ความมั่นคงของมนุษย์

“นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ล่าสุด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ออกนโยบายเร่งด่วน โดยการ “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับสิทธิสวัสดิการอย่างครบถ้วนและไม่มีใครต้องตกหล่นจากฐานข้อมูลสำคัญ

บทบาทสำคัญของกระทรวง พม. ในการขับเคลื่อนสวัสดิการแห่งรัฐ

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้มีรายได้น้อย โดยนายนิกร โสมกลาง ได้กำชับให้หน่วยงาน พม. จังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือและอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ ทั้งช่องทางปกติและระบบออนไลน์ เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด

นอกเหนือจากการลงทะเบียนแล้ว ยังมีการนำระบบ MSO-LOGBOOK (สมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบข้อมูล ประสานความร่วมมือกับฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนและป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่นของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดย “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยมาตรฐานการทำงานที่เข้มงวดและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

แนวทางการปฏิบัติงานเพื่อกลุ่มเปราะบาง

  • เพิ่มศักยภาพศูนย์ พมจ. ในการรับลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
  • ใช้ระบบ MSO-LOGBOOK ในการบันทึกข้อมูลครัวเรือนอย่างแม่นยำ
  • อำนวยความสะดวกกรณีประชาชนมีปัญหาเข้าไม่ถึงสิทธิออนไลน์
  • ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

ความตั้งใจจริงของกระทรวง พม. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน และด้วยการที่ “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างจริงจังเช่นนี้ เชื่อมั่นได้เลยว่า พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานจากภาครัฐได้อย่างเท่าเทียมกันแน่นอนครับ

เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ พม. ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้โครงการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ใครที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ อย่าลืมตรวจสอบช่องทางและระยะเวลาการลงทะเบียนให้ดี เพื่อรักษาสิทธิของตนเองนะครับ

ที่มา – “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

“ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

ถือเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อมีการประกาศแต่งตั้งให้ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน อย่างเป็นทางการ โดยนายภูร์ผา ไทยแท้ ได้ออกมาเปิดเผยความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งสำคัญนี้ เพื่อเป็นกระบอกเสียงหลักในการเชื่อมโยงนโยบายจากภาครัฐไปสู่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ในยุคที่การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม การที่ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก นายภูร์ผาได้กล่าวขอบคุณนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ที่ให้ความไว้วางใจมอบหมายภารกิจอันมีเกียรตินี้ โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะทำงานด้วยความโปร่งใสและมุ่งเน้นผลลัพธ์เป็นหลัก

แนวทางการทำงานของ ภูร์ผา กับภารกิจใหม่ใน พม.

สำหรับเป้าหมายหลักหลังจากที่ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน คือการลดช่องว่างระหว่างนโยบายภาครัฐกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมีแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจนดังนี้:

  • การสื่อสารที่เข้าถึงง่าย: ย่อยข้อมูลซับซ้อนให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจได้รวดเร็ว
  • ความโปร่งใส: นำเสนอข้อมูลภารกิจของกระทรวงอย่างตรงไปตรงมา
  • การรับฟังเสียงสะท้อน: พร้อมเปิดรับความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญของการทำงานในยุคปัจจุบัน หากประชาชนไม่รับรู้ถึงสิทธิหรือนโยบายที่เขาควรได้รับ การทำงานของภาครัฐย่อมไปไม่ถึงเป้าหมาย การที่นายภูร์ผาเข้ามารับหน้าที่นี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่ากระทรวง พม. กำลังเร่งปรับตัวเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เปราะบางและประชาชนทุกคนให้ทันท่วงทีมากขึ้น เราคงต้องร่วมกันส่งกำลังใจให้กับการทำงานชิ้นสำคัญนี้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

สีหศักดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 เน้นเชิงรุก

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญในแวดวงการเมืองไทยกันนะคะ สีหศักดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 ที่กำลังเป็นที่สนใจของหลายคน โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวายแบบไร้ระเบียบ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้แชร์วิสัยทัศน์นี้ในการบรรยายที่กระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ท่านเล่าว่าตัวเองเคยคิดว่าจะเกษียณแล้ว แต่กลับมารับตำแหน่งนี้อีกครั้ง และพร้อมนำทีมขับเคลื่อนการทูตเชิงรุก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

สีหศักดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0

วิสัยทัศน์นี้เน้นการทูตเชิงรุก หรือ Proactive Diplomacy ซึ่งต่างจากการทูตแบบเก่าที่อาจจะรับมือแบบวันต่อวัน ท่านสีหศักดิ์ชี้ว่าตอนนี้รัฐบาลมีเสถียรภาพจากเลือกตั้งที่มั่นคง ทำให้มีโอกาสดำเนินนโยบายต่อเนื่องได้ดี โลกยุคนี้ไม่แน่นอน ต้องมียุทธศาสตร์ชัดเจน วางแผนไปสู่เป้าหมายระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

หลักการ 4 ข้อของการทูตเชิงรุก

มาดูกันว่าการทูตเชิงรุกที่ท่านสีหศักดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 มีหลักการอะไรบ้าง เป็นแบบนี้เลยค่ะ:

  • มียุทธศาสตร์ (Strategic): ไม่ใช่จัดการปัญหาแบบวันต่อวัน ต้องมีแผนชัดว่าจะไปทางไหน เป้าหมายอะไร
  • รวดเร็วทันท่วงที: สถานการณ์เปลี่ยนไว เช่น วิกฤตตะวันออกกลาง กระทรวงฯ ตั้งวอร์รูมติดตาม 24 ชม. ดูแลคนไทยและผลกระทบ
  • เอกภาพ: ไม่ใช่กระทรวงฯ อย่างเดียว หลายหน่วยต้องร่วมมือ เช่น ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องทีมไทยแลนด์
  • สื่อสารโปร่งใส: ในยุคประชาธิปไตย ต้องบอกประชาชนว่าทำอะไร เกี่ยวข้องยังไงกับชีวิตประจำวัน

ฟังดูดีใช่มั้ยคะ? ท่านเน้นว่าความเป็นจริงของโลกไม่ได้สวยงาม ต้องเจอปัญหาเร่งด่วนทุกวัน แต่ไม่ลืมเข็มทิศระยะยาว

รับมือปัญหาเร่งด่วน: ไทย-กัมพูชา และวิกฤตตะวันออกกลาง

ปัญหาแรกที่ท่านหยิบยกคือชายแดนไทย-กัมพูชา มีหยุดยิงแล้ว แต่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง อยู่ร่วมกันให้ได้ แม้กัมพูชาจะยังไม่พร้อมคุยจริงจัง แต่ไทยพร้อมเสมอ

ส่วนวิกฤตตะวันออกกลาง หลายคนสงสัยว่าทำไมไทยวางตัวเงียบๆ ท่านสีหศักดิ์อธิบายว่าต้องวางตัวพอดี ไม่เยอะเกิน ไม่น้อยเกิน ไทยไม่เห็นด้วยกับสงคราม ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ต้องคำนึงผลประโยชน์ตัวเอง โดยเฉพาะความปลอดภัยคนไทย และตอนนี้ยังมีเรือสินค้าของไทยติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซอีก 6 ลำ เป็นปุ๋ย ปิโตรเลียม และก๊าซ!

จุดยืนไทยคือไม่เลือกข้างมหาอำนาจ ต้องรักษาสมดุล ดึงทุกฝ่ายมาสร้างสันติภาพ เพิ่มทางเลือกให้ตัวเอง และเสริมบทบาทอาเซียนให้เข้มแข็ง

การทูตที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นอกจากนี้ ยังเน้นการทูตเศรษฐกิจ การทูตมนุษยธรรม รับมือโรคระบาด ภัยพิบัติ สแกมออนไลน์ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการต่างประเทศมีประโยชน์จริงๆ จับต้องได้ และไทยต้องมีบทบาทในเวทีโลก สร้างระเบียบใหม่ที่ประเทศเล็กมีเสียงด้วย เพื่อคนรุ่นหลัง

