คลองชลประทาน

ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ

วันนี้เรามาว่ากันเรื่อง ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ กันเถอะครับ เหตุการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก เมื่อลุงวัย 58 ปี พลัดตกคลองชลประทาน สภาพอ่อนแรงเกาะตอม่อสะพานกลางคลอง เจ้าตัวบอกว่าถูกผลักตก แต่ภรรยาอ้างว่าโดดเอง ข้อพิรุธเพียบจนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบ เรื่องนี้มีอะไรน่าสงสัยบ้าง มาอ่านไล่เรียงกันดู

ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ คงพิมพ์ผิด) เวลาประมาณ 10.45 น. เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง พิษณุโลก ได้รับแจ้งว่ามีคนตกลงคลองชลประทาน บริเวณสะพานข้ามคลอง (สะพานเล็ก) พื้นที่ตำบลพลายชุมพล

ทีมกู้ภัยรีบลงพื้นที่ทันที สิ่งที่เจอคือลุงวัย 58 สภาพอ่อนแรงสุดๆ กำลังเกาะตอม่อสะพานอยู่กลางคลอง น่าหวาดเสียวมาก! เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ นำตัวขึ้นมาได้ปลอดภัย แต่ลุงอ่อนแรงมาก ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยทีมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพลายชุมพล ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต

คำให้การขัดแย้งกันของลุงและเมีย

ตอนแรก ภรรยาที่อ้างตัวว่าเมียลุง บอกว่าเธอพาสามีจากหมู่ 6 ตำบลหัวรอ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จฯ แต่สามีเข้าใจผิดคิดว่าถึงโรงพยาบาลแล้ว เปิดประตูรถลงไป จนพลัดตกคลอง แต่เดี๋ยวก่อน! พยานที่พบลุงคนแรก นายชาญฤทธิ์ ขุนจง พนักงานขับรถลากยาง เล่าว่า ลุงบอกชัดๆ ว่า “มีคนนำลุงมาทิ้งไว้ตรงนี้” พูดเสียงชัดเจน มีพยานยืนยันด้วย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพที่ไปช่วยอย่าง น.ส.นภัสสร และนายกฤต บอกว่าลุงพูดน้อย สายตาหลบ พอถามมากับใคร เมียที่อยู่ใกล้ๆ บอก “บอกไปสิว่ามากับเมีย” ลุงไม่มีบาดแผล แต่ดูไม่อยากพูดอะไร ข้อพิรุธชัดเลย!

หลักฐานจากกล้อง CCTV เผยความจริง?

เจ้าหน้าที่สงสัยหลายอย่าง เลยเช็คกล้อง CCTV ย้อนหลัง เวลา 10.31 น. รถเก๋งสีขาวขับมาจากถนนพิษณุโลก-สุโขทัย เลี้ยวเลาะคลองฝั่งตรงข้ามเทศบาล แล้วเลี้ยวขวาขึ้นสะพานเก่า จอดกลางสะพานตอน 10.34 น.

ภาพชัด: คนขับ (ผู้ชายเสื้อขาว) ลงจากฝั่งคนขับ เดินอ้อมไปฝั่งผู้โดยสาร แล้วลุงตกลงคลอง! พร้อมถุงดำปลิวตาม จากนั้นลุงว่ายเกาะตอม่อ รถเก๋งวนออกไปเลี้ยวซ้าย ถนนเลี่ยงเมือง วนกลับแต่ไม่จอด จน 10.45 น. เจ้าหน้าที่เทศบาลขับมาเห็น ช่วยเหลือ แล้วรถเก๋งคันนั้นวนมาอีก ให้เมียลงมาบอกเป็นภรรยา

พิรุธอีก: ทำไมรถข้ามสะพานเล็กอันตราย ไม่มีราว (สะพานใหญ่มีราวห่างแค่ 50 ม.)? นายไชยโชติ เจ้าหน้าที่เทศบาล เห็นผู้ชายลงจากรถก่อนเกิดเหตุ แซวเพื่อนว่า “จอดเล่นน้ำเหรอ” แล้วรถหายไป

ข้อสงสัยอื่นๆ ที่น่าคิด

  • ทำไมลุงไม่บอกนามสกุลหรือรายละเอียด?
  • รถวนไปวนมาแต่ไม่ช่วยทันที?
  • เมียเปลี่ยนคำพูดจากพ่อเป็นสามี?
  • ถุงดำที่ปลิวลงคืออะไร?

ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่ม เรื่องนี้ยังมีปริศนาอีกเยอะ อาจไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา

กรณี ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ นี้ สอนให้เราระวังเรื่องเล่าไม่ตรงกัน และความสำคัญของ CCTV ในการสืบหาความจริง คุณคิดว่าลุงถูกทิ้งจริงไหม? หรือแค่เข้าใจผิด? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – ปริศนาลุงวัย 58 ตกคลองชลประทาน พบพิรุธเพียบ เจ้าตัวบอกถูกผลัก-เมียอ้างโดดเอง

เร่งค้นหา “น้องเก้า” วัย 12 ปี จมน้ำหายไป

เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อ เร่งค้นหา “น้องเก้า” วัย 12 ปี เหลนของอดีตพระเอกชื่อดัง จมน้ำหายไปต่อหน้าเพื่อน ในคลองชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักประดาน้ำระดมกำลังค้นหาอย่างสุดความสามารถ แต่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและความลึกของคลองยังเป็นอุปสรรคใหญ่ เรื่องราวนี้สร้างความเสียใจให้ครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ยังคงภาวนารอปาฏิหาริย์

เร่งค้นหา “น้องเก้า” วัย 12 ปี เหลนของอดีตพระเอกชื่อดัง จมน้ำหายไปต่อหน้าเพื่อน

เหตุการณ์สุดน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 บริเวณคลองชลประทานใต้สะพานเขียว หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เด็กชายวัย 12 ปี หรือ “น้องเก้า” ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.6 และเป็นเหลนแท้ๆ ของอดีตพระเอกชื่อดัง “สรพงษ์ ชาตรี” พลัดตกน้ำขณะเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ก่อนจะถูกน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนที่พยายามช่วยเหลือ

รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากคำบอกเล่าของเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเด็กทั้งหมด 6 คนลงเล่นน้ำใต้สะพาน “น้องเก้า” อยู่ฝั่งหนึ่งของคลองและพยายามว่ายน้ำข้ามไปหาเพื่อนอีกฝั่ง แต่ด้วยทักษะการว่ายน้ำที่ยังไม่คล่องแคล่ว บวกกับกระแสน้ำไหลแรงและความลึกกว่า 3 เมตร ร่างของน้องถูกพัดลอยออกไปไกลประมาณ 10 เมตร เพื่อนๆ เห็นน้องชูมือร้องขอความช่วยเหลือจึงรีบว่ายเข้าไปช่วย พวกเขาคว้ามือได้ชั่วครู่แต่สุดท้ายก็หลุดมือ ก่อนที่น้องจะจมหายไปอย่างน่าใจหาย ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงร้องจึงรีบมาช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่

คำให้การจากนางสาวสาวิตรี แม่ของน้องเก้า

นางสาวสาวิตรี ถุงทรัพย์โต อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ของน้องเก้า เล่าว่าตอนเกิดเหตุตนกำลังออกไปทำงาน พ่อของน้องโทรมาบอกจึงรีบเดินทางมาทันที ปกติลูกชายจะแชตบอกแม่ก่อนไปไหน และแม่ย้ำเสมอให้อยู่บ้านอ่านหนังสือเพราะใกล้สอบ แถมยังเตือนห้ามเล่นน้ำเพราะกลัวอันตราย แม้น้องเก้าจะว่ายน้ำได้บ้างแต่ไม่เก่งมาก น้องมักไปตกปลากับเพื่อน แต่ครั้งนี้ไม่รู้ทำไมถึงลงเล่นน้ำ แม่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า รอคอยข่าวดีจากเจ้าหน้าที่

ความสัมพันธ์ในครอบครัวกับสรพงษ์ ชาตรี

“น้องเก้า” เป็นบุตรชายของนายเฉลิมเดช เทียมเศวต อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของพี่ชายสรพงษ์ ชาตรี ทำให้เป็นเหลนแท้ๆ ของอดีตพระเอกรุ่นดั้งเดิมที่ใครๆ รู้จัก เรื่องนี้ยิ่งทำให้ข่าวแพร่กระจายไปทั่วสังคม

การค้นหาดำเนินการอย่างไรบ้าง

หลังรับแจ้งเหตุ อาสากู้ภัยอยุธยาและชุดประดาน้ำเจ้าพระยาระดมนักประดาน้ำ 6 นาย ลงค้นหาทั้งจุดเกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียงนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่พบร่าง เนื่องจากคลองมีความลึกและน้ำไหลแรงมาก การค้นหายังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอมหาราช กล่าวว่าอำเภอให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ จะกำชับประชาสัมพันธ์เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานใกล้ชิด ผู้นำชุมชนจะประกาศเสียงตามสาย และสอดส่องไม่ให้เด็กเล่นน้ำในลำคลอง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่เด็กชอบแอบมาเล่นคลายร้อน จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

เคล็ดลับป้องกันอุบัติเหตุจมน้ำในเด็ก

เหตุการณ์ เร่งค้นหา “น้องเก้า” วัย 12 ปี เหลนของอดีตพระเอกชื่อดัง จมน้ำหายไปต่อหน้าเพื่อน เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ปกครองตื่นตัวมากขึ้น ในประเทศไทย อุบัติเหตุจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเด็กเล็กและวัยรุ่น นี่คือเคล็ดลับสำคัญ:

