คะแนนเสียงเห็นชอบ

อนุทินเสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนๆ ในสภาผู้แทนราษฎรกันเลย เมื่อ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ เรียบร้อยแล้ว เป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ การเมืองไทยต้องตื่นเต้นแน่นอน โดยเฉพาะเซอร์ไพรส์จาก “งูเห่า” พรรคส้ม อุดรธานี เขต 7 ที่โผล่โหวตหนุนแบบไม่คาดคิด!

อนุทินเสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ดุเดือดมาก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 293 คะแนน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดที่เข้าร่วมโหวต พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค รวม ส.ส. 292 คน รวมพลังกันอย่างแน่นหนา การขานชื่อ ส.ส. เรียงตามตัวอักษรใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง แต่ผลออกมาแบบชัดเจน นายอนุทินได้คะแนนเห็นชอบ 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ รักประสิทธิ์ ได้รับ 119 คะแนน และงดออกเสียง 86 คะแนน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผลอย่างเป็นทางการว่า คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุม (251 เสียง) ทำให้ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ ได้สำเร็จ สภาปิดประชุมเวลา 13.23 น. ท่ามกลางเสียงปรบมือและความฮือฮาจากทุกฝ่าย นี่คือชัยชนะที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลหลังจากการเจรจายาวนาน

เซอร์ไพรส์ใหญ่! งูเห่าพรรคประชาชน อุดรธานี เขต 7 โหวตหนุน

สิ่งที่ทำให้ทุกคนงงหนักคือ ใน 293 เสียงนั้น มี “งูเห่า” 1 เสียงจากนายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน (พรรคส้ม) ที่โผล่โหวตให้นายอนุทินแบบไม่ทันตั้งตัว! พรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก ไม่คาดคิดว่าจะมี ส.ส.คนนี้เทเสียงหนุน นอกจากนี้ พรรคไทรวมพลังทั้ง 6 เสียง ก็โหวตให้ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ อย่างเป็นเอกฉันท์ แม้ยังไม่ประกาศร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน

ส่วนที่งดออกเสียงก็มีหลายคน เช่น นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ พรรคเพื่อไทย งด 2 คน คือ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล และนางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร ส่วนพรรคภูมิใจไทยเองก็งด 2 คน ได้แก่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช และตัวนายอนุทินเอง (ตามระเบียบที่ผู้สมัครไม่โหวตตัวเอง)

บริบทการเมืองไทยเบื้องหลังชัยชนะของอนุทิน

ก่อนหน้านี้ การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งใหญ่เป็นเรื่องวุ่นวาย พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายอนุทิน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านสาธารณสุขสมัยโควิด ได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมหลายพรรค การได้คะแนน “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน แสดงถึงการรวมตัวที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากฝ่ายค้าน นายอนุทินเคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขมาก่อน ทำให้มีภาพลักษณ์ที่มั่นคง

สำหรับ “งูเห่า” อย่างนายสุริยา อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือกลยุทธ์พรรคที่ยังไม่เปิดเผย แต่ช็อตนี้ทำให้โซเชียลฮือฮา มีคนตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนจะแตกแยกหรือไม่? พรรคไทรวมพลังที่โหวตเต็ม ก็อาจเป็นสัญญาณว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคต

  • คะแนนนายอนุทิน: 293 เสียง
  • คะแนนผู้สมัครอีกคน: 119 เสียง
  • งดออกเสียง: 86 เสียง
  • งูเห่าจากพรรคประชาชน: 1 เสียง
  • พรรคไทรวมพลัง: 6 เสียงเต็ม

การเมืองไทยยุคนี้ซับซ้อน พรรคเล็กๆ สามารถพลิกเกมได้ นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่

ความเห็นส่วนตัวนะครับ ชัยชนะของนายอนุทินจะนำพาไทยไปทางไหน? กับนโยบายเศรษฐกิจ สุขภาพ และยุติธรรม คงต้องจับตาดู รัฐบาลใหม่นี้มีโจทย์หนักรออยู่ คุณคิดยังไงกับ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ ล่ะ? Comment ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวร้อนๆ กันด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ งูเห่าพรรคส้ม อุดรธานี เขต7 โผล่โหวตหนุน

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านสภาฯ วาระ 3 แล้ว

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎร วาระ 3 แล้ว หลังพิจารณายาวนานเกือบ 2 เดือน รอส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ

วันที่ 21 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ในวาระ 2-3 ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยหลังจากที่พิจารณาวาระ 2 เสร็จสิ้นครบทั้ง 104 มาตราแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ด้วยคะแนน 309 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 5 ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

ถือเป็นการเสร็จสิ้นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ใช้เวลาพิจารณายาวนาน 1 เดือนกว่า หลังจากที่เริ่มพิจารณาวาระ 2 ครั้งแรกในวันที่ 24 ก.ย. 2568 เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวมี 104 มาตรา แต่มีการแทรกมาตราย่อยๆเพิ่มขึ้นใหม่เป็นจำนวนมากเกือบ 300 มาตรา ทำให้ต้องใช้เวลาลงมติและพิจารณายาวนาน

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีความสำคัญอย่างไร?

การที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ การมีกฎหมายที่เข้มแข็งและครอบคลุม จะช่วยให้การจัดการปัญหามลพิษทางอากาศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลักในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ตั้งแต่การควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาระบบการตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ ไปจนถึงการให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ประชาชน

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีสาระสำคัญหลายประการ ได้แก่

  • กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการอากาศสะอาดแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแผนงานด้านการจัดการอากาศสะอาด
  • กำหนดค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศที่เข้มงวดมากขึ้น
  • กำหนดมาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ยานยนต์ และการเผาในที่โล่ง
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนาระบบการตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศที่ทันสมัยและครอบคลุม
  • ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศและวิธีการป้องกัน

การผ่านร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ในวาระ 3 นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอีกยาวไกล กว่าที่กฎหมายฉบับนี้จะถูกบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการติดตามและผลักดันให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว และที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประเทศไทยมีอากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์อย่างยั่งยืน

การที่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนที่ห่วงใยสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่เรายังต้องจับตาดูกันต่อไปว่า วุฒิสภาจะพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายนี้อย่างไร และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการนำไปปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในสังคม

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันให้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่ออากาศที่สะอาดและชีวิตที่ดีกว่าของพวกเราทุกคน

ที่มา – ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎร วาระ 3 แล้ว หลังพิจารณายาวนานเกือบ 2 เดือน

Scroll to top