ข่าวแต่งตั้งล่าสุด

ทำเนียบฯ เตรียมพร้อม! รับ ‘นายกฯ อนุทิน’

เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลเร่ง ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับ “นายกฯ อนุทิน” พร้อมจัดเตรียมห้องประชุมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ รวมถึงห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชุดใหม่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้าว่า มีการเตรียมความพร้อมสถานที่อย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานหลักของนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้าบริเวณระเบียงชั้น 2 และดำเนินการตัดแต่งต้นไม้โดยรอบให้สวยงามเป็นปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมไปบ้างแล้ว เช่น เชิงชายไม้บนตึกไทยคู่ฟ้า

การเตรียมความพร้อมนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมและเป็นทางการสำหรับการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของการบริหารประเทศ

ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า รับรัฐบาลใหม่

นอกจากตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว ห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็ได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเช่นกัน จากการคาดการณ์โผ ครม.ใหม่ พบว่าจะมีรองนายกรัฐมนตรีถึง 5 ท่าน และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 ท่าน ทำให้ห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงมีการจัดเตรียมห้องทำงานเพิ่มเติมที่ตึกบัญชาการ 2 เพื่อรองรับการทำงานของคณะรัฐมนตรีอย่างเต็มที่

การจัดสรรพื้นที่ทำงานอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคณะรัฐมนตรี การมีพื้นที่ที่เพียงพอและสะดวกสบายจะช่วยให้รัฐมนตรีสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพและสามารถประสานงานกันได้อย่างราบรื่น

ความพร้อมห้องประชุม ครม.

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมห้องประชุม ครม. ที่ตึกบัญชาการ 1 ไว้สำหรับการประชุม ครม. นัดพิเศษที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ การเตรียมห้องประชุมให้พร้อมใช้งานเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การประชุม ครม. นัดพิเศษนี้คาดว่าจะมีการหารือในประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวทางการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ การเตรียมความพร้อมในทุกด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การประชุมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยสรุปแล้ว การเตรียมความพร้อมของทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

การปรับปรุงภูมิทัศน์ การจัดเตรียมห้องทำงาน และการเตรียมความพร้อมของห้องประชุม ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของคณะรัฐมนตรี

สิ่งที่น่าสนใจคือ การปรับปรุงเชิงชายไม้บนตึกไทยคู่ฟ้า อาจเป็นนัยยะถึงการเสริมสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลใหม่ เพื่อให้พร้อมเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ปรับปรุง หรือจัดเตรียมสถานที่ ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญและสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของรัฐบาล

ที่มา – ทำเนียบ ทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้า เตรียมรับ นายกฯ อนุทิน-รองนายกฯ-รมต.

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ ครม. แล้วเมื่อไหร่พร้อมลุย

นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมสภาหอการค้าไทย ระบุ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.แล้ว ชี้โปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ลุยงานทันที เผย “เอกนิติ” เลือก “วรภัค” มากับมือ โว เร่งเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเข้มแข็ง

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางศุภจี ธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมาวันนี้เพื่อมาพบกับทุกคน และมีรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทุกคนในที่นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตน เจอกันมานาน มีความสนิทสนมคุ้นเคย เคารพนับถือกันเป็นอย่างดี สิ่งที่ตนมาวันนี้ เพื่อมาพบทุกท่านและนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมาแนะนำให้รู้จัก เชื่อว่าหลายคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว วันนี้ตั้งใจมารับฟังรายละเอียด และรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาหอการค้าไทย รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นรัฐบาลที่จะเน้นในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้มีความกระชับและเข้มแข็งขึ้นเร็วที่สุด ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่

ขอแนะนำผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของตนซึ่งตนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อไปแล้ว เมื่อมีการโปรดฯ ก็จะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ผู้ร่วมประชุมได้รู้จัก โดยในขณะที่แนะนำ ว่าที่รัฐมนตรี นายอนุทิน ได้กล่าวถึงนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่า เป็นคนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อในฝีมือการทำงาน คัดเลือกมาเองกับมือ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยระบุว่าได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มงานทันทีเมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ

การออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของนายอนุทิน สร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการเข้าบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจที่ถือเป็นวาระเร่งด่วน

ความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่เข้าพบกับสภาหอการค้าไทย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่นายอนุทินได้แนะนำนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้มีความพร้อมและมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถนำนโยบายที่ได้แถลงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการบริหารประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ที่มา – “อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

ทำเนียบฯ จัดสถานที่รับ “นายกฯ-ครม.ใหม่” ถ่ายรูปติดบัตร

ทำเนียบรัฐบาล เตรียมพร้อมสถานที่รับ “นายกฯ-ครม.อนุทิน 1” ถ่ายรูปติดบัตรก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ด้านตึกบัญชาการ 1 ส่งทีมงานดูห้องช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

วันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบรัฐบาลมีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน และยังมีการตัดแต่งต้นไม้ บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล และตัดหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (17 กันยายน 2568)

พร้อมกันนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยวันนี้มีการส่งทีมงานเข้ามาดูห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 อีกด้วย

สำหรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน มีชื่อทั้งหมด 7 คน ได้แก่

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
  • นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มี 4 คน ได้แก่

  • นางสาวศุภมาส อิศรภักดี
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล
  • นายนภินธร ศรีสรรพางค์
  • นายสันติ ปิยะทัต

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมแล้วมีถึง 11 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา จึงต้องดูว่าจะมีการจัดสรรห้องทำงานกันอย่างไร.

ทำเนียบฯ จัดสถานที่รับ “นายกฯ-ครม.ใหม่” ถ่ายรูปติดบัตรก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์

การเตรียมความพร้อมของทำเนียบรัฐบาลสำหรับการถ่ายรูปติดบัตรของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน การจัดเตรียมสถานที่ รวมถึงการปรับปรุงห้องทำงานต่างๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นวาระใหม่ของรัฐบาล

ความสำคัญของการถ่ายรูปติดบัตร

ขั้นตอนการถ่ายรูปติดบัตรนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ การมีรูปถ่ายที่ชัดเจนและเป็นทางการจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน

การเตรียมการของทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดเตรียมสถานที่ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมในการต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และเป็นการยืนยันถึงความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ

ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีจำนวนมากถึง 11 ตำแหน่งนั้น น่าติดตามว่าจะมีการแบ่งงานและมอบหมายความรับผิดชอบกันอย่างไร เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมมือกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของทำเนียบรัฐบาลสำหรับการถ่ายรูปติดบัตรของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเริ่มต้นวาระใหม่ของรัฐบาล และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของประเทศไทย

ที่มา – ทำเนียบฯ จัดสถานที่รับ “นายกฯ-ครม.ใหม่” ถ่ายรูปติดบัตรก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์

โผ ครม.อนุทิน 1: “โสภณ” ผงาด, “มัลลิกา” มา!

สะพัด! โผ ครม.อนุทิน 1 รายชื่อครบ 100% เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ พบ รมต.สำนักนายกฯ ได้นั่ง 3 คน “มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์” โผล่นั่ง รมช.คมนาคม ขณะที่ “โสภณ ซารัมย์” คัมแบ็ก นั่งรองนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะส่งผลอย่างไรต่อการบริหารประเทศ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

วันที่ 16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะขึ้นทูลเกล้าฯ 36 รายชื่อ ดังนี้ นี่คือรายละเอียดทั้งหมดของ โผ ครม.อนุทิน 1 ที่ทุกคนรอคอย

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  5. นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี
  6. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  7. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  9. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  10. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  11. นายภินธร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  12. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

อัปเดตล่าสุด: โผ ครม.อนุทิน 1

โควตาคนนอก

  1. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  2. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  4. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  5. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  6. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  7. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  8. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  9. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

โควตาพรรคกล้าธรรม

  1. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  3. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  4. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  5. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  6. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  7. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

โควตาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

  1. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  2. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  3. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  4. นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โควตากลุ่ม “สุชาติ ชมกลิ่น”

  1. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  2. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  3. จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

วิเคราะห์ โผ ครม.อนุทิน 1: ใครได้ ใครไป?

