คะแนนเสียงเลือกตั้ง

กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว

กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว

เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้ารอคอยกันมานาน ในที่สุดวันนี้เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการถึงมติการรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยสรุปว่าทาง กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 1.5 ล้านเสียง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของเมืองหลวงเราเลยก็ว่าได้

นอกจากการประกาศรับรองท่านผู้ว่าฯ แล้ว ทาง กกต. ยังได้มีมติรับรองสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต รวมถึงการรับรองคุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ให้เป็นนายกเมืองพัทยาอีกด้วย โดยทางสำนักงาน กกต. ให้เหตุผลว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสุจริตและโปร่งใส อย่างไรก็ตาม กกต. ก็ยังคงมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนหากมีคำร้องเรียนย้อนหลังภายหลังการประกาศผลได้

รายละเอียดการเข้าปฏิบัติหน้าที่หลัง กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว

สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว ทางผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้เผยรายละเอียดเตรียมความพร้อมในการเข้าดำรงตำแหน่งไว้ดังนี้:

  • ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิก สก. ทั้งหมดต้องมารับใบรับรองผลการเลือกตั้ง
  • กำหนดการรับใบรับรองคือวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.
  • สถานที่รับใบรับรองคือ ห้องโถง ชั้น 2 สำนักงาน กกต.
  • เอกสารใบรับรองนี้จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป

หลายคนมองว่าการที่ กกต. ออกมารับรองผลอย่างรวดเร็วและชัดเจนเช่นนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ทำให้การบริหารจัดการเมืองหลวงเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด หลังจากนี้เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครคงจะจับตามองกันอย่างใกล้ชิดว่า นโยบายต่างๆ ที่ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ เคยหาเสียงไว้นั้น จะเริ่มนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะปัญหาด้านการจราจร การระบายน้ำ และคุณภาพชีวิตในชุมชนต่างๆ ที่รอการแก้ไขอยู่

ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานครั้งนี้สูงมาก เพราะด้วยคะแนนเสียงที่ได้รับมานั้นคือฉันทามติที่สะท้อนถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงของคนเมือง ไม่ว่าคุณจะเชียร์ใครมาตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่ ณ วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานครที่เราจะได้เห็นการขับเคลื่อนนโยบายที่จับต้องได้จริงในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – กกต.มีมติรับรองผล “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม.แล้ว

“อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป.

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ผ่านมากันแล้วนะครับ ซึ่งถือเป็นสีสันทางประชาธิปไตยที่คึกคักสุดๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจหลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อ “อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป. ซึ่งถือเป็นสปิริตนักการเมืองที่น่าชื่นชมครับ

“อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป.

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแถลงเปิดใจหลังจากที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำทิ้งห่างเป็นอันดับ 1 โดยนายอนุชาเปิดเผยด้วยท่าทีที่สุภาพและเป็นกันเองว่า พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์และยินดีหากนายชัชชาติจะนำข้อเสนอแนะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมมาไปปรับใช้เพื่อพัฒนาเมืองหลวงของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ

จุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ ในอนาคต

ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ในการหาเสียง นายอนุชาระบุว่าเขาได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในทุกเขตทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนทางข้อมูลที่มีค่ามาก เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ “อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป. เจ้าตัวไม่ได้มองว่าเป็นจุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานประสานงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องครับ

ประเด็นน่าสนใจจากการแถลงครั้งนี้:

  • การขอบคุณสมาชิกพรรคและทีมงาน สก. ทั้ง 50 เขตที่เหนื่อยมาด้วยกัน
  • ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ประสานงานที่ดี แม้จะไม่ได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ
  • การยืนยันว่าจะลงพื้นที่อย่างเข้มแข็งต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวกรุง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร แต่การที่ผู้สมัครแต่ละท่านให้ความสำคัญกับประโยชน์ของส่วนรวมเหนือกว่าความแพ้ชนะ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพครับ สำหรับแฟนๆ พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ติดตามข่าว “อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป. ก็คงจะพอใจกับจุดยืนของท่านที่ประกาศชัดว่าจะยังคงทำงานเพื่อประชาชนต่อไปครับ

สุดท้ายนี้ ในฐานะคนกรุงเทพฯ เราคงหวังเห็นความร่วมมือของนักการเมืองทุกฝ่ายที่จะหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหาเมือง ทั้งเรื่องน้ำท่วม ฝุ่นละออง และระบบขนส่งสาธารณะ ตราบใดที่ทุกคนมีหัวใจรักในเมืองเหมือนกัน เชื่อว่ากรุงเทพฯ ของเราจะต้องดียิ่งขึ้นแน่นอนครับ

ที่มา – “อนุชา” ยอมรับความพ่ายแพ้ ยินดี “ชัชชาติ” ขอบคุณฐานเสียง ปชป.

นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น

นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น

กระแสความนิยมของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุด นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของชาวกรุงเทพมหานครที่มีต่อการทำงานของแชมป์เก่าอย่างชัดเจน จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างกว่า 3,000 หน่วยตัวอย่างทั่วทั้ง 50 เขต

เปิดผลวิเคราะห์: ทำไมกระแส “ชัชชาติ” ยังคงนำโด่ง?

ผลสำรวจระบุชัดเจนว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) มีคะแนนความนิยมนำเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ร้อยละ 73.70 ตามมาด้วยนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) ที่ร้อยละ 12.10 และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ที่ร้อยละ 8.37 การที่ นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น เช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่านโยบายและความต่อเนื่องในการบริหารงานเป็นปัจจัยหลักที่คนกรุงให้การยอมรับ

นอกเหนือจากผลสำรวจรายบุคคลแล้ว ทางนิด้าโพลยังได้ทำการจำลองคะแนนเสียงตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง ซึ่งหากมีผู้มาใช้สิทธิสูงสุดที่ร้อยละ 65 คาดการณ์ว่าคะแนนของนายชัชชาติอาจพุ่งสูงถึงกว่า 2.1 ล้านคะแนนเลยทีเดียว นี่คือจุดที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานเสียงในปัจจุบัน

ตัวเลขที่น่าสนใจจากผลสำรวจ:

  • อันดับ 1: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) – 73.70%
  • อันดับ 2: มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) – 12.10%
  • อันดับ 3: ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) – 8.37%
  • อันดับ 4: อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) – 3.43%

ขณะที่สำนักโพลอื่นอย่าง KPI Poll เองก็มีผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน แม้สัดส่วนคะแนนจะแตกต่างกันบ้างตามระเบียบวิธีวิจัย แต่ภาพรวมที่เห็นได้ชัดคือ นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น ยังคงเป็นจุดยึดเหนี่ยวสำคัญที่ชี้วัดทิศทางการเลือกตั้งในครั้งนี้

เราคงต้องรอลุ้นกันต่อไปครับว่า เมื่อถึงวันลงคะแนนจริง ผลลัพธ์จะออกมาลอยลำตามโพลคาดการณ์หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ หากดูจากตัวเลขเหล่านี้ ผู้สมัครท่านอื่นจำต้องเร่งทำคะแนนและเข้าถึงใจชาวกรุงให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หากต้องการไล่ตามผู้นำในขณะนี้ให้ทัน ความตื่นตัวของประชาชนในการออกมาใช้สิทธิครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

ที่มา – นิด้าโพลชี้ “ชัชชาติ” นอนมาอันดับ 1 ทิ้งห่าง “มัลลิกา-ชัยวัฒน์” ไม่เห็นฝุ่น

แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

บรรยากาศ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

เมื่อช่วงสายของวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันสำคัญทางการเมืองท้องถิ่นของคนกรุงเทพมหานคร โดยมีภาพบรรยากาศที่น่าสนใจเมื่อ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เต็นท์บริเวณลานกีฬา 1 หมู่บ้านเคหะธานี 3 ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนที่ไปปักหลักรอทำข่าวกันอย่างคึกคัก

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น ทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายประชาชนที่มารอติดตามสถานการณ์เลือกตั้งอย่างเป็นกันเอง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเมืองหลวงของเรา

รายละเอียดการเดินทางมาใช้สิทธิ์ของ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

เมื่อเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง น.ส.แพทองธารและครอบครัวได้ทักทาย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. และนางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สก. ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบรายชื่อ รับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ และบัตรเลือกตั้ง สก. เพื่อนำเข้าไปใช้สิทธิ์ในคูหาตามขั้นตอน โดยทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว

หากคุณต้องการทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งครั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ไทยรัฐ เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยขั้นตอนการเลือกตั้งพื้นฐานที่คุณควรรู้มีดังนี้:

  • ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและลำดับรายชื่อของตนเอง
  • เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมเพื่อใช้ยืนยันตัวตน
  • ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องผู้สมัครที่ต้องการเพียงคนเดียว
  • หากไม่ประสงค์ลงคะแนน ให้เลือกช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”

การออกมาใช้สิทธิ์ในวันนี้ของ แพทองธารพร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก. ไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่พลเมืองที่ดี แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้คนกรุงเทพฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการออกไปเลือกตั้ง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหลวงของเราให้ดียิ่งขึ้น ทุกคะแนนเสียงมีผลลัพธ์ที่สำคัญเสมอสำหรับอนาคตของคนกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “แพทองธาร” พร้อมครอบครัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.

