ความเสียหายจากพายุ

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาพายุฤดูร้อน

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีจากภาคการเมืองที่เต็มไปด้วยความห่วงใยประชาชนกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดอุทัยธานี พายุฤดูร้อนพัดถล่มหนัก ทำให้บ้านเรือนและโรงเรียนเสียหายหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลตลุกดู่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่ทันทีเวลา 16.00 น. ไปยังโรงเรียนเขาวัดปฐวี และโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลี เพื่อตรวจสอบความเสียหาย มอบขวัญกำลังใจให้ครูอาจารย์ และที่สำคัญคือ มอบเงินส่วนตัว ช่วยเหลือสถานศึกษาทั้งสองแห่งในเบื้องต้น นี่คือการแสดงความรับผิดชอบที่แท้จริง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอบอุ่นใจมากเลยครับ

ไม่ใช่แค่นั้น นายเจเศรษฐ์ยังสั่งการให้เทศบาลตำบลตลุกดู่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ระดมกำลังจาก ปภ. และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่ช่วยเหลือทุกหลังคาเรือน แถมกำชับผู้นำชุมชนให้สรุปความเสียหายเร็ว ๆ เพื่อของบจากจังหวัดตามระเบียบราชการ การเคลื่อนไหวฉับไวแบบนี้ช่วยลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เยอะเลย

ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 เร่งตรวจสอบและเยียวยา

ในวันเดียวกัน นางสาวกุลธิดา อ่อนมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 ก็ลงพื้นที่ตรวจโรงเรียนในสังกัด พบว่าโรงเรียนเขาปฐวีเสียหายหนักที่อาคารเรียน ส่วนโรงเรียนบ้านวังเตย สาขาบ้านสาลี เสียหายที่อาคารโรงอาหาร

ทางแก้ปัญหา? ประสานช่างประเมินความเสียหายทันที เพื่อขอรับงบซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด สำหรับการเปิดเรียน ผอ.ยืนยันชัดเจนว่านักเรียนทุกคนจะมีที่เรียนแน่นอน โดยใช้พื้นที่อื่น ๆ และอาคารอนุบาลชั่วคราว ผู้ปกครองวางใจได้เลยครับ

ผลกระทบจากพายุฤดูร้อนและบทเรียนที่ได้

พายุฤดูร้อนครั้งนี้สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนและสถานศึกษาจำนวนมาก สอนให้เรารู้ว่าต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติยังไง มาดูสรุปผลกระทบหลัก ๆ กันครับ:

  • บ้านเรือนเสียหาย: หลังคาพัง ฝาผนังถล่ม โดยเฉพาะตำบลตลุกดู่
  • โรงเรียนเสียหาย: อาคารเรียนและโรงอาหารพัง 2 แห่งหลัก
  • ผลต่อชีวิต: ประชาชนเดือดร้อน แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการป้องกันในอนาคต เช่น ติดตั้งโครงสร้างทนทานมากขึ้น และฝึกอบรมชุมชนรับมือภัยพิบัติ

การลงพื้นที่ของ “เจเศรษฐ์” แบบนี้ ไม่เพียงช่วยเยียวยา “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ นี่คือการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชนจริง ๆ ครับ

ในมุมมองของผม การช่วยเหลือรวดเร็วและมอบเงินส่วนตัวแบบนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก หากทุกคนร่วมมือกัน ภัยพิบัติจะไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไป สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการช่วยเหลือเพิ่มเติม และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือ หากคุณมีประสบการณ์คล้าย ๆ กัน คอมเมนต์มาแชร์กันได้เลยครับ!

ที่มา – “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่อุทัยธานี เยียวยาผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือโรงเรียน

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายรุนแรงแก่เมืองตูอามาซินา ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศ ทำให้บ้านเรือนพังทลายและประชาชนเดือดร้อนหนัก

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

พายุไซโคลน “เกซานี” (Gezani) พัดขึ้นฝั่งมาดากัสการ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถล่มเมืองตูอามาซินา (Toamasina) ท่าเรือสำคัญของเกาะ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากอาคารพังถล่ม ความเร็วลมสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างความโกลาหลให้ย่านที่อยู่อาศัย เสาไฟฟ้าหักโค่น ต้นไม้ล้มระเนระนาด และหลังคาบ้านปลิวว่อน

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของมาดากัสการ์รายงานว่า ได้อพยพผู้บาดเจ็บและชาวบ้านหลายร้อยคนจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงเพราะฝนตกหนักต่อเนื่อง

ไซโคลนเกซานีถล่มมาดากัสการ์

ผลกระทบรุนแรงจากไซโคลนเกซานี

นอกจากยอดผู้เสียชีวิตแล้ว ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ยังทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและไฟฟ้าดับทั่วเมือง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจมาดากัสการ์

