ความปลอดภัยออนไลน์

UK เล็งออกกฎ ห้ามวัยรุ่น 16-17 ปี เล่นโซเชียลหลังเที่ยงคืน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาการนอนไม่หลับเพราะไถฟีดโซเชียลเพลินจนถึงเช้าใช่ไหมครับ? ล่าสุดรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกมาประกาศแผนการที่น่าสนใจและกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างมาก กับนโยบาย UK เล็งออกกฎ ห้ามวัยรุ่น 16-17 ปี เล่นโซเชียลหลังเที่ยงคืน เพื่อหวังจะแก้ปัญหาการเสพติดหน้าจอและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีขึ้นให้กับเยาวชน

เหตุผลและความคาดหวังเบื้องหลังข่าว UK เล็งออกกฎ ห้ามวัยรุ่น 16-17 ปี เล่นโซเชียลหลังเที่ยงคืน

รัฐบาลหวังให้แอปพลิเคชันอย่าง Instagram, TikTok หรือ YouTube ปิดการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเช้า ไม่ว่าจะเป็นระบบ Auto-play หรือการเลื่อนฟีดแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ:

  • ให้เด็กๆ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ช่วยเรื่องพัฒนาการและการนอนหลับ
  • ลดการเสพติดหน้าจอ (Screen addiction) ในกลุ่มวัยรุ่น
  • กระตุ้นให้มีช่วงเวลาคุณภาพกับครอบครัวมากขึ้น

เสียงสะท้อนและปัญหาที่แท้จริงของกฎหมายนี้

แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องดี แต่ UK เล็งออกกฎ ห้ามวัยรุ่น 16-17 ปี เล่นโซเชียลหลังเที่ยงคืน ครั้งนี้กลับถูกวิจารณ์ว่า “อ่อนแอเกินไป” เนื่องจากวัยรุ่นสามารถปิดโหมดเคอร์ฟิวนี้ได้เองผ่านการตั้งค่าในแอป ซึ่งเท่ากับว่ากฎนี้อาจไม่ได้ผลจริง นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าการปิดกั้นช่องทางสื่อสารในยามวิกาล อาจส่งผลเสียต่อเด็กที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตหรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในยามค่ำคืนด้วย

ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่ากฎหมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความตระหนักรู้ แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจริงๆ คงไม่ใช่แค่การออกคำสั่งห้าม แต่คือการให้ความรู้เรื่องการใช้สื่ออย่างมีวิจารณญาณ และการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในครอบครัวให้เด็กๆ อยากลุกจากหน้าจอเพื่อมาทำกิจกรรมอย่างอื่นที่มีความสุขกว่านั่นเองครับ

ที่มา – UK เล็งออกกฎ ห้ามวัยรุ่น 16-17 ปี เล่นโซเชียลหลังเที่ยงคืน

Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ แกร่งสู้โกง

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยเจอกับมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์กันมาบ้างใช่ไหมครับ? ไม่ว่าจะแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาหลอกให้เรากด ด้วยเหตุนี้ ETDA จึงได้จัดโครงการดีๆ อย่าง Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ แกร่งสู้โกง เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทยทุกคน

Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ แกร่งสู้โกง

โครงการนี้ถือเป็นการรวมพลังคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปที่มีไอเดียสร้างสรรค์ มาช่วยกันผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีรับมือกับภัยออนไลน์ได้อย่างทันท่วงที โดยกิจกรรม Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ แกร่งสู้โกง ในครั้งนี้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าประกวดทั่วประเทศ

ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์เพื่อความปลอดภัยดิจิทัล

การแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษา และกลุ่มประชาชนทั่วไป ซึ่งไม่ใช่แค่การประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 170,000 บาทเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเตือนภัยสังคมอีกด้วย สำหรับทีมที่ชนะเลิศนั้นไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจในการนำเสนอเนื้อหาที่คมชัดและนำไปใช้ได้จริง

เกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้น ประกอบไปด้วย:

