คดีชั้น 14 ตัดสินวันไหน

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ เผยอยู่ครบ 6 อาทิตย์

อัปเดตอาการล่าสุดของ “ทักษิณ” หลัง “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม เผยพ่อนับวันอยู่ในเรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี อาการนิ้วชาดีขึ้น แต่ยังมีความเครียดและนอนไม่หลับ

อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของการเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม

กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงยังคงเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะได้รับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ เมื่ออิ๊งค์และเอมลงจากรถ ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือให้กำลังใจ พร้อมยกมือไหว้ทักทาย ก่อนเดินเข้าไปในเรือนจำ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ก่อนเข้าประตู ทั้งสองพี่น้องโอบเอวกัน ก่อนเข้าไปด้านใน

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร แล้วเสร็จ ทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า เพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้เจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อนับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี คุณพ่ออยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองได้เดินไปพูดคุยทักทาย และจับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจ นอกจากนี้ มีคนเสื้อแดงยื่นแก้วพลาสติกใส่มะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.พินทองทา เป็นผู้รับมอบและยื่นให้กับทีมงาน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงตะโกนว่า “นายกสู้ๆ”

อาการล่าสุดของทักษิณหลัง อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม

นอกจากเรื่องที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สภาพจิตใจของคุณทักษิณก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเครียดและนอนไม่หลับที่บุตรสาวได้กล่าวถึง แม้ว่าอาการนิ้วชาจะดีขึ้นแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตในเรือนจำย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและผู้สนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

สถานการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม การเข้าเยี่ยมของบุตรสาวทั้งสองและการให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความหวังที่ผู้คนมีต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำอาจมีความยากลำบาก แต่การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

  • การ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • อาการป่วยและความเครียดของทักษิณเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
  • กำลังใจจากผู้สนับสนุนมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจ

การที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัวชินวัตร และความห่วงใยที่พวกเขามีต่อคุณทักษิณ การเข้าเยี่ยมครั้งนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยให้คุณทักษิณสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

“พินทองทา” พร้อมสามี เยี่ยม “ทักษิณ” เสื้อแดงรอให้กำลังใจ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมคึกคักไปด้วยผู้สื่อข่าวและมวลชนที่มารอติดตามเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะการเข้าเยี่ยมของ “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ

“พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักต่างพากันมารอหน้าศูนย์บริการเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของครอบครัวชินวัตร โดยวันนี้ น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ

ข่าวลือเรื่องการยื่นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ผู้สื่อข่าวต่างรอสัมภาษณ์เพื่อเคลียร์ประเด็นนี้ ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากจังหวัดสิงห์บุรีและนนทบุรีเดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก พวกเขาปักหลักรอตั้งแต่เช้า สร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวชินวัตร

เวลา 11.00 น. น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของเธอ เดินทางมาถึงเรือนจำ ท่ามกลางเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ที่ดังกึกก้องจากกลุ่มเสื้อแดง นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ รอต้อนรับและพาครอบครัวเข้าไปด้านใน ระหว่างทาง ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเรื่องยื่นขออภัยโทษ แต่น.ส.พินทองทายิ้มรับโดยไม่ตอบคำถาม

รายละเอียดการเยี่ยมและสุขภาพของนายทักษิณ

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่น.ส.พินทองทาและสามีจะเดินออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามซ้ำเรื่องขออภัยโทษ เธอรีบขึ้นรถโดยไม่ตอบ ขณะที่นายณัฐพงศ์ก็ยิ้มให้แทนคำตอบเมื่อถูกถามถึงการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

นายวิญญัติให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพของนายทักษิณดีขึ้น หน้าตาสดใส แม้ยังมีอาการป่วยเรื่องความดันและระบบหัวใจ แต่เขาพยายามปรับตัวและรักษาตัวเองในเรือนจำ กิจวัตรประจำวันยังปกติ โดยเฉพาะปัญหากระดูกต้นคอที่ต้องระวังเพราะอาจทับเส้นประสาท แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ แพทย์ในเรือนจำตรวจสุขภาพเป็นประจำ และนายทักษิณอยู่ในแดนพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ

