คณะกรรมการบริหารพรรค

พรรคไทรวมพลังเลือกจิตรวรรณหวังศุภกิจโกศลหัวหน้าพรรค

ในวงการการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี มีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส เมื่อ พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มาดามกบ” ส.ส.เขต 9 อุบลราชธานี ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ขณะที่ “กังฟู” หรือนายวสวรรธน์ พวงพรศรี ย้ายมานั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี

พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรค

การประชุมครั้งนี้มีสมาชิกพรรคและตัวแทนจากทั่วสารทิศมาร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู หัวหน้าพรรคคนเก่า เป็นผู้กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ประธานที่ปรึกษาพรรค นายสมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.เขต 9 นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร ส.ส.เขต 3 นายสมศักดิ์ บุญประชม ส.ส.เขต 10 นายณรงค์ชัย วีระกุล ส.ส.เขต 2 รวมถึงกรรมการสาขาพรรค 10 สาขา ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคจำนวนมาก

นายวสวรรธน์ ได้กล่าวเปิดประชุม แจ้งวาระสำคัญ และเพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการเลือกคณะบริหารชุดใหม่ จึงยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อนายทะเบียนสมาชิกในที่ประชุม ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 17 (2) ซึ่งกำหนดว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก คณะกรรมการบริหารทั้งชุดจะพ้นจากตำแหน่งทันที สิ่งนี้เปิดทางให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทันที

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนี้

  • นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นหัวหน้าพรรค
  • นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 1
  • นายสมศักดิ์ บุญประชม เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2
  • นายสิทธิชัย กอแก้ว เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 3
  • นายวสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นเลขาธิการพรรค
  • นายกิตติกร เชิดชู เป็นรองเลขาธิการพรรค
  • นางมาลี บุญเรือง เป็นเหรัญญิกพรรค
  • นางสาววรางคณา สำราญสุข เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • นายณรงค์ชัย วีระกุล เป็นโฆษกพรรค
  • นายบรรหาร ศรีบุระ เป็นกรรมการบริหารพรรค
  • นายวีระนันท์ ทัศศรี เป็นกรรมการบริหารพรรค
  • นายเหมชาติ เชื้อโชติ เป็นกรรมการบริหารพรรค

พรรคไทรวมพลัง เลือก จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สร้างทีมบริหารใหม่ที่แข็งแกร่ง

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือมาดามกบ เป็น ส.ส.พรรคไทรวมพลัง จังหวัดอุบลราชธานี เขต 9 มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง เธอเป็นที่รู้จักจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่น การเลือกเธอเป็นหัวหน้าพรรค แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่ต้องการผู้นำหญิงที่เข้มแข็งและใกล้ชิดประชาชน ขณะที่นายวสวรรธน์ หรือกังฟู ยังคงอยู่ในทีมบริหารในฐานะเลขาธิการพรรค ซึ่งจะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการทำงานของพรรค

พรรคไทรวมพลังเป็นพรรคท้องถิ่นที่เน้นนโยบายพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ส.ส.กระจายในหลายเขต เช่น เขต 2, 3, 9, 10 การเปลี่ยนแปลงคณะบริหารครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น

เฟซบุ๊กเพจพรรคไทรวมพลังได้โพสต์แสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 สะท้อนถึงความสามัคคีภายในพรรค การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับโครงสร้างภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติมากขึ้น

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การ พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรค จะช่วยดึงดูดฐานเสียงสตรีและเยาวชนในพื้นที่ได้ดีขึ้น ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและใกล้ชิดประชาชน ขณะที่ทีมรองหัวหน้าและเลขาธิการที่มีประสบการณ์ จะเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์

หากคุณสนใจการเมืองท้องถิ่นและอยากติดตามพัฒนาการของพรรคไทรวมพลัง ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเพจทางการของพรรค หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่า คุณคิดอย่างไรกับคณะบริหารชุดใหม่นี้ พรรคจะประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างไร?