  • บ้านเรือนเสียหาย: กว่า 1,000 หลัง พังยับเยิน
  • ผู้บาดเจ็บ: นับร้อยราย ต้องรับการรักษา
  • พลัดถิ่น: ชาวบ้านหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ถนน ท่าเรือ และโรงเรียนเสียหายหนัก

เกซานีเป็นไซโคลนลูกที่ 2 ในปีนี้ ตามหลัง “ฟิตยา” (Fytia) ที่คร่าชีวิต 14 ราย และทำให้ 31,000 คนพลัดถิ่นเมื่อ 10 วันก่อน ตามข้อมูลสหประชาชาติ

พยากรณ์และการติดตามพายุ

กรมอุตุนิยมวิทยามาดากัสการ์แจ้งว่า เกซานีอ่อนตัวลงเป็นพายุโซนร้อนระดับปานกลาง เคลื่อนตัวตะวันตก ห่างกรุงอันตานานาริโว 100 กม. จะผ่านที่ราบสูงกลางวันนี้ และออกสู่ช่องแคบโมซัมบิกคืนนี้ AFP อ้าง CMRS ว่าอาจเป็นไซโคลนรุนแรงที่สุดนับแต่มีดาวเทียม

ภัยพิบัติแบบนี้เกิดบ่อยขึ้นจากภาวะโลกร้อน ทำให้ไซโคลนแรงและถี่ รัฐบาลมาดากัสการ์เร่งให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องการความร่วมมือระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย เราควรเรียนรู้เตรียมรับมือพายุ โดยติดตั้งระบบเตือนภัยที่ดีและสร้างอาคารทนทาน ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง มุ่งหน้าเวียดนาม

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศเวียดนาม หลังพัดถล่มจีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ จนมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย พายุนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหลายประเทศ

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่และประชาชนในภาคใต้ของจีนและฮ่องกงกำลังดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ หลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” พัดถล่ม ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายแก่ถนนหลายสาย กระแสลมแรงและปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือน

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังลง แต่ยังคงเป็นภัยคุกคาม หลายหน่วยงานกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น

รากาซา พายุหมุนเขตร้อนที่ทรงพลังที่สุดในปีนี้ ทำให้ทางการจีนต้องอพยพประชาชนในมณฑลกวางตุ้งเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในฮ่องกง โดยเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ แต่โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนบางแห่งยังคงต้องปิดทำการ

ก่อนหน้านี้ ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง แต่ยังคงสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ไต้หวันและฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนมาก ความรุนแรงของพายุทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ และการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก

ในขณะที่ภาพความเสียหายเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ในมณฑลกวางตุ้งกำลังใช้รถขุดเพื่อเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่โค่นล้มหลายพันต้นและเปิดเส้นทางจราจร ขณะที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นชาวบ้านในมาเก๊าพยายามตกปลาบนถนนที่ถูกน้ำท่วม โดยใช้ทั้งคันเบ็ด, แห, กระเป๋า หรือแม้แต่ที่ตักขยะ

สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของรัฐบาลจีนรายงานว่า ไต้ฝุ่น รากาซา ทำให้ต้นไม้ในเมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง หักโค่นกว่า 50,000 ต้น ขณะที่ในเมืองจูไห่ ถนนถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือยางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ โดยย่านชุมชนเก่าบางแห่งมีน้ำท่วมสูงจนถึงชั้นหนึ่งของตัวบ้าน

ผลกระทบและความเสียหายจากไต้ฝุ่น

ข่าวระบุด้วยว่า มีอิทธิพลของพายุทำให้เกิดไฟดับกระทบบ้านเรือนในมณฑลกวางตุ้งกว่า 56,000 ครัวเรือนเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 รายในฮ่องกง

ทั้งนี้ ไต้ฝุ่น รากาซา กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกตามแนวชายฝั่งจีนตอนใต้ มุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนาม โดยยังคงมีความเสี่ยงทำให้เกิดฝนตกหนักในประเทศจีน, เวียดนาม และพื้นที่อื่นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้มันจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้วก็ตาม

นายฝ่าม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงเขื่อนและโรงพยาบาล ดูแลความปลอดภัยของเรือประมง และเตรียมพร้อมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยแล้ว โดยมีการยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินบางส่วน ขณะที่คนงานได้ตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อป้องกันอันตรายจากลมในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศแล้ว

สถานการณ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เราควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และมีแผนรับมือที่ชัดเจนเพื่อลดความเสียหาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา – ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง มุ่งหน้าสู่เวียดนาม หลังถล่มจีน-ไต้หวัน

Scroll to top