ความซื่อสัตย์

“สุริยะ” โยนถามพรรคภูมิใจไทยเองคดีฮั้ว สว.-ชงครม. ตั้ง ขรก. ระดับสูงวันนี้

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตาสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่าง “สุริยะ” โยนถามพรรคภูมิใจไทยเองคดีฮั้ว สว.-ชงครม. ตั้ง ขรก. ระดับสูงวันนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันอย่างมากในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

“สุริยะ” โยนถามพรรคภูมิใจไทยเองคดีฮั้ว สว.-ชงครม. ตั้ง ขรก. ระดับสูงวันนี้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวภายในกระทรวงว่า ในวันนี้จะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 9 ตำแหน่ง โดยย้ำว่าการคัดเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่นั้นเน้นความซื่อสัตย์สุจริตและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

เจาะลึกกรณี “สุริยะ” โยนถามพรรคภูมิใจไทยเองคดีฮั้ว สว.-ชงครม. ตั้ง ขรก. ระดับสูงวันนี้

นอกจากเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการแล้ว ประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างมากคือกรณีที่มีการพาดพิงถึง “ขบวนการฮั้ว สว.” ที่โยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายสุริยะได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าในประเด็นนี้ พรรคภูมิใจไทยควรจะเป็นผู้ที่ต้องชี้แจงคำตอบด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้และมีเสถียรภาพที่แข็งแกร่ง

การทำงานของรัฐบาลในภาพรวม นายสุริยะมองว่า:

  • ผลงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
  • การจัดการปัญหาภายในกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • ในส่วนของประเด็นทางการเมืองที่อ่อนไหว ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองที่ดูเหมือนจะมีแรงกระเพื่อมจากการถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสในการเลือก สว. ที่ผ่านมา อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนบ้าง แต่ทางรัฐบาลยังคงมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินจะราบรื่นต่อไป โดยมองว่าเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเป็นกลไกที่ต้องแยกออกจากงานบริหารหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรและประชาชน

ท้ายที่สุดนี้ เราต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า การชี้แจงจากพรรคภูมิใจไทยในกรณีการฮั้ว สว. นั้น จะทำให้ประเด็นดราม่าทางการเมืองนี้คลี่คลายลงได้เพียงใด หรือจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ในระยะยาวหรือไม่ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การตอบโต้ไปมา แต่คือการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและยุติธรรม

ที่มา – “สุริยะ” โยนถามพรรคภูมิใจไทยเองคดีฮั้ว สว.-ชงครม. ตั้ง ขรก. ระดับสูงวันนี้

KPI โพล ชี้คนกทม.เลือกผู้ว่าฯซื่อสัตย์ตรวจสอบได้

จากผลสำรวจล่าสุด KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่กำลังมองหาผู้ว่าฯคนใหม่ สถาบันพระปกเกล้าได้ทำโพลเสียงประชาชนในพื้นที่กทม. จำนวน 1,600 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป ระหว่าง 8-11 พ.ค. 2567 เพื่อดูว่าเราอยากเห็นผู้ว่าฯแบบไหน และปัญหาเมืองหลวงที่อยากให้แก้ไขมากที่สุด

KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้

ผลโพลชัดเจนเลยนะครับ เมื่อถามว่าคุณลักษณะสำคัญที่สุดในการเลือกผู้ว่าฯ ร้อยละ 28.2% บอกว่าต้อง ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ สูงสุดเลย รองลงมาใกล้เคียงกันที่ร้อยละ 28.0% อยากได้คนที่มีนโยบายชัดเจนและทำได้จริง ส่วนอันดับอื่นๆ ได้แก่:

  • เข้าใจปัญหาคนกรุงเทพฯ (16.7%)
  • มีผลงานเป็นรูปธรรม (8.9%)
  • มีประสบการณ์บริหารงาน (4.0%)
  • มีความคิดใหม่ๆ ทันสมัย (3.6%)
  • ทำงานร่วมกับหลายฝ่ายได้ (3.0%)
  • สังกัดพรรคที่น่าเชื่อถือ (1.7%)
  • อื่นๆ (5.9%)