การปรับ โผ ครม.อนุทิน 1 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าสนใจ การเข้ามาของบุคคลากรใหม่ และการกลับมาของนักการเมืองมากประสบการณ์อย่าง “โสภณ ซารัมย์” บ่งบอกถึงทิศทางการบริหารประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

กลุ่มการเมืองอื่น

  1. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

การจัดตั้งรัฐบาลและการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจถึงนโยบายต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า โผ ครม.อนุทิน 1 ชุดนี้จะสามารถนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา – อัปเดต โผ ครม.อนุทิน 1 เสร็จแล้ว “โสภณ” ผงาดนั่งรองนายกฯ “มัลลิกา” ได้เก้าอี้ รมช.คมนาคม

“จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

“จิรายุ” จี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีใหม่ อย่า 2 มาตรฐาน แนะ “อนุทิน” ส่งให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” ช่วยกลั่นกรองในฐานะนั่งร้านน้ำเงิน ด้าน “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” โยนเป็นเรื่อง ปชน.-ภท.

วันที่ 16 ก.ย. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระ องค์กรอัยการ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิด ครม.เต้าหู้ยี้ ขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ให้ครบ ทั้ง 14 หน่วยงาน

ทั้งนี้เพราะในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา สลค.ได้เคร่งครัดในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทุกคนอย่างรอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมาใช้เวลากว่า 30 วันในการกลั่นกรองคุณสมบัติและตรวจประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“รัฐบาลชุดนี้ ต้องไม่เต้าหู้ยี้ ทั้งนี้พรรคประชาชนในฐานะผู้โหวตเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลนี้ ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีทุกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรส่งให้หัวหน้าพรรคประชาชน ช่วยกลั่นกรอง ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สลค.เพื่อความโปร่งใส เพราะทุกวันนี้พี่น้องประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคประชาชนที่ไปทำ MOA ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กับน้ำเงิน ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันมาตลอด“

“อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน” ชี้ ให้เป็นเรื่องปชน.-ภท. 

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีถูกถามว่าคาดหวังอะไรต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ตนคงไม่ได้ไปอยู่ในสถานะที่จะไปคาดหวังอะไรต่อนายอนุทินได้ เพราะตนไม่ได้เลือก ไม่ได้ขานชื่อนายอนุทิน ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เท่าที่ดู ดิจิตอลฟุตปริ๊นท์รวบรวมไว้ นายอนุทิน ประกาศชัดถ้อยชัดคำหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะไม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่นายอนุทินก็พลิกลิ้น กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็บอกเองว่า ไม่ได้เลือกนายอนุทินไปทำงาน ไม่ได้เลือกให้ไปบริหาร แต่เลือกให้ไปยุบสภา ดังนั้น งานอื่นที่อยู่นอกเหนือจากการยุบสภาให้พรรคประชาชนไปติดตามตรวจสอบกันเอาเอง ส่วนท่าทีของนายอนุทิน ที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดง คดีฮั้วสว.หรือไม่ ก็ต้องให้พรรคประชาชนเข้าไปตรวจสอบเอง ระวังว่าข้อตกลงตาม MOA จะกลายเป็นเพียงสี TOA หรือสีทนได้หรือไม่ ข้อตกลง 5 ข้อที่ตกลงกันไว้ยังอยู่ครบหรือไม่ เมื่อถามว่า เวลา 4 เดือนของนายอนุทิน หากเข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ รวมถึงการส่งสัญญาณเตรียมย้ายล้างบางในบางกระทรวงถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า ก็ชัดเจนว่า คำตอบอยู่ในคำถาม คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่าหากเข้าไป 4 เดือนแล้วย้ายล้างบาง หรือเอาเฉพาะคนที่ผ่านการทำงานในจังหวัดของผู้มากบารมีในพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ที่จะสามารถมาทำงานได้ สังคมจะอยู่กันอย่างไร พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพื่อให้ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้มา ส่วนพรรคใดมีดีล ให้ช่วยเหลือคดีบางคดีหรือไม่ วันนี้สังคมตัดสินใจได้

“การเมืองในภาวะที่ไม่ปกติ เอาเจตนารมณ์ของประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ เอาไปโหวตตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม น่าจะจริง เพราะกาก้าวไกล ได้นายอนุทิน เป็นนายกฯ ได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นต้องรับผิดชอบกันเอง พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว” นายอนุสรณ์ กล่าว

