คดีชั้น 14 วันนี้

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ เผยอยู่ครบ 6 อาทิตย์

อัปเดตอาการล่าสุดของ “ทักษิณ” หลัง “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม เผยพ่อนับวันอยู่ในเรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี อาการนิ้วชาดีขึ้น แต่ยังมีความเครียดและนอนไม่หลับ

อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นวันที่ 10 ของการเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม

กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงยังคงเดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะได้รับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ เมื่ออิ๊งค์และเอมลงจากรถ ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือให้กำลังใจ พร้อมยกมือไหว้ทักทาย ก่อนเดินเข้าไปในเรือนจำ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ก่อนเข้าประตู ทั้งสองพี่น้องโอบเอวกัน ก่อนเข้าไปด้านใน

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้เดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร แล้วเสร็จ ทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า เพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้เจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อนับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี คุณพ่ออยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองได้เดินไปพูดคุยทักทาย และจับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจ นอกจากนี้ มีคนเสื้อแดงยื่นแก้วพลาสติกใส่มะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.พินทองทา เป็นผู้รับมอบและยื่นให้กับทีมงาน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงตะโกนว่า “นายกสู้ๆ”

อาการล่าสุดของทักษิณหลัง อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม

นอกจากเรื่องที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สภาพจิตใจของคุณทักษิณก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการเครียดและนอนไม่หลับที่บุตรสาวได้กล่าวถึง แม้ว่าอาการนิ้วชาจะดีขึ้นแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตในเรือนจำย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและผู้สนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

สถานการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม การเข้าเยี่ยมของบุตรสาวทั้งสองและการให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความหวังที่ผู้คนมีต่อสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำอาจมีความยากลำบาก แต่การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้

  • การ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • อาการป่วยและความเครียดของทักษิณเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
  • กำลังใจจากผู้สนับสนุนมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจ

การที่ อิ๊งค์-เอม เข้าเยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัวชินวัตร และความห่วงใยที่พวกเขามีต่อคุณทักษิณ การเข้าเยี่ยมครั้งนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยให้คุณทักษิณสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” เผยพ่อนับวันอยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์พอดี

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันทำตามระเบียบ

“ทนายวิญญัติ” เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” มีการให้กำลังใจ-พูดคุยเรื่องคดี พบมีอาการอิดโรยในช่วงพักผ่อน ยันจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของลูกความที่เป็นผู้ต้องขัง ภายใต้กฎระเบียบ

วันที่ 16 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 14.45 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ กว่า 1 ชั่วโมง ว่า วันนี้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ มีการพูดคุยเรื่องงานที่ต้องดูแลให้ท่านเกี่ยวกับคดีว่า ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรื่องภารกิจต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นการให้กำลังใจท่าน เห็นดูมีอาการอิดโรย เพราะตอนบ่ายเป็นช่วงที่ต้องพักผ่อน ปกติท่านต้องอ่านหนังสือเป็นหลักอยู่แล้ว

ส่วนคดีความไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างทนายความกับลูกความ แต่ไม่ได้เป็นความลับกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ขอให้คนที่ชอบมโน อย่าคิดไปแบบนั้น อยากเรียนให้ทราบว่า ในฐานะทนายความจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ ที่เป็นผู้ต้องขังในฐานะนักโทษเด็ดขาด อะไรที่ทำได้ก็จะใช้สิทธิ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎระเบียบ แม้ในทางคดีจะมีข้อถกเถียง ซึ่งมีผู้ไม่เห็นด้วยหลายฝ่ายกับคำสั่งศาลที่ออกมาว่านายทักษิณ ที่ผ่านมาขาดอิสรภาพโดยถูกคุมขังที่โรงพยาบาลตำรวจ จะไม่ถือเป็นการคุมขังหรืออย่างไร เป็นการตั้งประเด็นข้อสงสัยจากหลายฝ่าย

