ข่าวแต่งตั้งนายก

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ สู่ รมช.อุตสาหกรรม

เปิดประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิท “สุชาติ ชมกลิ่น” ผงาดขึ้นสู่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พบอดีตเคยเป็นผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ค่ายสีส้ม แต่สอบตก ก่อนซบพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปรากฏว่า จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากที่ก่อนหน้านั้น กระแสข่าวสะพัดจะได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แต่กลับได้มานั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน ทำให้หลายคนสนใจใน ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

สำหรับประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศเป็นคนจ.ฉะเชิงเทรา โดยกำเนิด จบการศึกษามหาบัณฑิตสาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม ม.บูรพา เคยรับราชการสายสรรพาวุธทหารเรือ หลังจากนั้นได้ลาออก และเข้ามาสู่สนามการเมืองในสมัยแรกเมื่อปี 2544 ด้วยการลงสมัครสนามท้องถิ่น ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อบต.บางผึ้ง ก่อนต่อมาจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นายก อบต.บางผึ้ง จ.ฉะเชิงเทรา ชนะเลือกตั้งถึง 4 สมัย ได้ครองเก้าอี้รวม 4 สมัย บวก 3 ปีเต็ม

ต่อมาในปี 2563 กระโดดเข้าสนามระดับจังหวัด ด้วยการชิงเก้าอี้นายก อบจ.แปดริ้ว ในนามคณะก้าวหน้า แต่พ่ายแพ้ให้กับนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ. 3 สมัย แต่จ่าเอก ยศสิงห์ ก็ทำคะแนนไปได้สูงถึง 132,191 คะแนน และยังพาทีม ส.อบจ. คณะก้าวหน้า สอบผ่านการเลือกตั้งได้ถึง 10 คน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

ขณะที่ในปี 2565 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนในปี 2566 ได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ ลงสมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เห็นชอบแต่งตั้ง จ่าเอก ยศสิงห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.พาณิชย์ (นายสุชาติ ชมกลิ่น)]

กระทั่งในยุครัฐบาลอนุทิน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จ่าเอก ยศสิงห์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน 1 ที่ว่ากันว่ามาจากการผลักดันของนายสุชาติ ชมกลิ่น เส้นทางการเมืองของ จ่าเอก ยศสิงห์ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

จากท้องถิ่น สู่ รัฐมนตรีช่วย: ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์

ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเมืองที่น่าสนใจ จากจุดเริ่มต้นในระดับท้องถิ่น สู่การเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงพรรค และความสัมพันธ์กับนักการเมืองสำคัญอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในวันนี้

การได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของจ่าเอก ยศสิงห์ ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจในการเมืองไทย และต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสร้างผลงานอะไรให้กับประเทศชาติ

ที่มา – ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ อดีตเด็กค่ายส้ม สู่คนสนิท “สุชาติ” ผงาดได้นั่งรมช.อุตสาหกรรม

ทำเนียบฯ เตรียมพร้อม! รับ ‘นายกฯ อนุทิน’

เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลเร่ง ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับ “นายกฯ อนุทิน” พร้อมจัดเตรียมห้องประชุมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ รวมถึงห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชุดใหม่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้าว่า มีการเตรียมความพร้อมสถานที่อย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานหลักของนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้าบริเวณระเบียงชั้น 2 และดำเนินการตัดแต่งต้นไม้โดยรอบให้สวยงามเป็นปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมไปบ้างแล้ว เช่น เชิงชายไม้บนตึกไทยคู่ฟ้า

การเตรียมความพร้อมนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมและเป็นทางการสำหรับการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของการบริหารประเทศ

ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า รับรัฐบาลใหม่

นอกจากตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว ห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็ได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเช่นกัน จากการคาดการณ์โผ ครม.ใหม่ พบว่าจะมีรองนายกรัฐมนตรีถึง 5 ท่าน และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 ท่าน ทำให้ห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงมีการจัดเตรียมห้องทำงานเพิ่มเติมที่ตึกบัญชาการ 2 เพื่อรองรับการทำงานของคณะรัฐมนตรีอย่างเต็มที่

การจัดสรรพื้นที่ทำงานอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคณะรัฐมนตรี การมีพื้นที่ที่เพียงพอและสะดวกสบายจะช่วยให้รัฐมนตรีสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพและสามารถประสานงานกันได้อย่างราบรื่น

ความพร้อมห้องประชุม ครม.