“ธนาธร” ยินดี ภท.ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง

หลังจากผลการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ออกมา “ธนาธร” จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งใจผ่านเฟซบุ๊ก โดย “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป แม้พรรคประชาชนจะไม่ได้รับชัยชนะ แต่คำพูดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สนับสนุนจำนวนมาก

“ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้นำทางความคิดของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรค แม้ผลเลือกตั้งจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่เขายังคงมองโลกในแง่ดี ยินดีกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ปลุกใจผู้สนับสนุนที่เรียกตัวเองว่า “ด้อมส้ม” หรือกลุ่มแฟนคลับพรรคประชาชนที่มีสัญลักษณ์สีส้ม ให้อย่าท้อแท้และเดินหน้าต่อไปด้วยกัน

ข้อความเต็มจากธนาธรที่สร้างแรงบันดาลใจ

ถึงผู้ลงคะแนนให้พรรคประชาชนและผู้ลงประชามติเห็นชอบ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่มอบให้กับพวกเราในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ถึงพรรคภูมิใจไทย ผมขอแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง
ถึงผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรคประชาชนทุกท่าน ผมซาบซึ้งใจในการสนับสนุนลงแรงที่ท่านทำร่วมกับพรรค เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที
ประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว
มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง
ธจ 9 กุมภาพันธ์ 2569

คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่แค่การปลอบใจ แต่เป็นปรัชญาการเมืองที่ธนาธรยึดถือมาตลอดอาชีพนักการเมืองของเขา ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรคในปี 2563 จนนำไปสู่การก่อตั้งพรรคก้าวไกล และล่าสุดพรรคประชาชนในยุคใหม่ คำว่า “แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของขบวนการ reform การเมืองไทยที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

บริบทการเลือกตั้ง 2569 และบทบาทของพรรคภูมิใจไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะใหญ่ ด้วยนโยบายที่เน้นประเด็นเศรษฐกิจ สุขภาพ และการเกษตร ทำให้ได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย ขณะที่พรรคประชาชนแม้จะได้คะแนนไม่มากพอที่จะครองอำนาจ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นจากกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง การที่ธนาธรแสดงความยินดีกับภท. ถือเป็นท่าทีที่สุภาพและเป็นผู้ใหญ่ในวงการเมือง

  • ขอบคุณคะแนนเสียง: แสดงถึงความซาบซึ้งในทุกการสนับสนุน
  • ยินดีกับภท.: ยอมรับผลเลือกตั้งอย่างโปร่งใส
  • ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง: ปลุกใจผู้สนับสนุนให้สู้ต่อ
  • เดินร่วมกันต่อไป: เน้นความเป็นทีมเวิร์ค
  • แพ้กี่ครั้งชนะครั้งเดียว: แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ คำว่า “ด้อมส้ม” ยังกลายเป็นเทรนด์ในโซเชียลมีเดียทันทีหลังโพสต์ โดยแฟนๆ พรรคประชาชนต่างแชร์และคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก สร้างกระแสไวรัลที่ทำให้พรรคยังคงมีพลังแม้แพ้เลือกตั้ง

วิเคราะห์ความหมายลึกซึ้งของคำพูดธนาธร

“ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป ไม่ใช่แค่โพสต์ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณว่าธนาธรยังคงเป็นผู้นำที่ไม่ยอมแพ้ ในอดีต เขาเคยนำพรรคอนาคตใหม่คว้าที่นั่ง ส.ส. กว่า 30 ที่นั่งในการเลือกตั้ง 2562 และต่อสู้ทางกฎหมายจนเกิดกระแส #ม็อบ30ปีงบประมาณ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยความผันผวน แต่คำพูดเชิงบวกเช่นนี้ช่วยลดความขัดแย้งและส่งเสริมประชาธิปไตย

จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามการเมืองไทยมานาน ผมเห็นว่าธนาธรมีจุดแข็งในการสื่อสารที่เข้าถึงหัวใจประชาชน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เบื่อกับการเมืองเก่าๆ คำว่า “มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง” เป็นอุปมาที่สวยงาม สื่อถึงความหวังที่ไม่เคยดับมอด

ในอนาคต พรรคประชาชนน่าจะปรับกลยุทธ์ โดยเน้นนโยบายดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อชิงใจผู้เลือกตั้งรอบใหม่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยที่ชนะอาจต้องพิสูจน์ผลงานในสภาฯ

สุดท้าย คำพูดของธนาธรนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกพรรค: ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะครั้งใหญ่ คุณล่ะ คิดอย่างไรกับ “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – “ธนาธร” ยินดีกับ ภท. ชนะเลือกตั้ง ขอด้อมส้มอย่าหมดหวัง เดินร่วมกันต่อไป

