คุณสมบัติต้องห้าม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้มีข่าวการเมืองที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ มาอัพเดทให้ฟังกันครับ เรื่อง ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม นี่เอง ศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ ก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้าแค่วันเดียวเท่านั้น ทำให้ กกต. ต้องรีบแถลงเตือนประชาชนทันที ไม่งั้นคะแนนที่เราหวังจะเสียของเปล่าๆ นะครับ

ย้อนดูเหตุการณ์วันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกมาแถลงชัดเจนว่า ศาลฎีกาได้สั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใน 7 จังหวัด จากการตรวจสอบของ ผอ.การเลือกตั้งประจำเขต พบว่ามีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 52 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ยังไม่ลาออก หรือมีพฤติกรรมต้องห้ามอื่นๆ

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ข่าว ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม นี้ ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะถ้าประชาชนในเขตเหล่านี้ไปลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกถอน บัตรเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียทันที กกต. จึงฝากเตือนพี่น้องทุกคนให้ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ เพื่อให้สิทธิของเรามีค่าที่สุด

รายชื่อผู้สมัครที่ถูกศาลฎีกาถอนชื่อ

  • 1. นายฉลอง แสงราษฎร์เมขินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
  • 2. น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
  • 3. นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เขต 2 หมายเลข 6 พรรคประชาชน
  • 4. นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
  • 5. นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
  • 6. น.ส.วันใหม่ ทรงศีลสอาด ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
  • 7. นายกฤษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคกล้าธรรม

เห็นมั้ยครับ พรรคกล้าธรรมโดนหนักสุด มีผู้สมัครถูกถอนถึง 4 คน ส่วนพรรคเพื่อไทย ประชาชน (ปชน.) และพลังประชารัฐ (พปชร.) อย่างละ 1 คน จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือ นครราชสีมา, ราชบุรี, ตาก, ชัยภูมิ, ภูเก็ต, ระยอง, นครศรีธรรมราช ใครที่อยู่ในเขตเหล่านี้ ต้องเช็คให้ดีเลยนะ

ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายคืออะไร

ตามมาตรา 52 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ลักษณะต้องห้ามอาจรวมถึงการเป็นผู้สำนักงานตุลาการ, เจ้าหน้าที่รัฐที่ยังปฏิบัติหน้าที่, หรือมีคดีอาญาที่กำลังพิจารณาในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แม้รายละเอียดเฉพาะของแต่ละคนจะยังไม่เปิดเผย แต่หลักๆ คือเพื่อรักษาความสุจริตและโปร่งใสในการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนอย่างเราก็ต้องตื่นตัว อย่าให้คะแนนหลุดมือไปเปล่าๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทันเวลาพอดีก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้พรรคต่างๆ อาจต้องปรับกลยุทธ์ด่วน เช่น ส่งผู้สมัครสำรองหรือรณรงค์ให้โหวตคนอื่นในพรรค แต่สำหรับผู้เลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลจาก กกต. หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเสมอ

ในมุมมองของผม การ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม แสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบของไทยยังเข้มแข็ง ช่วยกรองคนที่ไม่เหมาะสมออกไปตั้งแต่ต้น แต่ก็เป็นบทเรียนให้พรรคการเมืองต้องคัดกรองผู้สมัครให้ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

สุดท้ายนี้ ฝากถึงพี่น้องทุกคนที่กำลังจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครให้ชัวร์ อย่าให้บัตรเสียเด็ดขาดครับ! ไปโหวตกันเยอะๆ นะ เพื่ออนาคตของประเทศเรา

ที่มา – ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขตต้องห้าม กกต.เตือนบัตรเสีย

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต จากหลายพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคกล้าธรรม เพื่อไทย พรรคประชาชน และพลังประชารัฐ ศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งออกมาเมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุมาจากผู้สมัครเหล่านี้มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง ใครที่กำลังเตรียมไปโหวตเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ. 2569 ต้องฟังให้ดีนะครับ เพราะถ้าลงคะแนนให้คนเหล่านี้ บัตรจะกลายเป็นบัตรเสียทันที!