ส่วนตนในฐานะทนายความ ได้ดำเนินการตามสิทธิของท่านแล้ว ก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ส่วนอนาคตจะมีข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ เชื่อว่าสังคมคงไม่เงียบกับเรื่องแบบนี้เพราะว่าจะเป็นปัญหาทางนิติศาสตร์ หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักกฎหมายเห็นว่ามีปัญหาที่ต้องถกเถียงกัน

นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับคดีชั้น 14 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. อาจมีปัญหาในกระบวนการที่ซ้ำซ้อนกับประเด็นอื่นหรือไม่ ส่วนเรื่องผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องมีการเตรียมการอยู่แล้ว เพราะต้องชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหา แม้ในอนาคตจะมีการมากล่าวหาถือเป็นการใช้สิทธิ์ของท่าน ก็ต้องต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว เรื่องสิทธิผู้ต้องขังเด็ดขาด สิ่งที่ต้องมีเป็นเรื่องพื้นฐานตามมาตรฐานผู้ต้องขังทั่วไป และไม่ได้มีอะไรเรียกร้องไปมากกว่านี้ เพราะว่าเงื่อนไขเวลาการคุมขังเป็นช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ไม่สามารถเรียกร้องอะไรที่ยังมาไม่ถึงไม่ได้ ส่วนอนาคตอาจมีกฎเกณฑ์ใด เงื่อนไขใด จะก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์ เราก็จะพยายามที่จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าคนที่ถูกคุมขังสูญเสียอิสรภาพ ไม่มีใครไม่อยากได้อิสรภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ จำคุก 1 ปี นายทักษิณ เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบนั้น ตนขอไม่มีความคิดเห็น แต่ขอให้ระวัง เพราะทั้งหมดคือพระราชอำนาจ มองว่าอาจเกิดเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มดหรือไม่ ตนเพียงมีหน้าที่ชี้แจงและปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งนายทักษิณก็ทำตามอยู่แล้ว กลับมารับโทษตามคำพิพากษา ในขณะที่หลายคนบอกว่านายทักษิณจะหนี แต่ท่านก็กลับมา เป็นคำไหนคำนั้น ส่วนมีกระแสข่าวว่ามีการเลี้ยงพิซซ่าภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาด ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความคิดเห็นที่หลากหลาย ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลที่สำคัญหลายประการหลังการเข้าเยี่ยม

ทนายยันทำทุกอย่างภายใต้กฎระเบียบ

นายวิญญัติเน้นย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีความของนายทักษิณ จะเป็นไปภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงและความเห็นต่างจากหลายฝ่ายก็ตาม เขายืนยันว่าจะใช้สิทธิในฐานะทนายความอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกความ

นอกจากนี้ ทนายวิญญัติยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาด โดยระบุว่าสิ่งที่นายทักษิณได้รับนั้นเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป และยังเร็วเกินไปที่จะเรียกร้องสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม เขาจะตรวจสอบอย่างละเอียดหากมีกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทนายวิญญัติขอสงวนความเห็น แต่เตือนให้ระวังว่าอาจเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มด พร้อมทั้งย้ำว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบและกลับมารับโทษตามคำพิพากษาแล้ว

จากข้อมูลที่ทนายวิญญัติให้ไว้ พบว่าสถานการณ์ของนายทักษิณยังคงมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การที่ทนายความออกมาให้ข้อมูลและยืนยันถึงการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ช่วยสร้างความกระจ่างและความมั่นใจให้กับสังคมว่าทุกฝ่ายกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือพัฒนาการของคดีความและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรอบด้าน

ทนายความย้ำว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ และพร้อมที่จะดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีพึงได้

การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ทนายเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ยันจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความ ภายใต้กฎระเบียบ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว ทำใจได้ อยู่แดนพยาบาล

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล! อธิบดีราชทัณฑ์ เผยล่าสุด “ท่านทำใจได้แล้ว” อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด พร้อมยืนยันการเยี่ยมญาติวันนี้เป็นไปตามระเบียบ ไม่มี VVIP แน่นอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี และเมื่อวานนี้ครบ 5 วันที่ต้องกักโรคโควิด-19 ตามระเบียบของราชทัณฑ์แล้ว

