ข่าวในประเทศ

เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ หมอนุก พัชรวรรณ ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล

เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ หมอนุก พัชรวรรณ ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล

เหตุการณ์การจากไปของบุคลากรทางการแพทย์ผู้เป็นที่รักสร้างความโศกเศร้าให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีของ แพทย์หญิงพัชรวรรณ สืบมี หรือคุณหมอนุก แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคข้อและรูมาติสซั่มแห่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด การเผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ หมอนุก พัชรวรรณ ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล กลายเป็นข้อความที่สร้างความซาบซึ้งใจให้กับคนไข้และญาติผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาจากคุณหมอนุกอย่างหาที่สุดไม่ได้

ความทรงจำและคำขอบคุณจากหัวใจใน เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ หมอนุก พัชรวรรณ ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล

ความผูกพันระหว่างหมอและคนไข้นั้นมีคุณค่าเสมอ เมื่อโรงพยาบาลร้อยเอ็ดได้ประกาศข่าวการจากไปอย่างสงบของหมอนุก ผู้คนจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความอาลัยผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งในประกาศดังกล่าวได้ระบุถึงข้อความที่หมอนุกได้ฝากไว้ก่อนสิ้นลมว่า ท่านขอขอบคุณคนไข้และญาติที่คอยให้กำลังใจ ทั้งผ่านทางสายตา คำพูด และของเยี่ยมต่างๆ เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ท่านมีความสุขในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเสมอมา

นอกเหนือจากคำขอบคุณแล้ว หัวใจของความเป็นแพทย์ของหมอนุกยังคงแสดงออกมาถึงวินาทีสุดท้าย โดยท่านได้ฝากฝังให้เพื่อนร่วมงานและอาจารย์แพทย์ในทีมโรคข้อและรูมาติสซั่มของโรงพยาบาลร้อยเอ็ดได้ช่วยกันดูแลคนไข้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้ง:

  • อาจารย์หมอฌิโม, เปรียว, แพร และเสริมชาติ
  • ทีมเจ้าหน้าที่โรคข้อ ได้แก่ กุ้ง, แป๋ว, เก๋ และพิมพ์
  • ฝากฝังน้องหมอแจนที่กำลังจะจบการศึกษาให้เข้ามาทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป

ข้อความนี้ไม่ใช่เพียงการจัดการเรื่องงาน แต่คือการแสดงถึงความปรารถนาดีอยากให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดต่อไปแม้ตัวท่านจะไม่อยู่แล้วก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการเผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ หมอนุก พัชรวรรณ ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงจรรยาบรรณวิชาชีพที่งดงามยิ่งนัก

ในฐานะของผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องกล่าวว่าการจากไปครั้งนี้เป็นความสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความมุ่งมั่นและมีความเมตตาต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง พลังความรักและคำสอนของคุณหมอนุกจะยังคงอยู่ในใจของเพื่อนร่วมงานและคนไข้ทุกคนตลอดไป ขอให้คุณหมอไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี และขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวและเจ้าหน้าที่ทุกคนของโรงพยาบาลร้อยเอ็ดผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – เผยคำสั่งเสียสุดท้ายของ “หมอนุก พัชรวรรณ” ขอบคุณคนไข้ ฝากหมอช่วยดูแล

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันครับ สำหรับกรณีที่มีผู้โดยสารหลายท่านสังเกตเห็นว่าเที่ยวบินขาเข้าท่าอากาศยานหาดใหญ่มีปัญหา จนเกิดเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเป็น ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จนทำให้เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่สนามบินกระบี่แทนครับ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. 2569 โดยในขณะที่มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุภายในท่าอากาศยาน รถบรรทุกน้ำคันหนึ่งได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำกลางรันเวย์ 26 ส่งผลให้ทางสนามบินต้องประกาศปิดทางวิ่งชั่วคราวเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยที่สุดครับ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องรีบเข้าจัดการอย่างเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์ ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น เราสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

