไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ การตรวจยึดครั้งนี้ป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อสังคมได้ จากการตรวจฉี่ นายหนุ่มมีฉี่ม่วง ส่วนน.ส.พลอยตั้งครรภ์แต่ไม่พบสารเสพติด

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา ดำเนินคดี

เหตุการณ์จับหนุ่มวัย 20 พร้อมไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด จนมุมเพราะรถไอติม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด แม้จะมีอุบายหลอกลวงมากมาย แต่สุดท้ายหลักฐานและการสืบสวนที่รัดกุมก็ชนะ หากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอด จะทำลายเยาวชนและสังคมอย่างหนัก

ภัยยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ทุกคนควรตื่นตัว รายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ เพื่อช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัย ติดตามข่าวสารอาชญากรรมและเคล็ดลับป้องกันยาเสพติดในบล็อกของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา – จับหนุ่มวัย 20 พร้อมไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด จนมุมเพราะรถไอติม

บุกทลายร้านคาราโอเกะขอนแก่น ปาร์ตี้”น้ำยาสวรรค์”

ตำรวจและฝ่ายปกครองสนธิกำลัง บุกทลายร้านคาราโอเกะกลางเมืองขอนแก่น จัดปาร์ตี้ยาเสพติด “น้ำยาสวรรค์” พบผู้มีสารเสพติด 23 ราย ถูกแจ้งข้อหาหนัก ผู้จัดการและเจ้าของร้านยังไม่แสดงตัว ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งใน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งว่ามีการจัดปาร์ตี้ยาเสพติดและลักลอบจำหน่ายสารเสพติด “คอลลาเจน” หรือ “น้ำยาสวรรค์” ซึ่งมีส่วนผสมของยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและจับกุม

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว ปล่อยให้นักท่องเที่ยวใช้ Happy Water (แฮปปี้วอเตอร์) หรือที่วัยรุ่นเรียกกันว่า น้ำยาสวรรค์ ยาเสพติดที่มีสูตรผสมในเครื่องดื่ม ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำยาส่งตรวจที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น จนยืนยันว่าเป็นแฮปปี้วอเตอร์จริง และยังพบว่าร้านมีการจัดปาร์ตี้ยาเสพติดอีกด้วย จึงขอหมายค้นและประสานฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้น

เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 407/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เข้าตรวจค้นร้าน พบว่าเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บริการห้องคาราโอเกะ พบผู้ใช้บริการกำลังยืนเต้นและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบห้องคาราโอเกะ 4 ห้อง พบผู้ใช้บริการ 25 คน เป็นชาย 11 คน (1 คนอายุต่ำกว่า 20) และหญิง 14 คน พนักงานร้าน 5 คน (ชาย 2 หญิง 3) แต่ไม่พบผู้จัดการหรือเจ้าของร้าน

จากการตรวจหาสารเสพติดในนักท่องเที่ยว พบสารคีตามีน 5 ราย สารเมทแอมเฟตามีน 18 ราย และไม่พบสารเสพติด 7 ราย จากการสืบสวนเชื่อได้ว่าร้านมีการจำหน่ายสารเสพติดแฮปปี้วอเตอร์ หรือ “คอลลาเจน” ซึ่งมีส่วนผสมของยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) จริง

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำประวัตินักท่องเที่ยวไว้ทุกคน พร้อมแจ้งข้อหาดังนี้:

  • เสพวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย
  • เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  • มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย
  • เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

ขณะนี้กำลังสืบสวนขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องในการจัดปาร์ตี้และจำหน่ายสารเสพติด “น้ำยาสวรรค์” ให้นักท่องเที่ยว ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นผู้จัดการหรือเจ้าของร้าน

ตำรวจทราบตัวบุคคลแล้วและจะออกหมายเรียก เพื่อให้มาให้ปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้จัดการหรือเจ้าของร้าน ในข้อหาจำหน่ายสุราให้เด็กต่ำกว่าอายุ 20 ปี ยุยงส่งเสริมเด็กให้เสี่ยงกระทำผิด ปล่อยปละละเลยให้มีการนำยาเสพติดเข้ามาในสถานประกอบการ และจัดตั้งสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509

บุกทลายร้านคาราโอเกะกลางเมืองขอนแก่น จัดปาร์ตี้”น้ำยาสวรรค์”

“น้ำยาสวรรค์” ยาเสพติดอันตรายที่ต้องระวัง

การบุกทลายร้านคาราโอเกะครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด “น้ำยาสวรรค์” ในสถานบันเทิง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะยาเสพติดชนิดนี้ มีส่วนผสมของสารอันตรายหลายชนิด และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องเยาวชนและสังคมจากภัยร้ายนี้ และผู้ปกครองควรใส่ใจดูแลบุตรหลานให้ห่างไกลจากยาเสพติดทุกชนิด คอยให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันที่ดี และไม่ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงอันตรายของยาเสพติดและการปล่อยปละละเลยของสถานบันเทิงบางแห่ง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – บุกทลายร้านคาราโอเกะกลางเมืองขอนแก่น จัดปาร์ตี้ยาเสพติด “น้ำยาสวรรค์”

ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงข่าวยึดยาบ้าบิ๊กล็อต 1.2 ล้านเม็ด มูลค่าขายปลีกกว่า 60 ล้านบาท หลังมีคนพบถุงกระสอบปริศนา 3 กระสอบวางในที่เปลี่ยว พร้อมเผยกลพ่อค้ายาเสพติดพัฒนารูปแบบการส่งมอบยาบ้าแยบยลมากขึ้น

วันที่ 26 ส.ค. 68 เวลา 14.00 น. ที่ สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.ต.ต.สาระนัย คงเมือง ผบก.ภจว.พช. นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมแถลงข่าวการยึดยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 1,200,000 เม็ด มูลค่ากว่า 9,600,000 บาท

โดยการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ครั้งนี้ถูกพบช่วงเวลา 07.00 น.ของเช้าวันเดียวกันนี้ โดยมีพนักงานการไฟฟ้าสาขาหล่มสักได้พบถุงกระสอบปริศนาจำนวน 3 กระสอบถูกนำมาวางไว้ที่ข้างกองเสาไฟฟ้าที่เตรียมจะดำเนินการไปติดตั้งซึ่งวางอยู่ข้างถนนสายลานบ่า-ดงขวาง ทางไปสนามบินหล่มสัก หมู่ 9 ต.บุ่งน้ำเต้า อำเภอหล่มสัก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ภายหลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ธนกร ทิพย์ศิริ ผกก.สืบสวน ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภจว.พช.เข้าตรวจสอบพร้อมตรวจยึดของกลางนำส่งสภ.หล่มสัก

ด้าน พล.ต.ต.สาระนัย คงเมือง ผบก.ภจว.พช. เปิดเผยว่า พ่อค้ายาเสพติดได้พัฒนารูปแบบการส่งมอบยาบ้าให้หลุดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความแยบยลมากขึ้น โดยจะใช้วิธีการว่าจ้างตัวกลางรับจ้างส่งและรับยาบ้าที่จะตัดตอนไม่ให้ถึงตัวผู้ซื้อและผู้ขาย และไม่นำส่งถึงตัวของผู้ขนส่งทั้งสองฝ่าย โดยจะให้คนนำส่งหรือเรียกว่านักบินนำยาบ้าไปวางตามจุดที่สะดวกและเปลี่ยวห่างไกลผู้คนในห้วงเวลากลางคืน และแจ้งให้นักบินอีกฝ่ายมารับยาบ้าตามจุดที่นำยาบ้ามาวางไว้ โดยที่ทั้งสองฝ่ายจะไม่พบเจอหน้ากัน ซึ่งยาบ้าชุดนี้มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดค้ายาบ้าในราคาขายส่งเม็ดละ 8 บาท มูลค่ากว่า 9,600,000 บาท และถ้าไปจำหน่ายขายปลีกแก่ผู้เสพในราคาเม็ดละ 50 บาท ก็จะมีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านบาท 

ส่วนต้นตอของยาบ้าล็อตนี้น่าจะถูกลำเลียงส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่งประเทศลาว จากนั้นจึงได้ลักลอบนำข้ามชายแดนไทย-ลาวผ่านจังหวัดเลยและส่งต่อกันเป็นทอดๆ ไปตามจังหวัดต่างๆ ส่งจำหน่ายผู้เสพในภาคกลางตอนในรวมถึงกรุงเทพมหานคร.

การทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไป

ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้าบิ๊กล็อต 1.2 ล้านเม็ด มูลค่าขายปลีกกว่า 60 ล้าน

จากปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายยาเสพติด ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายไปสู่สังคม การยึดยาบ้า จำนวนมากถึง 1.2 ล้านเม็ด นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ช่วยลดปริมาณยาเสพติดในตลาด และป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อ การทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ

รูปแบบใหม่ของขบวนการค้ายาเสพติด

พล.ต.ต.สาระนัย คงเมือง ผบก.ภจว.พช. เปิดเผยว่า ขบวนการค้ายาเสพติดได้พัฒนารูปแบบการส่งมอบยาบ้าให้มีความซับซ้อนและยากต่อการจับกุมมากขึ้น โดยใช้วิธีการว่าจ้าง “นักบิน” หรือผู้รับจ้างขนส่งยาเสพติดที่ไม่รู้จักทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตาม การทลายเครือข่ายยาเสพติด จึงต้องอาศัยการสืบสวนที่ละเอียดรอบคอบและการข่าวที่แม่นยำ

นอกจากนี้ การที่ยาบ้าล็อตนี้มีต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง

การ ยึดยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก แต่ยังเป็นการทำลายเครือข่ายและตัดท่อน้ำเลี้ยงของขบวนการค้ายาเสพติด การปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่องเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องสังคมและเยาวชนจากภัยร้ายนี้ได้

ที่มา – ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้าบิ๊กล็อต 1.2 ล้านเม็ด มูลค่าขายปลีกกว่า 60 ล้าน

Scroll to top