ข้าราชการระดับสูง

กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วม ปปง. เผยเส้นเงิน 200 รายชื่อถึงมือแล้ว

กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วม ปปง. เผยเส้นเงิน 200 รายชื่อถึงมือแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้นำคณะเข้าหารือร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำว่า กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วม ปปง. ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องจำนวน 200 รายชื่อได้ถูกส่งถึงมือ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว

เปิดเบื้องหลัง กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วม ปปง. ล่าตัวการใหญ่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอาสพลธ์ได้สอบถามประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินีต่างชาติ การพนันออนไลน์ และที่ขาดไม่ได้คือการทุจริตสอบท้องถิ่น นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ยอมรับว่าการดำเนินคดีบางครั้งอาจไม่ตรงใจกระแสสังคม แต่ยืนยันว่าหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ตามพยานหลักฐานและกฎหมาย โดยขณะนี้กำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มมูลฐานความผิดให้ทันสมัยและสากลมากขึ้น

สำหรับประเด็น 200 รายชื่อที่สังคมเฝ้ารอคอย นายอาสพลธ์ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า:

  • ปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของรายชื่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแล้ว
  • ข้อมูลดังกล่าวถูกส่งต่อให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
  • รายชื่อดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันกับที่ตำรวจสอบสวนกลางควบคุมตัวไว้
  • การตรวจสอบเส้นเงินทำอย่างรวดเร็วและเป็นระบบเพื่อไม่ให้หลุดรอดเงื้อมมือกฎหมาย

นายอาสพลธ์ยังได้ส่งสาส์นสำคัญถึงข้าราชการระดับสูงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องว่า นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะออกมาซัดทอดถึงตัวการบงการที่แท้จริง การเข้าเป็นพยานอาจช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองได้ หากเส้นทางการเงินชี้ชัดไปถึงใคร ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่มีข้อยกเว้น

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการปราบปรามคอร์รัปชันในไทย การทำงานประสานกันอย่างเข้มข้นระหว่าง กมธ.ป.ป.ช. และ ปปง. จะช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้มากขึ้นว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะไม่จบลงเหมือนมวยล้มต้มคนดู หากหน่วยงานรัฐสามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้จริง จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับข้าราชการไทยต่อไป

ที่มา – กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วม ปปง. “อาสพลธ์” ชี้ เส้นเงิน 200 รายชื่อถึงมือ ป.ป.ช. เรียบร้อย

ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่

ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ กลางพื้นที่ชายแดนใต้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าของคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.เขต 5 นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งผ่านไปแล้วเกือบ 3 เดือน แต่คดียังคงไม่มีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ล่าสุดทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ ที่เตรียมจะนำหลักฐานสำคัญมามอบให้ โดยระบุว่าได้รับคำสั่งจากข้าราชการผู้มีอำนาจระดับสูงในจังหวัดให้หยุดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนถึงความยากลำบากในการหาความจริงว่า การทำงานของทีมงานต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากกลไกของภาครัฐเสียเอง ทั้งที่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความบอบช้ำจากเหตุการณ์ความไม่สงบมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี การที่ข้าราชการระดับสูงเลือกใช้อำนาจที่มีอยู่ไปปกป้องคนผิดแทนที่จะอำนวยความยุติธรรม ถือเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง

เบื้องลึกความเชื่อมโยงที่ต้องจับตา: ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในระบบราชการไทย ว่าเหตุใดข้าราชการที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาชนกลับกลายเป็นอุปสรรคในการคลี่คลายคดีสำคัญเช่นนี้ การที่ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะปิดปากพยานหรือแหล่งข่าวเพื่อปกปิดความจริงบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลในโครงสร้างอำนาจรัฐเอง

นอกจากนี้ ในวันที่ 17 มิถุนายนที่จะถึงนี้ คาดว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของคดีนี้ โดยจะมีการชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งสังคมต่างรอคอยคำตอบว่า:

  • ความคืบหน้าทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ล่าช้าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง?
  • ทำไมข้าราชการระดับสูงถึงต้องสั่งขัดขวางการเข้าถึงหลักฐานสำคัญ?
  • กลไกของ กอ.รมน. มีบทบาทอย่างไรกับคดีนี้?

หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบ ระบบราชการจะกลายเป็นจำเลยของสังคมเสียเอง ในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร เราคงต้องช่วยกันเป็นกระบอกเสียงและร่วมกันจับตาดูว่า ผู้มีอำนาจจะจริงใจในการสืบหาความจริงมากน้อยแค่ไหน เพราะหัวใจสำคัญของความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเท่าเทียมและปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจเบื้องหลังอย่างเด็ดขาด

ที่มา – ทีมคลี่คลายคดี “สส.กมลศักดิ์” แฉข้าราชการผู้มีอำนาจสูงในจังหวัด สั่งสกัด “ตัวละครใหม่”

วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง

วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง

วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ในการประชุมวุฒิสภา สภาสูงได้ลงมติเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยผลปรากฏว่านายจิรุตม์ วิศาลจิตร ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 144 เสียง ขณะที่นายมณฑล สุดประเสริฐ ได้รับคะแนนเห็นชอบเพียง 9 เสียงเท่านั้น ส่งผลให้พลาดโอกาสนั่งเก้าอี้สำคัญนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญ ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ถูกเสนอชื่อ กกต. คะแนนเสียงที่ถล่มทลายของนายจิรุตม์ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากสมาชิกวุฒิสภา ส่วนนายมณฑลนั้น แม้จะมีประสบการณ์ยาวนาน แต่กลับไม่ผ่านด่านนี้ โดยมีผู้ไม่เห็นชอบถึง 102 เสียง และงดออกเสียง 57 เสียง ทำให้ไม่ถึงเกณฑ์กึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกวุฒิสภา

เส้นทางอาชีพสุดโชกโชนของ “จิรุตม์ วิศาลจิตร”

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ถือเป็นบุคลากรลูกหม้อกระทรวงคมนาคมตัวจริง เขาเริ่มต้นจากสายงานกรมการขนส่งทางบก ก้าวขึ้นสู่อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และรองปลัดกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ยังเคยเป็นประธานบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คุณสมบัติหลักที่ทำให้ผ่านการคัดเลือกคือการดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 5 ปี จุดแข็งของเขาคือการบริหารองค์กรขนาดใหญ่และความเชี่ยวชาญด้านระเบียบราชการ ซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของสำนักงาน กกต. โดยตรง

ที่สำคัญ นายจิรุตม์ถูกมองว่าเป็นตัวแทน “สายสีน้ำเงิน” หรือกลุ่มพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เขาเคยเป็นมือขวาของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในสมัยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก การได้รับคะแนนเสียงมากมายครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลจากการรวมตัวของ สว. สายภูมิใจไทย ที่โหวตให้อย่างเป็นเอกภาพ ชื่นชมนายจิรุตม์ในฐานะนักบริหารมืออาชีพที่น่าเชื่อถือ

ทำไม “มณฑล สุดประเสริฐ” ถึงวืดเก้าอี้ กกต.

นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตข้าราชการบิ๊กจากกระทรวงมหาดไทย เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองนาน 7 ปี และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขามีประสบการณ์กว้างขวางในการประสานงานกับฝ่ายปกครองทั่วประเทศ รวมถึงคอนเน็กชันในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาฯ แต่ในการโหวตครั้งนี้ กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสภา

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้นายมณฑลจะมาจาก “สายสิงห์มหาดไทย” ที่มีบารมี แต่กลุ่มเสียงข้างมากในวุฒิสภาชุดนี้ไม่ให้ไฟเขียว สัญญาณชัดเจนว่าคอนเน็กชันสายมหาดไทยไม่อาจฝ่าด่านขั้วอำนาจการเมืองปัจจุบันได้ ส่งผลให้คะแนนเห็นชอบต่ำติดดินเพียง 9 เสียง

ความสำคัญของตำแหน่ง กกต. และผลกระทบต่อการเมืองไทย

สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบทบาทสำคัญยิ่งในการกำกับดูแลการเลือกตั้งทุกระดับ ให้โปร่งใสและเป็นธรรม การเลือกนายจิรุตม์เข้ามาใหม่นี้ จะช่วยเสริมทีมบริหารให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านการจัดการองค์กรขนาดใหญ่ ในขณะที่การตัดนายมณฑลออกไป อาจสะท้อนการเมืองเบื้องหลังระหว่างกลุ่มอิทธิพลต่างๆ