พ.ต.ท.เชน ให้ข้อมูลว่า การเข้าเยี่ยมนายทักษิณวันนี้ ถือเป็นวันแรก และทางเรือนจำฯ ยึดตามระเบียบการเยี่ยมญาติอย่างเข้มงวด ไม่มีการเยี่ยมแบบ VVIP ครอบครัวของนายทักษิณต้องเข้าเยี่ยมเหมือนญาติผู้ต้องขังรายอื่น ๆ ทั่วไป ซึ่งจะต้องเดินต่อแถวเรียงหนึ่ง ก่อนเข้าห้องเยี่ยม พร้อมพูดคุยผ่านกระจกใส ใช้โทรศัพท์พูดคุยสื่อสาร และญาติสามารถเข้าไปได้พร้อมกันทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับการคุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้กักโรคโควิด-19 ครบ 5 วันตามระเบียบตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

โดยล่าสุดทางเรือนจำฯ ได้ให้นายทักษิณไปอยู่ที่ “แดนพยาบาล” ซึ่งรวมนักโทษผู้สูงอายุ พร้อมตัดผมแล้วตามระเบียบ ยังไม่ได้เริ่มให้ช่วยงานอะไร เพราะให้พักผ่อน คลายความเครียดก่อน

ส่วนสภาพจิตใจเบื้องต้นของนายทักษิณ เท่าที่สังเกตอาการ “ท่านทำใจได้แล้ว มียาโรคประจำตัวรับประทานตลอด อ่านหนังสือ และดูทีวีคลายเครียด“ โดยวันนี้จะมีญาติและครอบครัวชินวัตรเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งแรก เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม วันนี้ เวลา 10.00 น. ทางครอบครัวชินวัตร จะเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นอกจากทนายความส่วนตัวแล้ว ยังมีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว, ลูกเขย และบรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ

ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี พร้อมทีมทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่เรือนจำกลางคลองเปรม และเข้าติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ที่บริเวณศูนย์บริการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ตามระเบียบของเรือนจำ หลังจากครบกำหนดการกักโรคและสามารถเข้าเยี่ยมได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.42 น. คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา, พิณทองทา ชินวัตร ลูกสาว เดินทางมาเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีทนายความมายืนรอรับที่ทางเข้าเรือนจำ.

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล

สถานการณ์ล่าสุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม หลายคนอยากทราบความเป็นอยู่ของท่านหลังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ

“ทักษิณ” ตัดผมแล้ว จริงหรือไม่?

ตามรายงานล่าสุด “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว และปรับตัวเข้ากับชีวิตในเรือนจำได้ดี โดยย้ายไปอยู่แดนพยาบาล อ่านหนังสือ ดูทีวีคลายเครียด

การที่นายทักษิณสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของท่าน อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ทักษิณ” ตัดผมแล้ว อยู่แดนพยาบาล อธิบดีราชทัณฑ์ บอก “ท่านทำใจได้แล้ว”

“ทักษิณ” กักโรคครบ เตรียมเยี่ยมครอบครัว 15 ก.ย.นี้


ทักษิณ ชินวัตร” กักโรคครบ 5 วัน เตรียมเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมในวันที่ 15 ก.ย. นี้ อาการโดยรวมดีขึ้น ความดันโลหิตกลับสู่ภาวะปกติ โดยเบื้องต้นจะพักอยู่ในเเดนผู้สูงอายุก่อนเพื่อรอการจัดเเบ่งเเดน

วันที่ 14 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้าสู่กระบวนการกักโรคโควิด-19 เป็นเวลา 5 วัน ภายในเเดนเเรกรับของเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะสิ้นสุดการกักโรคในวันที่ 13 กันยายน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเยี่ยมญาติในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน

ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเยี่ยม การติดต่อระหว่างบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง และการดูแลกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการเยี่ยมผู้ต้องขังไว้ดังนี้