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 ว่า ศาลฎีกาได้สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 7 ราย หลังจากที่ผู้บังคับการเลือกตั้งประจำเขต (ผอ.กกต.เขต) ตรวจพบว่ามีคุณสมบัติขาดหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงมากครับ เพราะระบบเลือกตั้งไทยเข้มงวดเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส

รายชื่อผู้สมัคร สส.เขตที่ถูกถอนทั้ง 7 ราย

  • นายฉลอง แสงราษฎร์เมขินทร์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
  • น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
  • นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 หมายเลข 6 พรรคประชาชน
  • นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
  • นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
  • น.ส.วันใหม่ ทรงศีลสอาด ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
  • นายกฤษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคกล้าธรรม

เห็นมั้ยครับ พรรคกล้าธรรมโดนหนักสุด มีถึง 4 รายเลย ส่วนเพื่อไทย ประชาชน และพลังประชารัฐ อย่างละ 1 ราย ผู้สมัครเหล่านี้มาจาก 7 จังหวัดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโคราช ราชบุรี ตาก ชัยภูมิ ภูเก็ต ระยอง และนครศรีธรรมราช เพื่อนๆ ที่อยู่ในเขตเหล่านี้ต้องเช็คให้ดีก่อนไปคูหาเลือกตั้งนะครับ

ทำไมถึงต้องถอนชื่อ? เข้าใจมาตรา 52 พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.

หลายคนอาจสงสัยว่า ลักษณะต้องห้าม คืออะไรบ้าง ตามมาตรา 52 ระบุชัดเจนเลยครับ เช่น ผู้ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภา อบจ. ส.อบจ. สมาชิกเทศบาล ส.ท. หรือผู้บริหารท้องถิ่นต่างๆ ผู้พิพากษา เจ้าพนักงานสอบสวน หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกสั่งให้พ้นสมาชิกภาพ สส. มาก่อนหน้านี้ ถ้าตรวจพบว่ามีลักษณะเหล่านี้ กกต.เขตจะรายงานศาลฎีกา แล้วศาลสั่งถอนทันที เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความสุจริตในการเลือกตั้ง

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กันหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าระบบไทยมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัวแทนที่เหมาะสมจริงๆ

กกต.เตือนด่วน! ลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกถอน = บัตรเสีย 100%

กกต. ย้ำชัดๆ เลยครับ ถ้าลงคะแนนให้ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต เหล่านี้ บัตรของคุณจะไม่นับเป็นคะแนนให้พรรคแน่นอน เป็นบัตรเสียเปล่าๆ เสียดายสิทธิ์โหวตเปล่าๆ ไปวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 2569 หรือวันจริง ต้องดูบัตรรายชื่อให้ดี อาจมีสติกเกอร์หรือประกาศแจ้งที่คูหาแล้วก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติม เช่น เช็คเว็บ กกต. www.ect.go.th หรือแอปเลือกตั้ง เพื่อดูรายชื่อผู้สมัครล่าสุด อย่าเชื่อข่าวลือหรือป้ายเก่าๆ นะครับ

บทเรียนและความสำคัญต่อประชาธิปไตยไทย

กรณี ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยกำลังก้าวหน้าเรื่องความโปร่งใสมากขึ้น แม้พรรคใหญ่จะโดน แต่ก็แสดงว่านโยบายตรวจสอบไม่เลือกปฏิบัติ ช่วยลดช่องโหว่ทุจริตได้เยอะ ในทางกลับกัน ผู้สมัครที่เหลือต้องพิสูจน์ตัวเองให้ดีเพื่อแย่งใจชาวบ้าน

สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ครับ การโหวตคือพลังของประชาชน ช่วยแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในเขตเสี่ยง เพื่อไม่ให้ใครพลาดบัตรเสีย แชร์เลยดีกว่า! ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์มาคุยกันได้นะครับ

ที่มา – ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ

ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบประเด็นสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 369 ต่อ 96 เสียง 

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ประชุมรัฐสภาได้อภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256-6 ในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามในการมีส่วนในการเขียนร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง และมีบางส่วนยังขอสงวนคำแปลญัติติ อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางส่วนยืนยันว่าไม่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่สมาชิกอีกบางส่วนเห็นว่าควรให้โอกาสทุกคน ถ้าใครอยากทำดีก็ควรต้องรับฟัง อย่าไปมองสิ่งที่ผ่านมาแล้ว 

หลังจากที่ได้อภิปรายแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติ โดยเสียงข้างมากเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากประเด็นคุณสมบัติต้องห้าม เห็นด้วย 369 เสียง ไม่เห็นด้วย 96 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง

สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ

การลงมติของรัฐสภาในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางมาโดยตลอด การกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นกลางและความเป็นธรรมในการร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญ

การที่รัฐสภาสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบของผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามที่กำหนดจะไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการนี้ได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ การอภิปรายในรัฐสภาแสดงให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิกเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ บางส่วนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารเข้ามามีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่บางส่วนมองว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถและต้องการที่จะทำเพื่อประเทศชาติ

ความแตกต่างของความคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความท้าทายในการสร้างความปรองดองในสังคมไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชน

การที่รัฐสภาสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญนี้ แม้จะเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการนี้กำลังเดินหน้าต่อไป

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายสูงสุดที่กำหนดอนาคตของประเทศ ดังนั้น การทำความเข้าใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน

ที่มา – สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ

Scroll to top