  • จุดเด่นของนายจิรุตม์: ประสบการณ์บริหารกระทรวงคมนาคม, ความใกล้ชิดพรรคภูมิใจไทย, ทักษะราชการสูง
  • บทเรียนจากนายมณฑล: คอนเน็กชันไม่ใช่ทุกอย่าง ต้องได้รับการยอมรับจากสภาสูง
  • ผลกระทบ: เสริมความมั่นคงให้ กกต. ชุดใหม่ เตรียมรับมือเลือกตั้งใหญ่

การตัดสินใจของวุฒิสภาในครั้งนี้ ไม่เพียงกำหนดผู้เข้ารับตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพลวัตการเมืองไทยที่กลุ่มพรรคและอิทธิพลต่างๆ ยังคงมีบทบาทสำคัญ ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกนายจิรุตม์คือตัวอย่างของนักบริหารที่ใช่ในเวลาที่ใช่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานของ กกต. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – วุฒิสภาเคาะ “จิรุตม์” นั่ง กกต. ใหม่ – “มณฑล” วืดเก้าอี้ ได้แค่ 9 เสียง

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อาจเดินทางไปยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด ปลัดกระทรวงได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อคลายความสงสัยและยืนยันความโปร่งใสในการทำงาน

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างชัดเจน โดยระบุว่าข่าวที่นำเสนอว่า มีข้าราชการระดับสูงเดินทางไปยุโรปพร้อม ร.อ.ธรรมนัส นั้นไม่เป็นความจริง และน่าจะเกิดจากการคลาดเคลื่อน ข้าราชการทุกคนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศต้องยื่นขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องดังกล่าวเลย ปลัดฯ จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และยืนยันว่ากระทรวงกำลังทำงานเต็มที่ทุกด้าน

การประชุมข้าราชการระดับสูงและคำย้ำภารกิจ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ปลัดวิณะโรจน์ ได้ประชุมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวง โดยย้ำเตือนว่าทุกคนต้องทุ่มเททำงานและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เนื่องจากได้รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ไม่มีที่ว่างหรือสุญญากาศในการทำงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้รับบริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส โดยส่วนตัวในฐานะข้าราชการประจำ จะไม่แสดงความเห็นทางการเมือง แต่ยึดมั่นในหน้าที่รับคำสั่งและทำงานให้สมบูรณ์แบบ หลังการประชุม ทุกคนเข้าใจดีว่าจะไม่ลอยตัวหรือหยุดชะงักงานใดๆ

ภารกิจเร่งด่วนที่ข้าราชการต้องรับมือ

ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญสำหรับเกษตรกร กระทรวงเกษตรมีภารกิจมากมายที่ต้องดูแล โดยปลัดฯ ได้มอบหมายโจทย์ให้หน่วยงานต่างๆ วางแผน ดังนี้

  • รับมือภัยแล้ง: เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง
  • บริหารจัดการน้ำ: จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอและยั่งยืน
  • วางแผนเพาะปลูก: สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ประชุมติดตาม: สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมใหญ่เพื่อสรุปแผนงาน

นอกจากนี้ ปลัดเกษตร ยังชี้แจงเรื่องการเดินทางต่างประเทศของหน่วยงานว่า จะเกิดขึ้นเฉพาะภารกิจที่จำเป็นตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น การประชุม FAO หรือกิจกรรมด้านพืช สัตว์ และประมง ที่มีกำหนดการชัดเจน หากไม่ไปอาจเสียผลประโยชน์ของชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและโปร่งใส

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประชุมรัฐมนตรี

มีข่าวเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส จะมาร่วมประชุมข้าราชการระดับสูงในวันนั้น แต่จริงๆ แล้วได้ประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันก่อน รัฐมนตรีมีภารกิจอื่นๆ มากมาย หากมีคำสั่งจะผ่านปลัดฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งใหม่เพิ่มเติม

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของข้าราชการกระทรวงเกษตรในการทำงานท่ามกลางข่าวลือที่อาจสร้างความไม่ไว้วางใจ ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวลือเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง แต่การชี้แจงที่รวดเร็วและชัดเจนจากปลัดกระทรวงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในยุคที่เกษตรกรต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจข่าวสารด้านการเกษตร สามารถติดตามข้อมูลอัปเดต แผนช่วยเหลือภัยแล้ง และบริการจากกระทรวงได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแพร่กระจาย และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้!

ที่มา – ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันไม่มีข้าราชการระดับสูงร่วมทริปยุโรปพร้อม “ธรรมนัส”

Scroll to top