คนไทยติดค้างกัมพูชา

ทภ.1 แจ้ง: คนไทยติดค้างกัมพูชา ต้องคัดกรอง

กองทัพภาคที่ 1 แจ้งคนไทยติดค้างกัมพูชาเข้าประเทศ ต้องผ่านการคัดกรอง หากพบมีความผิด ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 รายงานข่าวจาก กองทัพภาคที่ 1 แจ้งข้อมูลคนไทยที่ไทยติดค้างกัมพูชา และต้องการจะเดินทางกลับเข้าประเทศ ต้องผ่านกระบวนการรับตัว และคัดกรอง ดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบ NRM (คัดแยกเหยื่อ) โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • 1.1 ออกถูกต้องตามกฎหมาย (มี passport หรือ border pass ยังไม่หมดอายุ)
  • 1.2 ออกถูกต้องตามกฎหมาย (มี passport หรือ border pass แต่หมดอายุ)
  • 1.3 ออกนอกประเทศผิดช่องทาง

2. ตรวจสอบการกระทำความผิด (หมายจับ หรือ case ID) หรือไม่ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก

  • 2.1 มีความผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • 2.2 ไม่มีความผิด ส่งตัวไปต่อที่ สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) โดยได้เลือกสถานที่ตั้งการคัดกรอง ไว้เพื่อพิจารณาเป็นที่ตั้ง ดังนี้
    • 2.2.1 มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร
    • 2.2.2 กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดสระแก้ว
    • 2.2.3 สโมสรมณฑลทหารบกที่ 19 ต.ท่าเกษม อ.เมือง

โดยใช้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน ดังนี้

  • 1. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
  • 2. สถานีตำรวจภูธรคลองลึก
  • 3. ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12
  • 4. อาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภออรัญประเทศ
  • 5. กองร้อยควบคุมฝูงชน
  • 6. ตำรวจท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 09.30 น. คนไทยติดค้างกัมพูชากลุ่มหนึ่งประมาณ 100 คน ที่เข้าไปทำงาน ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ทยอยเดินทางมาที่ด่านตม.กัมพูชา ฝั่งตรงข้ามด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อรอทางการกัมพูชา ผลักดันเพื่อกลับเข้าประเทศไทย คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทยต่อไป.

ทภ.1 แจ้ง: คนไทยติดค้างกัมพูชา ต้องคัดกรอง

สถานการณ์คนไทยติดค้างกัมพูชาที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กองทัพภาคที่ 1 ได้วางมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ กระบวนการนี้มีความละเอียดอ่อนและครอบคลุมหลายด้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเดินทางกลับประเทศของคนไทยจะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรม

ขั้นตอนการคัดกรองคนไทยติดค้างกัมพูชา

ขั้นตอนการคัดกรองแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การตรวจสอบเอกสารและการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ขั้นตอนแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะทำการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง (passport) หรือบัตรผ่านแดน (border pass) เพื่อยืนยันตัวตนและความถูกต้องของเอกสาร หากเอกสารหมดอายุหรือไม่ถูกต้อง จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด

ในส่วนของการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คลองลึก จะทำการตรวจสอบว่าบุคคลนั้นมีหมายจับหรือมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่ หากพบว่ามีประวัติอาชญากรรม จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย การคัดกรองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและการรักษาความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับผู้ที่ไม่มีความผิด จะถูกส่งตัวไปยัง สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เพื่อรับการดูแลและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษา การช่วยเหลือด้านการเงิน และการจัดหางาน เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

สถานที่ที่ใช้ในการคัดกรองได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว, กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดสระแก้ว และสโมสรมณฑลทหารบกที่ 19 ซึ่งแต่ละสถานที่ได้รับการจัดเตรียมเพื่อให้เหมาะสมกับการคัดกรองและการให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยติดค้างกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการคัดกรองประกอบด้วย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สถานีตำรวจภูธรคลองลึก, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12, อาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภออรัญประเทศ, กองร้อยควบคุมฝูงชน และตำรวจท่องเที่ยว การทำงานร่วมกันของหน่วยงานเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการคัดกรองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้าน

การเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยติดค้างกัมพูชาจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีมาตรการช่วยเหลือและดูแลที่เหมาะสม การคัดกรองจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศไทย

การดำเนินการคัดกรองอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เราสามารถดูแลคนไทยที่ต้องการกลับประเทศได้อย่างเหมาะสม และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ร่วมกันเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเดินทางกลับบ้านเกิดนะครับ

ที่มา – ทภ.1 แจ้งคนไทยติดค้างกัมพูชา ต้องคัดกรองก่อนเข้าประเทศ พบมีความผิดถูกดำเนินคดี

Scroll to top