คดีเว็บพนัน

เปิดรายละเอียด คดี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ค้นบ้านสงขลา พบหลักฐานเว็บพนัน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ เปิดรายละเอียด คดี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ค้นบ้านที่สงขลา พบหลักฐานโยงเว็บพนัน ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมกับ ปปง. ดำเนินการจับกุมเว็บพนันรายใหญ่ที่โยงใยกับนักการเมือง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการพนันออนไลน์ที่คร่าทรัพย์สินคนไทยปีละพันล้านบาท ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูรายละเอียดกันเลย!

เปิดรายละเอียด คดี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ค้นบ้านที่สงขลา พบหลักฐานโยงเว็บพนัน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงชี้แจงการปฏิบัติของดีเอสไอและ ปปง. เกี่ยวกับการจับกุมเว็บพนันที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง โดยดีเอสไอออกหมายจับหลายหมาย และขอหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม การดำเนินการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมนี้ให้สิ้นซาก

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่าคดีนี้เป็นอาชญากรรมเทคโนโลยีที่กว้างขวาง สร้างความเสียหายมหาศาล จึงใช้กฎหมายคดีพิเศษจัดการเด็ดขาด มีผู้ร้องเรียนเบาะแสเรื่องฟอกเงินจากเว็บพนัน เชื่อมโยงกับคดีเดิมที่ออกหมายจับ 36 หมาย จับกุมได้ 22 ราย ข้อมูลใหม่พบการถ่ายโอนเงินกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2568 จึงขออนุมัติหมายจับ 25 หมาย และลงพื้นที่ตรวจค้น 10 จุดใน 4 จังหวัด เมื่อ 5 มี.ค. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เป็นแอดมินเว็บพนันหญิง พร้อมอายัดทรัพย์สินและเอกสารโยงเว็บพนัน ส่ง ปปง. ดำเนินการต่อ

ภาพการแถลงข่าวคดีชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว

เส้นทางการเงินและการขยายคดี

ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เผยว่าคดีนี้เชื่อมโยงกับคดีปี 2566 ที่พบเส้นเงินโอนไปมานักการเมือง 39 ล้านบาท จึงขยายเป็นคดีพิเศษ 150/2568 เริ่มสืบสวนตั้งแต่ธันวาคม 2568 ในคดีเก่าดำเนินคดี 36 ราย บางส่วนศาลตัดสินแล้ว

คดีใหม่เมื่อ 27 ก.พ. 2569 ขออนุมัติหมายจับ 27 หมาย รวมนักการเมือง ศาลอนุมัติ 25 หมาย ส่งหมายเรียก 2 ราย โดยนายชนนพัฒฐ์ต้องมารายงานตัว 12 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ที่ดีเอสไอ

ภาพการตรวจค้นสถานที่เกี่ยวข้องคดีเว็บพนัน

รายละเอียดการตรวจค้น 10 จุด

การตรวจค้นครอบคลุมกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสงขลา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม:

  • จับกุมตามหมายจับ 4 จุด: จับแอดมินจากกัมพูชาที่มาหญาติย่านดินแดง พบหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ คลิปเสียง 30 คลิป โยงนักการเมืองและเว็บพนัน
  • ตรวจบริษัท 5 แห่ง: ที่ใช้ฟอกเงิน แต่จริงๆ เป็นบ้านพักและชุมชนแออัด ไม่ตรงทะเบียนธุรกิจ จะขยายผลตรวจผู้จดทะเบียนและนักบัญชี
  • บ้านสงขลา: พื้นที่ 1.8 ไร่ที่ ปปง. ยึดก่อนหน้า พบสิ่งปลูกสร้างใหม่ 3 หลัง กระเป๋าแบรนด์เนม ข้อมูลแชทโยงนักการเมือง รถยนต์ และเงินดิจิทัล P2P
ภาพบ้านที่สงขลาพบหลักฐานคดีชนนพัฒฐ์

ทั้งหมดนี้สนับสนุนหลักฐานเดิม เช่น การครอบครองรถหรูขายต่อๆ กัน เจ้าหน้าที่จะขยายผล ถ้าหลักฐานครบ จะขอหมายจับเพิ่ม