จับตา: “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. รัฐบาลอนุทิน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ แม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือ การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีใน รัฐบาลอนุทิน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน โดยเน้นย้ำว่าในอดีต สลค. ได้ใช้เวลาถึง 30 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรี ส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้หัวหน้าพรรคประชาชนช่วยกลั่นกรองและตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะเสนอต่อ สลค. เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน

ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้แสดงความเห็นว่า ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรจากการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เลือกหรือสนับสนุนให้นายอนุทินดำรงตำแหน่งดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ได้กล่าวถึงท่าทีของนายอนุทินที่ทำให้สังคมกังวลว่าจะเข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดงและคดีฮั้วสว. โดยย้ำว่าพรรคประชาชนควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อตกลงตาม MOA กลายเป็นเพียง “สี TOA” หรือสีที่ทนได้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

ประเด็นเรื่อง รัฐบาลอนุทิน จึงกลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรี รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันตรวจสอบและให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ รัฐบาลอนุทิน สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน

การตรวจสอบเข้มคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – “จิรายุ” จี้ตรวจเข้มคุณสมบัติ รมต. แนะอย่า 2 มาตรฐาน- “อนุสรณ์” ไม่คาดหวัง “รัฐบาลอนุทิน”

ครม.อนุทิน 1: คาดคลอดโฉมหน้าเร็วๆ นี้!

จับตาโฉมหน้า ครม.อนุทิน 1! คาดว่าจะมีความชัดเจนอย่างช้าสุดภายในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ยังคงเงียบเหงา สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่าย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 1 ว่าจะมีความชัดเจนเร็วสุดในช่วงเย็นวันนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอความชัดเจนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้เมื่อใด

บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงเงียบเหงา มีแกนนำพรรคเดินทางเข้าที่ทำการพรรคบ้างประปราย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีกำหนดการเดินทางเข้าพรรคในวันนี้

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ สร้างความคาดหวังให้กับประชาชนที่รอคอยการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่นี้

ครม.อนุทิน 1

ความล่าช้าในการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้การดำเนินการล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม

การตรวจสอบประวัติของว่าที่รัฐมนตรีแต่ละคนถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม ไม่มีประวัติด่างพร้อย และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลใหม่นั้นสูงมาก ทุกคนต่างหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ความท้าทายของ ครม.อนุทิน 1

ครม.อนุทิน 1 จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง และปัญหาสังคม การบริหารจัดการประเทศในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว
  • การสร้างความปรองดองในสังคม
  • การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
  • การพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การทำงานเป็นทีมและความสามัคคีภายในคณะรัฐมนตรีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและเปิดโอกาสให้มีการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์จะช่วยให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

การสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจให้กับรัฐบาล การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำไปปรับปรุงการทำงานจะช่วยให้รัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนและทำให้ทุกคนร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น

เราหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้สำเร็จ

ที่มา – ครม.อนุทิน 1 รอ สลค. ตรวจประวัติ คาดช้าสุดพรุ่งนี้-ภูมิใจไทย เช้านี้ยังเงียบเหงา

“นิพนธ์” ยัน! ลูกสาวไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์ บุญญามณี” แจง ลูกสาวปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุธุรกิจเติบโต หาคนดูแลไม่ได้ ย้ำ ไม่มีส่งใครแทน แจ้งนายกฯ แล้ว ด้าน “นิธิยา บุญญามณี” เผยเหตุผล 3 ข้อ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว ขอไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ว่า เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าบุตรสาวของตนได้ถูกทาบทาม ให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้วตนได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ว่า น.ส.นิธิยา ไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากติดภารกิจทางบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัว และหาคนมาดูแลแทนไม่ได้ กำลังขยายการผลิตโดยโรงงานที่ น.ส.นิธิยา ดูแลอยู่กำลังมีการขยายการผลิต และการตลาด ซึ่งต้องตัดสินใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจที่บ้านที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อหาคนมาแทนไม่ได้จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานทุกคน ที่ได้ให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ส่งคนอื่นขึ้นมาแทน น.ส.นิธิยา ใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มี ขณะที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรค ปชป. บุตรชาย ก็ไม่รับตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

“นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท. ได้ออกหนังสือชี้แจงไม่ขอรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ตามที่มีชื่อในโผ ครม. อนุทิน 1 ใจความว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวปรากฏว่าดิฉัน น.ส.นิธิยา บุญญามณี ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ดิฉันขอเรียนชี้แจง ดังนี้