  • มีการประกาศ NOTAM ปิดทางวิ่ง 26 ตั้งแต่ช่วงบ่าย 13.55 – 16.30 น.
  • เที่ยวบินหลายเที่ยวได้รับผลกระทบ ต้องเปลี่ยนไปลงจอดที่สนามบินกระบี่
  • ไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด มีเพียงเที่ยวบินที่ล่าช้า (Delay) เท่านั้น
  • เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งรถที่ปฏิบัติงานเกิดเสียหลักพลิกคว่ำจริง

หลายคนอาจจะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ทางสนามบินยืนยันว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารครับ แม้ว่า ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จะสร้างความไม่สะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสารหลายท่าน แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงานด้านการบินเสมอครับ

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางในอนาคต แนะนำให้คอยติดตามสถานะเที่ยวบินผ่านช่องทางของสายการบินอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้กับเพื่อนๆ ทุกคนครับ

ที่มา – ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กรณีถูกตัดสิทธิลดหย่อนภาษี

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังกังวลใจไม่น้อย โดยเฉพาะใครที่ได้รับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ เพียงเพราะชื่อถูกนำไปใช้ลดหย่อนภาษี สำหรับบทความนี้เราจะมาเจาะลึกวิธี อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ถูกตัดสิทธิใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ผ่านเว็บ https://welfare.mof.go.th ให้ทุกคนเข้าใจง่ายและทำได้ด้วยตัวเองภายใน 15 วันครับ

อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ถูกตัดสิทธิใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ผ่านเว็บ https://welfare.mof.go.th

โครงการลงทะเบียนฯ ปี 2569 มีการคัดกรองที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะเงื่อนไข “หากถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิทันที” ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นดราม่าที่หลายคนสงสัยว่ารัฐบาลยังวัดความจนได้แม่นยำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เปิดช่องทางให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิโดยไม่เป็นธรรมสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หลังจากประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ขั้นตอนการ อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ถูกตัดสิทธิใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ผ่านเว็บ https://welfare.mof.go.th

หากคุณพบว่าตนเองผ่านเกณฑ์คุณสมบัติแต่ถูกตัดสิทธิเนื่องจากปัญหานี้ สามารถดำเนินการยื่นเรื่องผ่านช่องทางออนไลน์ได้ดังนี้:

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th
  • กดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" ในหน้าตรวจสอบสิทธิ
  • หากไม่สะดวกช่องทางออนไลน์ สามารถไปที่ธนาคารกรุงไทย, ธ.ก.ส., หรือธนาคารออมสิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่กดทำรายการให้ได้ทันที

ทำไมถึงถูกตัดสิทธิ? ทางโฆษกกระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่า หลักการนี้ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ว่า หากใครมีชื่อไปลดหย่อนภาษีแสดงว่าต้องมีบุตรหลานอุปการะเลี้ยงดู แต่ในกรณีพ่อแม่บางท่านที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูจริงๆ คุณมีสิทธิ์อุทธรณ์เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายกรณีไปครับ

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่นๆ เช่น รายได้ต่อปีต้องไม่เกิน 100,000 บาท, ไม่มีบัตรเครดิต, ไม่มีเงินฝากรวมเกิน 100,000 บาท หรือไม่มีอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ที่กำหนด ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนยื่นอุทธรณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านเกณฑ์รอบคัดเลือกครับ

บทสรุปสำหรับเหตุการณ์ อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ถูกตัดสิทธิใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ผ่านเว็บ https://welfare.mof.go.th นั้น แนะนำว่าอย่าเพิ่งท้อครับ หากเราเป็นคนเดือดร้อนจริงๆ และไม่ได้มีรายได้จากทางอื่นตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด ให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อมและรีบทำรายการภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล รัฐบาลพร้อมที่จะพิจารณาตรวจสอบใหม่อย่างแน่นอน เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงมือคนจนตัวจริงครับ

ที่มา – อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ถูกตัดสิทธิใช้ชื่อลดหย่อนภาษี ผ่านเว็บ https://welfare.mof.go.th

ตร.เปิดแผน 2 เรือน้ำมัน เดินเรือล่าช้า ฟันกำไร 48 ล้าน

ในช่วงวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ตำรวจแห่งชาติได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่สะเทือนวงการพลังงาน เมื่อ ตร.เปิดแผน 2 เรือน้ำมัน เดินเรือล่าช้า เพื่อรอราคาน้ำมันขึ้น สร้างกำไรมหาศาลกว่า 48 ล้านบาท กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาขาดแคลนน้ำมัน จากเหตุปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนัก

ตร.เปิดแผน 2 เรือน้ำมัน เดินเรือล่าช้า คาดประวิงเวลารอน้ำมันขึ้น ฟันกำไร 48 ล้าน

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเปิดเผยผลการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย 2 ลำ ในบริเวณกลางอ่าวไทย การตรวจสอบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25-26 เมษายนที่ผ่านมา โดยตำรวจน้ำนำกำลังเข้าตรวจค้น

เรือทั้ง 2 ลำนี้รับน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 10 ล้านลิตร จากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง เพื่อส่งไปยังคลังน้ำมันในกรุงเทพมหานครและสุราษฎร์ธานี แต่พบพฤติการณ์ผิดปกติ คือ การเดินเรือล่าช้ากว่ากำหนด โดยเฉพาะช่วง 24-26 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับช่วงที่รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันเพิ่ม 6 บาทต่อลิตร ในวันที่ 26 มีนาคม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาได้มหาศาล หากพิสูจน์ได้ จะได้กำไรรวม 48 ล้านบาท

รายละเอียดพฤติการณ์ที่ตำรวจตรวจพบ

  • เรือบรรทุกน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร จากระยองไปกรุงเทพฯ และสุราษฎร์ธานี
  • ข้อมูลระบบติดตามเรือแสดงความคลาดเคลื่อนเวลาเดินทางชัดเจน
  • ประวิงเวลาให้ตรงกับวันราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร
  • ศปนม.ตร.กำลังรวบรวมเอกสาร ข้อมูล GPS และพยานบุคคล

กรณีนี้เข้าข่ายผิดฐานประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดในการคุมเส้นทางขนส่งน้ำมัน ป้องกันการเก็งกำไรและลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและมาตรการปราบปราม

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้เริ่มจากวันที่ 21-25 มีนาคม 2569 สถานีบริการน้ำมันขาดแคลนทั่วประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก การที่ผู้ประกอบการประวิงน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ยิ่งซ้ำเติมปัญหา ตำรวจยืนยันว่าจะตรวจสอบโรงกลั่น คลังน้ำมัน และเส้นทางขนส่งอย่างต่อเนื่อง หากพบผิดจะดำเนินคดีเด็ดขาดทุกขบวนการ

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มกำลังตรวจสอบเรือสินค้าทุกประเภทในอ่าวไทย เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยใช้เทคโนโลยีระบบติดตามเรือ Vessel Tracking System ช่วยยืนยันข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดช่องโหว่ในการเก็งกำไร

จากกรณี ตร.เปิดแผน 2 เรือน้ำมัน เดินเรือล่าช้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องเศรษฐกิจและผู้บริโภค ในยุคที่ราคาพลังงานผันผวน การมีกฎหมายและการบังคับใช้ที่เข้มแข็งจึงสำคัญยิ่ง ผู้ประกอบการควรยึดมั่นจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบประชาชน

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? มันสะท้อนปัญหาอะไรในระบบน้ำมันไทยบ้าง คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนรับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวอัปเดตคดีได้ที่นี่

ที่มา – ตร.เปิดแผน 2 เรือน้ำมัน เดินเรือล่าช้า คาดประวิงเวลารอน้ำมันขึ้น ฟันกำไร 48 ล้าน

กลับมาแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่เกินมาตรฐาน ติดอันดับ 1