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมห้องประชุม ครม. ที่ตึกบัญชาการ 1 ไว้สำหรับการประชุม ครม. นัดพิเศษที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ การเตรียมห้องประชุมให้พร้อมใช้งานเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การประชุม ครม. นัดพิเศษนี้คาดว่าจะมีการหารือในประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวทางการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ การเตรียมความพร้อมในทุกด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การประชุมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยสรุปแล้ว การเตรียมความพร้อมของทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

การปรับปรุงภูมิทัศน์ การจัดเตรียมห้องทำงาน และการเตรียมความพร้อมของห้องประชุม ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของคณะรัฐมนตรี

สิ่งที่น่าสนใจคือ การปรับปรุงเชิงชายไม้บนตึกไทยคู่ฟ้า อาจเป็นนัยยะถึงการเสริมสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลใหม่ เพื่อให้พร้อมเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ปรับปรุง หรือจัดเตรียมสถานที่ ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญและสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของรัฐบาล

ที่มา – ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เตรียมรับ นายกฯ อนุทิน-รองนายกฯ-รมต.

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ ครม. แล้วเมื่อไหร่พร้อมลุย

นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมสภาหอการค้าไทย ระบุ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.แล้ว ชี้โปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ลุยงานทันที เผย “เอกนิติ” เลือก “วรภัค” มากับมือ โว เร่งเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเข้มแข็ง

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางศุภจี ธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมาวันนี้เพื่อมาพบกับทุกคน และมีรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทุกคนในที่นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตน เจอกันมานาน มีความสนิทสนมคุ้นเคย เคารพนับถือกันเป็นอย่างดี สิ่งที่ตนมาวันนี้ เพื่อมาพบทุกท่านและนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมาแนะนำให้รู้จัก เชื่อว่าหลายคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว วันนี้ตั้งใจมารับฟังรายละเอียด และรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาหอการค้าไทย รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นรัฐบาลที่จะเน้นในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้มีความกระชับและเข้มแข็งขึ้นเร็วที่สุด ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่

ขอแนะนำผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของตนซึ่งตนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อไปแล้ว เมื่อมีการโปรดฯ ก็จะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ผู้ร่วมประชุมได้รู้จัก โดยในขณะที่แนะนำ ว่าที่รัฐมนตรี นายอนุทิน ได้กล่าวถึงนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่า เป็นคนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อในฝีมือการทำงาน คัดเลือกมาเองกับมือ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยระบุว่าได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มงานทันทีเมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ

การออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของนายอนุทิน สร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการเข้าบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจที่ถือเป็นวาระเร่งด่วน

ความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่เข้าพบกับสภาหอการค้าไทย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่นายอนุทินได้แนะนำนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้มีความพร้อมและมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถนำนโยบายที่ได้แถลงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการบริหารประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ที่มา – “อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

โผ ครม.อนุทิน 1: “โสภณ” ผงาด, “มัลลิกา” มา!

สะพัด! โผ ครม.อนุทิน 1 รายชื่อครบ 100% เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ พบ รมต.สำนักนายกฯ ได้นั่ง 3 คน “มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์” โผล่นั่ง รมช.คมนาคม ขณะที่ “โสภณ ซารัมย์” คัมแบ็ก นั่งรองนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะส่งผลอย่างไรต่อการบริหารประเทศ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

วันที่ 16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะขึ้นทูลเกล้าฯ 36 รายชื่อ ดังนี้ นี่คือรายละเอียดทั้งหมดของ โผ ครม.อนุทิน 1 ที่ทุกคนรอคอย

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  5. นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี
  6. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  7. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  9. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  10. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  11. นายภินธร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  12. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

อัปเดตล่าสุด: โผ ครม.อนุทิน 1

โควตาคนนอก

  1. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  2. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  4. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  5. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  6. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  7. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  8. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  9. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

โควตาพรรคกล้าธรรม

  1. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  3. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  4. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  5. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  6. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  7. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

โควตาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

  1. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  2. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  3. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  4. นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โควตากลุ่ม “สุชาติ ชมกลิ่น”

  1. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  2. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  3. จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

วิเคราะห์ โผ ครม.อนุทิน 1: ใครได้ ใครไป?

การปรับ โผ ครม.อนุทิน 1 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าสนใจ การเข้ามาของบุคคลากรใหม่ และการกลับมาของนักการเมืองมากประสบการณ์อย่าง “โสภณ ซารัมย์” บ่งบอกถึงทิศทางการบริหารประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

กลุ่มการเมืองอื่น

  1. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

การจัดตั้งรัฐบาลและการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจถึงนโยบายต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า โผ ครม.อนุทิน 1 ชุดนี้จะสามารถนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา – อัปเดต โผ ครม.อนุทิน 1 เสร็จแล้ว “โสภณ” ผงาดนั่งรองนายกฯ “มัลลิกา” ได้เก้าอี้ รมช.คมนาคม

ครม.อนุทิน 1: คาดคลอดโฉมหน้าเร็วๆ นี้!