  1. บุคคลภายนอกต้องได้รับอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ในการเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง โดยต้องเเสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ออกโดยราชการที่มีรูปถ่าย เเก่เจ้าพนักงานเรือนจำ เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้มาติดต่อเป็นหลักฐาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับผู้ต้องขัง ธุระ หรือประโยชน์ในการเข้าเยี่ยม
  2. การเยี่ยมหรือติดต่อ จะอนุญาตเฉพาะผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น
  3. การเยี่ยมหรือติดต่อต้องเป็นไปตามวันเเละเวลาที่เรือนจำกำหนด หากมีเหตุพิเศษที่จำเป็นต้องพบผู้ต้องขัง นอกเหนือจากเวลาที่กำหนด จะต้องขออนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ เเต่ต้องไม่ใช่ระหว่างเวลาที่ผู้ต้องขังอยู่ในห้องขัง เว้นเเต่ผู้บัญชาการเรือนจำจะเห็นสมควร

ระเบียบดังกล่าวยังระบุอีกว่า เพื่อประโยชน์ในการควบคุมความมั่นคงของเรือนจำ ผู้บัญชาการเรือนจำอาจกำหนดให้ผู้ต้องขัง เเจ้งรายชื่อบุคคลภายนอก ที่จะเข้ามาพบหรือติดต่อภายในเรือนจำล่วงหน้า โดยรายชื่อดังกล่าวจะต้องมีจำนวนไม่เกิน 10 คน หากต้องการเเก้ไขเปลี่ยนแปลง จะต้องเเจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ผู้บัญชาการเรือนจำสามารถพิจารณาอนุญาต ให้บุคคลภายนอกนอกเหนือจากที่ได้เเจ้งไว้ เข้าเยี่ยมหรือติดต่อได้

ในการเข้าเยี่ยมเเต่ละครั้ง จะอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 1 คน เป็นเวลา 30-40 นาที เเละ 1 คน สามารถเข้าเยี่ยมได้วันละ 1 ครั้งเท่านั้น ญาติจะต้องเเสดงบัตรที่ออกโดยทางราชการ ต่อเจ้าพนักงานเรือนจำทุกครั้ง โดยมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้

  • บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยม จะต้องอยู่ในบริเวณที่เรือนจำกำหนด
  • ห้ามนำสิ่งของใด ๆ เข้ามาหรือนำออกจากเรือนจำ หรือส่งมอบให้เเก่ผู้ต้องขัง โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามใช้โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ในขณะเยี่ยม
  • ห้ามรับฝากสิ่งของจากบุคคลภายนอกให้เเก่ผู้ต้องขัง

สำหรับรอบการเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม แบ่งเป็นรอบเช้าเเละรอบบ่าย โดยรอบเช้ามี 5 รอบ ตั้งเเต่เวลา 08:30-11:00 น. เเละรอบบ่ายมี 5 รอบ ตั้งเเต่เวลา 12:00-14:30 น.

ในการเยี่ยมญาติของนายทักษิณ ทางราชทัณฑ์คาดว่า จะมีกลุ่มครอบครัว ญาติ เพื่อน องค์กรสิทธิมนุษยชน ทั้งในเเละต่างประเทศ ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าเยี่ยมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ราชทัณฑ์จึงต้องวางเเผนบริหารจัดการ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บัญชาการเรือนจำฯ ตามความเหมาะสม

พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันครบกำหนด 5 วัน ของการกักตัวเฝ้าระวังโรค อาการโดยรวมของนายทักษิณดีขึ้น ความดันโลหิตที่สูงก่อนหน้านี้ ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการเเยกแดน จะเป็นไปตามวงรอบของเเต่ละเรือนจำ ซึ่งทราบว่าเรือนจำจะมีการประชุมทุกเดือน โดยขณะนี้ยังไม่มีการเเยกเเดน ทำให้นายทักษิณจะอยู่ในเเดนของผู้สูงอายุก่อน เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน 65 ปี