แคเธอรีน คอนนอลลี ปธน.ไอร์แลนด์คนใหม่ ชนะถล่มทลาย

แคเธอรีน คอนนอลลี ผู้สมัครอิสระจากไอร์แลนด์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 (สมมติ) แคเธอรีน คอนนอลลี ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้ง ทำให้เธอได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 10 ของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ภายหลังจากการประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ของ นางเฮเธอร์ ฮัมฟรีย์ส จากพรรคไฟน์ เกล (Fine Gael)

ผลการเลือกตั้ง ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการที่ปราสาทดับลิน โดย แคเธอรีน คอนนอลลี ได้รับคะแนนเสียงไปถึง 914,143 คะแนน คิดเป็น 63% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของไอร์แลนด์ ในขณะที่คู่แข่งอย่างนางฮัมฟรีย์ส ได้รับคะแนนเสียงเพียง 424,987 คะแนน (29%) ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนที่นางคอนนอลลีได้รับ

นางคอนนอลลี วัย 68 ปี จากเมืองกัลเวย์ (Galway) ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไอร์แลนด์ (TD) มาตั้งแต่ปี 2559 เป็นผู้สมัครอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายซ้ายหลัก ๆ โดยเธอกล่าวในสุนทรพจน์ตอบรับตำแหน่งว่า เธอจะเป็น “ประธานาธิบดีที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน”

“ดิฉันจะเป็นกระบอกเสียงเพื่อสันติภาพ กระบอกเสียงที่สร้างบนนโยบายความเป็นกลางของเรา กระบอกเสียงที่แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่แท้จริงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกระบอกเสียงที่ตระหนักถึงการทำงานที่ยิ่งใหญ่ซึ่งกำลังดำเนินไปทั่วประเทศ” นางคอนนอลลีกล่าวเสริม

แคเธอรีน คอนนอลลี จะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 10 ของไอร์แลนด์ สืบทอดตำแหน่งจากนายไมเคิล ดี ฮิกกินส์ ซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระสูงสุดสองสมัย

น.ส.กาบิยา กาตาเวคไคเต ผู้สื่อข่าวจากดับลิน กล่าวว่า คอนนอลลีเป็นผู้สมัครที่มีแนวคิดต่อต้านผู้มีอำนาจในสังคม (anti-establishment) โดยลงชิงชัยกับนางฮัมฟรีย์ส ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล คอนนอลลียืนยันมาตลอดว่าการรณรงค์หาเสียงของเธอคือ “การเคลื่อนไหว” และขณะนี้เธอได้รับอาณัติที่ชัดเจนจากประชาชนแล้ว

ก่อนหน้านี้ นางฮัมฟรีย์สได้ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ โดยกล่าวขอบคุณผู้ที่ลงคะแนนให้เธอ ทีมงานหาเสียง และพรรคไฟน์ เกล ที่เสนอชื่อเธอ พร้อมทั้งกล่าวว่า “ดิฉันทราบดีว่าแคเธอรีนจะเป็นประธานาธิบดีของพวกเราทุกคน แคเธอรีนจะเป็นประธานาธิบดีของดิฉัน และดิฉันขออวยพรให้เธอโชคดี นี่คือค่ำคืนของเธอ”

ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์คือประมุขแห่งรัฐของประเทศ มีหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศในต่างประเทศ เป็นบุคคลสำคัญในงานระดับชาติ และรับผิดชอบในการทำให้แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญได้รับการปฏิบัติตาม

แม้ว่าอำนาจของประธานาธิบดีในไอร์แลนด์มีจำกัด แต่เสียงและอิทธิพลของผู้ดำรงตำแหน่งสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้

คอนนอลลีจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 11 พฤศจิกายน (สมมติ) โดยนายฮิกกินส์จะพ้นจากตำแหน่งในวันก่อนหน้านั้น

แคเธอรีน คอนนอลลี ได้เป็น ปธน.ไอร์แลนด์คนใหม่ หลังชนะถล่มทลาย

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ แคเธอรีน คอนนอลลี

  • เป็นนักการเมืองอิสระ
  • ได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายซ้าย
  • มีแนวคิดต่อต้านผู้มีอำนาจในสังคม

การได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายของ แคเธอรีน คอนนอลลี ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไอร์แลนด์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อผู้นำที่มีแนวคิดใหม่ ๆ และพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังสำหรับอนาคตของไอร์แลนด์อีกด้วย

ที่มา – แคเธอรีน คอนนอลลี ได้เป็น ปธน.ไอร์แลนด์คนใหม่ หลังชนะถล่มทลาย

Scroll to top