เห็นได้ชัดว่าคนกทม. ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสสูงสุด เพราะปัญหาคอร์รัปชันในอดีตทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจแล้ว

ปัญหาหนักใจอันดับต้นๆ ของคนกรุง

ส่วนปัญหาสำคัญ 3 อันดับแรกที่คนกทม. มองว่าสำคัญมาก ได้แก่:

  • น้ำท่วมขังและการระบายน้ำ (74.3%)
  • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (73.3%)
  • ฝุ่น PM2.5 และมลภาวะอากาศ (73.2%)

ตามด้วยการจราจร-ขนส่งสาธารณะ (66.1%) และจัดการขยะ-ความสะอาด (65.8%) ถ้าดูตามพื้นที่ เขตชั้นนอกหนักสุด เช่น น้ำท่วม 89.6%, จราจร 87.8%, ฝุ่น 85.9% เขตชั้นกลางก็คล้ายกัน น้ำท่วม 86.3%, ฝุ่น 75.3% แต่เขตชั้นในเบากว่า จราจรแค่ 47.2%, น้ำท่วม 54.4% แต่ฝุ่นกับความปลอดภัยยังสูง

ที่น่าตกใจคือ ถ้าเลือกแค่ปัญหาเดียวที่อยากให้ผู้ว่าฯเร่งแก้ที่สุด อันดับ 1 คือ การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ (17.8%) รองลงมา ฝุ่น PM2.5 (13.8%), ความปลอดภัย (12.9%), คนไร้บ้าน/ผู้เปราะบาง (12.3%), น้ำท่วม (12.1%)

ข้อมูลนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องซื่อสัตย์และแก้ปัญหาจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่างน้ำ จราจร และสิ่งแวดล้อม หากผู้สมัครคนไหนโฟกัสตรงนี้ น่าจะได้คะแนนจากโพลนี้แน่นอน

คุณคิดยังไงกับผลโพลนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวเลือกตั้งกทม. เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯที่ตรงใจนะครับ!

ที่มา – KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้

นายกฯ ย้ำ “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาจริงหรือ

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามอง เมื่อนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภา ก่อนที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยย้ำคำพูดที่ว่า “ไม่มีแผนตายตัว” ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

นายกฯ ย้ำ “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาจริงหรือ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ พารากอนฮอลล์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและการตัดสินใจยุบสภา โดยตอบว่า “Play it by ear (ไม่มีแผนการตายตัว)” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ ตอบว่า จะพิจารณาจากประเด็นที่ถูกนำมายื่น หากเป็นเรื่องของการล้างแค้นกัน ก็อาจจะตัดสินใจยุบสภา นายกฯ ยังกล่าวอย่างมั่นใจว่า จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปีหน้าอย่างแน่นอน

ความมั่นใจในการทำงานและตรวจสอบได้

เมื่อถูกถามถึงเรื่องที่อาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องประเมิน เพราะรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้

นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคลว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำได้ภายใต้ขอบข่ายอำนาจและกฎหมายที่มีอยู่ เมื่อถามย้ำว่า หากไม่มีการยื่นอภิปรายนายกฯ แต่เป็นการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่น นายกฯ จะยุบสภาหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “Play it by ear” เช่นเดิม

เมื่อถูกถามว่า หากมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิดหรือไม่สุจริต ทำไมไม่เปิดรับการอภิปราย นายกฯ กล่าวว่า “ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ผมถึงบอกว่า “Play it by ear”

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจะเป็นไปในทิศทางใด ยังคงต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ทุกฝ่ายต่างมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

จากคำสัมภาษณ์ของนายกฯ ที่ว่า “ไม่มีแผนตายตัว” ทำให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการเมืองนั้นมีความซับซ้อนและผันผวนอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ

ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่านายกฯ จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพในกฎเกณฑ์และกติกาของประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใส เพื่อให้การตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้น เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ย้ำคำพูด “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาก่อนถูกซักฟอกหรือไม่

Scroll to top