  • ความคิดสร้างสรรค์: ความสดใหม่และโดดเด่นของเนื้อหา (30 คะแนน)
  • ความถูกต้อง: สอดแทรกความรู้เรื่องสายด่วน 1212 ได้อย่างลงตัว (20 คะแนน)
  • การเล่าเรื่อง: มีลำดับเรื่องราวที่น่าติดตาม (30 คะแนน)
  • ศักยภาพการนำไปใช้: ผลงานสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้จริง (20 คะแนน)

ด้วยหัวข้อ Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ แกร่งสู้โกง เราจึงได้เห็นผลงานระดับคุณภาพมากมายที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และนั่นคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่า หากคนไทยร่วมมือกันใช้ความคิดสร้างสรรค์ เราก็สามารถสร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยขึ้นได้

สุดท้ายนี้ ผมมองว่าโครงการในรูปแบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก การมีภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป สื่อสร้างสรรค์เหล่านี้จะเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้คุณและครอบครัวรอดพ้นจากมิจฉาชีพได้อย่างแน่นอนครับ หากใครที่พลาดครั้งนี้ไป รอติดตามกิจกรรมดีๆ แบบนี้จาก ETDA กันใหม่นะครับ แล้วมาขยายพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ประกวดสื่อสร้างสรรค์ “แกร่งสู้โกง”

คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด

คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สายหวานต้องรีบเช็กด่วนเลยครับ เมื่อล่าสุดทาง Krispy Kreme Thailand แบรนด์โดนัทชื่อดังได้ออกมาประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า บัญชี LINE Official Account ของทางแบรนด์ได้ถูกผู้ไม่หวังดีเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งเหตุการณ์ คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้บริการทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือความปลอดภัยทางดิจิทัลของเราตกอยู่ในความเสี่ยง

วิธีรับมือเมื่อ คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด

หากคุณเป็นแฟนคลับของร้านคริสปี้ ครีม และได้ติดตาม LINE OA ของแบรนด์ไว้ สิ่งที่ต้องทำทันทีในขณะนี้คือการตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้:

  • อย่าคลิกเด็ดขาด: หากมีข้อความแจ้งเตือน โปรโมชันแปลกๆ หรือลิงก์เว็บไซต์ที่ดูไม่น่าไว้ใจส่งมาจากบัญชีไลน์ของคริสปี้ ครีม ห้ามกดเข้าไปดูโดยเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ดึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ
  • ตรวจสอบความผิดปกติ: สังเกตลักษณะข้อความที่ส่งมา หากมีความผิดปกติของภาษา หรือรูปภาพโปรโมชันที่ดูไม่เป็นทางการ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบัญชีที่ถูกแฮก
  • ติดตามข่าวสารจากช่องทางหลัก: แนะนำให้ตรวจสอบสถานะการแก้ไขปัญหาได้ทางหน้าแฟนเพจ Facebook หรือเว็บไซต์ทางการของ Krispy Kreme Thailand เท่านั้น

ในขณะนี้ ทางแบรนด์กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อกู้คืนบัญชีให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติและปลอดภัยที่สุดครับ ทางทีมงานขอฝากความห่วงใยให้ทุกคนหมั่นตรวจสอบการแจ้งเตือนจากบัญชีต่างๆ ที่เรากดติดตามอยู่เสมอ เพราะในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์มีกลโกงที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ การมีสติและไม่กดลิงก์ที่น่าสงสัยเพียงแค่คลิกเดียว ก็สามารถช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ดีที่สุดครับ

ที่มา – คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ถูกแฮกบัญชี เตือนอย่ากดลิงก์ที่มีลักษณะผิดปกติเด็ดขาด

UK เล็งสั่งแบน ห้ามเด็กต่ำ 16 เล่นโซเชียล ปิดช่องโหว่แชตบอต AI

UK เล็งสั่งแบน ห้ามเด็กต่ำ 16 เล่นโซเชียล ปิดช่องโหว่แชตบอต AI เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเทคโนโลยีและการคุ้มครองเด็กทั่วโลก สหราชอาณาจักรกำลังเดินหน้ามาตรการเข้มข้นเพื่อปกป้องเยาวชนจากอันตรายออนไลน์ โดยคาดว่าจะบังคับใช้ได้เร็วสุดภายในปีนี้

