คนละครึ่งล่าสุด

อายัดบัญชีม้า ไม่กระทบคนละครึ่ง เริ่มตุลาคม 68

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” ยืนยันการระงับ “บัญชีม้า” ไม่กระทบโครงการ พร้อมคาดเฟสแรกเริ่มใช้เดือนตุลาคม 2568 ด้าน “นายกฯ อนุทิน” โวคนไทยเปิดกระเป๋ารอคนละครึ่งได้เลย

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พูดถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง หลังถูกถามว่า “ประชาชนคาดหวังนโยบายคนละครึ่ง เปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่” นั้น นายอนุทิน เผยว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวรายละเอียดจะให้ รมว.คลังชี้แจงแผนที่เราได้วางเอาไว้และดำเนินการ เมื่อเราเข้ามาบริหารเต็มตัว เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุด”

ล่าสุด วันที่ 16 ก.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยถึงกรณีที่มีการระงับบัญชีม้าในขณะนี้ ว่า “พรรคภูมิใจไทยทราบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้อยู่ในวงกว้าง อาจจะมีบางกลุ่มที่มีการเทรดบิทคอยน์หรือเงินดิจิทัลและได้รับเงินโอนเข้ามาผ่านแอปพลิเคชันต่างประเทศจึงถูกระงับบัญชีครั้งละ 3 เดือน รวมถึงผู้ที่ได้รับการโอนเงินจากบัญชีม้าจริงๆ อีกทั้งบางรายก็ถึงขั้นล้มละลาย ถูกปิดทุกช่องทางการเงิน ไม่สามารถกู้ยืมได้”

“การระงับบัญชีม้าดังกล่าว จะไม่กระทบกับโครงการคนละครึ่ง ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี”

อายัดบัญชีม้า ไม่กระทบโครงการ “คนละครึ่ง”

ข้อมูล ณ วันที่ 16 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน เข้าสู่ระบบ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

คนละครึ่งเฟสใหม่กับการอายัดบัญชีม้า

โครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ หรือ “คนละครึ่ง 2568” คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 โดยจะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

จากข่าวนี้ เราได้ทราบว่าถึงแม้จะมีการ อายัดบัญชีม้า แต่โครงการ คนละครึ่ง ก็ยังเดินหน้าต่อได้ ทำให้ประชาชนยังสามารถคาดหวังถึงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจากภาครัฐได้ในช่วงปลายปีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมตัวลงทะเบียนเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการนะคะ

ที่มา – “อายัดบัญชีม้า” ไม่กระทบโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสแรกเริ่มใช้เดือนตุลาคม 2568

คนละครึ่ง 2568: อัปเดตล่าสุด สิทธิประโยชน์ที่ควรรู้!

อัปเดตล่าสุด คนละครึ่ง 2568! โครงการที่หลายคนรอคอย กลับมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เตรียมตัวให้พร้อม เพราะรายละเอียดล่าสุดอาจทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น

ข่าวล่าสุดระบุว่า รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณาฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยอาจมีการปรับปรุงเงื่อนไขการลงทะเบียนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยได้รับสิทธิจากโครงการรัฐอื่นๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าโครงการ “คนละครึ่ง 2568” นี้ จะเริ่มเปิดให้ใช้ได้ประมาณเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณจากปี 2569 ซึ่งจัดสรรไว้สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท

ข้อมูลจากปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่นี้ จะแบ่งผู้รับสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และกลุ่มประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้ฯ จะได้รับสิทธิพิเศษที่เรียกว่า “รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือในรูปแบบ 60:40 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิในกลุ่มนี้ประมาณ 11 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนให้เข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง

ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะยังคงได้รับสิทธิในรูปแบบ “จ่ายคนละครึ่ง” หรือ 50:50 คือรัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50%

คนละครึ่ง 2568 ใครได้บ้าง

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 นั้น คาดว่าจะยังคงคล้ายกับโครงการที่ผ่านมา โดยจะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนสำเร็จแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • ประชาชน: ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่าย
  • ร้านค้า: ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า

เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 (เบื้องต้น)

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ทั้งนี้ เงื่อนไขและคุณสมบัติข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล ดังนั้นจึงควรรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ โครงการ คนละครึ่ง 2568 นี้ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและวางแผนรายละเอียดต่างๆ ดังนั้น ข้อมูลที่นำเสนอในขณะนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ

โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก หากมีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี โครงการนี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี

ที่มา – อัปเดต “คนละครึ่ง 2568” 11 ล้านคน ได้สิทธิรัฐช่วยจ่าย 60:40

คนละครึ่ง 2568 มาเมื่อไร? เงื่อนไขล่าสุด!

