ข่าววันนี้ี

สิ้น พระครูวชิรธรรมรังษี เกจิดังสายวิปัสสนา

ในวงการพุทธศาสนาไทย โดยเฉพาะสายวิปัสสนา มีข่าวเศร้าที่สร้างความเสียใจให้กับคณะศิษยานุศิษย์จำนวนมาก นั่นคือ สิ้น พระครูวชิรธรรมรังษี เกจิดังสายวิปัสสนา หรือที่รู้จักกันในนามหลวงปู่ทูล จตฺตสลฺโล ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 20:46 น. ณ วัดถ้ำแสงเพชร จังหวัดอำนาจเจริญ สิริอายุ 83 ปี 61 พรรษา

สิ้น พระครูวชิรธรรมรังษี เกจิดังสายวิปัสสนา

ข่าวการละสังขารของหลวงปู่ทูลแพร่สะพัดไปทั่วประเทศ ทำให้คณะศิษย์และญาติโยมต่างหลั่งไหลมาน้อมถวายอาลัย ณ วัดสี่แยกแสงเพชร หรือวัดถ้ำแสงเพชรบน ตำบลหนองมะแซว อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ลำดับที่ 5 วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานภาพบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็เปี่ยมด้วยความเคารพนับถือในคุณงามความดีของท่านเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมองค์นี้

ภาพหลวงปู่ทูล

ประวัติและเส้นทางธรรมของหลวงปู่ทูล จตฺตสลฺโล

หลวงปู่ทูล จตฺตสลฺโล หรือพระครูวชิรธรรมรังษี ท่านเกิดที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2485 ท่านเริ่มต้นเส้นทางในร่มกาสาวพัสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2507 โดยบวชเป็นพระที่วัดหนองป่าพง และได้ฝากตัวเป็นศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา สุภัทโท ซึ่งเป็นพระอาจารย์ชื่อดังในสายวิปัสสนากรรมฐาน หลวงปู่ทูลได้ออกธุดงค์กับหลวงพ่อชา เพื่อศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง โดยเน้นการปฏิบัติวิปัสสนาเพื่อบรรลุหนทางดับทุกข์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 หลวงพ่อชาได้มอบหมายให้หลวงปู่ทูลพร้อมพระสงฆ์อีก 2 รูป มาจำพรรษาที่วัดถ้ำแสงเพชรบน ซึ่งเดิมเป็นสถานที่ที่หลวงพ่อชาใช้ปฏิบัติธรรมด้วยตนเอง วัดแห่งนี้กลายเป็นสาขาที่ 5 ของวัดหนองป่าพง ด้วยความเพียรพยายามของหลวงปู่ทูลและคณะศิษย์ วัดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากเพิงเล็กๆ กลายเป็นวัดที่มั่นคง มีศาลาและสิ่งปลูกสร้างที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรม

หลวงปู่ทูลเป็นที่เคารพรักของสาธุชนทั้งหลาย ด้วยการสอนธรรมะที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ท่านเน้นการเจริญสติปัฏฐาน 4 และวิปัสสนาภูมิ 10 ซึ่งเป็นมรดกจากหลวงพ่อชา คำสอนของท่านช่วยให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจถึงความไม่เที่ยง ทุกข์ และไม่มีตัวตนของสรรพสิ่ง นำไปสู่การหลุดพ้นจากกิเลส

  • การธุดงค์และปฏิบัติตามรอยพระพุทธเจ้า
  • การพัฒนาวัดถ้ำแสงเพชรให้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม
  • การถ่ายทอดวิปัสสนากรรมฐานแก่ศิษย์รุ่นหลัง
  • การเป็นแบบอย่างในคุณธรรม เช่น ความเพียร ความเมตตา และศีลบริสุทธิ์
ภาพพิธีถวายอาลัย

นอกจากนี้ หลวงปู่ทูลยังมีส่วนสำคัญในการเผยแผ่ธรรมะให้กับชาวบ้านในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานี ท่านมักจะแสดงธรรมในโอกาสต่างๆ เน้นให้ญาติโยมนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความทุกข์จากปัญหาชีวิตสมัยใหม่ เช่น ความเครียดจากงานและครอบครัว

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลหลังการละสังขาร ทางวัดได้จัดพิธีรดน้ำสรีระสังขารบนศาลาพันห้อง และพิธีสัตตมวารเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 7 ตุลาคม 2568 คณะศิษย์จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมทำบุญ สวดมนต์ และฟังธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่าน