สำหรับวันที่ 15 ก.ย. ที่จะอนุญาตให้ญาติเเละทนายความเข้าเยี่ยม เรือนจำมีความพร้อม เเต่จะไม่มีการจัดสถานที่เยี่ยมเป็นพิเศษ ทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป นายทักษิณตั้งตารอวันนี้ เพราะจะได้พบกับครอบครัว ซึ่งเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะมีญาติเข้าเยี่ยม เเต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร โดยการเยี่ยมจะเป็นการพูดคุยผ่านกระจกใส เนื่องจากการเยี่ยมยังไม่เป็นการเยี่ยมญาติเเบบใกล้ชิดที่สามารถสัมผัสกันได้ ส่วนการรักษาความปลอดภัย หากมีกลุ่มคนเสื้อเเดงเข้ามาให้กำลังใจ ก็จะประสานตำรวจท้องที่เข้ามาดูเเลอำนวยความสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อบุคคล 10 ท่าน ที่นายทักษิณได้เเจ้งไว้กับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งถูกส่งตัวออกไปรักษาภายนอกที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประกอบไปด้วย น.ส.เเพทองธาร ชินวัตร, นายปิฎก สุขสวัสดิ์ (สามี น.ส.เเพทองธาร), น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามี น.ส.พินทองทา), นายพานทองเเท้ ชินวัตร, และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ (ภรรยาของนายพานทองเเท้)

ส่วนอีก 4 ท่านที่เหลือ คือ บรรดาหลาน ๆ ของนายทักษิณ จึงเป็นที่จับตาว่าในการเยี่ยมญาติครั้งนี้ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี จะมีบุคคลใดในครอบครัว ทยอยเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำ ในวันเเละเวลาใด รวมถึงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเเละคนใกล้ชิด

“ทักษิณ” กักโรคครบ เตรียมเยี่ยมครอบครัว 15 ก.ย.นี้

จับตาการเยี่ยม “ทักษิณ” หลังกักโรคครบ 5 วัน

การกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร และการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ได้สร้างความสนใจให้กับสังคมอย่างมาก การเยี่ยมครอบครัวในวันที่ 15 กันยายนนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลายฝ่ายจับตามอง หวังว่ากำลังใจจากครอบครัว จะช่วยให้นายทักษิณสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่นี้ได้ เเละกระบวนการทางกฎหมายจะเป็นไปอย่างโปร่งใสเเละยุติธรรม

ที่มา – “ทักษิณ” กักโรคครบ 5 วัน ตั้งตารอเจอครอบครัว จับตาเยี่ยมครั้งแรก 15 ก.ย. 68

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

“กลุ่มคนเสื้อแดง” รวมตัวให้กำลังใจ “ทักษิณ” พร้อมจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุชุลมุนเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

กลุ่มผู้สนับสนุน นำโดย นายเทวินทร์ พูลทวี, นางประนอม พูลทวี และนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงจากโคราชและราชบุรี เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นวันที่ 4

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่ม“กลุ่มคนเสื้อแดง” ปักหลักบริเวณฟุตบาทหน้าเรือนจำ พร้อมด้วยรถเครื่องเสียง นางประนอม พูลทวี และแกนนำคนอื่นๆ ได้นำอาหารหลากหลายชนิด เช่น ข้าวหมกไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่ม กล้วยทอด และข้าวโพดต้ม มาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมกับทักษิณ แม้ตัวจะห่าง แต่ใจยังผูกพัน

ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 10.13 น. ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม และได้มีปากเสียงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น ต้องเข้ามาระงับเหตุและควบคุมตัวชายดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนต่อไป

ทางด้านกรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงเรื่องการขยายอาณาเขตเรือนจำกลางคลองเปรม โดยระบุว่าเป็นการคืนพื้นที่เดิมที่เคยใช้เป็นพื้นที่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลับมาให้เรือนจำกลางคลองเปรมดูแลตามเดิม

เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขังจำนวนมาก และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ประกอบกับมีผู้ต้องขังที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง การขยายพื้นที่จึงมีความจำเป็นเพื่อให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมราชทัณฑ์ยังระบุอีกว่า การปรับเปลี่ยนอาณาเขตเรือนจำเป็นไปตามสถานการณ์และความเหมาะสมในการบริหารจัดการเรือนจำ โดยในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ได้มีการประกาศกำหนดอาณาเขตของเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

“กลุ่มคนเสื้อแดง” ให้กำลังใจทักษิณ หน้าเรือนจำ

การรวมตัวของ“กลุ่มคนเสื้อแดง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่พวกเขายังมีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะผู้ต้องขังก็ตาม การจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ทำไม “กลุ่มคนเสื้อแดง” ถึงยังให้กำลังใจทักษิณ?