จับตาโฉมหน้า ครม.อนุทิน 1! คาดว่าจะมีความชัดเจนอย่างช้าสุดภายในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ยังคงเงียบเหงา สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่าย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 1 ว่าจะมีความชัดเจนเร็วสุดในช่วงเย็นวันนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอความชัดเจนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้เมื่อใด

บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงเงียบเหงา มีแกนนำพรรคเดินทางเข้าที่ทำการพรรคบ้างประปราย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีกำหนดการเดินทางเข้าพรรคในวันนี้

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ สร้างความคาดหวังให้กับประชาชนที่รอคอยการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่นี้

ครม.อนุทิน 1

ความล่าช้าในการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้การดำเนินการล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม

การตรวจสอบประวัติของว่าที่รัฐมนตรีแต่ละคนถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม ไม่มีประวัติด่างพร้อย และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลใหม่นั้นสูงมาก ทุกคนต่างหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ความท้าทายของ ครม.อนุทิน 1

ครม.อนุทิน 1 จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง และปัญหาสังคม การบริหารจัดการประเทศในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว
  • การสร้างความปรองดองในสังคม
  • การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
  • การพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การทำงานเป็นทีมและความสามัคคีภายในคณะรัฐมนตรีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและเปิดโอกาสให้มีการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์จะช่วยให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

การสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจให้กับรัฐบาล การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำไปปรับปรุงการทำงานจะช่วยให้รัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนและทำให้ทุกคนร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น

เราหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้สำเร็จ

ที่มา – ครม.อนุทิน 1 รอ สลค. ตรวจประวัติ คาดช้าสุดพรุ่งนี้-ภูมิใจไทย เช้านี้ยังเงียบเหงา

ครม.อนุทิน 1: อัปเดตล่าสุดใกล้ 100% เตรียมทูลเกล้าฯ

อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ ดูเหมือนว่ารายชื่อจะเกือบสรุปผลเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ ข่าวนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตามรายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีค่อนข้างชัดเจน โดยมีการตรวจสอบประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดแล้ว และนี่คือรายชื่อล่าสุดที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง:

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  4. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  5. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  6. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  7. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  8. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  9. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  10. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  11. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  12. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  13. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  14. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  15. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รอการยืนยัน)
  16. พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  17. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  18. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  19. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  20. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  21. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  22. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  23. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  24. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  25. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  26. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  27. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ความสำคัญของการ อัปเดต ครม.อนุทิน 1

การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต การมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสม เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย รอการยืนยันผลอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 ราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและนโยบายของประเทศ การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ให้ก้าวหน้าต่อไปได้ หวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก“รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซง

“อลงกรณ์” ลั่น ประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มสูบ ลุยปราบคอร์รัปชันเข้มข้น ชี้จุดตาย “รัฐบาลอนุทิน” คดีฮั้วเลือก สว.-เขากระโดง ดัก “นายกฯ หนู” จนถึง รมต. อย่าแทรกแซงคดีเด็ดขาด

วันที่ 8 กันยายน 2568 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบรัฐบาลภายใต้ระบบรัฐสภาอย่างเต็มที่ โดยจะร่วมมือและทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะเดินหน้าตรวจสอบปราบปรามการคอร์รัปชันเข้มข้นตามนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในคำถามว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินหน้าอย่างไร นายอลงกรณ์ มองว่า รัฐบาลใหม่มีเสียง สส.รัฐบาลไม่ถึงกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ไร้เสถียรภาพมากที่สุด วันใดที่พรรคประชาชนไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด นายกรัฐมนตรีอาจต้องลาออกหรือยุบสภา โดยเฉพาะจุดเสี่ยงจุดตายของรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเกี่ยวโยงโดยตรงกับพรรคแกนนำรัฐบาล จึงขอฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่าอย่าเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าวเด็ดขาด ทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีคนอื่นๆ

ส่วนประเด็นการยื่นถอดถอนนายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน โดย สส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตนไม่มีความเห็นและไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

ทางด้านประเด็นกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุจะขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายอลงกรณ์ เผยว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ขณะนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จ น่าจะหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และรัฐบาลทำงานไประยะหนึ่งก่อน.

ปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก“รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซง

จากสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ประกาศความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประเด็นสำคัญที่พรรค ปชป. ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ปชป.จับตา “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยจะร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจเผชิญกับความท้าทายในการบริหารประเทศ เนื่องจากต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านในการผลักดันนโยบายต่างๆ หากพรรคฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลอาจต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรีหรือการยุบสภาได้

ประเด็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเตือนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ระมัดระวังในการเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าว เพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใสในการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงสงวนท่าทีเกี่ยวกับการยื่นถอดถอนนายอนุทินและนายณัฐพงษ์ โดยเห็นว่าควรให้รัฐบาลได้มีโอกาสทำงานและแสดงผลงานก่อนที่จะมีการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการบริหารประเทศ ควรมีการหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและได้ทำงานไปสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้มีข้อมูลและเหตุผลที่เพียงพอในการตัดสินใจ

อนาคตทางการเมืองของ “รัฐบาลอนุทิน”

การที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดีต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองคือคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต

การดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินจึงต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – ปชป. พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ดัก “รัฐบาลอนุทิน” อย่าแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.-เขากระโดง

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี ว่าที่ รมช.พาณิชย์

เปิดประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” เตรียมนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32

วันที่ 7 ก.ย. 68 มีรายงานความคืบหน้า กรณีการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งในครั้งนี้มีรายชื่อ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ที่คาดว่าจะได้นั่งตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นที่จับตามอง เนื่องจาก น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นลูกสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย

การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในการสานต่อนโยบายและผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี

น.ส.นิธิยา บุญญามณี อายุ 37 ปี เป็นบุตรสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี และ นางกัลยา บุญญามณี

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาตรี นักเรียนทุน คณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท Master of Business Administration (Executive) สถาบันบัณฑิตธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางสู่ รมช.พาณิชย์: ประวัติการทำงานของ นิธิยา บุญญามณี

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง น.ส.นิธิยา บุญญามณี มีประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจมาอย่างหลากหลาย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เธอมีความเข้าใจในกลไกตลาดและความต้องการของผู้ประกอบการ

ประวัติการทำงาน

  • ปี 2553-2555: ตำแหน่ง นักวิเคราะห์ข้อมูล Data Analyst บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ที่นี่เองที่เธอได้เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • ปี 2556-2568: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด จำกัด บทบาทนี้ทำให้เธอต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ และการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
  • ปี 2556-2568: กรรมการบริหาร บริษัท สมิหลา โคลด์ สโตเรจ จำกัด ประสบการณ์ในธุรกิจห้องเย็นช่วยให้เธอมีความเข้าใจในระบบโลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี จะได้นำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีมาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ นโยบายและแนวทางการทำงานของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ในการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนชาวไทย

ที่มา – ประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” จ่อนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

“นายกฯ หนู” เผย พรุ่งนี้จะทำเอกสาร “ครม.อนุทิน 1” ให้เรียบร้อย ไม่ได้เข้าพรรคภูมิใจไทย ด้าน “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 7 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2568) จะทำเอกสารเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เรียบร้อย และอาจจะไม่ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะเดินต่อไปยังร้านจานิสตาร์ ร้านกาแฟของ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี และบอกว่า “ยังไม่ได้กินข้าว ขอไปกินข้าวก่อน”

ต่อมาเวลา 16.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภรรยา ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีให้กับ นายอนุทิน ในการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่นายอนุทินออกมาเปิดเผยว่าจะทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง แม้จะต่างพรรคต่างขั้ว แต่ก็สามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองได้

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะรัฐมนตรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ และสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างมีวิจารณญาณ การที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงาน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

อนุทินเร่ง ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

การที่นายอนุทิน เร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร ครม. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานโดยเร็วที่สุด การที่อดีตนายกฯ เศรษฐาส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีก็เป็นภาพที่สวยงามของการเมืองไทย

ความสำคัญของการทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

  • การเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลใหม่
  • การแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม
  • ความเชื่อมั่นของประชาชน

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยไม่ใช่แค่เรื่องของขั้นตอนทางธุรการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและการเตรียมพร้อมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การที่นายอนุทินและนายเศรษฐาส่งสัญญาณที่ดีออกมาเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าอนาคตของการเมืองไทยจะเป็นไปในทิศทางใด

ที่มา – นายกฯ เผย พรุ่งนี้ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

Scroll to top