คนละครึ่ง 2568 : อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด ได้เมื่อไร ขณะที่ สช. ชงไอเดีย ฟิตเนสคนละครึ่ง หนุนคนออกกำลังกาย

ความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” หลังจากที่ “รัฐบาลอนุทิน” มีแนวคิดคืนชีพโครงการคนละครึ่ง กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เบื้องต้นงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท

คนละครึ่ง 2568 ได้เมื่อไร

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ หรือ คนละครึ่ง 2568 คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุด เดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้”

เงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่ง 2568” คนเสียภาษีได้สิทธิ 60:40

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

สำหรับแหล่งเงินทุน รัฐบาลมีวงเงินเหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อน 25,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที หากใช้วงเงินนี้จะสามารถเดินหน้าโครงการได้เร็ว แต่ขนาดของโครงการจะขยายใหญ่กว่านี้หรือไม่ ต้องรอการตัดสินใจจากนโยบาย

โครงการ คนละครึ่ง 2568 ใครได้บ้าง

สำหรับโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้

  • ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่าย
  • ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า

ชงไอเดีย “ฟิตเนสคนละครึ่ง”

ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งของการประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน เป็นประธาน เพื่อร่วมกันหารือถึงความคืบหน้าและแนวทางในการลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ตามมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำมติไปขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs Ecosystem

นพ.โสภณ เปิดเผยว่า ปัจจัยของการลดโรค NCDs ต้องมุ่งความสำคัญในสองเรื่อง ได้แก่ การลดน้ำหนักควบคู่กับการออกกำลังกาย เรื่องนี้สามารถขับเคลื่อนได้ทั้งสองระดับคือในระดับนโยบายส่วนกลาง ที่ต้องแสวงหามาตรการหรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาพกว้าง กับอีกส่วนคือการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่น หน่วยงาน องค์กร หรือชุมชน ที่จะนำเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของแต่ละแห่ง

นพ.โสภณ กล่าวว่า ในระดับนโยบายตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันมีการพูดถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการ “คนละครึ่ง” เราจะนำมากระตุ้นการออกกำลังกายด้วยได้หรือไม่ เมื่อประชาชนไปสมัครฟิตเนสแล้วรัฐช่วยออกให้อีกส่วนแบบนี้เป็นต้น ซึ่งบางองค์กรเอกชนก็มีการทำในลักษณะนี้ หรือ “หวยเกษียณ” ที่เป็นการออมเงินและลุ้นรางวัล ถ้าเอามาใช้กับกิจกรรมทางกายภาพ เดินออกกำลังกายสะสมเป็นแคลอรีเครดิตแล้วมาลุ้นรางวัลได้ เหล่านี้คือกลไกที่สามารถออกแบบมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลดโรค NCDs

ขณะเดียวกันในระดับพื้นที่เอง ก็สามารถดำเนินเป็นนโยบายของท้องถิ่น ตัวอย่างเช่นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ใช้กลไกภาษีที่ดินกระตุ้นให้ภาคเอกชนนำที่ดินเปล่ารกร้างมาให้ กทม. ทำสวน 15 นาที เป็นการปรับสภาพแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) หรือบางจังหวัดนำเครื่องมือ Calories Credit Challenge (CCC) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปสร้างแรงจูงใจให้คนออกกำลังกาย เป็นต้น นอกจากนี้อีกส่วนสำคัญคือพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data รวมถึงระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผล เพื่อที่จะสามารถชี้วัดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพของประชาชนได้

“สำหรับรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีเองก็เคยเป็น รมว.สาธารณสุข เชื่อว่าท่านรู้ว่าคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ มาตรการอะไรที่ดีและตรงกับนโยบายของท่าน ก็น่าจะถูกดึงไปขับเคลื่อนได้ในเร็ววัน ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ความจริงแล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้มีนโยบายระดับประเทศออกมาเท่านั้น เพราะในระดับจังหวัด องค์กร ชุมชน ล้วนสามารถเดินหน้าทำในภาพของแต่ละแห่งไปได้เลย มีอะไรเป็นนวัตกรรม รูปแบบการขับเคลื่อนที่ดี ก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายไปด้วยกัน” นพ.โสภณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้งจากรัฐบาล หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

โครงการคนละครึ่ง 2568 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ และอาจมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด!