คำถามนี้อาจมีคำตอบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับมุมมองและความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับกลุ่มผู้สนับสนุนเสื้อแดงนั้นมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน จากนโยบายต่างๆ ที่เคยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมไทย และจากเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าเรือนจำคลองเปรม ก็แสดงให้เห็นถึงความเห็นต่างและความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย การแสดงออกทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม

การที่“กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจทักษิณ ถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อในสังคมไทย สิ่งสำคัญคือการเคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร เราควรที่จะเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นในการแสดงออกภายใต้กรอบของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนก็คือคนไทยที่ต้องอยู่ร่วมกันและสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น

ที่มา – “กลุ่มคนเสื้อแดง” มาให้กำลังใจ “ทักษิณ” ทำกิจกรรมกินข้าวหน้าเรือนจำคลองเปรม

ราชทัณฑ์เผย ทักษิณนอนเรือนจำคืนที่ 2 หลับสนิท

จากกรณีที่ กรมราชทัณฑ์ ได้รายงานอาการของ “ทักษิณ” ในการนอนเรือนจำกลางคลองเปรมคืนที่ 2 พบว่า นอนหลับสนิท ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวได้ครบทุกมื้อ และไม่มีอาการเครียด สามารถปรับตัวได้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อคุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ต่อมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์กลางระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาด เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังให้เหมาะสม ตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด วันที่ 11 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากภายในกรมราชทัณฑ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการกักโรคโควิด-19 เป็นเวลา 5 วัน ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยอาการนอนห้องกักโรคในคืนที่สอง พบว่าเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน นายทักษิณ แม้จะมีอายุ 76 ปี แต่ยังคงนอนหลับได้เป็นปกติ ไม่มีอาการนอนกระสับกระส่าย รวมถึงไม่มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าให้เห็น ค่อนข้างปรับตัวได้ดี การรับประทานอาหาร สามารถรับประทานได้ครบทุกมื้อ และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของราชทัณฑ์เป็นอย่างดี

ราชทัณฑ์เผย ทักษิณนอนเรือนจำคืนที่ 2 หลับสนิท

นอกจากนี้ รายงานภายในกรมราชทัณฑ์ยังเปิดเผยว่า การป้องกันความปลอดภัยในการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ราชทัณฑ์ค่อนข้างเข้มงวด โดยมีการมอบหมายผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าผ่านการอบรมทักษะต่างๆ ทั้งการช่วยเหลือพยาบาล หรือการช่วยงานเรือนจำ และมีความประพฤติดีเยี่ยม มาเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลนายทักษิณระหว่างถูกคุมขัง เพราะต้องยอมรับว่าภายในเรือนจำนั้น ไม่มีใครรู้ได้ว่าใครชอบหรือไม่ชอบกันอย่างไร ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้น ราชทัณฑ์จึงต้องวางมาตรการดูแลให้เหมาะสม

มาตรการดูแล “ทักษิณ” ในเรือนจำ

มาตรการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นเรื่องที่กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของทุกฝ่าย การจัดผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีมาช่วยดูแลเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดังกล่าว แต่ก็ต้องมีการประเมินความเสี่ยงและทบทวนมาตรการอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ในส่วนของความเป็นไปได้ที่นายทักษิณจะออกมาบริการงานสาธารณะของเรือนจำฯ เกี่ยวกับเชิงวิชาการตามงานหนังสือนั้น ทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า การที่เรือนจำจะนำผู้ต้องขังเด็ดขาดออกมาบริการงานสาธารณะ จะต้องมีการเขียนโครงการเพื่อขออนุมัติก่อน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ที่เคยออกมาเล่นดนตรี เพราะเป็นโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะดนตรี จึงสามารถออกมาบริการงานสาธารณะได้

