ข่าวไฟไหม้ล่าสุด

โรงเบียร์ลาดพร้าวเคลื่อนไหวหลังไฟไหม้ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์สะเทือนใจกรณีเพลิงไหม้ที่ร้านชื่อดังย่านลาดพร้าว วันนี้เรามีข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากทางร้านโดยตรง ซึ่งล่าสุดโรงเบียร์ลาดพร้าวเคลื่อนไหวหลังไฟไหม้ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ

สถานการณ์ล่าสุดจากเหตุ โรงเบียร์ลาดพร้าวเคลื่อนไหวหลังไฟไหม้ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ทางร้านได้ออกมายืนยันผ่านช่องทางหลักว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยในขณะนี้ทางร้านไม่ได้นิ่งนอนใจและได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลและการเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวของผู้ที่ได้รับความสูญเสียและบาดเจ็บ

รายละเอียดการช่วยเหลือและอาการของเจ้าของร้าน

นอกจากมาตรการเยียวยาแล้ว อีกประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงคืออาการของเจ้าของร้าน ซึ่งขณะนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของคณะแพทย์และพยาบาล ส่วนทางด้านคดีความนั้น ทางร้านก็ยืนยันชัดเจนว่าโรงเบียร์ลาดพร้าวเคลื่อนไหวหลังไฟไหม้ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยความโปร่งใส โดยพร้อมรวบรวมหลักฐานและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้องที่สุด

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของทางร้าน ดังนี้:

  • Facebook Page: โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
  • Line Official: @859xxeyj

ทางร้านขอความกรุณาให้ทุกท่านติดตามข้อมูลข่าวสารจากเพจเฟซบุ๊กที่เป็นทางการของร้านเพียงช่องทางเดียว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้มีการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อรูปคดีและตัวผู้ประสบเหตุเอง ทั้งนี้ทางร้านจะเร่งประสานงานและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะต่อไป

ในนามของผู้ติดตามข่าวสาร เราขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่ากระบวนการสอบสวนจะนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจนเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายครับ อยากฝากไว้ว่าในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ความเห็นอกเห็นใจและการรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

ที่มา – โรงเบียร์ลาดพร้าว เคลื่อนไหวแล้ว ขออภัยเหตุไฟไหม้ ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยผู้ได้รับผลกระทบ

ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” จริงหรือไม่?

สาเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” หรือไม่?

เหตุการณ์เศร้าสลดจากเหตุการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” โต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางออก เจ้าของยังอยู่ ICU กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและเร่งรัดการดำเนินคดี โดยพบข้อมูลสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความหละหลวมด้านความปลอดภัยอย่างน่าตกใจ

จากการตรวจสอบพบว่า ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” โต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางออก ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการอพยพหนีไฟของผู้ใช้บริการ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หลายคนพยายามวิ่งหาทางออกแต่กลับไปพบกับทางเดินที่ถูกกีดขวาง หรือประตูปิดล็อก ทำให้ไม่สามารถเอาตัวรอดออกมาได้ทันเวลา

บทเรียนราคาแพงจากสถานการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” โต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางออก เจ้าของยังอยู่ ICU

นอกจากประเด็นเรื่องเส้นทางหนีไฟแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเร่งตรวจสอบว่า ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” โต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางออก เจ้าของยังอยู่ ICU ในมิติอื่น ๆ ด้วย เช่น:

  • มาตรฐานการต่อเติมอาคารและการใช้วัสดุติดไฟง่ายเหนือเวทีดนตรี
  • ระบบไฟฟ้าและคัตเอาต์ที่อาจไม่ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร
  • การติดตั้งทางออกหนีไฟที่ไม่สามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ:

  • ตรวจสอบทางหนีไฟ: ทางออกฉุกเฉินต้องว่างเสมอ ไม่มีสิ่งของวางกีดขวาง
  • ระบบดับเพลิง: ต้องมีถังดับเพลิงและระบบแจ้งเตือนที่ใช้งานได้ตลอดเวลา
  • กฎระเบียบ: การต่อเติมร้านต้องขออนุญาตและเป็นไปตามหลักมาตรฐานวิศวกรรม

ในฐานะผู้บริโภค เราควรหมั่นสังเกตทางหนีไฟทุกครั้งที่เข้าใช้บริการตามสถานบันเทิง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่อุทาหรณ์ แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงชีวิตของใครหลายคน หวังว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยอีก

ที่มา – ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เข้าข่าย “ประมาท” โต๊ะขายลูกอมตั้งขวางทางออก เจ้าของยังอยู่ ICU

ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้

เชื่อว่าข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั้งประเทศ กับเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในวีรบุรุษผู้จากไปคือ สิบโทพิษณุ แตงโสภา ชายผู้เสียสละที่ได้รับคำยกย่องถึงความกล้าหาญในวาระสุดท้ายของชีวิต แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง แต่เรื่องราวของเขาก็เป็นบทพิสูจน์ถึงหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและมิตรภาพที่แท้จริง

ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้

เหตุการณ์ ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ เริ่มต้นขึ้นในคืนวันเกิดเหตุครบรอบแต่งงาน 3 ปี สิบโทพิษณุได้พาภรรยาและกลุ่มเพื่อนไปฉลอง ทว่าความสุขกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อไฟโหมกระหน่ำในร้าน วินาทีเฉียดเป็นเฉียดตายนั้น สิบโทพิษณุเลือกที่จะปกป้องคนที่เขารักด้วยการผลักภรรยาให้หนีออกมาได้ทัน แต่ด้วยหัวใจที่เป็นเพื่อนแท้ เขาตัดสินใจวิ่งย้อนกลับเข้าไปกลางกองเพลิงเพื่อช่วยเพื่อนที่ติดอยู่ จนเป็นเหตุให้เขาไม่สามารถกลับออกมาได้อีก

เปิดใจคนใกล้ชิดหลังสูญเสีย สิบโทพิษณุ

ร้อยเอกชัยพร ลุงของผู้เสียชีวิต ได้เล่าถึงความน่ารักของหลานชายว่าเป็นคนกตัญญูและเป็นที่รักของคนในครอบครัว การจากไปครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของมารดาที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ญาติเศร้า รอรับร่าง สิบโทพิษณุ เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ ที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เพื่อทำบุญให้ยายตามที่ได้ตั้งใจไว้ แต่สุดท้ายครอบครัวกลับต้องมารอรับร่างไร้วิญญาณแทน

คุณลักษณะเด่นของสิบโทพิษณุที่เพื่อนๆ และญาติพี่น้องกล่าวถึงเสมอมีดังนี้:

  • เป็นคนมีน้ำใจและอัธยาศัยดีเยี่ยม
  • รักครอบครัวและให้ความสำคัญกับแม่เสมอ
  • มีจิตวิญญาณของความเสียสละสูง
  • มีความเป็นเพื่อนที่พร้อมช่วยเหลือในยามวิกฤต

ในนามของเพื่อนร่วมสังคม เราขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวแตงโสภาในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนี้ไปให้ได้ ความเสียสละของเขาจะถูกจดจำในฐานะแบบอย่างของลูกผู้ชายที่รักทั้งภรรยาและเพื่อนร่วมตายอย่างแท้จริง ขอให้ผลบุญแห่งความกล้าหาญนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของสิบโทพิษณุไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

ที่มา – ญาติเศร้า รอรับร่าง “สิบโทพิษณุ” เหยื่อโรงเบียร์ไฟไหม้ ผลักภรรยาออกมา ก่อนย้อนไปช่วยเพื่อน

มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์

มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซอย 1 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คือคุณไมตรี พรหมรัตน์ หรือมือกีตาร์วงทศกัณฐ์ ได้ออกมาเปิดใจถึงนาทีระทึกที่ต้องหนีตายเอาชีวิตรอดจากกองเพลิง มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ ครั้งนี้ว่าเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต

เปิดปมปัญหาที่สะสมมานาน

คุณไมตรีเล่าว่าเขาเล่นดนตรีที่ร้านนี้มานานกว่า 1 ปี ซึ่งที่ผ่านมามักจะพบปัญหาไฟตกหรือไฟดับอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมใหญ่ ในคืนเกิดเหตุขณะที่ดนตรีกำลังเล่นอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้และเริ่มมีกลุ่มควันพุ่งออกมาจากด้านบน ก่อนที่ไฟฟ้าจะดับลงและเสียงกรีดร้องของผู้คนจะดังขึ้น ทำให้ทุกคนต้องรีบหนีเอาตัวรอดทันที

  • ไม่มีระบบสปริงเกลอร์น้ำ
  • ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน
  • ประตูนิรภัยถูกล็อกไว้ด้วยเหตุผลเรื่องการป้องกันลูกค้าหนี