การสิ้น พระครูวชิรธรรมรังษี เกจิดังสายวิปัสสนา ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการสงฆ์ไทย แต่คำสอนและมรดกแห่งธรรมะของท่านจะคงอยู่ตลอดไป ในฐานะศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา สุภัทโท ท่านได้สานต่อสายธรรมวิปัสสนาที่เข้มแข็ง ช่วยให้พุทธศาสนิกชนนับไม่ถ้วนพบแสงสว่างในหนทางดับทุกข์

จากมุมมองของผู้เขียน คำสอนของหลวงปู่ทูลเตือนใจเราว่า ชีวิตพระเป็นการปฏิบัติที่แท้จริง การละสังขารของท่านไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นการเข้าสู่สภาวธรรมที่สงบสุข ขอให้เราน้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านอย่างแท้จริง เชิญชวนทุกท่านร่วมน้อมถวายอาลัยและศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจากวัดหนองป่าพง เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา

ที่มา – สิ้น “พระครูวชิรธรรมรังษี” เกจิดังสายวิปัสสนา ศิษย์รุ่นแรกของ “หลวงพ่อชา สุภัทโท”

“กรมการปกครอง” แจง 3 ประเด็น ปมหลวงพ่ออลงกต

จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับเลขประจำตัวประชาชนของพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ที่มีชื่อเดิมซ้ำกับบุคคลอื่นที่เสียชีวิตไปแล้ว และประเด็นเรื่องบัญชีพร้อมเพย์ที่เชื่อมโยงกับกองทุนวัดพระบาทน้ำพุ ล่าสุด “กรมการปกครอง” ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อคลายข้อสงสัยในหลายประเด็น

“กรมการปกครอง” ชี้แจง 3 ประเด็น กรณีเลขประจำตัวประชาชน “หลวงพ่ออลงกต”

ก่อนหน้านี้ ได้มีการรายงานว่าชื่อเดิมของหลวงพ่ออลงกต คือ “นายอลงกต พูลมุข” ซึ่งไปตรงกับชื่อของข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับตัวบุคคลและเลขประจำตัวประชาชน ต่อมาเพจดังได้ทดลองโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต กลับพบว่าปลายทางเป็นบัญชีกองทุนรับบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งนำไปสู่ข้อสงสัยต่างๆ

“กรมการปกครอง” ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและออกมาชี้แจง 3 ประเด็นหลักดังนี้:

  1. เดิมหลวงพ่ออลงกตฯ ชื่อ เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ต่อมาในปี 2552 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อลงกต พูลมุข และพบหลักฐานการทำรายการบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายหลวงพ่อฯ ทุกรายการ โดยไม่มีการเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชน
  2. การออกใบสุทธิพระ ไม่ได้เป็นเอกสารราชการยืนยันตัวบุคคลที่ออกโดยกรมการปกครอง
  3. สำหรับ นายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิตแล้ว) พบหลักฐานการทำรายการบัตรประจำตัวประชาชน เป็นรูปถ่ายนายอลงกต พลมุข บุคคลเดียว ไม่มีภาพใบหน้าบุคคลอื่น

นอกจากนี้ “กรมการปกครอง” ยังได้กล่าวถึงประเด็นการเปิดพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย ซึ่งตรงกับบัญชีกองทุนอาทรประชานาถ โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการโดยธนาคาร ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติมจากกรมการปกครองเกี่ยวกับกรณีเลขประจำตัวประชาชน “หลวงพ่ออลงกต”

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น กรมการปกครองได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง Facebook Fanpage โดยเน้นย้ำว่าเลขประจำตัวประชาชนของหลวงพ่ออลงกต เป็นเลขที่ถูกต้องและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด การเปลี่ยนชื่อเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีหลักฐานยืนยันชัดเจน

ทางกรมฯ ยังได้ให้ข้อมูลติดต่อสำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถติดต่อได้ที่ ส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง หมายเลขโทรศัพท์ 0 2791 7983

ประเด็นเรื่องเลขประจำตัวประชาชนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล การชี้แจงจากกรมการปกครองในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

ถึงแม้ว่า “กรมการปกครอง” จะได้ออกมาชี้แจงในหลายประเด็นแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยบางอย่างที่ยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเชื่อมโยงบัญชีพร้อมเพย์กับกองทุนของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความโปร่งใส

การออกมาให้ข้อมูลของ “กรมการปกครอง” ในครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสาธารณชน ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด และรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา – “กรมการปกครอง” ชี้แจง 3 ประเด็น กรณีเลขประจำตัวประชาชน “หลวงพ่ออลงกต”

Scroll to top