ความมั่นคงแห่งรัฐ

“โรม” ถาม ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์?

“โรม” ไม่ทน! โพสต์ถามรัฐมนตรีดัง “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” หลังฟ้องปิดปากนักข่าวและประชาชน

วันที่ 5 ธันวาคม 2566 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ภาพเอกสารการฟ้องร้องพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเปิดเผยกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนที่จังหวัดพะเยา

นายรังสิมันต์ โรม ได้เผยแพร่เอกสารคำฟ้องต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อปิดปากฝ่ายตรวจสอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงอย่างรองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าวิธีการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ สส. จากฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอีกด้วย

ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์?

ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประเทศไทยให้รอดพ้นจากอิทธิพลของกลุ่มทุนสีเทาที่พยายามเข้ามายึดครองประเทศ ถึงแม้จะทราบดีว่าอำนาจมืดของกลุ่มคนเหล่านี้มีอิทธิพลมากเพียงใดก็ตาม พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งคำถามกลับไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าการกระทำที่เป็นอยู่นี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของใครกันแน่ ระหว่าง “ชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์”

“โรม” ชี้ รัฐมนตรีควรปกป้องชาติ ไม่ใช่ ทุนเทาสแกมเมอร์

สิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม กำลังพยายามสื่อสาร คือการตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ที่ควรจะใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่กลับถูกตั้งข้อสงสัยว่ากำลังให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องกลุ่มทุนสีเทาที่มีผลประโยชน์แอบแฝง

การออกมาเปิดเผยข้อมูลและการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาของนายรังสิมันต์ โรม ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมไทยตระหนักถึงปัญหาการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม และการแทรกแซงของกลุ่มทุนสีเทาในระบบการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจให้พิจารณาบทบาทและหน้าที่ของตนเองอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าการกระทำทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันจับตาเฝ้าระวังการใช้อำนาจของรัฐอย่างใกล้ชิด และกล้าที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การฟ้องร้องปิดปากสื่อและนักการเมืองที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐ ถือเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง การที่นายรังสิมันต์ โรม ออกมาตอบโต้และตั้งคำถามกลับเช่นนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรได้รับการสนับสนุน

การที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ออกมาตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าเป็นการ “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” นั้น เป็นการสะท้อนถึงความกังวลของสังคมต่อการใช้อำนาจของรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และเป็นการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นต้องมาพร้อมกับการตรวจสอบได้ และการที่ประชาชนสามารถตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจได้โดยไม่หวาดกลัว

ดังนั้น การที่นายรังสิมันต์ โรม กล้าออกมาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดกว้างและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การถามคำถาม “ปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์” เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “โรม” ถามแรงรัฐมนตรีคนดังปกป้องชาติ หรือ ทุนเทาสแกมเมอร์

“โรม” จี้ล้างบางคุก VVIP ยึดทรัพย์!

“โรม” รับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา ชี้เรื่องนี้ทำลายความเชื่อมั่นประชาชน แปลกใจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อย่างไร ลั่นงานนี้ต้องล้างบางคุก VVIP!

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อกรณีที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องขังจีนเทา ในระดับที่เกินกว่าการได้รับสิทธิพิเศษธรรมดา โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างร้ายแรง

นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศอย่างแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและน่าเศร้าที่ปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฝ่ายตำรวจไปจนถึงกรมราชทัณฑ์ ทั้งที่รัฐบาลประกาศสงครามกับทุนสีเทาและสแกมเมอร์

“ผมไม่แน่ใจว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เรือนจำแทนที่จะเป็นเรือนจำแต่กลายเป็นสรวงสวรรค์ ทำให้การใช้ชีวิตเป็นแบบนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น”ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯกล่าวและว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทราบดีว่ามีการเลือกปฏิบัติและนักโทษบางคนได้สิทธิพิเศษ แต่วันนี้สถานการณ์ได้เกินเลยไปมากจนถึงระดับ “Platinum” สามารถนำผู้หญิงหรือนางแบบต่างชาติเข้ามาบริการในเรือนจำได้ เราปล่อยเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร น่าเศร้ามากที่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่แค่นักโทษบางคนที่ได้รับสิทธิพิเศษ VVIP อย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน

นายรังสิมันต์เรียกร้องให้มีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไม่ควรจำกัดแค่เจ้าหน้าที่ชุดปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาการเลือกปฏิบัติและสิทธิพิเศษแบบนี้เกิดขึ้นมาหลายยุคสมัย ต้องเอาเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่มาสอบทั้งหมด และนำไปสู่การอายัดทรัพย์ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน จึงควรใช้โอกาสนี้ในการ ล้างบางคุก VVIP ระบบในราชทัณฑ์อย่างแท้จริง

“โรม” จี้ล้างบางคุก VVIP ยึดทรัพย์คนรับเงิน บอกอนาถใจทำลายความเชื่อมั่นความยุติธรรม

กรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้จุดประกายความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการล้างบางคุก VVIP อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบน

ทำไมต้องล้างบางคุก VVIP?

เหตุการณ์ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มผู้ต้องขังจีนเทาอย่างไม่เหมาะสม ได้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง การปล่อยให้ผู้ต้องขังบางกลุ่มได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น ไม่เพียงแต่ขัดต่อหลักความเสมอภาค แต่ยังเป็นการบ่อนทำลายระบบราชทัณฑ์โดยรวม

  • การเลือกปฏิบัติ: การที่นักโทษบางคนได้รับสิทธิพิเศษ VVIP เช่น การนำผู้หญิงหรือนางแบบเข้ามาในเรือนจำ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน
  • การทุจริต: การรับสินบนเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษ เป็นการทุจริตที่ฝังรากลึกในระบบราชทัณฑ์
  • การทำลายความเชื่อมั่น: เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

นายรังสิมันต์ โรม ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยเน้นไปที่การสอบสวนเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และการยึดทรัพย์ผู้ที่รับสินบน เพื่อนำไปสู่การ ล้างบางคุก VVIP อย่างแท้จริง

การแก้ไขปัญหาทุจริตในระบบราชทัณฑ์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเริ่มต้นด้วยการสอบสวนอย่างโปร่งใสและจริงจัง จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนำไปสู่การปฏิรูประบบราชทัณฑ์ให้มีความยุติธรรมและเสมอภาคมากยิ่งขึ้น

การปล่อยให้เกิดการทุจริตและสิทธิพิเศษในเรือนจำ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมในสังคม การ ล้างบางคุก VVIP จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – “โรม” จี้ล้างบางคุก “VVIP” ยึดทรัพย์คนรับเงิน บอกอนาถใจทำลายความเชื่อมั่นความยุติธรรม

Scroll to top