นอกจากนี้ มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัยของร้านว่า ประตูทางออกฉุกเฉินบางจุดถูกปิดตายและตั้งโต๊ะวางของกีดขวางไว้ เพียงเพราะต้องการป้องกันลูกค้าไม่จ่ายเงิน ซึ่งจุดนี้เขาย้ำว่าเป็นความเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก นอกจากนี้ มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ ยังระบุว่าตนเองสูญเสียเครื่องดนตรีทั้งกีตาร์และเอฟเฟกต์ทั้งหมดในกองเพลิง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมนับแสนบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจและอาชีพการงานอย่างรุนแรง

บทเรียนความปลอดภัยในร้านอาหารและสถานบันเทิง

เหตุการณ์ มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ว่าระบบความปลอดภัย เช่น ทางหนีไฟที่ต้องใช้งานได้จริง ระบบเตือนภัย และการตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย หากสถานประกอบการแห่งนี้มีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมกว่านี้ ความสูญเสียอาจไม่เกิดขึ้นหรือน้อยลงกว่านี้มาก เราขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เกิดการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยให้ดีขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้ายซ้ำรอยในอนาคต

ที่มา – มือกีตาร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ไฟไหม้โรงเบียร์ กีตาร์-เอฟเฟกต์ไปหมด เสียหายเป็นแสน

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจกันอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ณ สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการปฏิบัติงานภายใต้หัวข้อ จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมอีก

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องหันกลับมาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยกันอย่างจริงจัง นายจุลพันธ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบทุกมิติ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นที่ต้องพร้อมใช้งานเสมอ โดยเน้นย้ำถึงเรื่อง จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ ให้เป็นวาระเร่งด่วนสำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

ความสำคัญของการยกระดับระบบความปลอดภัยในสถานบันเทิง

ทางด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางสถาบันจะเร่งจัดทำแผนเชิงรุกเพื่อสรุปข้อเสนอแนะทางวิชาการ โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่งที่อาจติดไฟง่าย หรือระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ต้องได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ การที่ จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเปรียบเสมือนการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ไปใช้บริการอีกด้วย

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบสายสัญญาณต่างๆ
  • ตรวจเช็คสภาพถังดับเพลิงและอุปกรณ์ระงับเหตุ
  • ทำความสะอาดและเคลียร์เส้นทางหนีไฟให้โล่งโปร่ง
  • จัดทำแผนซ้อมอพยพกรณีฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ

ท้ายที่สุด การป้องกันเหตุอัคคีภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ประกอบการทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการที่เข้มงวดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน หากใครเป็นผู้ประกอบการ อย่าลืมนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะความปลอดภัยนั้นรอไม่ได้ครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

เศร้าสูญเสีย 2 ตำรวจสันติบาล จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

เชื่อว่าสถานการณ์เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดมีการ เศร้าสูญเสีย 2 ตำรวจสันติบาล จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว อัปเดตรายชื่อ “ผู้เสียชีวิต” อย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

เศร้าสูญเสีย 2 ตำรวจสันติบาล จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว อัปเดตรายชื่อ “ผู้เสียชีวิต”

จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ณ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยอดตัวเลขสรุปความสูญเสียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย โดยสามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว 15 ราย ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาลรวมอยู่ด้วย ซึ่งสร้างความโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง

รายชื่อผู้เสียชีวิตที่ยืนยันตัวตนได้แล้ว

สำหรับบุคคลที่ได้รับการยืนยันตัวตนจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ มีรายชื่อดังต่อไปนี้:

  • น.ส.ณหทัย สัจรเลิศ
  • นายอภินันท์ เพ็งศรี
  • นายพิษณุ แตงโสภา
  • นางสาวนิภาพร แจ่มแจ้ง
  • นายท๊อป สโรบล
  • นาย Phonepaseut Poungppany
  • น.ส.อัชราภรณ์ สุทธิสิน
  • นายสุวิชชา ศิริสลุง
  • น.ส.กนกทิพย์ ศรีสุข
  • น.ส.ลดาวัลย์ โนตรโสภา
  • น.ส.น้ำทิพย์ ทับสุข
  • น.ส.กชกร โสธรรัตน์
  • นายสิทธิพงษ์ ไชโย
  • ส.ต.ต.หญิงเปมิกา อ่อนศรี (เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล)
  • น.ส.ภานิชา สิงห์ขร