ส่วนการเยี่ยมญาติ มีทั้งแบบเห็นหน้าค่าตาและทางไลน์ ซึ่งครอบครัวเลือกแบบเห็นหน้ากันเพื่อให้กำลังใจ นายวิญญัติเชื่อว่าถ้ามีกิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิด นายทักษิณก็จะได้รับสิทธิ์ตามปกติ การสนทนาระหว่างทนายและนายทักษิณเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ความห่วงใยต่าง ๆ และขอบคุณมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ โดยนายทักษิณขอให้ทุกคนสงบเรียบร้อยเพราะเป็นสถานที่ราชการ

เมื่อถูกถามถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 นายวิญญัติปฏิเสธไม่ตอบประเด็นการเมือง และยืนยันว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังทุกคน กระบวนการใช้เวลานานกว่าเดิม ราว 14 วัน เพื่อทำความเห็นเอกสาร โดยเป็นพระราชอำนาจที่ไม่อาจก้าวล่วง

  • สุขภาพนายทักษิณ: ดีขึ้นแต่ต้องระวังความดันและกระดูกต้นคอ
  • การเยี่ยมญาติ: เน้นแบบเห็นหน้ากันเพื่อกำลังใจ
  • มวลชนเสื้อแดง: มาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
  • ประเด็นอภัยโทษ: ยื่นครั้งที่ 2 ตามกระบวนการปกติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวชินวัตรและฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้จะมีประเด็นการเมืองร้อนแรง แต่ครอบครัวยังคงเงียบขรึมและมุ่งเน้นเรื่องส่วนตัว

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจสถานการณ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “พินทองทา” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มวลชนเสื้อแดงมาปักหลักรอให้กำลังใจ

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันทำตามระเบียบ

“ทนายวิญญัติ” เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มีการให้กำลังใจ-พูดคุยเรื่องคดี พบมีอาการอิดโรยในช่วงพักผ่อน ยันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของลูกความที่เป็นผู้ต้องขัง ภายใต้กฎระเบียบ

วันที่ 16 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 14.45 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ กว่า 1 ชั่วโมง ว่า วันนี้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ มีการพูดคุยเรื่องงานที่ต้องดูแลให้ท่านเกี่ยวกับคดีว่า ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรื่องภารกิจต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นการให้กำลังใจท่าน เห็นดูมีอาการอิดโรย เพราะตอนบ่ายเป็นช่วงที่ต้องพักผ่อน ปกติท่านต้องอ่านหนังสือเป็นหลักอยู่แล้ว

ส่วนคดีความไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างทนายความกับลูกความ แต่ไม่ได้เป็นความลับกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้คนที่ชอบมโน อย่าคิดไปแบบนั้น อยากเรียนให้ทราบว่า ในฐานะทนายความจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ ที่เป็นผู้ต้องขังในฐานะนักโทษเด็ดขาด อะไรที่ทำได้ก็จะใช้สิทธิ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎระเบียบ แม้ในทางคดีจะมีข้อถกเถียง ซึ่งมีผู้ไม่เห็นด้วยหลายฝ่ายกับคำสั่งศาลที่ออกมาว่านายทักษิณ ที่ผ่านมาขาดอิสรภาพโดยถูกคุมขังที่โรงพยาบาลตำรวจ จะไม่ถือเป็นการคุมขังหรืออย่างไร เป็นการตั้งประเด็นข้อสงสัยจากหลายฝ่าย

ส่วนตนในฐานะทนายความ ได้ดำเนินการตามสิทธิของท่านแล้ว ก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ส่วนอนาคตจะมีข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ เชื่อว่าสังคมคงไม่เงียบกับเรื่องแบบนี้เพราะว่าจะเป็นปัญหาทางนิติศาสตร์ หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักกฎหมายเห็นว่ามีปัญหาที่ต้องถกเถียงกัน

นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับคดีชั้น 14 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. อาจมีปัญหาในกระบวนการที่ซ้ำซ้อนกับประเด็นอื่นหรือไม่ ส่วนเรื่องผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องมีการเตรียมการอยู่แล้ว เพราะต้องชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหา แม้ในอนาคตจะมีการมากล่าวหาถือเป็นการใช้สิทธิ์ของท่าน ก็ต้องต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว เรื่องสิทธิผู้ต้องขังเด็ดขาด สิ่งที่ต้องมีเป็นเรื่องพื้นฐานตามมาตรฐานผู้ต้องขังทั่วไป และไม่ได้มีอะไรเรียกร้องไปมากกว่านี้ เพราะว่าเงื่อนไขเวลาการคุมขังเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ไม่สามารถเรียกร้องอะไรที่ยังมาไม่ถึงไม่ได้ ส่วนอนาคตอาจมีกฎเกณฑ์ใด เงื่อนไขใด จะก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์ เราก็จะพยายามที่จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าคนที่ถูกคุมขังสูญเสียอิสรภาพ ไม่มีใครไม่อยากได้อิสรภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ จำคุก 1 ปี นายทักษิณ เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบนั้น ตนขอไม่มีความคิดเห็น แต่ขอให้ระวัง เพราะทั้งหมดคือพระราชอำนาจ มองว่าอาจเกิดเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มดหรือไม่ ตนเพียงมีหน้าที่ชี้แจงและปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งนายทักษิณก็ทำตามอยู่แล้ว กลับมารับโทษตามคำพิพากษา ในขณะที่หลายคนบอกว่านายทักษิณจะหนี แต่ท่านก็กลับมา เป็นคำไหนคำนั้น ส่วนมีกระแสข่าวว่ามีการเลี้ยงพิซซ่าภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความคิดเห็นที่หลากหลาย ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่สำคัญหลายประการหลังการเข้าเยี่ยม

ทนายยันทำทุกอย่างภายใต้กฎระเบียบ

นายวิญญัติเน้นย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีความของนายทักษิณ จะเป็นไปภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงและความเห็นต่างจากหลายฝ่ายก็ตาม เขายืนยันว่าจะใช้สิทธิในฐานะทนายความอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกความ

นอกจากนี้ ทนายวิญญัติยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยระบุว่าสิ่งที่นายทักษิณได้รับนั้นเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป และยังเร็วเกินไปที่จะเรียกร้องสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม เขาจะตรวจสอบอย่างละเอียดหากมีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทนายวิญญัติขอสงวนความเห็น แต่เตือนให้ระวังว่าอาจเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มด พร้อมทั้งย้ำว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบและกลับมารับโทษตามคำพิพากษาแล้ว

จากข้อมูลที่ทนายวิญญัติให้ไว้ พบว่าสถานการณ์ของนายทักษิณยังคงมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การที่ทนายความออกมาให้ข้อมูลและยืนยันถึงการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ช่วยสร้างความกระจ่างและความมั่นใจให้กับสังคมว่าทุกฝ่ายกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือพัฒนาการของคดีความและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรอบด้าน

ทนายความย้ำว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ และพร้อมที่จะดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีพึงได้

การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

ทนายยังไม่เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” รถตู้เบนซ์เข้าเรือนจำ

“ทนายวิญญัติ” ยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ล่าสุดพบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำคลองเปรม

วันที่ 10 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้ารอติดตามกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเมื่อคืนนี้ โดยคาดว่าในตอนนี้ยังอยู่ในห้องกักโรคตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยระหว่างนี้คนที่จะเข้าเยี่ยมได้มีแค่ทนายความเท่านั้น หลังจากนี้อีก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ เผยว่า ในวันนี้ไม่มีกำหนดที่จะเข้าเยี่ยมนายทักษิณเนื่องจากติดธุระ

ทั้งนี้ ยังมีรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เวลา 9.45 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ธห 1155 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของครอบครัวชินวัตร ผ่านบริเวณหน้าเรือนจำมุ่งไปทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ไม่ได้จอด จากนั้นผ่านไปประมาณ 20 นาที รถคันดังกล่าว ก็ขับออกไปจากพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรม.

ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเยี่ยมของทนายความและครอบครัว หลังจากที่ท่านถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ข่าวล่าสุดรายงานว่าทนายความยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ในวันนี้

ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ในช่วงแรกของการคุมขัง ผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในห้องกักโรคเพื่อสังเกตอาการ และในช่วงเวลานี้ ผู้ที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้คือทนายความเท่านั้น ทำให้ประเด็นเรื่องทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” กลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ว่าจะมีผลต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการใดๆ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ”

ถึงแม้ว่าทนายความจะยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวมีความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นใดในการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จอดที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ได้ขับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ไปในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลของการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำในครั้งนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจาก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ตามระเบียบ ดังนั้น การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร อาจเป็นการมาเพื่อสังเกตการณ์ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเยี่ยมในอนาคต

