ความมั่นคงทางไซเบอร์

“สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี

“สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน

ถือเป็นก้าวสำคัญของทูตไทยในเวทีโลก เมื่อนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จในการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (JC) ครั้งที่ 9 ซึ่งว่างเว้นไปนานถึง 3 ปี โดยผลลัพธ์จากการเยือนครั้งนี้ทำให้ “สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน เพื่อปูทางสู่การขยายมูลค่าทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ยุทธศาสตร์การค้าและการแก้ปัญหาระบบชำระเงิน

ในการหารือครั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยคือการปลดล็อกอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะเรื่องระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน การที่ “สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน นั้น เกิดจากการที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำความเข้าใจถึงช่องทางที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎระเบียบของธนาคารกลางทั้งสองประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการไทยที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังรัสเซีย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความร่วมมือที่น่าสนใจอีกมากมายที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายจะผลักดัน:

  • ความร่วมมือด้านคมนาคม: ศึกษาการพัฒนาระบบรางของรัสเซียเพื่อนำมาปรับใช้กับโครงสร้างพื้นฐานของไทย
  • ความมั่นคงทางไซเบอร์: รัฐบาลเตรียมหารือแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • การเจรจา FTA: เดินหน้าผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai – EAEU FTA)
  • ความร่วมมือด้านพลังงานและปุ๋ย: รัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ซึ่งไทยต้องการสร้างความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ตาม การที่ “สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขการค้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการกระชับความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ การผลักดันกระบวนการสันติภาพในภูมิภาค และการวางรากฐานเพื่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น ท่าเรือทวาย เพื่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างไทยและเพื่อนบ้านเข้ากับเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก

ในฐานะที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JC ในปีหน้า ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือนี้จะสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงนโยบายให้กลายเป็นเม็ดเงินที่หมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือโอกาสสำคัญที่เราต้องใช้ประโยชน์จากการทูตเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศในระยะยาว

ที่มา – “สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน

รมว.ดีอี ร่วมเสวนาเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปค ร่วมมือสกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสารความคืบหน้าเรื่องภัยออนไลน์มาฝากกันครับ ล่าสุดคุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เดินทางไปร่วมเวทีระดับโลกอย่างงาน WEF 2026 ที่ประเทศจีน เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระดับภูมิภาค

รมว.ดีอี ร่วมเสวนาเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปค ร่วมมือสกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างมาก เพราะ รมว.ดีอี ร่วมเสวนาเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปค ร่วมมือสกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยเน้นย้ำถึงแนวคิด “Trust และ Interoperability” เพื่อให้ข้อมูลของแต่ละประเทศเชื่อมต่อกันได้จริง ซึ่งจะช่วยให้เราตามทันแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพที่มักใช้ช่องว่างระหว่างพรมแดนในการก่อเหตุครับ

ทำไมต้องอาเซียน-เอเปค ในการจัดการภัยไซเบอร์?

คุณไชยชนกชี้ให้เห็นว่า ทั้งสองกรอบความร่วมมือนี้มีจุดแข็งที่แตกต่างแต่ส่งเสริมกันได้ ซึ่งการที่ รมว.ดีอี ร่วมเสวนาเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปค ร่วมมือสกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ นั้น ทำให้เกิดความหวังใหม่ในการประสานงานเพื่อ:

  • สร้างมาตรฐานความปลอดภัยดิจิทัลที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูลอาชญากรรมทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์
  • การพัฒนากลไกที่หน่วยงานรัฐของแต่ละประเทศสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้ทันที

ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ไม่ได้เป็นเรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาที่ลามไปทั่วทั้งภูมิภาค การที่ประเทศไทยแสดงจุดยืนชัดเจนบนเวทีโลกเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสียหายทางการเงินของประชาชนไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในระยะยาวอีกด้วย

ผมมองว่าการนำแนวคิดเรื่องความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Interoperability) มาใช้ คือกุญแจสำคัญ เพราะถ้าเรามีข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อมโยงกันได้ มิจฉาชีพก็ยากที่จะหลบหนีไปได้ง่ายๆ เหมือนในอดีต สุดท้ายนี้ หวังว่าความร่วมมือระดับนโยบายที่ว่านี้จะเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้โลกออนไลน์ของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – รมว.ดีอี ร่วมเสวนาเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปค ร่วมมือสกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ

Scroll to top