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวปลายๆ แต่ปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 “เชียงใหม่” เกินมาตรฐาน ติดอันดับ 1 เมืองอากาศยอดแย่ ของไทยอีกครั้ง ท้องฟ้าสวยๆ ของดอยสุเทพที่เคยชวนให้ถ่ายรูปกันรัวๆ ตอนนี้มองแล้วขมุกขมัวไปหมด นักท่องเที่ยวหลายคนขึ้นไปจุดชมวิวเพื่อซึมซับความงามของเมืองเชียงใหม่จากมุมสูง แต่ต้องผิดหวังเพราะหมอกควันปกคลุมหนาแน่น แถมยังได้กลิ่นควันไฟป่าลอยมาแตะจมูกอีก วันนี้เรามาไล่ดูสถานการณ์ล่าสุดกันเลยครับ

กลับมาแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 “เชียงใหม่” เกินมาตรฐาน ติดอันดับ 1 เมืองอากาศยอดแย่

จากรายงานของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 มี.ค. 69 พบว่าปริมาณฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ และอื่นๆ รวมถึงภาคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี สระบุรี สมุทรสงคราม ระยอง บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์

สรุปคุณภาพอากาศแต่ละภาคทั่วประเทศ

  • ภาคเหนือ: เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ วัดได้ 44.5 – 178.4 มคก./ลบ.ม. เชียงใหม่นี่แหละครับที่รุนแรงสุด
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ วัดได้ 32.7 – 92.4 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก: เกิน 4 พื้นที่ วัดได้ 14.8 – 48.1 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก: เกิน 1 พื้นที่ วัดได้ 18.5 – 43.5 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้: ดีมาก วัดได้ 15.4 – 19.6 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อยู่ในเกณฑ์ดี วัดได้ 16.6 – 33.3 มคก./ลบ.ม. จากสถานี คพ. และ กทม.

ที่อำเภอเชียงใหม่ วัดได้ถึง 87.3 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้วครับ ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนประชาชนให้ระวัง คาดว่าอีก 1-2 วันอากาศยังไม่ดีขึ้นแน่นอน

ไฟป่าเชียงใหม่ลุกลามหนัก 104 จุด

สาเหตุหลักมาจากไฟป่าที่ลุกโหมในหลายอำเภอ วันนี้พบจุดความร้อนถึง 104 จุด โดยอำเภอเชียงดาวมากสุด 22 จุด แม่วาง 18 จุด แม่แจ่ม 14 จุด และกระจายไปยังอำเภออื่นๆ หมอกควันจากไฟป่าลอยข้ามแดนมาปกคลุมเมือง ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงชัดเจน แม้แต่ตัวเมืองเชียงใหม่มองจากดอยสุเทพก็ไม่เห็นแล้วครับ

PM2.5 คืออะไร และอันตรายยังไง?

สำหรับมือใหม่ PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถลอยเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ระคายเคืองตา จมูก คอ ไอ จาม หอบหืด หัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนมีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง อยู่แต่ในห้องที่มีเครื่องฟอกอากาศ

เคล็ดลับป้องกันฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่

  • สวมหน้ากากอนามัย N95 หรือสูงกว่า ป้องกันได้ดีที่สุด
  • ปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมดูดอากาศเข้าห้องกรอง
  • ดื่มน้ำเยอะ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
  • ตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอป IQAir หรือ AirVisual ทุกวัน
  • งดเผาในที่โล่ง ช่วยลดปัญหาได้จริง

กลับมาแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 “เชียงใหม่” เกินมาตรฐาน ติดอันดับ 1 เมืองอากาศยอดแย่ แบบนี้ ทำให้เห็นว่าปัญหาไฟป่าและการเกษตรเผาไร่ยังเป็นเรื่องใหญ่ เราต้องช่วยกันลดการเผา ลดขยะ ลดควัน เพื่ออนาคตที่อากาศสะอาดกว่านี้ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามข่าวคุณภาพอากาศประจำวัน และแชร์บทความนี้ให้คนรอบตัวรับรู้ หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ทันทีครับ สุขภาพสำคัญที่สุด!