สรุปแล้ว สีหศักดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 คือการทูตครอบคลุมทุกมิติ ทีมไทยแลนด์ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ เพื่อให้ไทยยืนในเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญที่ไทยจะรับมือโลกยุคใหม่ได้ดีขึ้น ถ้าทำได้จริงจะช่วยเศรษฐกิจและความมั่นคงของเรามาก ลองคิดดูสิ ถ้าเรามีการทูตเชิงรุกแบบนี้ ปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายเร็วขึ้นแน่ๆ

คุณคิดยังไงกับวิสัยทัศน์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองอัปเดตนะคะ!

ที่มา – “สีหศักดิ์” ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 เน้นเชิงรุก-วางตัวพอดีกับวิกฤตตะวันออกกลาง

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และว่าที่ ส.ส. พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงประเด็นร้อนว่า “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำว่าการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายเท่านั้น สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

การสัมภาษณ์เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอัคราได้ยืนยันจุดยืนของพรรคอย่างหนักแน่น โดยเฉพาะเรื่องกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคได้ที่นั่งอันดับ 1 อาจจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายอัครากล่าวว่า "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของพรรคกล้าธรรม มันเป็นแค่ข่าวลือ และไม่คิดว่าจะสร้างความตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล" เขาย้ำว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมอบหมายของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง

อัครา พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

ท่าทีพรรคกล้าธรรมต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

นอกจากประเด็นกระทรวงเกษตรแล้ว นายอัครายังพูดถึงการประชุมพรรคกล้าธรรมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ซึ่งจะกำชับว่าที่ ส.ส. เข้าประชุมให้พร้อมเพรียง โดยยังไม่ทราบวาระแน่ชัด เพราะนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคยังไม่แจ้ง และยังไม่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้เป็นบิดาและประธานที่ปรึกษาพรรค เมื่อถามถึงการยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี นายอัคราตอบว่า ต้องเป็นไปตามนโยบายคณะกรรมการบริหารพรรค และเป็นมารยาททางการเมืองที่พรรคอันดับ 1 อย่างภูมิใจไทยต้องเชิญมาคุย

สำหรับดีลการเมืองที่ลือกันว่าจะจบในสัปดาห์นี้ นายอัครากล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องรอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ แต่เชื่อมั่นว่าทุกพรรคจะขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ประชาชน โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชนรอคอยการแก้ไขปัญหา

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2569

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยพรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่ง ส.ส. อันดับ 1 ทำให้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามหลักการ พรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กำลังถูกจับตาว่าจะต่อยอดพันธมิตรหรือไม่ ประเด็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นจุด敏感เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ใหญ่บ้านของประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของทั้งสองพรรค การออกมาพูดของนายอัครา ถือเป็นการลดความตึงเครียด และแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

  • พรรคกล้าธรรมยังรอประสานกับภูมิใจไทย โดยเลขาธิการพรรคจะแจ้งในที่ประชุม
  • ยืนยันไม่ตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรค เน้นมารยาทการเมือง
  • ทุกอย่างเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ โดยไม่ยึดติดตำแหน่ง

การยืนยันจุดยืนเช่นนี้ช่วยคลายกระแสข่าวลือ และทำให้ภาพรวมการเจรจารัฐบาลราบรื่นยิ่งขึ้น นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมมีโอกาสได้เก้าอี้รัฐมนตรี หากแสดงความยืดหยุ่น

ในมุมมองของผู้เขียน การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายอัครา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในพรรคกล้าธรรม ที่ไม่ยึดติดผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เน้นผลรวมของชาติ สิ่งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลไทยชุดใหม่ที่มั่นคง หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองเพิ่มเติม หรืออยากรู้วิเคราะห์เจาะลึก สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำงานบริหารอยู่ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

Scroll to top