ความมั่นคงภาคใต้

“วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาต้อนรับ อวยนายกฯ เหมาะสมกู้วิกฤตชาติ

“วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาต้อนรับ อวยนายกฯ เหมาะสมกู้วิกฤตชาติ

ในวันที่ 17 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือที่รู้จักกันในนาม “วันนอร์” ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ณ บ้านศรียะลา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางเมนูอาหารพื้นเมืองใต้สุดแสนอร่อยที่ทำให้ทุกคนประทับใจ

ประวัติศาสตร์การต้อนรับนายกรัฐมนตรีที่บ้านศรียะลา

บ้านศรียะลาแห่งนี้ถือเป็นสถานที่พิเศษ เพราะในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา มีนายกรัฐมนตรีเพียง 2 ท่านเท่านั้นที่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะอาหาร ได้แก่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายทักษิณ ชินวัตร โดยนายอนุทินนับเป็นนายกฯ คนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายในวัย 82 ปีของนายวันนอร์ นายวันนอร์แสดงความปลื้มใจอย่างยิ่งที่นายกฯ ให้เกียรติแวะเยี่ยมถึงบ้านพักส่วนตัว แสดงถึงความเคารพและความสนิทสนมที่หาได้ยากในวงการการเมือง

การพบปะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต้อนรับธรรมดา แต่เป็นการหารือเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงและข้อราชการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นเรื้อรังที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ นายวันนอร์ยังได้ชื่นชมนายอนุทินในฐานะนักการเมืองตัวจริงที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ผ่านวิกฤตใหญ่ๆ มาหลายครั้ง เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งและการระบาดใหญ่ของโควิด-19

ความเชื่อมั่นในนโยบายนายกฯ อนุทินกู้วิกฤตชาติ

“วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาต้อนรับ อวยนายกฯ เหมาะสมกู้วิกฤตชาติ โดยเฉพาะนโยบายที่กระชับ ชัดเจน และทำได้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู นายวันนอร์มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ยาวได้ถึง 8 ปี หากดำเนินนโยบายต่อเนื่อง สถานการณ์ประเทศจะดีขึ้นแน่นอน นอกจากนี้ยังยืนยันจุดยืนในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยชาติในบั้นปลายชีวิต โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง

นโยบายของนายกรัฐมนตรีอนุทินเน้นการแก้ปัญหาจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องการความสงบสุขและการพัฒนาเศรษฐกิจ การเยี่ยมเยือนครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านในภาคใต้ ที่มองว่านายกฯ เป็นผู้นำที่เข้าใจปัญหาท้องถิ่นและพร้อมลงมือทำ

พิธีมอบกริชโบราณ สัญลักษณ์แห่งสิริมงคล

ไฮไลต์ของงานคือการมอบ “กริช” อาวุธโบราณที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อท้องถิ่นจากนายวันนอร์ให้กับนายกรัฐมนตรี นายอนุทินได้มอบเงินคืนเพื่อ “แก้เคล็ด” ตามธรรมเนียมการมอบของมีคม ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผสมผสานกับการเมืองระดับชาติได้อย่างลงตัว

  • ประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปีของนายกฯ อนุทิน
  • นโยบายชัดเจน ทำได้จริง แก้ปัญหาชายแดนใต้
  • ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลอยู่ยาว 8 ปี
  • พิธีมอบกริชเพื่อสิริมงคล

เหตุการณ์ “วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาต้อนรับ อวยนายกฯ เหมาะสมกู้วิกฤตชาติ นี้ไม่เพียงแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นำ แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่ออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคงที่เรากำลังเผชิญ ชาวไทยทุกคนควรติดตามผลงานของรัฐบาลชุดนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนโยบายที่ทำได้จริงจะนำพาเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่านายกรัฐมนตรีอนุทินจะสามารถกู้วิกฤตชาติได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ!