ที่มา – กลับมาแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 “เชียงใหม่” เกินมาตรฐาน ติดอันดับ 1 เมืองอากาศยอดแย่

ยังไม่พบน้องหมา! เด็ก 14 จุดไฟเผา สาวเผยแชตขู่

เหตุการณ์สะเทือนใจ! ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหายังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น ที่ลำปาง หลังเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เด็กวัย 14 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาสุนัขพิการในห้องน้ำวัดร้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบน้องหมา ทำให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งถึงชะตากรรมของมัน ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่นำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่ ได้ออกมาเปิดเผยว่าเธอได้รับข้อความข่มขู่ ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ยังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น สาวเผยแชตถูกข่มขู่

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีการแชร์คลิปวิดีโอของกลุ่มวัยรุ่นชายอายุ 14-15 ปี กำลังจุดไฟเผาสุนัขทั้งเป็นในห้องน้ำร้างใกล้ลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ในคลิปจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนของสุนัขอย่างน่าเวทนา ก่อนที่เด็กกลุ่มนั้นจะพากันวิ่งหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ปกครองและเด็กที่ก่อเหตุมาสอบสวนแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด: ยังไม่พบน้องหมา และการข่มขู่

ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ภาพข้อความแชตที่คาดว่าเป็นของกลุ่มเพื่อนเด็กที่ก่อเหตุ โดยมีเนื้อหาข่มขู่ทำร้ายร่างกายเธอ หลังจากที่เธอได้นำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่เพื่อประจานพฤติกรรมโหดเหี้ยมของเด็กกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากส่งข้อความข่มขู่ ผู้ก่อเหตุก็ได้บล็อกผู้โพสต์ไป

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังห้องน้ำที่เกิดเหตุ พบกับหญิงสาววัย 20 ปี แฟนของผู้โพสต์ ให้ข้อมูลว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกนำไปอวดเพื่อนในห้องเรียน ก่อนที่จะมีการแชร์ต่อกันไปในกลุ่มเพื่อนของเด็กที่ก่อเหตุ เมื่อเธอได้เห็นคลิปดังกล่าว เธอรู้สึกเศร้าใจและตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะมีพฤติกรรมที่โหดร้ายเช่นนี้ เธอจึงตัดสินใจนำคลิปมาเผยแพร่เพื่อประจานพฤติกรรมดังกล่าว จนกระทั่งกลุ่มวอชด็อก (Watchdog Thailand) ได้เห็นและเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเกาะคา แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ เธอได้รับการข่มขู่จากกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุ

หญิงสาวรายนี้ยังกล่าวอีกว่า เธอเดินทางมาตามหาน้องหมาที่ได้รับบาดเจ็บเป็นวันที่สองแล้ว แต่ก็ยังไม่พบน้องหมา ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขพิการที่ไม่น่าจะสามารถเดินไปไหนได้ไกลนัก

นอกจากนี้ กลุ่มวอชด็อกลำปาง กลุ่มจิตอาสากู้ภัยหมาแมววัดเวฬุวนาราม กู้ภัยเทศบาลตำบลลำปางหลวง และชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างก็ได้เดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุเพื่อช่วยกันค้นหาน้องหมาที่ถูกจุดไฟเผา เพื่อให้ความช่วยเหลือ หากน้องหมายังมีชีวิตอยู่ คาดว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แวว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อความข่มขู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นข้อความที่ส่งมาจากกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุจริงหรือไม่ และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การกระทำของเด็กกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่สามารถยอมรับได้ การทารุณกรรมสัตว์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง เราหวังว่าน้องหมาจะปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับผู้กระทำผิด

ที่มา – ยังไม่พบน้องหมา ถูกเด็ก 14 จุดไฟเผาทั้งเป็น สาวเผยแชตถูกข่มขู่

Scroll to top