ที่มา – พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ “กังฟู” นั่งเลขาธิการพรรค

“ชัยวุฒิ” เปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ “พรรครักชาติ” ชวนดารา อินฟลูฯ นักข่าว มาร่วมงาน พร้อมดันตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เตรียมแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ “พรรครักชาติ” ในวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ (ลานด้านหน้า ทิม ฮอร์ตันส์) พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายทัศนัย ทองมี ผู้ประกาศข่าว จะมาเป็นรองหัวหน้าพรรค น.ส.ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร Miss Fabulous Thailand 2022 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว หรือโฟล์ค ดารานักแสดง เป็นสมาชิกพรรค

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เข้าร่วมด้วย อาทิ นัท นิสามณี บิวตี้บล็อกเกอร์ และเจ้าของเพจ “สะบัดแปรง”มาร่วมสร้างสีสัน

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายชัยวุฒิจะนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และจะเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

การเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่มักได้รับความสนใจจากประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม และยิ่งเมื่อพรรคใหม่นี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการ “รักชาติ” ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก การที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจออกมาตั้งพรรคใหม่ และเตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งวางตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะเข้ามามีบทบาทในการเมืองอย่างเต็มตัว

อะไรคือจุดเด่นของ “พรรครักชาติ”?

แน่นอนว่าชื่อพรรคย่อมบ่งบอกถึงแนวคิดหลักของพรรค นั่นคือ “ความรักชาติ” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รายละเอียดของนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคจะเป็นอย่างไร พรรคจะนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และจะสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้อย่างไร การมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักข่าว ย่อมช่วยสร้างความน่าสนใจและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พรรคจะต้องสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจนและจับต้องได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น ย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง การแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อประชาชน เพราะจะทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องพยายามนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อดึงดูดคะแนนเสียง การที่ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ย่อมทำให้การตัดสินใจในการเลือกผู้แทนเป็นไปอย่างรอบคอบและมีข้อมูลมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว “พรรครักชาติ” จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ว่า “พรรครักชาติ” จะยังเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ด้วยชื่อพรรคที่สื่อถึงความรักชาติ และการดึงดูดบุคคลจากหลากหลายวงการมาร่วมงาน ก็ทำให้พรรคนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จึงเป็นโอกาสที่พรรคจะได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน หากพรรคสามารถนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ “พรรครักชาติ” ก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าพรรคใดเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพวกเขา อย่าลืมติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – “ชัยวุฒิ” คิดการใหญ่ เตรียมเปิดตัวพรรคการเมือง “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1

อนุดิษฐ์เผย กล้าธรรมเปิดตัวผู้สมัคร สส.ธ.ค.นี้!

พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร สส. ต้นเดือนธันวาคมนี้อย่างแน่นอน! แม้จะยังไม่เปิดเผยรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ แต่ยืนยันว่าไม่หวั่นกระแสโจมตี มั่นใจในผลงานที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยเน้นย้ำว่า พรรคจะทำการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยจะเริ่มทยอยเปิดตัวในส่วนของผู้ที่มีความพร้อมก่อนเป็นอันดับแรก และยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพรรคกล้าธรรมจะมีผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 400 เขตทั่วประเทศอย่างแน่นอน

ในส่วนของรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่หลายคนให้ความสนใจ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่าจะมีการส่งรายชื่อตามกฎหมายกำหนดอย่างแน่นอน แต่ขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องหารือกันอย่างรอบคอบ เพื่อคัดสรรผู้ที่มีความเหมาะสมและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด ดังนั้นจึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ว่าจะเป็นบุคคลภายนอกหรือภายในพรรค

สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญในการเลือกตั้งที่จะมาถึง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรมในกระทรวงต่างๆ ที่ผ่านมา จะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของพรรคได้อย่างชัดเจน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการนำเสนอนโยบายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เมื่อถูกถามถึงกระแสโจมตีที่อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ และมั่นใจว่าการตอบคำถามในทุกประเด็นของพรรคจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง และท้ายที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ความไว้วางใจพรรคมากน้อยเพียงใด ผ่านจำนวน สส. ที่พรรคจะได้รับในการเลือกตั้ง

น.อ.อนุดิษฐ์ยังได้กล่าวถึงกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ที่ถูกยึดทรัพย์ โดยระบุว่าเป็นกรณีเดียวกับ สส. จากทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายคนที่ต้องเผชิญกับคดีความในลักษณะเดียวกัน โดยย้ำว่าควรใช้กระบวนการยุติธรรมในการตัดสินจนกว่าคดีจะสิ้นสุด และจนกว่าจะถึงที่สุดแล้ว นายชนนพัฒฐ์ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายชนนพัฒฐ์ที่จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

อนุดิษฐ์เผย กล้าธรรมเปิดตัวผู้สมัคร สส.ธ.ค.นี้!

พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร สส. ต้นเดือนธันวาคม

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคกล้าธรรม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแสดงจุดยืนทางการเมืองและการนำเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศ การตัดสินใจเปิดตัวผู้สมัคร สส. ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งอย่างเต็มที่

แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การยืนยันว่าจะส่งรายชื่อตามกฎหมายก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ การเน้นย้ำถึงผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคในกระทรวงต่างๆ ก็เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการบริหารประเทศ

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคกล้าธรรมยืนหยัดที่จะเผชิญหน้ากับกระแสโจมตีและตอบคำถามด้วยข้อเท็จจริง ถือเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การติดตามและพิจารณา การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึงจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศได้อย่างไร

การเปิดตัวผู้สมัคร สส. ของพรรคกล้าธรรมในเดือนธันวาคมนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจในการติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

ความท้าทายและโอกาสของพรรคกล้าธรรม

แม้ว่าพรรคกล้าธรรมจะมีความมั่นใจในผลงานและนโยบายของตนเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในการเลือกตั้งนั้นมีความรุนแรงและเต็มไปด้วยความท้าทาย พรรคจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งทางการเมืองที่มีฐานเสียงและความนิยมที่แข็งแกร่ง รวมถึงจะต้องสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมก็มีโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้สนับสนุนได้ โดยการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง การสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน รวมถึงการสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอและตรงไปตรงมา

การที่ น.อ.อนุดิษฐ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและการเคารพในสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงหลักการและค่านิยมของพรรคที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและความเป็นธรรม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนได้

อนาคตของพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งที่จะมาถึงจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการ การวางแผนกลยุทธ์ และการสื่อสารกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัวผู้สมัคร สส. ในเดือนธันวาคมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างความประทับใจและดึงดูดผู้สนับสนุนให้หันมาให้ความไว้วางใจและเลือกพรรคกล้าธรรมให้เป็นตัวแทนในการพัฒนาประเทศต่อไป

โดยรวมแล้ว การเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคกล้าธรรม ในเดือนธันวาคมนี้ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งอย่างเต็มที่ การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างผลงานและเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้อย่างไร

การที่อนุดิษฐ์เผย กล้าธรรมเปิดตัว ผู้สมัคร สส.ธ.ค. นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย

ที่มา – “อนุดิษฐ์” เผย “กล้าธรรม” เตรียมเปิดตัวผู้สมัคร สส.เดือน ธ.ค.ไม่หวั่นกระแสโจมตี

พรรคประชาชน ถกอีกรอบ! ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ

จับตาบ่ายนี้! พรรคประชาชน นัดถก สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกรอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคไหน หลังการประชุมเมื่อวานนี้เสียงภายในพรรคแตกเป็น 3 ส่วน ทั้งหนุนเพื่อไทย ภูมิใจไทย และไม่ต้องการโหวตให้ใครเลย

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้นัด สส. ทั้งหมดกว่า 140 คน เข้ามาประชุมที่อาคารอนาคตใหม่ ในวันนี้ เวลา 13.00 น. อีกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงการตัดสินใจโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้หารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค ซึ่งในที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งต้องการโหวตให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้โจทย์ของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน และบางส่วนที่มีความเห็นที่ระบุว่าจะไม่โหวตให้พรรคการเมืองใด

ในการประชุมเมื่อวานนี้ สส.ของพรรคจำนวน 143 คน ไม่ได้มาประชุมครบทั้งหมด เนื่องจากมีบางส่วนปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการในต่างจังหวัด และยังคงลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่แหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่าในการประชุม สส. ของพรรคในวันนี้จะเดินทางมากันครบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับคดี 44 สส. ที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังคงยึดมั่นใน 3 ข้อหลัก ได้แก่ เลือกนายกฯ จากรายชื่อที่เสนอ โดยมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า หากพรรคใดเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้อย่างแน่นอน

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความบรอดแคสต์ ทั้งในช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถาม เรื่องการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นสมาชิกพรรค โดยคำถามที่น่าสนใจคือ:

  • 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
  • 2. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีตัวเลือกให้เลือกคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกสามารถกรอกความเห็นอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

พรรคประชาชน กับทิศทางการโหวตนายกฯ ที่ยังไม่แน่นอน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะโหวตสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางของพรรค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรค เงื่อนไขที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้น และความเห็นของสมาชิกพรรคที่แตกต่างกัน การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

การที่พรรคประชาชนมีเสียงในสภาถึง 143 เสียง ทำให้การตัดสินใจของพรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พรรคนั้นได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม หากพรรคตัดสินใจไม่สนับสนุนใครเลย ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น

ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การจับตาดูผลการประชุมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – พรรคประชาชน นัดอีกรอบบ่ายนี้ ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ ให้พรรคไหน หลังเสียงแตกหนัก

Scroll to top