ที่มา – “วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลาต้อนรับ อวยนายกฯ เหมาะสมกู้วิกฤตชาติ

“พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน

“พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำสถานการณ์คุกรุ่น มั่นใจหากพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล แก้ได้ทันที

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยถึงแนวคิดด้านความมั่นคงและบทบาททางการเมืองร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย ว่า การผสานเจตจำนงทางการเมืองกับองค์ความรู้ด้านความมั่นคงที่สั่งสมมา จะช่วยผลักดันประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ปัญหาความมั่นคงที่ประเทศกำลังเผชิญ กลุ่มสวัสดีคนไทยต้องการผลักดันนโยบายให้ลงสู่พื้นที่และเกิดผลจริง ซึ่งจังหวะทางการเมืองในปัจจุบันเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย ตนจะนำประสบการณ์ที่เคยเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาประยุกต์ใช้ เพราะขณะนี้ประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์ความมั่นคงที่คุกรุ่นมาหลายเดือน ทั้งกรณีพิพาทไทย–กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ และภัยพิบัติอย่างสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ล้วนต้องการการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ หากพรรคไทยสร้างไทยได้โอกาสเป็นรัฐบาล สามารถเดินหน้าจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ทันที โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ “สถาปนาความมั่นคงชายแดน” ที่มีพันธกิจ 4 ประการ คือ การจัดระบบข่าวกรองชายแดน, การจัดกองกำลังและการลาดตระเวนรับมือเหตุฉุกเฉิน, การจัดระเบียบความมั่นคงชายแดนเพื่อควบคุมและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการจัดการปัญหาคนไร้สัญชาติ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน แผนงานเหล่านี้มีเจ้าภาพชัดเจน ทั้ง สมช. หน่วยงานด้านทหาร และหน่วยงานความมั่นคงอื่น แต่ที่ผ่านมาไม่ถูกหยิบมาใช้ทั้งที่สามารถดำเนินการได้ทันทีภายในหนึ่งสัปดาห์หลังเข้ารับอำนาจรัฐ

ขณะเดียวกัน พล.ท.ภราดร ยืนยันด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเตรียมหยิบประเด็นด้านความมั่นคงมาเป็นนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ใช้แนวทางสันติวิธี เน้นการพูดคุยสันติภาพและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตนได้พูดคุย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมหารือแนวทางปรับนโยบายระหว่างกลุ่มสวัสดีคนไทยกับพรรคไทยสร้างไทยให้สอดคล้องกัน โดยตนจะมุ่งเน้นด้านความมั่นคง ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยจะดูแลนโยบายในมิติอื่น เพื่อให้เกิดนโยบายร่วมที่สามารถผลักดันสู่การปฏิบัติได้จริงหากพรรคได้เป็นรัฐบาล

พล.ท.ภราดร ระบุในช่วงท้ายว่า หากพรรคไทยสร้างไทยได้อำนาจรัฐ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านความมั่นคง เพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้ฝ่ายนโยบายและฝ่ายประจำทำงานสอดประสานกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ได้ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงล่าช้าและไม่ตอบโจทย์ประชาชน.

“พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงพรรคไทยสร้างไทย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ปัญหาต่างๆ มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น การมีนโยบายและพันธกิจที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

พรรคไทยสร้างไทยภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความมั่นคง และพร้อมที่จะนำนโยบายต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติจริง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน การที่พรรคมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์อย่าง พล.ท.ภราดร จะช่วยให้การดำเนินงานด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4 พันธกิจหลัก แก้ปัญหาความมั่นคงชายแดน ที่ต้องจับตา

การที่ พล.ท.ภราดร ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา การจัดระบบข่าวกรอง การจัดกองกำลัง การจัดระเบียบชายแดน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้กับประเทศ

  • การจัดระบบข่าวกรองชายแดน: เพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์
  • การจัดกองกำลังและการลาดตระเวน: พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินและภัยคุกคาม
  • การจัดระเบียบความมั่นคงชายแดน: ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและรักษาความสงบ
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน: ส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดี

“พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง การแก้ไขปัญหาความมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดนนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการดำเนินงานของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน

นอกจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหาความมั่นคง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนและสร้างโอกาสให้กับประชาชน

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดนจึงต้องดำเนินการอย่างรอบด้านและบูรณาการ โดยคำนึงถึงทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การมีนโยบายและแผนงานที่ชัดเจน การดำเนินงานอย่างโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

การที่ พล.ท.ภราดร และพรรคไทยสร้างไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีและแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความมุ่งมั่นในการแก้ไข หวังว่านโยบายและพันธกิจต่างๆ ที่นำเสนอ จะได้รับการพิจารณาและนำไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้กับชายแดนไทย

ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดนเป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และทำให้ชายแดนไทยเป็นพื้นที่ที่สงบสุข ปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน “พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมในอนาคต

ที่มา – “พล.ท.ภราดร” ชู 4 พันธกิจแก้ความมั่นคงชายแดน หาก ทสท. เป็นรัฐบาลแก้ได้ทันที

Scroll to top