UK เล็งสั่งแบน ห้ามเด็กต่ำ 16 เล่นโซเชียล ปิดช่องโหว่แชตบอต AI: รายละเอียดมาตรการใหม่

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังหารือเรื่องการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง คล้ายกับที่ออสเตรเลียทำเป็นประเทศแรกของโลก นอกจากนี้ ยังมีแผนปิดช่องโหว่ทางกฎหมายของแชตบอต AI ที่อาจไม่ต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงทางดิจิทัลต่อเด็กและเยาวชน เช่น การถูกล่อลวง การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แม้สหราชอาณาจักรจะมีพระราชบัญญัติความปลอดภัยออนไลน์ปี 2566 ที่เข้มงวดที่สุดในโลก แต่กฎหมายนี้ยังไม่ครอบคลุมการโต้ตอบส่วนตัวกับ AI เว้นแต่มีการแชร์ข้อมูลกับผู้อื่น

ช่องโหว่แชตบอต AI และตัวอย่างปัญหาจาก Grok

นางลิซ เคนดัลล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี ระบุชัดว่าช่องโหว่เหล่านี้ต้องถูกปิดโดยด่วน เธอกังวลว่าเด็กหลายคนกำลังสร้างความสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวกับแชตบอต AI ที่ไม่ได้ออกแบบให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก ตัวอย่างชัดเจนคือ Grok แชตบอตของอีลอน มัสก์จาก X ที่สามารถตัดต่อภาพผู้ใช้เป็นภาพลามกอนาจารโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก

รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะแก้ไขกฎหมายอาญาและกฎหมายคุ้มครองเด็กที่รัฐสภากำลังพิจารณา โดยอาจรวมถึง:

  • เก็บรักษาข้อมูลอัตโนมัติของเด็กที่เสียชีวิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเข้าถึงหลักฐาน
  • จำกัดการจับคู่กับคนแปลกหน้าบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์
  • ปิดกั้นการรับ-ส่งภาพลามกอนาจาร

นอกจากสหราชอาณาจักรแล้ว สเปน กรีซ และสโลวีเนีย ก็กำลังดำเนินมาตรการคล้ายกัน หลังจากออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าถึงโซเชียลมีเดีย

ข้อถกเถียงและความท้าทายในการบังคับใช้

แม้มาตรการจะเข้มแข็ง แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากกลุ่มคุ้มครองเด็กบางแห่ง พวกเขากังวลว่าการแบนอาจผลักดันกิจกรรมอันตรายไปยังพื้นที่ที่ควบคุมน้อยกว่า หรือสร้าง “หน้าผา” เมื่อเด็กอายุครบ 16 ปีแล้วเข้าถึงได้ทันที นางเคนดัลล์ยอมรับประเด็นนี้ และย้ำว่ารัฐบาลต้องกำหนดนิยาม “โซเชียลมีเดีย” ทางกฎหมายให้ชัดเจนก่อน

บริษัทเทคโนโลยีจะต้องรับผิดชอบเต็มที่ในการปฏิบัติตามกฎอังกฤษ มิเช่นนั้นอาจเผชิญโทษหนัก มาตรการนี้ใช้เวลาเกือบ 8 ปีในการผลักดันพระราชบัญญัติความปลอดภัยออนไลน์ ดังนั้นรัฐบาลจึงเร่งรัดให้เกิดผลเร็วที่สุด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวของ UK เล็งสั่งแบน ห้ามเด็กต่ำ 16 เล่นโซเชียล ปิดช่องโหว่แชตบอต AI จะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในเอเชียที่โซเชียลมีเดียเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองควรเริ่มสอนเด็กเรื่องการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยตั้งแต่เนิ่นๆ

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตเกี่ยวกับกฎหมายเทคโนโลยีเพื่อปกป้องเด็กๆ ของเรา