เรื่องราวของนายทักษิณที่ ราชทัณฑ์ดูแลในเรือนจำ ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และการที่ราชทัณฑ์ออกมาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

การที่ราชทัณฑ์ ดูแลนักโทษอย่างดีถือเป็นมาตรฐานที่สำคัญ แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพื่อความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำภายในเรือนจำ

ที่มา – “ราชทัณฑ์” เผย “ทักษิณ” นอนเรือนจำคืน 2 หลับสนิท ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวได้ครบมื้อ

ทนายยังไม่เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” รถตู้เบนซ์เข้าเรือนจำ

“ทนายวิญญัติ” ยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ล่าสุดพบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำคลองเปรม

วันที่ 10 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้ารอติดตามกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเมื่อคืนนี้ โดยคาดว่าในตอนนี้ยังอยู่ในห้องกักโรคตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยระหว่างนี้คนที่จะเข้าเยี่ยมได้มีแค่ทนายความเท่านั้น หลังจากนี้อีก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ เผยว่า ในวันนี้ไม่มีกำหนดที่จะเข้าเยี่ยมนายทักษิณเนื่องจากติดธุระ

ทั้งนี้ ยังมีรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เวลา 9.45 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ธห 1155 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของครอบครัวชินวัตร ผ่านบริเวณหน้าเรือนจำมุ่งไปทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ไม่ได้จอด จากนั้นผ่านไปประมาณ 20 นาที รถคันดังกล่าว ก็ขับออกไปจากพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรม.

ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเยี่ยมของทนายความและครอบครัว หลังจากที่ท่านถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ข่าวล่าสุดรายงานว่าทนายความยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ในวันนี้

ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ในช่วงแรกของการคุมขัง ผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในห้องกักโรคเพื่อสังเกตอาการ และในช่วงเวลานี้ ผู้ที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้คือทนายความเท่านั้น ทำให้ประเด็นเรื่องทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” กลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ว่าจะมีผลต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการใดๆ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ”

ถึงแม้ว่าทนายความจะยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวมีความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นใดในการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จอดที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ได้ขับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ไปในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลของการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำในครั้งนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจาก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ตามระเบียบ ดังนั้น การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร อาจเป็นการมาเพื่อสังเกตการณ์ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเยี่ยมในอนาคต

สถานการณ์เรื่อง ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” และความเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร

การที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือข้อจำกัดทางธุระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการเตรียมตัวด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่นายทักษิณได้เช่นกัน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับประชาชนที่สนใจข่าวสารเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

การเข้าเรือนจำของนายทักษิณและการที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ในส่วนของครอบครัวชินวัตร การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์บริเวณเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อนายทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้กำลังใจและสนับสนุน

สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่นายทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่

ที่มา – ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน?

“อิ๊งค์ แพทองธาร” ไม่รู้ “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปไหน บอกขอเช็กก่อน เพิ่งออกจากห้องประชุม ผู้สื่อข่าวยันปลายทางเรือนจำกลางคลองเปรม ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าจริงๆ แล้ว ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ ไปที่ไหนกันแน่?

เมื่อเวลา 17.22 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางออกจากห้องประชุม สส. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยช่วงเวลาเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของ น.ส.แพทองธาร ได้นั่งรถตู้ติดลูกกรงออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายงานว่าไปเรือนจำกลางคลองเปรม หรือไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “จริงๆ ก็ยังไม่ทราบ ขอไปเช็กก่อน เพราะเพิ่งออกจากห้องประชุม” ทำให้หลายคนสงสัยว่า อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน จริงหรือ?