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่ง 2568” ได้เมื่อไร เปิดเงื่อนไขใครมีสิทธิร่วมโครงการ

เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ใครได้บ้าง

รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดโครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 รอบใหม่! มาดูกันว่าใครมีสิทธิได้รับประโยชน์จากโครงการนี้บ้าง? โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดค่าครองชีพ และส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชน โดยมีแนวโน้มว่าจะเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าร่วม แต่รายละเอียดการสนับสนุนอาจแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวถึงแผนงานเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล มีการประกาศถึงการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยได้รับความนิยมในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีเป้าหมายหลักคือการเป็นนโยบายที่สามารถเห็นผลได้รวดเร็ว (Quick Win) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายอนุทินและคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ได้มีการหารือถึงมาตรการคนละครึ่งล่าสุด 2568 นี้จริง โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม รูปแบบของโครงการอาจมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ว่า รัฐบาลยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 25,000 ล้านบาทจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทันที หากใช้เงินจำนวนนี้ จะสามารถเริ่มโครงการได้เร็ว แต่อาจต้องรอการตัดสินใจเชิงนโยบายอีกครั้ง หากต้องการขยายขนาดของโครงการให้ใหญ่ขึ้น

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 เบื้องต้นแบ่งตามกลุ่มประชาชน ดังนี้

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
  • ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : ภาครัฐอาจจะช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50%

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งในอดีต มีเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้:

  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ จะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และรัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดวันละ 150 บาทต่อคน

โครงการ คนละครึ่งล่าสุด 2568 มีอะไรใหม่?

“โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568” มีแนวโน้มที่จะถูกปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งอาจมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือปรับเงื่อนไขบางประการให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว โครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังมองหาตัวช่วยลดค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและปรับปรุง ดังนั้น ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ

ที่มา – เช็กเงื่อนไข คนละครึ่งล่าสุด 2568 ของ “รัฐบาลอนุทิน” รอบนี้ใครได้บ้าง

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้? ลุ้นลงทะเบียน!

www.คนละครึ่ง.com 2568 ยังเข้าไม่ได้ เตรียมลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่ง” เวอร์ชั่น 2.0

ภายหลังจาก “รัฐบาลอนุทิน” มีแนวคิดที่จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้

ทั้งนี้ หลังจากการเตรียมนำโครงการคนละครึ่ง มาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 13 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ”

โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

คนละครึ่ง 2568: เงื่อนไขใหม่ที่ควรรู้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

โครงการ “คนละครึ่ง” ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา การกลับมาอีกครั้งของโครงการนี้ย่อมเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น หวังว่าโครงการ คนละครึ่ง 2568 จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี การที่เว็บไซต์ คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ในขณะนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าโครงการกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมและปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ แบบนี้นะคะ

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับ โครงการคนละครึ่ง 2.0 หรือ คนละครึ่งอัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส แล้วนั้น จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – เว็บไซต์คนละครึ่ง 2568 ยังเข้าไม่ได้ ลุ้นลงทะเบียนรับสิทธิ เวอร์ชั่น 2.0

เช็กเลย! คนละครึ่งอนุทิน เงื่อนไขล่าสุด สิทธิที่ต้องรู้

เช็กเงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร เพิ่มสิทธิให้ “กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้” เป็นรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนออก 40% คาดได้ใช้เร็วสุด ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

หลังจากที่มีกระแสข่าว รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้สังคมต่างให้ความสนใจและจับตากันเป็นจำนวนมากว่า “คนละครึ่งอนุทิน” ในเวอร์ชั่นที่มีการอัปเกรด หรือมีชื่อเรียกว่า “คนละครึ่งพลัส” จะมีเงื่อนไขหรือรูปแบบอะไร ที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง

ทั้งนี้ ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 นี้

อัปเดตโครงการ คนละครึ่ง 2568 คาดได้เร็วสุด ต.ค. นี้

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้”

เช็กเงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร

ก่อนหน้านี้ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

แต่สำหรับ “คนละครึ่งอนุทิน” เวอร์ชันใหม่ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอ และนายกฯ อนุทิน ไฟเขียว คือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษีเงินได้ ดังนี้

  • กลุ่มคนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วย 50% ประชาชนออก 50%
  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วย 60% ประชาชนออก 40%

