ความมั่นคงปลอดภัย

นายกฯ ยันรัฐบาลปกป้องประชาชนจากสแกมเมอร์และนอมินี

นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจกันอย่างมาก เมื่อล่าสุดทางรัฐบาลได้ยกระดับมาตรการจัดการกับกลุ่มอาชญากรไซเบอร์และขบวนการผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศกร้าวว่า นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนครับ

ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติครั้งล่าสุด ท่านนายกฯ ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด การฉ้อโกงออนไลน์ หรือการฟอกเงิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง

จัดการเด็ดขาด ภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ พร้อมปราบปรามนอมินีต่างชาติ

นอกจากเรื่องของสแกมเมอร์ที่ระบาดหนักแล้ว ปัญหาที่น่าจับตามองในขณะนี้คือเรื่องของ ‘ต่างชาตินอมินี’ หรือการที่ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในไทยโดยการใช้ชื่อคนไทยบังหน้า ท่านนายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ลุกลามจนกลายเป็นภัยความมั่นคง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดีอี, ตำรวจไซเบอร์ หรือ ปปง. ต่างก็กำลังทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นเพื่อระงับยับยั้งวงจรเหล่านี้

  • เร่งปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ
  • ตรวจสอบเข้มงวดการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินี
  • บูรณาการทุกหน่วยงานรัฐเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ

รัฐบาลต้องการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า ประเทศไทยไม่ใช่ที่อยู่ของคนเหล่านี้ และเราพร้อมที่จะปกป้องตลาดธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการชาวไทยไม่ต้องถูกแย่งอาชีพด้วยวิธีที่ผิด การดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างสุจริต และช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง

สุดท้ายนี้ ในฐานะคนไทยเราคงต้องเอาใจช่วยภาครัฐให้ปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง ไม่เพียงแค่เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง แต่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูกหลานเราทุกคนครับ หากท่านพบเบาะแสอาชญากรรม อย่าละเลยที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าลงทุนสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

ที่มา – นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้านปูดแลนด์บริดจ์

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อฝ่ายค้านออกมาแฉว่ามีนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่ถูกเรียกว่า “อาม่า” กำลังกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเตรียมรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์เชื่อมโยงการขนส่งทางบกจากอ่าวไทยไปยังทะเลอันดามัน แต่ทางฝั่งรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาชี้แจงแบบชัดเจน ไม่สนใจข่าวลือหรือเสียงปั่นเหล่านี้

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2567 โดยนายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 ถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านวิจารณ์โครงการแลนด์บริดจ์ โดยชี้ว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังโฟกัสช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เพราะ “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ โครงการยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่ถกเถียง?

แลนด์บริดจ์ หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน เป็นแนวคิดเก่าที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน โดยจะสร้างท่าเรือน้ำลึกที่สงขลาและชุมพร เชื่อมด้วยรถไฟความเร็วสูง ช่วยลดเวลาเดินเรือจากสิงคโปร์หรือช่องแคบมะละกามาเป็นทางบก สามารถขนสินค้าได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนไป เช่น สงครามการค้าหรือความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ โครงการนี้จะช่วยให้ไทยพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านมองว่ามีความเสี่ยง โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจีน จะเข้ามาเช่าที่ดิน 99 ปี หรือกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร นายกรัฐมนตรีตอบโต้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ฟังเสียงปั่นเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องการลงทุนปกติ และทุกอย่างต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ เป็นแกนนำ

นายกฯ ย้ำ ฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิจารณ์ที่อาจทำให้โครงการสะดุด นายอนุทินย้ำว่าไม่มีอะไรแปลก เพราะยังไม่เริ่ม และจะตัดสินใจจากข้อมูลปัจจุบันเท่านั้น สำหรับประเด็นเช่าที่ดิน 99 ปี ก็ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ทุกอย่างขึ้นกับผลศึกษา นอกจากนี้ยังกำชับให้คณะกรรมการเชิญภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและฟังเสียงจากพื้นฐานจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมือง

  • ประโยชน์ของโครงการแลนด์บริดจ์: สร้าง GDP เพิ่มหลายแสนล้าน, สร้างงานนับหมื่นตำแหน่งในภาคใต้
  • ลดต้นทุนขนส่ง: สินค้าจากจีนไปยุโรป เร็วกว่าเดิม 30-50%
  • ยกระดับอาเซียน: ไทยเป็นฮับคมนาคม แข่งขันกับจีน-อินเดีย
  • ความมั่นคง: ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา

ส่วนคำถามเรื่องท้อหรือไม่กับกระแสโจมตี นายกฯ ตอบฮาๆ ว่า “ทำไมต้องท้อ ผมคนจีน ลูกท้อเป็นมงคล กินสิ่วท้อทุกวันเกิด” แสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกตีตก ก็ปัดไม่ตอบ เดินหนีทันที

โดยรวมแล้ว แม้จะมีเสียงวิจารณ์หนัก แต่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าด้วยข้อมูลจริงและความโปร่งใส โครงการแลนด์บริดจ์มีศักยภาพสูงที่จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย หากจัดการดีๆ จะเป็นโอกาสทองสำหรับประเทศเรา

ความเห็นส่วนตัว: โครงการใหญ่อย่างนี้ต้องระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น แต่ถ้าทำโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากประชาชน ก็น่าจะไปได้สวย คุณคิดอย่างไรกับ “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ และโครงการแลนด์บริดจ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์

กองทัพไทยเริ่มสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ปีนี้!

กองทัพไทยประกาศเดินหน้าโครงการสำคัญ สร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก ระยะทาง 10 กิโลเมตร คาดเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ ตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนและเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน

กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหาร เปิดเผยว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดน บริเวณหลักเขตที่ 48 ถึง 51 ในเขต อ.อรัญประเทศ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการสร้างรั้วถาวร บริเวณหลักเขตที่ 50-51 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันในเรื่องเขตแดนแล้ว

นอกเหนือจากรั้วถาวร กองทัพไทยยังมีแผนสร้างรั้วชั่วคราวในบริเวณที่ยังมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน โดยจะใช้วิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน พร้อมวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น และติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่เหมาะสม การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายกำลังพล การลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ

ทำไมต้องสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา?

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา มีเป้าหมายหลักเพื่อ:

  • เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการกระทำผิดกฎหมาย
  • สกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์
  • อำนวยความสะดวกในการลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย

พล.อ.มนัส ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ติดขัดในเรื่องงบประมาณ และคาดว่าจะสามารถเริ่มเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชาได้ภายในปีนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการลงรายละเอียดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง

ด้าน พล.ต.วันชนะ สวัสดี กล่าวว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน และขอบคุณประชาชนที่ต้องการสนับสนุนการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะต้องพิจารณาในแง่กฎหมายว่าจะสามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไรต่อไป

โครงการสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ แต่ยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอีกด้วย

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างกำแพง แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

ที่มา – กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

Scroll to top