คดี เปิดรายละเอียด คดี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ค้นบ้านที่สงขลา พบหลักฐานโยงเว็บพนัน นี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของดีเอสไอในการปราบปรามเว็บพนันที่ซุกซ่อนผ่านนักการเมือง ปัญหานี้กระทบสังคมไทยหนักหน่วง ทำให้ประชาชนติดพนันจนล้มละลาย การฟอกเงินพันล้านต้องไม่ปล่อยไว้ ในมุมมองผม คดีนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากจับกุมแกนนำได้หมด จะช่วยลดอาชญากรรมออนไลน์ได้เยอะ ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีเว็บพนันพวกนี้ เงินคนไทยจะไหลออกต่างประเทศน้อยลงแค่ไหน

คุณคิดยังไงกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ ติดตามข่าวอัปเดตคดีได้ที่นี่นะครับ!

ที่มา – เปิดรายละเอียด คดี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ค้นบ้านที่สงขลา พบหลักฐานโยงเว็บพนัน

“ธรรมนัส” ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ชี้ไม่กระทบกล้าธรรม

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ นั่นคือ ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำกำลังบุกค้นบ้านของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.เขต 3 สงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม โดยเชื่อมโยงกับปมเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังถูกจับตาอย่างหนัก

ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดย DSI และ ปปง. กำลังเร่งสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่แพร่ระบาด สร้างความเสียหายให้สังคมไทยมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การพนันผิดกฎหมาย และปัญหาสังคมที่ตามมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 6 มีนาคม 2567 ที่อาคารรัฐสภา โดยยืนยันว่า ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียด และต้องรอฟังการแถลงจากกระทรวงยุติธรรมในวันเดียวกันนั้น

ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างชัดเจนว่า ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดของคดีนี้เลย เนื่องจากนายชนนพัฒฐ์เป็น ส.ส. ที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน เขายังเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็น “ความผิดเฉพาะบุคคล” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรมโดยรวม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์พรรค ร.อ.ธรรมนัส ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องส่วนตัว” และย้อนถามสื่อว่า “ทำไมไม่ถามเรื่องการทำงานในสภาฯ บ้าง” ซึ่งสะท้อนถึงความหงุดหงิดต่อการโฟกัสที่ประเด็นลบมากกว่าผลงาน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ปม DSI ค้นบ้าน ส.ส.ชนนพัฒฐ์

ปฏิกิริยาจากฝั่งพรรคกล้าธรรม

นอกจากนี้ เมื่อถามย้ำว่านายชนนพัฒฐ์เคยอ้างว่าตนได้โทรคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วนั้น ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะและบอกว่า “กลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว” ส่วนนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ขอให้สื่อรอหลังประชุมพรรคเพื่อแถลงเพิ่มเติม พรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่กำลังสร้างฐานเสียง โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังสำคัญ กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่จากประเด็นนี้ แม้จะยืนยันว่าไม่กระทบ แต่ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสมาชิกและผู้สนับสนุน

DSI และ ปปง. มีบทบาทสำคัญในการสืบสวนคดีใหญ่ โดย DSI รับผิดชอบคดีพิเศษที่มีความซับซ้อน ส่วน ปปง. มุ่งปราบปรามการฟอกเงิน ปมเว็บพนันออนไลน์นี้เชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท สร้างรายได้ให้รัฐสูญเสียภาษีมหาศาล และก่อปัญหายาเสพติด หนี้สิน สังคมแตกแยก

  • DSI และ ปปง. บุกค้น: เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงเว็บพนัน
  • สถานะ ส.ส.: มีเอกสิทธิ์ ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอน
  • มุมมองธรรมนัส: เรื่องส่วนบุคคล ไม่กระทบพรรค
  • การทำงานสภา: เรียกร้องให้สื่อสนใจผลงานมากขึ้น