  1. ขอเรียนว่าดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดียิ่งที่ได้รับการทาบทาม เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความน่าภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชนทำนองเดียวกับคุณพ่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบในงานเดิมในภาคเอกชน ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดูแลแทนได้ ในช่วงการขยายกำลังการผลิต และขยายการตลาด อาจไม่สามารถทุ่มเทให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนคาดหวัง
  2. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทาบทามให้ดิฉันเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิต
  3. สุดท้ายดิฉันขออภัย ที่ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลและเสียเวลาไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาและขอยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังคงพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบทบาทที่เหมาะสมต่อไป

ทำไมนิธิยา บุญญามณี ถึงไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์?

เรื่องราวของการ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองไทย เหตุผลหลักที่เธอให้ไว้คือภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการบริหารธุรกิจของเธออย่างแท้จริง

นอกจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว น.ส.นิธิยา ยังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับโอกาสนี้ได้ เธอได้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทอื่นๆ ต่อไป

การ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความซื่อตรงต่อตนเองและภาระหน้าที่ที่มีอยู่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงธุรกิจและพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

สรุปเหตุผลสำคัญที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์:

  • ภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว
  • ความต้องการทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่
  • ความรับผิดชอบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ

การตัดสินใจของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของตนเอง ก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน หากท่านกำลังคิดจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การ ไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นการตัดสินใจที่น่าเคารพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักธุรกิจหรือผู้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ

ที่มา – “นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ครม.อนุทิน 1: อัปเดตล่าสุดใกล้ 100% เตรียมทูลเกล้าฯ

อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ ดูเหมือนว่ารายชื่อจะเกือบสรุปผลเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ ข่าวนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตามรายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีค่อนข้างชัดเจน โดยมีการตรวจสอบประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดแล้ว และนี่คือรายชื่อล่าสุดที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง:

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  4. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  5. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  6. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  7. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  8. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  9. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  10. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  11. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  12. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  13. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  14. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  15. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รอการยืนยัน)
  16. พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  17. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  18. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  19. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  20. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  21. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  22. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  23. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  24. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  25. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  26. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  27. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ความสำคัญของการ อัปเดต ครม.อนุทิน 1

การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต การมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสม เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย รอการยืนยันผลอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 ราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและนโยบายของประเทศ การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ให้ก้าวหน้าต่อไปได้ หวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี ว่าที่ รมช.พาณิชย์

เปิดประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” เตรียมนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32

วันที่ 7 ก.ย. 68 มีรายงานความคืบหน้า กรณีการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งในครั้งนี้มีรายชื่อ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ที่คาดว่าจะได้นั่งตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นที่จับตามอง เนื่องจาก น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นลูกสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย

การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในการสานต่อนโยบายและผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี

น.ส.นิธิยา บุญญามณี อายุ 37 ปี เป็นบุตรสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี และ นางกัลยา บุญญามณี

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาตรี นักเรียนทุน คณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท Master of Business Administration (Executive) สถาบันบัณฑิตธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางสู่ รมช.พาณิชย์: ประวัติการทำงานของ นิธิยา บุญญามณี

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง น.ส.นิธิยา บุญญามณี มีประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจมาอย่างหลากหลาย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เธอมีความเข้าใจในกลไกตลาดและความต้องการของผู้ประกอบการ

ประวัติการทำงาน

  • ปี 2553-2555: ตำแหน่ง นักวิเคราะห์ข้อมูล Data Analyst บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ที่นี่เองที่เธอได้เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • ปี 2556-2568: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด จำกัด บทบาทนี้ทำให้เธอต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ และการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
  • ปี 2556-2568: กรรมการบริหาร บริษัท สมิหลา โคลด์ สโตเรจ จำกัด ประสบการณ์ในธุรกิจห้องเย็นช่วยให้เธอมีความเข้าใจในระบบโลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี จะได้นำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีมาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ นโยบายและแนวทางการทำงานของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ในการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนชาวไทย

ที่มา – ประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” จ่อนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์

Scroll to top