คดีหมิ่นประมาท

“ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์”? โรมแจงไต่สวน

“ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” ด้าน “โรม” แจงเข้าฟังไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค.

“รังสิมันต์ โรม” ชี้แจง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ถอนฟ้องเฉพาะ “ไอซ์ รักชนก” ส่วนตนเองเข้าฟังไต่สวนกับทนายความ เผย ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค. ถ้าเห็นว่ามีมูล ต้องสู้คดีต่อ

วันที่ 27 มกราคม 2569 จากกรณีการถอนฟ้องของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หลังฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.รักชนก ศรีนอก และ นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ซึ่งศาลจังหวัดพะเยา นัดไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวานที่ผ่านมา (26 มกราคม) ซึ่งทั้งคู่เดินทางไปศาล ขณะที่บรรยากาศหน้าศาลมีทั้งกองเชียร์และกลุ่มคัดค้าน

ทางด้าน นายรังสิมันต์ ชี้แจงในเวลาต่อมาผ่านเฟซบุ๊ก ถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ว่า “1. คดีของไอซ์ ธรรมนัสได้ถอนฟ้องจริง ใครอยากรู้ว่าทำไมถอนฟ้อง อันนี้ต้องไปฟังจากธรรมนัส 2. คดีผม ธรรมนัสไม่ได้ถอนฟ้อง ผมเข้าฟังไต่สวนกับทนายความ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ถ้าศาลไต่สวนเห็นว่ามีมูล ผมก็ต้องสู้คดีต่อไป”

ทั้งนี้ นอกจากมาฟังไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ตนเองได้เดินทางไปหาเสียงในพื้นที่เขต 2 ของพะเยา บรรยากาศดีมาก คนตอบรับล้นหลาม ส่วนตัวเชื่อว่าพี่น้องพะเยาพร้อมเปลี่ยน เราต้องมาช่วยกันทำให้พะเยาไม่เหมือนเดิม ให้ประเทศไทยเปลี่ยนไป

ความคืบหน้ากรณี “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” คืออะไร?

จากกรณีที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ทำการฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.รักชนก ศรีนอก และ นายรังสิมันต์ โรม เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท ล่าสุด ร้อยเอกธรรมนัส ได้ทำการถอนฟ้องเฉพาะในส่วนของ น.ส.รักชนก เท่านั้น ส่วนคดีของ นายรังสิมันต์ โรม ยังคงดำเนินต่อไป โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่าคดีดังกล่าวมีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปหรือไม่

นายรังสิมันต์ โรม ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ตนเองได้เดินทางไปฟังการไต่สวนในคดีที่ถูก ร้อยเอกธรรมนัส ฟ้องร้อง พร้อมทั้งกล่าวว่าหากศาลเห็นว่าคดีมีความเป็นไปได้ ตนเองก็พร้อมที่จะสู้คดีต่อไป นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการลงพื้นที่หาเสียงในเขต 2 ของจังหวัดพะเยา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและพลิกผันทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การถอนฟ้องในบางส่วนและการดำเนินคดีต่อไปในส่วนอื่น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและวิเคราะห์อย่างใกล้ชิดต่อไป

การที่ร้อยเอกธรรมนัสตัดสินใจเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านกฎหมาย กลยุทธ์ทางการเมือง หรือเหตุผลส่วนตัว การออกมาให้ข้อมูลของนายรังสิมันต์ โรม ก็เป็นการตอบโต้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และความเป็นไปที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย

การตัดสินใจของศาลในวันที่ 19 มีนาคม จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของคดีนี้ต่อไป และจะมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลและสถานการณ์ทางการเมืองในภาพรวมอย่างแน่นอน

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นทางกฎหมายและการเมืองเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและแสดงออกทางการเมืองได้อย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบ

สถานการณ์ “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” นี้ทำให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงมีความเข้มข้นและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – “ธรรมนัส” ถอนฟ้องแค่ “ไอซ์” ด้าน “โรม” แจงเข้าฟังไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่ง 19 มี.ค.

ศาลรับฟ้อง “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9

ศาลรับฟ้อง “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9 นัดสอบ 3 พ.ย.

ศาลอาญาได้รับฟ้องคดีที่ “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9 โดยชี้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์ต้องมีขอบเขต นัดสอบคำให้การในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฟ้องร้องนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน และนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี จากพรรคประชาชน เช่นกัน โดยเรียกค่าเสียหายรายละ 50 ล้านบาทในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่ทั้งสองคนได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการซื้อตึก SKYY9 โดยมีการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา

รักชนก-สหัสวัต

ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยได้ส่งทนายความเป็นตัวแทนในการเข้ารับฟังคำสั่ง ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 30 นาที นายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความของนายสุชาติ เปิดเผยว่า ศาลได้มีคำสั่งว่าคดีดังกล่าวมีมูลความผิดครบองค์ประกอบตามที่โจทก์ได้นำเสนอพยานหลักฐานต่อศาล โดยเหตุผลที่ศาลพิจารณาคือ แม้นายสุชาติจะเป็นบุคคลสาธารณะก็จริง แต่การวิพากษ์วิจารณ์ก็ต้องมีขอบเขต และในกรณีนี้ศาลมองว่าเป็นการใส่ความที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ อย่างไรก็ตาม จำเลยยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่เมื่อคดีมีมูลก็จะต้องมีการต่อสู้คดีกันต่อไป

ศาลนัดสอบคำให้การ “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9

ทั้งนี้ ศาลได้นัดหมายให้มีการสอบคำให้การในครั้งต่อไป โดยทางจำเลยจะต้องดำเนินการประกันตัวในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 น. เกี่ยวกับกรณี “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9 เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการไกล่เกลี่ย นายเฉลิมชัยระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้และให้สอบถามจากนายสุชาติโดยตรง พร้อมทั้งกล่าวว่า นายสุชาติได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว และมีท่าทีที่เป็นปกติในการปกป้องสิทธิของตนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งในวันนี้ นายสุชาติไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองเนื่องจากมีภารกิจในการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

สุชาติ ชมกลิ่น

คดี “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9 นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของขอบเขตในการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ แม้ว่าจะเป็นสิทธิที่ประชาชนพึงมี แต่การแสดงความคิดเห็นก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงหลักการและขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย

ที่มา – ศาลรับฟ้อง “รักชนก-สหัสวัต” หมิ่น “สุชาติ” ซื้อตึก SKYY9 นัดสอบคำให้การ 3 พ.ย.

Scroll to top