ข่าวปม DSI-ปปง ค้นบ้าน ส.ส.พรรคกล้าธรรม

บริบทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับการทุจริตและยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล แต่ประเด็นนี้ทำให้ถูกตั้งคำถาม หากคดีมีมูลจริง อาจนำไปสู่การถอนเอกสิทธิ์และดำเนินคดี ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส เองก็มีประวัติเคยถูกกล่าวหาคดีเก่าแต่พ้นผิดมาแล้ว ทำให้ข่าวนี้ยิ่ง敏感 การแถลงของกระทรวงยุติธรรมจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทุกคนรอคอย นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยที่ ส.ส. ถูกผูกโยงกับข่าวอาชญากรรมบ่อยครั้ง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน ธรรมนัส ไม่รู้ปม DSI-ปปง ค้นบ้านชนนพัฒฐ์ อาจเป็นโอกาสให้พรรคพิสูจน์ความโปร่งใส หากจัดการเด็ดขาด จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้ การเมืองไทยควรโฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าสร้างข่าวลือ สุดท้ายแล้ว กระบวนการยุติธรรมต้องเป็นธรรมและโปร่งใสเพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? มาร่วมแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองไทยจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ไม่รู้ปม DSI-ปปง. ค้นบ้าน “ชนนพัฒฐ์” ชี้เรื่องส่วนบุคคล ไม่กระทบกล้าธรรม

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์แค่ 31 ล้าน?

ประธานกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม วุฒิสภา ได้รับข้อมูลดีเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์และปัญหาในองค์กร สตช. ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์และเว็บพนัน โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลที่ดีทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่า สตช. เป็นองค์กรอาชญากรรม กมธ.ได้รับแนวทางที่ดีว่า ใครเกี่ยวข้องอย่างไร และเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศไม่เหมือนกับคราวที่ไปชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อส่งต่อถึงผู้บริหารประเทศเพื่อเร่งแก้ปัญหา ต่อไปเป็นขั้นตอนที่ประธาน กมธ. จะนำไปสรุปรายละเอียดและนำเสนอตามหน้าที่

กรณีองค์กรอาชญากรรมที่ตนระบุเพื่อต้องการให้องค์กรตำรวจได้แก้ไข จะไม่ยอมให้คน 200 กว่าคน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนต้องเสียหาย และบอกไปแล้วว่า สตช.ต้องไปแก้ให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตาม

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินที่ทำได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในวงกว้าง

ทำไมต้องจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์”?

เหตุผลสำคัญที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะนำให้จับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” นั้น เป็นเพราะคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ในสังคมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ และบัญชีม้า ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก หากการดำเนินการกับผู้กระทำผิดไม่เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไป

“บิ๊กโจ๊ก” ยังเน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องเร่งแก้ไขปัญหาภายในองค์กรให้ตรงจุด และสร้างความโปร่งใสในทุกคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างยุติธรรม

เรื่องที่สังคมต้องติดตามคือเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงบัญชีม้ายังมีอยู่ เหตุใดจึงยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น เป็นเรื่องที่ สตช.ต้องไปบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใสต่อสังคม

การที่ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และความต้องการที่จะเห็นการทำงานของตำรวจเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินได้เพียง 31 ล้านบาทใน คดี “ชนนพัฒฐ์” เป็นเรื่องที่น่าสงสัยและควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การที่ทรัพย์สินที่ยึดได้มีมูลค่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจบ่งชี้ถึงความซับซ้อนของการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการซ่อนทรัพย์สินที่อาจต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

ดังนั้น การติดตาม คดี “ชนนพัฒฐ์” อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส และเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย

นอกจากนี้ การที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตา คดี “ชนนพัฒฐ์” ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่กระทำผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้การยึดทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมเหล่านี้ได้

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ข้องใจยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนันนักการเมือง

(แฟ้มภาพ)

ผบช.ภ.9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” กลับมาให้ อสส. ชี้ขาด เผยทาง ผบ.ตร. มีคำสั่งเร่งรัดให้รีบสรุปสำนวนคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” นี้ให้เร็วที่สุด

วันที่ 7 พ.ย. 68 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” รายหนึ่งกลับมาให้อัยการสูงสุดชี้ขาด เบื้องต้นได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยัง พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ทั้ง 6 นาย ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจนสามารถแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับนักการเมืองรายหนึ่งกับพวกทั้งหมด 3 คดี ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ

แต่ต่อมามี 1 สำนวนคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และทางพนักงานสอบสวนเองก็ไม่ได้มีความเห็นแย้ง สำหรับในเรื่องนี้ช่วงแรกทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงพนักงานสอบสวนทั้ง 6 นาย เกี่ยวกับเรื่องการทำสำนวนคดีที่เร่งรีบ บกพร่องขาดความรอบคอบ จนทำให้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนคณะกรรมการจเรตำรวจแห่งชาติ มีมติว่า ให้นายตำรวจทั้ง 6 นาย มีความผิดฐานกระทำผิดวินัย และมีการลงโทษทางวินัยกับตำรวจทั้ง 6 นายเรียบร้อยแล้ว

ก่อนที่ต่อมาผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาในขณะนั้น ได้ลงนามในหนังสือรายงานผลการดำเนินการทางวินัย  โดยมีคำสั่งให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษภาคทัณฑ์ สำหรับนายตำรวจทั้ง 6 นาย

จึงถือว่าการดำเนินการลงโทษทางวินัยพนักงานสอบสวนทั้ง 6 นายเสร็จสิ้นแล้ว ยังคงเหลือเพียงรายละเอียดในส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการมาให้ตรวจสอบว่าสาเหตุใดที่อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้นไม่เห็นแย้ง ในความเห็นของอัยการ 

ซึ่งหากว่าทางตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีความเห็นแย้งก็จะต้องส่งเรื่องไปที่อธิบดีอัยการสูงสุด แต่ในเมื่อก่อนที่อัยการจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ทางตำรวจไม่เห็นแย้งเป็นอันว่าคดีถึงสิ้นสุด จึงเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการมาให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงไม่เห็นแย้ง เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้

สำหรับในคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ในสมัยนั้นตนเองยังไม่ได้มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จึงไม่ทราบในข้อเท็จจริงว่าเหตุใดรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ท่านนั้นจึงไม่มีความเห็นแย้งต่ออัยการ ซึ่งหากมีการตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริงแล้วว่าสาเหตุที่ทางรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ดังกล่าวนั้นไม่มีความเห็นแย้งเพราะเป็นไปตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุด

สามารถสรุปได้ว่าสำหรับในส่วนของคดีนี้จากพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนทั้ง 6 คนเห็นว่าสามารถส่งฟ้องได้ แต่ท้ายสุดแล้วอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ภายหลังจากที่อัยการสั่งไม่ฟ้องแล้วก็ได้ส่งสำนวนกลับมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เผื่อว่าจะทำความเห็นแย้งหรือไม่แย้ง ปรากฏว่ามี 1 คดีจากจำนวน 3 คดีที่ทางพนักงานสอบสวนไม่มีความเห็นแย้ง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ให้ตรวจสอบว่าเหตุใด ทางพนักงานสอบสวนจึงไม่มีความเห็นแย้งในความเห็นของอัยการ

นอกจากนี้หลังจากที่ตนเองมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้วก็ยังคงเหลืออีก 2 สำนวนคดีที่ขณะนี้อยู่ในชั้นอัยการและมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ตนเองก็เห็นแย้งทั้งหมด ขณะนี้ก็ยังคงอยู่ในระหว่างที่อัยการสูงสุดให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม

สำหรับตนเองหลังจากที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งก็เห็นว่าทั้ง 2 สำนวนที่อยู่ในชั้นอัยการขณะนี้มีพยานหลักฐานครบถ้วนจนสามารถเอาผิดได้ จึงมีความเห็นแย้งและตอนนี้ทางอัยการได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งก็ถือว่าสำหรับอีก 2 สำนวนคดีนี้ยังไม่สิ้นสุดถึงขั้นส่งฟ้อง ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการ

ตอนนี้จึงถือว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้ง 3 คดี ซึ่งสำหรับใน 1 คดีนี้อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปแล้วจึงถือว่าสิ้นสุด ส่วนอีก 2 สำนวนคดี อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งทางพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้มีคำสั่งเร่งรัดโดยตรงมายังตนเองแล้วว่าต้องเร่งรีบในการสรุปสำนวนคดีนี้เพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการให้แล้วเสร็จ ก่อนจะเสนอส่งกลับไปที่อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด.

ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง”

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีเว็บพนันนักการเมือง

สถานการณ์คดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของการสอบสวนเพิ่มเติมจะเป็นอย่างไร และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่

ที่มา – ผบช.ภ.9 เผยผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน “นักการเมือง” ยังไม่ส่งกลับให้ อสส. ชี้ขาด

Scroll to top