สถานการณ์เรื่อง ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” และความเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร

การที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือข้อจำกัดทางธุระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการเตรียมตัวด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่นายทักษิณได้เช่นกัน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับประชาชนที่สนใจข่าวสารเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

การเข้าเรือนจำของนายทักษิณและการที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ในส่วนของครอบครัวชินวัตร การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์บริเวณเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อนายทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้กำลังใจและสนับสนุน

สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่นายทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่

ที่มา – ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

เปิดขั้นตอนคุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินในคุกได้

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการรับตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การทำประวัติ การตรวจค้น ไปจนถึงการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ เริ่มจากการจัดทำประวัติส่วนตัว ข้อมูลคดี ประวัติการรักษาพยาบาล และรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากนายทักษิณมีอายุ 76 ปี จึงถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีขั้นตอนการดูแลเป็นพิเศษ

รายละเอียดขั้นตอนการคุมขังและฝากเงิน

การตรวจค้นและทรัพย์สิน: สิ่งของที่นำติดตัวมาจะถูกแยกเป็นสิ่งของต้องห้าม สิ่งของที่อนุญาต และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินสดจะถูกรับฝากไว้ และสามารถใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำได้ โดยมีข้อกำหนดให้เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

การดูแลสุขภาพ: มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและคัดกรองโรค หากมีโรคประจำตัวหรือบาดแผล จะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

การกักโรค: ผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

การจำแนกแดน: จะมีการพิจารณาว่าจะคุมขังผู้ต้องขังในแดนใด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการคุมขังร่วมกับคู่กรณี

สิทธิและหน้าที่: ผู้ต้องขังจะได้รับแจ้งข้อบังคับของเรือนจำ ระเบียบการปฏิบัติตัว สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ต่างๆ

  • การเยี่ยมญาติ: สามารถเยี่ยมได้หลังกักโรค โดยต้องเป็นญาติที่ระบุชื่อไว้ (10 รายชื่อ) และเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ทุก 30 วัน
  • การฝากเงิน: ญาติสามารถฝากเงินให้ผู้ต้องขังใช้จ่ายในเรือนจำได้

สิ่งของที่ไม่อนุญาต: เสื้อผ้า สิ่งของมีค่า เครื่องประดับ จะถูกเก็บรักษาไว้ และญาติต้องติดต่อขอรับคืน

การฝากเงินและการใช้จ่าย: ญาติสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขังได้ แต่มีวงเงินจำกัด เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรืออาหารเสริม

ข้อควรระวังและความปลอดภัย

กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก มีมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง และการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการคิดสั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังทั่วไปหรือผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง เพื่อให้การควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

แม้ว่าการจำกัดวงเงินฝากจะไม่เกิน 15,000 บาท อาจดูเป็นจำนวนที่จำกัด แต่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

#ทักษิณชินวัตร ติดเทรนด์! ศาลสั่งจำคุก

แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และทำให้แฮชแท็กดังกล่าวพุ่งติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับโทษจำคุก 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถือว่าเป็นการบังคับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาในเวลา 12.10 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกาฯ และเริ่มกระบวนการรับโทษจำคุก 1 ปี

#ทักษิณชินวัตร และ #ศาลฎีกา ติดเทรนด์ทวิตเตอร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สังคมออนไลน์ให้ความสนใจและพูดถึงประเด็นนี้อย่างมาก ส่งผลให้แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) เคียงคู่ไปกับแฮชแท็ก #ศาลฎีกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อเรื่องนี้

ทำไม #ทักษิณชินวัตร ถึงติดเทรนด์?

การที่แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมือง และความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ประเด็นการบังคับโทษจำคุก 1 ปี ได้กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดการโต้เถียงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงกว้าง

นอกจากนี้ การที่ศาลฎีกามีคำสั่งในลักษณะนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม และความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อสังคมโดยรวม

การที่เรื่องราวของ #ทักษิณชินวัตร กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ที่ยังคงมีต่อการเมืองไทย แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

ปรากฏการณ์ #ทักษิณชินวัตร ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าประเด็นทางการเมืองยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ และพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การเกิดขึ้นของแฮชแท็กที่ติดเทรนด์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของสังคมที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นต่อไป