ส่วนคำถามว่า นายทักษิณ ไปตรวจสุขภาพหรือไม่ เพราะตอนนั่งในรถออกไปได้ยกนิ้วโป้งให้สื่อมวลชนด้วย ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ไม่ตอบคำถาม แต่อมยิ้มก่อนขึ้นรถไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ารถที่ นายทักษิณ นั่งออกไปจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยไม่ได้เลี้ยวเข้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องมาจากว่าเรือนจำกลางคลองเปรมถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศไทย ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไรนั้น รอทางกรมราชทัณฑ์ชี้แจงอีกครั้ง.

อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน

การที่ น.ส.แพทองธาร ตอบคำถามสื่อมวลชนเช่นนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดเธอจึงไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่เป็นบุตรสาว และเป็นบุคคลใกล้ชิด

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับทักษิณ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด ข่าวการเดินทางด้วยรถตู้ราชทัณฑ์และการที่ น.ส.แพทองธาร อ้างว่าไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ได้สร้างความสงสัยและความไม่แน่นอนให้กับประชาชน

  • การเดินทางของนายทักษิณ
  • จุดหมายปลายทางที่ไม่ชัดเจน
  • ท่าทีของ น.ส.แพทองธาร

ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและต้องการความกระจ่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข่าว อิ๊งค์ไม่รู้ ทักษิณนั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และรอการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา – “อิ๊งค์” ไม่รู้ “ทักษิณ” นั่งรถตู้ราชทัณฑ์ไปไหน บอกเพิ่งออกจากห้องประชุม

เปิดขั้นตอนคุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินในคุกได้

หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการรับตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กระบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่การทำประวัติ การตรวจค้น ไปจนถึงการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบ เริ่มจากการจัดทำประวัติส่วนตัว ข้อมูลคดี ประวัติการรักษาพยาบาล และรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากนายทักษิณมีอายุ 76 ปี จึงถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีขั้นตอนการดูแลเป็นพิเศษ

รายละเอียดขั้นตอนการคุมขังและฝากเงิน

การตรวจค้นและทรัพย์สิน: สิ่งของที่นำติดตัวมาจะถูกแยกเป็นสิ่งของต้องห้าม สิ่งของที่อนุญาต และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินสดจะถูกรับฝากไว้ และสามารถใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำได้ โดยมีข้อกำหนดให้เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

การดูแลสุขภาพ: มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและคัดกรองโรค หากมีโรคประจำตัวหรือบาดแผล จะมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

การกักโรค: ผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

การจำแนกแดน: จะมีการพิจารณาว่าจะคุมขังผู้ต้องขังในแดนใด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการคุมขังร่วมกับคู่กรณี

สิทธิและหน้าที่: ผู้ต้องขังจะได้รับแจ้งข้อบังคับของเรือนจำ ระเบียบการปฏิบัติตัว สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ต่างๆ

  • การเยี่ยมญาติ: สามารถเยี่ยมได้หลังกักโรค โดยต้องเป็นญาติที่ระบุชื่อไว้ (10 รายชื่อ) และเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ทุก 30 วัน
  • การฝากเงิน: ญาติสามารถฝากเงินให้ผู้ต้องขังใช้จ่ายในเรือนจำได้

สิ่งของที่ไม่อนุญาต: เสื้อผ้า สิ่งของมีค่า เครื่องประดับ จะถูกเก็บรักษาไว้ และญาติต้องติดต่อขอรับคืน

การฝากเงินและการใช้จ่าย: ญาติสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผู้ต้องขังได้ แต่มีวงเงินจำกัด เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อใช้ซื้อของใช้ส่วนตัวภายในเรือนจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรืออาหารเสริม

ข้อควรระวังและความปลอดภัย

กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก มีมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง และการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการคิดสั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังทั่วไปหรือผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียง เพื่อให้การควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

แม้ว่าการจำกัดวงเงินฝากจะไม่เกิน 15,000 บาท อาจดูเป็นจำนวนที่จำกัด แต่ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เปิดขั้นตอน ราชทัณฑ์คุมขัง “ทักษิณ” ฝากเงินใช้ซื้อของในคุกได้ไม่เกิน 15,000 บาท

Scroll to top