โดย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามเรื่อง การเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยได้ตอยคำถามไว้ว่า “ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที”

วิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ “คนละครึ่งอนุทิน” ปี 2568

สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด

เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้

  • ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่าย
  • ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า
  • ประชาชนจะต้องใช้จ่ายเงิน ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ
  • ภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ ตามเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ โดยในรอบก่อนคือ 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน
  • ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน
  • ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ เท่านั้น
  • สามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งอนุทิน ปี 2568 นั้น มีการเพื่มเติมเงื่อนไขใหม่สำหรับ “กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้” ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

จับตาดูรายละเอียดโครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” ให้ดี เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลมอบให้ หากมีข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติม เราจะรีบมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ที่มา – เช็กเงื่อนไข “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร เปิดขั้นตอนลงทะเบียนใช้สิทธิ

คนละครึ่งอนุทิน: สิทธิพิเศษผู้เสียภาษี ใช้ผ่านเป๋าตัง

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” ปรับเงื่อนไข เพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษี รัฐช่วย 60% ประชาชนออก 40% ใช้งานผ่านแอปฯ เป๋าตัง 

เรียกว่าเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการ “คนละครึ่ง” หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” ที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับปัจจุบัน 

โดยเวอร์ชันใหม่ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอ และนายกฯ อนุทิน ไฟเขียว คือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษีเงินได้

  • กลุ่มคนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วย 50% ประชาชนออก 50%
  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วย 60% ประชาชนออก 40%

คนละครึ่งอนุทิน

เงื่อนไขคนละครึ่งอนุทิน อัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส

ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ตาม คาดว่า โครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” นี้ จะสามารถเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง แต่ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง

ซึ่งหากใครเชื่อว่า ตัวเองอาจจะได้มีส่วนร่วมในโครงการ “คนละครึ่ง” สามารถติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง และลงทะเบียนเตรียมไว้ก่อนได้ เพราะหากสุดท้ายแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขของโครงการ ก็ยังสามารถใช้แอปฯ เป๋าตัง ในบริการอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสลากดิจิทัล, การซื้อขายหุ้นกู้, การซื้อสินเชื่อและประกัน, การตรวจเครดิตบูโร, การเติมเงิน M-Pass และ Easy Pass, การใช้บริการด้านสุขภาพ ฯลฯ

วิธีติดตั้ง และลงทะเบียน แอปฯ เป๋าตัง

1. เปิดแอปฯ APP Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลัก ที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธีการ ยืนยันตัวตน

กรณียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

1. เข้าสู่ Krungthai NEXT

2. ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT

3. กดปุ่มดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง

4. กรอกรหัส OTP* (OTP จะถูกส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT)

5. ตั้งค่ารหัส PIN

6. ยืนยันรหัส PIN

ทั้งนี้ ลูกค้าต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯเป๋าตัง

กรณียืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

1. เตรียมสแกนใบหน้า

2. สแกนใบหน้า (สามารถข้ามได้ หากโทรศัพท์ไม่มีกล้อง/ชำรุด)

3. ตั้งค่ารหัส PIN

4. ยืนยันรหัส PIN

5. เปิดการใช้งานระบบสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ

6. ยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (ผู้ขอใช้บริการต้องยอมรับเท่านั้น)

7. แสดงหน้าจอเฉพาะความยินยอมที่ผู้ใช้งานไม่เคยตอบ (การตอบคือการให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้)

8. ขณะระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน จะพบข้อความบนการ์ดว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”

9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะแสดงการ์ด wallet ดังภาพ เพื่อให้สมัครใช้บริการ

การปรับปรุงเงื่อนไขและเพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับผู้เสียภาษีในโครงการ คนละครึ่งอนุทิน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน หากคุณเป็นผู้เสียภาษี อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับสิทธิพิเศษนี้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้

ที่มา – “คนละครึ่งอนุทิน” ปรับเงื่อนไข เพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษี ใช้งานผ่านแอปฯ เป๋าตัง

คนละครึ่ง 2568: อัปเดตใหม่ล่าสุด!