  • สอนเด็กว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก: ลงคอร์สว่ายน้ำมืออาชีพเพื่อสร้างทักษะและความมั่นใจ
  • ห้ามเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่อันตราย: เช่น คลองชลประทานที่มีน้ำไหลแรงหรือลึก
  • ผู้ปกครองต้องสอดส่องใกล้ชิด: อย่าปล่อยเด็กไปเล่นคนเดียว โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต: ห่วงยาง ชูชีพ เมื่อไปแหล่งน้ำ
  • สื่อสารและกำหนดกฎ: บอกเด็กถึงอันตรายและลงโทษหากฝ่าฝืน

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า แต่ละปีมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตนับพันราย ป้องกันได้ด้วยการตระหนักรู้และการดูแลอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่จะพบร่างของน้องเก้าโดยเร็ว และครอบครัวจะได้รับกำลังใจจากสังคม เหตุการณ์นี้สอนให้เราเห็นว่าความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีอาจนำพาความสูญเสียครั้งใหญ่ มาเป็นบทเรียนกันเถอะครับ ผู้ปกครองทุกท่านช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัย และติดตามการอัปเดตจากเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสช่วยแจ้งด่วนเลยนะครับ

ที่มา – เร่งค้นหา “น้องเก้า” วัย 12 ปี เหลนของอดีตพระเอกชื่อดัง จมน้ำหายไปต่อหน้าเพื่อน

สลด! ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง พบ 9 ศพ

เกิดเหตุสลด รถฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลองชลประทานในจังหวัดราชบุรี พบผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อัดแน่นอยู่ภายในรถ คาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหารถกระบะต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พ.ต.ต.คชา อ่อนเหลา สว.สอบสวน สภ.ปากท่อ ได้รับแจ้งเหตุร้าย รถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ประสบอุบัติเหตุฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลองชลประทาน ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองกระทุ่ม ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

หลังรับแจ้งเหตุ ได้รายงานไปยัง พ.ต.อ. พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.ปากท่อ และเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ เมื่อไปถึง พบเพียงส่วนหลังคาของรถโผล่พ้นน้ำในคลองชลประทานขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกเพื่อทำการกู้ซากรถขึ้นจากน้ำ

หลังจากที่รถถูกยกขึ้นมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจ เมื่อพบศพผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อัดแน่นอยู่ภายในรถ สภาพศพทั้งหมดมีลักษณะคล้ายชาวต่างด้าว และที่ข้อมือของทุกศพมีสายรัดข้อมือสีฟ้าผูกอยู่ สภาพรถพบว่ายางหลังแตก กระจกหน้าและกระจกหลังแตกเสียหาย ซึ่งคาดว่าเกิดจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงขณะที่รถตกลงไปในน้ำ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาย 8 ราย และหญิง 1 ราย นอกจากนี้ มีรายงานว่ามีผู้ที่สามารถออกมาจากรถได้จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ขณะที่กำลังวิดน้ำเข้านา ได้สังเกตเห็นรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว โดยมีรถกระบะสีดำขับตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่รถฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง คาดว่ายางอาจจะแตก ทำให้รถเสียการควบคุมและพุ่งลงไปในคลอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้มีชายจำนวนหนึ่ง (ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด) ปีนออกจากรถและว่ายน้ำขึ้นฝั่ง โดยหนึ่งในนั้นคาดว่าเป็นชายไทย ซึ่งน่าจะเป็นคนขับรถ ส่วนคนที่เหลือมีลักษณะคล้ายชาวต่างด้าว ได้มีรถกระบะมารับผู้ที่หนีออกมาจากรถประมาณ 4-6 คน ก่อนจะขับหลบหนีไป พยานจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ จนกระทั่งพบศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดภายในรถ จากข้อมูลที่มี ณ ขณะนี้ คาดว่าภายในรถที่ประสบอุบัติเหตุนั้น มีผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 13-15 คน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ ได้ลงพื้นที่เพื่อสอบสวนและสืบสวนหาเบาะแสของรถกระบะต้องสงสัย พ.ต.อ. พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.ปากท่อ ได้สั่งการให้เร่งคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และพฤติการณ์ในคดีมีความผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง สลดพบผู้เสียชีวิต 9 ศพ

ประเด็นที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง

  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงถึง 9 ศพ บ่งชี้ถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ
  • การที่ผู้เสียชีวิตมีลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสถานะและการเดินทางของพวกเขา
  • การปรากฏตัวของรถกระบะต้องสงสัย และการที่ผู้รอดชีวิตบางส่วนหลบหนีไป ทำให้คดีมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับรถในสภาพถนนที่ไม่คุ้นเคย หรือในเวลากลางคืน การตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

ที่มา – ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง สลดพบผู้เสียชีวิต 9 ศพ อัดแน่นในรถ

Scroll to top