สถานการณ์ปัจจุบันและความคืบหน้าการช่วยเหลือ

นอกจากข่าวที่ทำให้เราต้อง เศร้าสูญเสีย 2 ตำรวจสันติบาล จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว อัปเดตรายชื่อ “ผู้เสียชีวิต” เพิ่มเติมแล้ว ยังมีรายงานผู้บาดเจ็บอีก 72 ราย ซึ่งถูกส่งตัวเข้าสู่ระบบการรักษา โดยแบ่งเป็นระดับสีต่างๆ ตามอาการความรุนแรง ส่วนสถานะของผู้สูญหายยังคงอยู่ที่ 45 ราย ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิด

ทางเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อให้ได้ความชัดเจนที่สุดสำหรับญาติผู้ประสบภัย สำหรับกรณีของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ที่เสียชีวิตนั้น ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคุณภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านอื่นที่คาดว่าจะอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบันเทิง เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่าน และหวังว่าหน่วยงานรัฐจะเร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เหตุการณ์สลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

ที่มา – เศร้าสูญเสีย 2 ตำรวจสันติบาล จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว อัปเดตรายชื่อ “ผู้เสียชีวิต”

คปภ.เร่งประสานช่วยเหยื่อเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ ทุนประกัน 40 ล้าน

จากเหตุการณ์สะเทือนใจกรณี ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและสร้างความสูญเสียอย่างหนัก ทั้งทางด้านทรัพย์สิน บาดแผลทางร่างกาย รวมถึงการสูญเสียชีวิต ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดทันทีครับ

คปภ.เร่งประสานช่วยเหยื่อเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ ทุนประกัน 40 ล้าน

ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ทางเลขาธิการ คปภ. ได้มีการสั่งการให้ตั้งศูนย์ประสานงานรับข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยอย่างเร่งด่วน โดยมีทีมงานเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตและผู้ประสบเหตุตลอดเวลาครับ

รายละเอียดความคุ้มครองและทุนประกันภัย

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบประกันภัย พบว่าร้านที่เกิดเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ได้มีการทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมทุนประกันภัยทั้งสิ้น 40 ล้านบาท โดยความคุ้มครองครอบคลุมถึง:

  • สิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างอาคาร
  • การปรับปรุงต่อเติมและส่วนตกแต่งติดตั้งถาวร
  • เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในร้าน
  • สต็อกสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างจริงจัง เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุดตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ครับ

นอกเหนือจากเรื่องอัคคีภัยแล้ว ทาง คปภ. ยังได้ประสานงานกับบริษัทประกันภัยต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่าผู้ประสบเหตุแต่ละรายได้ทำประกันภัยอื่นๆ ไว้อีกหรือไม่ เช่น ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) หรือประกันสุขภาพ เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้ผู้ประกอบการทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง ร้านอาหาร หรือกิจการใดๆ การบริหารความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัยเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ครับ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ประกันภัยจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

หากคุณหรือคนรู้จักได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือสอบถามข้อมูลผ่าน LINE Official Account @OICConnect ได้ทันทีครับ ทางศูนย์ฯ พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาเพื่อความยุติธรรมทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ

ที่มา – คปภ.เร่งประสานช่วยเหยื่อเหตุ “ไฟไหม้โรงเบียร์” พบร้านทำประกันอัคคีภัยทุน 40 ล้าน

มท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้โรงเบียร์ ไม่ใช้วัสดุกันไฟ

สาเหตุหลัก มท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้โรงเบียร์ ไม่ใช้วัสดุกันไฟ

เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่สะเทือนขวัญใจคนย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” กลายเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและสถานบันเทิง ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสรุปเบื้องต้นว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการที่ทางร้านไม่ได้ใช้วัสดุกันไฟในการก่อสร้างและตกแต่งร้านเลยแม้แต่น้อย

เปิดปมเหตุ มท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้โรงเบียร์ ไม่ใช้วัสดุกันไฟ จริงหรือไม่?

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้มาจากบริเวณเครื่องปรับอากาศที่ติดอยู่บนฝ้าเพดาน ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังส่วนอื่นๆ ความเป็นกันเองและบรรยากาศในร้านที่คุณเคยคุ้นเคย กลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย เนื่องจากสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการพบว่าอาคารแห่งนี้ละเลยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการไม่ใช้วัสดุกันไฟช่วยชะลอการลุกลามของไฟ หรือการปล่อยให้ทางหนีไฟถูกปิดกั้นด้วยชั้นวางขายลูกอม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

นอกเหนือจากเรื่อง มท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้โรงเบียร์ ไม่ใช้วัสดุกันไฟ แล้ว การตรวจสอบยังพบข้อบกพร่องอื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย ได้แก่:

  • ประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐานและมีป้ายห้ามเปิดติดอยู่ ทำให้ผู้ใช้บริการเข้าใจผิดและติดค้างภายใน
  • ทางหนีไฟหลักถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์โดยการตั้งโต๊ะขายของ
  • โครงสร้างอาคารขาดการดูแลเรื่องความปลอดภัยตามกฎหมายควบคุมอาคาร

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องใบอนุญาต ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าร้านนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นเพียงร้านอาหารดนตรีสดทั่วไป แต่เข้าข่ายเป็น “สถานบริการ” ตามมาตรา 3 (4) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เนื่องจากมีการอนุญาตให้มีการเต้นรำ ทั้งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้เปิดสถานบริการ (Zoning) เสียด้วย ทำให้ในขณะนี้ทางร้านกำลังเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมายอย่างหนัก ทั้งโทษจำคุกและค่าปรับ

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ประกอบการทุกคนว่า “ชีวิตลูกค้าสำคัญที่สุด” การลงทุนกับวัสดุกันไฟและการวางระบบทางหนีไฟให้โปร่งโล่งไม่ใช่ออปชันเสริม แต่คือหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจ หากท่านกำลังวางแผนเปิดร้านหรือปรับปรุงร้านใหม่ อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเช่นนี้ซ้ำอีก เพราะไม่มีกำไรไหนคุ้มค่ากับความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้ครับ

ที่มา – มท.คาด “ไฟฟ้าลัดวงจร” สาเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ชี้ ไม่ใช้ “วัสดุกันไฟ” ก่อสร้างตกแต่ง

ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผบ.ตร.ลั่นต้องไม่เกิดขึ้นอีก

ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผบ.ตร.ลั่นต้องไม่เกิดขึ้นอีก

เหตุการณ์เศร้าสลดจากกรณี ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผบ.ตร.ลั่นต้องไม่เกิดขึ้นอีก กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ออกมาสั่งการอย่างเฉียบขาดหลังจากลงพื้นที่และประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำว่าจากนี้ไปเราจะไม่ใช้คำว่า “ถือเป็นอุทาหรณ์” สำหรับเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่จะยอมรับได้

จากการรายงานเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 27 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นสอบสวนไว้ 2 เรื่องหลัก คือเรื่องความประมาทและอุบัติเหตุ การทำงานของพนักงานสอบสวนจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุดเพื่อความรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วนที่สุด ชุดแรกจะเน้นตรวจสอบ พ.ร.บ.อาคาร ว่ามีการดัดแปลงต่อเติมหรือมีทางหนีไฟที่ได้มาตรฐานหรือไม่ ส่วนชุดที่สองจะเน้นสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เจ้าของร้าน หุ้นส่วน จนถึงพยานในเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

มาตรการคุมเข้มจาก ผบ.ตร. หลังเหตุการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผบ.ตร.ลั่นต้องไม่เกิดขึ้นอีก

ทางด้าน ผบ.ตร. ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของสถานบันเทิงทั่วประเทศว่า ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะร่วมมือกับสำนักงานเขตและหน่วยงานท้องถิ่นเข้าตรวจสอบสถานบริการทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องของ:

  • การตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.อาคาร
  • การจัดทำแผนเผชิญเหตุและการประชาสัมพันธ์ให้นักเที่ยวทราบทางหนีไฟ
  • การเคลียร์สิ่งกีดขวางบริเวณทางออกฉุกเฉิน
  • การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร

สิ่งที่น่ากังวลและต้องเร่งตรวจสอบคือรายงานที่ระบุว่ามีการตั้งโต๊ะขวางทางออกหนีไฟ รวมถึงการที่นักเที่ยวจำนวนมากหนีเข้าไปในห้องน้ำจนเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการขาดความพร้อมและมาตรการป้องกันที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ โดยทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

บทเรียนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลสถานบันเทิงในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งการจะให้คำว่า “อุทาหรณ์” ไม่มีอยู่จริงตามที่ ผบ.ตร. ต้องการนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งผู้ประกอบการที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกค้า และหน่วยงานรัฐที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังครับ

ความเห็นทิ้งท้าย: ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการความปลอดภัยจะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่การตรวจสอบช่วงแรกหลังเกิดเหตุ แต่ต้องเป็นมาตรฐานถาวร เพื่อที่ความบันเทิงจะไม่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป

ที่มา – ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผบ.ตร.ลั่นจากนี้ไม่มีแล้ว “ถือเป็นอุทาหรณ์” ต้องไม่เกิดขึ้นอีก

Scroll to top