คนละครึ่ง 2568 : อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด แย้มให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน คาดเริ่มใช้ได้เร็วสุดเดือน ต.ค.นี้ เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้สิทธิบ้าง

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” หลังจากที่ “รัฐบาลเศรษฐา” มีแนวคิดที่จะนำโครงการคนละครึ่ง กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน โดย ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการเบื้องต้นประมาณ 2.5 หมื่นล้าน แต่จะต้องรอดูการแถลงนโยบายของ นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง ทั้งยังเผยว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

คนละครึ่ง 2568 คนเสียภาษีได้สิทธิพิเศษ?

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายให้มากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับแหล่งเงินทุน รัฐบาลมีวงเงินเหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อน 25,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที หากใช้วงเงินนี้จะสามารถเดินหน้าโครงการได้เร็ว แต่ขนาดของโครงการจะขยายใหญ่กว่านี้หรือไม่ ต้องรอการตัดสินใจจากนโยบาย

อัปเดตล่าสุด คนละครึ่ง 2568 เริ่มเมื่อไหร่

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุด เดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้”

โครงการคนละครึ่ง ใครได้บ้าง

สำหรับโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้

  • ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่าย
  • ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า

โดย กำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วม ดังนี้

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้งจากรัฐบาลถึงรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป แต่โดยรวมแล้วถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่จะได้รับการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ต้องติดตามคือรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เช่น วงเงินที่ได้รับต่อคนต่อวัน, สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ, และระยะเวลาของโครงการ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการโดยรวม

ที่มา – อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” ได้เมื่อไร เปิดเงื่อนไขใหม่ ให้สิทธิใครบ้าง

เฮ! คาดเริ่มใช้ “คนละครึ่งรอบใหม่” ภายใน 2 สัปดาห์

เตรียมตัวให้พร้อม! มีข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยโครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบาย โดยมีงบประมาณเตรียมไว้ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

จากแนวคิดของ “รัฐบาลอนุทิน” ที่ต้องการนำโครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน กระทรวงการคลังเองก็มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ว่าว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำลังเร่งทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อรวบรวมข้อมูลและพิจารณาแหล่งเงินทุน

ปลัดกระทรวงการคลังได้ยืนยันว่ามีงบประมาณเบื้องต้น 2.5 หมื่นล้านบาท แต่ต้องรอการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังก่อน ความรวดเร็วในการแถลงนโยบายจึงมีความสำคัญ หากสามารถดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2568 (สิ้นสุด 30 กันยายน) ก็จะสามารถเริ่มโครงการได้ทันที หากหลังจากนั้นจะต้องใช้งบประมาณปี 2569 ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องการหาเงินทุนมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทเพื่อโครงการนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” อาจมีการขยายสิทธิ์ไปยังกลุ่มอื่นๆ เพื่อกระจายเม็ดเงินให้ทั่วถึงมากขึ้น เช่น อาจมีการลดอายุผู้มีสิทธิ์จากเดิม 18 ปี หรือเพิ่มกลุ่มผู้ได้รับสิทธิบัตรต่างๆ เข้ามาพิจารณา

นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่เน้นร้านค้ารายย่อย อาจขยายไปยังร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ นายสิริพงศ์กล่าวว่า การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ แต่ท่านนายกฯ มีแนวคิดว่าไม่ควรคิดภาษีย้อนหลังสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เชื่อว่าหากร้านค้าขายดีก็จะยินดีเสียภาษี แต่ไม่อยากถูกตรวจสอบย้อนหลัง ส่วนเงื่อนไขสินค้าต้องห้าม คาดว่าจะคล้ายกับโครงการที่ผ่านมา

วงเงินต่อวันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่?

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มวงเงินต่อวันจาก 150 บาท เป็น 200 บาท นายสิริพงศ์กล่าวว่าต้องพิจารณาถึงจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์และงบประมาณที่ต้องใช้ หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิ์อาจลดลง หรือต้องหาเงินทุนเพิ่มเติม

สรุปแล้ว โครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” คาดว่าจะเริ่มได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

คนละครึ่งรอบใหม่ จะเริ่มเมื่อไหร่?

คำถามที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ โครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” จะเริ่มเมื่อไหร่? ทางพรรคภูมิใจไทยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มได้เร็วสุดภายใน 2 สัปดาห์หลังจากคณะรัฐมนตรีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้กล่าวไว้

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนรอคอย หวังว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาใช้สิทธิ์ “คนละครึ่งรอบใหม่” กันนะครับ

ที่มา – เตรียมเฮ คาดเริ่มใช้ “คนละครึ่งรอบใหม่” หลังครม.อนุทิน แถลงนโยบาย 2 สัปดาห์

Scroll to top