ที่มา – UK เล็งสั่งแบน ห้ามเด็กต่ำ 16 เล่นโซเชียล ปิดช่องโหว่แชตบอต AI

นายกฯ มุ่งมั่น! ต้านสแกมเมอร์ ผลักดันแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ย้ำอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามระดับโลก ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” พรุ่งนี้ ก้าวสำคัญขับเคลื่อนความร่วมมือระดับโลก

เมื่อเวลา 18.30 น. ณ ห้อง Ballroom 1 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษและร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) ซึ่งเป็นการประชุมที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระหว่างวันที่ 17–18 ธันวาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (online scams)

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสกล่าวในงานเลี้ยงรับรองฯ พร้อมขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมจากทุกภาคส่วน และยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของรัฐบาลไทยในการต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือ online scams โดยการเข้าร่วมของผู้แทนจากหลายภูมิภาคทั่วโลกในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับภูมิภาคอีกต่อไป หากแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน” และการรวมตัวกันของนานาประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำงานอย่างเป็นเอกภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำหลายประเทศได้หยิบยกประเด็นปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตขึ้นมาหารืออย่างต่อเนื่อง โดยเห็นพ้องกันว่า ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภูมิภาคใด หรือมีระดับการพัฒนาอย่างไร ประชาชนล้วนตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมที่อาศัยช่องว่างของระบบกฎหมายในการแสวงหาประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อมนุษย์และระบบเศรษฐกิจโลก

“ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางร่วมกันของประชาคมโลก ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งและความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจังของรัฐบาล โดยกำหนดให้เป็นวาระสำคัญสูงสุดของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก อาทิ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางและศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงโดยเฉพาะ รวมถึงการยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการอยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย

บทเรียนสำคัญจากการหารือในที่ประชุมครั้งนี้ คือ การดำเนินการในระดับชาติที่เข้มแข็งจำเป็นต้องควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับนานาชาติ เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดน เคลื่อนย้ายเงินได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที และปรับตัวได้เร็วกว่าระบบในประเทศ ดังนั้น การตอบสนองของประชาคมโลกจึงจำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด มีความชาญฉลาด และมีความมุ่งมั่นในระดับเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกจะต้องยกระดับการหารือไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูล การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต พร้อมระบุว่า การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และ “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Statement)” ที่จะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว

“อาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นได้จากการขาดความร่วมมือที่เป็นเอกภาพ แต่จะอ่อนแรงลงเมื่อทุกประเทศรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว โดยประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศและทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนการหารือในครั้งนี้ให้กลายเป็นความร่วมมือที่ยั่งยืน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในระดับโลก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

และทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเราร่วมมือกัน ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับการหารือในวันนี้ทั้งหมด เพื่อรักษาความร่วมมือและผลลัพธ์ที่แท้จริง และขออวยพรให้มีการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ต่อไปในวันพรุ่งนี้ และขอบคุณมากที่มีงานสำคัญนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลานี้ของปี ที่ท่านควรเฉลิมฉลองวันหยุดที่บ้านอย่างมีความสุข เพลิดเพลินกับเทศกาลต่างๆ กรุณามาร่วมกันและประชุมกันในงานสำคัญนี้ และนี่จะแสดงให้ผู้คนที่อยู่ฝ่ายเราทราบว่า เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนุกสนานในกรุงเทพฯ แต่เรามาที่นี่เพื่อปราบปรามสแกมเมอร์

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

ความมุ่งมั่นของไทยในการผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

จากสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการต่อต้านสแกมเมอร์ โดยการผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

การประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่ไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นภัยคุกคามระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อต่อต้านสแกมเมอร์ อย่างจริงจัง ทั้งในระดับประเทศและการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยคุกคามทางออนไลน์

การผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” เป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำในการต่อต้านสแกมเมอร์ และสร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยจากภัยการหลอกลวงออนไลน์

ที่มา – นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

Scroll to top