ที่มา – แฮชแท็ก #ทักษิณชินวัตร พุ่งติดเทรนด์ หลังศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี

รถตู้นำตัวทักษิณถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เริ่มกระบวนการ

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการแรกรับตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี กับนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเห็นว่าการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่นับเป็นการบังคับโทษ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณขึ้นรถตู้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หมายเลขทะเบียน 1 นง 7412 กทม. เพื่อนำตัวไปรับโทษตามคำสั่งศาลฎีกาฯ โดยมีรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงสายของวันนี้

รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 11.54 น. โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นไปตามกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการตรวจสุขภาพ การทำประวัติ และการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับตัวนักโทษใหม่

สิ่งที่น่าสนใจคือขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายทักษิณจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไปหรือไม่ และจะมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ ทางกรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้

ขั้นตอนหลัง รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรือนจำ

หลังจากที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำ ขั้นตอนต่างๆ ที่จะดำเนินการมีดังนี้:

  • การตรวจร่างกายเบื้องต้น: เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไปและตรวจหาโรคติดต่อ
  • การทำประวัติ: บันทึกข้อมูลส่วนตัว ประวัติคดี และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การสัมภาษณ์: พูดคุยกับนักโทษใหม่เพื่อทำความเข้าใจสภาพจิตใจและความต้องการ
  • การจัดประเภทนักโทษ: พิจารณาประเภทของนักโทษเพื่อจัดให้อยู่ในแดนที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การปฏิบัติต่อนักโทษทุกรายเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง

คดีของนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นคดีที่มีความซับซ้อนและได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การบังคับโทษจำคุกในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยที่ต้องจับตามองกันต่อไป

แน่นอนว่าการที่ รถตู้นำตัว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม และยังมีอีกหลายแง่มุมที่สังคมยังคงต้องการคำตอบและติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – รถตู้นำตัว “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว เข้าสู่กระบวนการแรกรับ

ด่วน! ศาลสั่งบังคับโทษ “ทักษิณ” แพทองธารให้กำลังใจ

ศาลฎีกามีคำสั่งบังคับโทษ “ทักษิณ” ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางความเครียดของเจ้าตัว โดยมีคุณแพทองธารให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับโทษ “ทักษิณ” ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, อม.10/2552 และ อม.5/2551

กระบวนการไต่สวนพยานของศาลฎีกาฯ ดำเนินไปถึง 7 นัด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับโทษ “ทักษิณ” ว่าเป็นไปตามคำพิพากษาเดิมหรือไม่ ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. โดยมีการออกหมายเรียกให้นายทักษิณ ชินวัตร มารับฟังคำสั่งด้วยตนเอง

ศาลฎีกาสั่งบังคับโทษ “ทักษิณ”

ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำสั่งให้นายทักษิณได้รับการบังคับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี สืบเนื่องจากการที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น ไม่เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่สามารถนับรวมเป็นการบังคับโทษตามกฎหมายได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำสั่งให้มีการบังคับโทษจำคุกต่อนายทักษิณเป็นเวลา 1 ปี

ภายหลังจากการรับฟังคำพิพากษา คุณแพทองธารได้แสดงความรักและความห่วงใย โดยการเข้ากอดและจับมือให้กำลังใจกับนายทักษิณ ในขณะที่นายทักษิณเองยังคงมีท่าทีสงบและปรึกษาหารือกับนายวิญญัติ ทนายความประจำตัวอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังจากได้รับฟังคำวินิจฉัย นายทักษิณได้ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าและได้รับการควบคุมตัวจากผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อนำตัวเข้าสู่เรือนจำทันที รายงานข่าวระบุว่านายทักษิณมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ผลกระทบและความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังคำสั่งบังคับโทษ “ทักษิณ”

คำสั่งบังคับโทษ “ทักษิณ” ในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวและความสนใจอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองและสังคมไทย หลายฝ่ายต่างจับตาดูสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การตีความทางกฎหมายและผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาวิเคราะห์อย่างละเอียด

  • การเคลื่อนไหวของกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มต่อต้าน: คาดว่าจะมีการแสดงออกและความเคลื่อนไหวจากทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง: คำสั่งศาลอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในรัฐบาล
  • การตีความทางกฎหมาย: นักวิชาการและนักกฎหมายจะทำการวิเคราะห์ผลของคำสั่งศาลอย่างละเอียด

สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริงและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

คำสั่งบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความท้าทายของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมในอนาคต

ที่มา – วินาที ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษ “ทักษิณ” เจ้าตัวเครียด “แพทองธาร” กอดให้กำลังใจ

“มวลชนเสื้อแดง” หนุน “ทักษิณ” ขอพรคุ้มครอง

“มวลชนเสื้อแดง” ให้กำลังใจ “ทักษิณ” เข้าฟังคำสั่งบังคับโทษปมรักษาตัวชั้น 14 พร้อมขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง กำชัยชนะกลับบ้าน

วันที่ 9 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า มวลชนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ชูรูปนายทักษิณ ชินวัตร ที่ระบุข้อความ “ขอส่งกำลังใจ นายกในดวงใจ” เปิดใจว่า ขณะที่นายทักษิณลงจากรถตนเองก็มองเห็นท่านและเห็นท่านโบกมือให้ด้วย ตนเองก็อยากจะขอเป็นกำลังใจให้ เพราะมองว่าอดีตนายกฯ เป็นคนเดียวที่ทุ่มเทให้บ้านเมือง สร้างคุณงามความดีให้คนจนคนรากหญ้าได้พึ่งพามาตลอด 20 ปี

แม้กระทั่งไปอยู่ต่างประเทศ 17 ปีก็ยังห่วงใยคนไทย กลับมาท่านก็ทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งครอบครัว ไม่เคยทำอะไรไม่ดี วันนี้ป้าคิดว่าท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม และป้าขอบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์แห่งนี้ ไม่ว่าพระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์พ่อหลักเมือง พ่อทรงเมือง พระสยามเทวาธิราช ขอให้ท่านกำชัยชนะกลับบ้านและเป็นนายกในดวงใจตลอดปีตลอดไป

ทั้งนี้ เชื่อว่าตอนนี้มวลชนเสื้อแดงยังเหนียวแน่น และที่มีการโจมตีเพราะพรรคส้ม ไปยกมือโหวตให้พรรคสีส้มเงิน พรรคภูมิใจไทย ไปเป็นรัฐบาล แต่พรรคส้มกลับมาเป็นฝ่ายค้าน ป้าก็ไม่รู้ว่าพรรคส้มคิดยังไง ป้าว่ามันผิดทำนองครองธรรม ป้าไม่ใช่นักกฎหมาย แต่แค่ยกมือให้เขาก็มองว่าผิดแล้ว.

“มวลชนเสื้อแดง” ให้กำลังใจ “ทักษิณ” ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง กำชัยชนะกลับบ้าน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตาของประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มวลชนเสื้อแดง” ที่ยังคงแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความเชื่อมั่นในตัวนายทักษิณอย่างเหนียวแน่น การเดินทางมาให้กำลังใจในวันที่สำคัญเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังศรัทธาที่ยังคงอยู่ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ทำไม “มวลชนเสื้อแดง” ถึงยังคงสนับสนุน “ทักษิณ”

เหตุผลที่ “มวลชนเสื้อแดง” ยังคงให้การสนับสนุนนายทักษิณนั้นมีหลายประการด้วยกัน ประการแรกคือความเชื่อมั่นในผลงานที่นายทักษิณได้สร้างไว้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นโยบายต่างๆ ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือคนจนและผู้มีรายได้น้อย ทำให้เกิดความผูกพันและความรู้สึกดีๆ ที่ยังคงอยู่

ประการที่สองคือความรู้สึกว่านายทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฝังรากลึกในกลุ่มผู้สนับสนุน และเป็นแรงผลักดันให้พวกเขายังคงออกมาเคลื่อนไหวและให้กำลังใจนายทักษิณอย่างต่อเนื่อง

ประการสุดท้ายคือความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของนายทักษิณ ที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ ซึ่งเป็นความหวังที่ “มวลชนเสื้อแดง” ยังคงยึดมั่น

การออกมาให้กำลังใจของ “มวลชนเสื้อแดง” ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงพลังศรัทธาและความจงรักภักดีที่มีต่อนายทักษิณอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการเมืองไทยยังคงมีความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ที่มา – “มวลชนเสื้อแดง” ให้กำลังใจ “ทักษิณ” ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง กำชัยชนะกลับบ้าน

Scroll to top