คุณสมบัติรัฐมนตรี

เพื่อไทยเตรียมซักฟอก! **อภิปรายนโยบายรัฐบาล**

พรรคเพื่อไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นไปที่สองเป้าหมายหลัก ได้แก่ การตรวจสอบนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน และการพิจารณาคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละท่านอย่างละเอียด

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคฯ ได้จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อวิเคราะห์เจาะลึกนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลแถลง โดยจะเน้นการตรวจสอบความสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง

เพื่อไทยเตรียมซักฟอก! อภิปรายนโยบายรัฐบาล

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละท่าน โดยจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หากพบว่ารัฐมนตรีท่านใดมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางมิชอบ พรรคฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกฝ่ายได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยต่างๆ อย่างเต็มที่ พรรคเพื่อไทยหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายของรัฐบาลให้ดียิ่งขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลักในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล

  • ตรวจสอบความสอดคล้องของนโยบายกับปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • พิจารณาความเป็นไปได้ในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง
  • ตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของรัฐมนตรีแต่ละท่าน
  • เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น

นพ.ชลน่านยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยพรรคเพื่อไทยมีทีมงานที่กำลังรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ หากพบว่ามีรัฐมนตรีท่านใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง พรรคฯ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

การเตรียมความพร้อมของพรรคเพื่อไทยสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลอย่างเต็มที่ พรรคฯ หวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การตรวจสอบความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงานของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง และการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน

ที่มา – เพื่อไทย เตรียม 2 เป้าใหญ่ อภิปรายนโยบายรัฐบาล จ้องชำแหละรัฐมนตรีรายบุคคล

“นายกฯ อนุทิน” ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว

“นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ “ครม.อนุทิน 1” ถือว่า 100% หลังตรวจประวัติเสร็จนำขึ้นทูลเกล้าฯ สัปดาห์นี้ ส่งทีมงานยื่นเอกสารเพิ่ม สลค. ทำเนียบฯ อังคารนี้งดประชุม ครม.

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ ว่า เราขึ้นโครงร่างมาแล้ว จะส่งเนื้อหาของกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติมแก้ไข รวมไปถึงตัดบางส่วนเพื่อทำให้รัฐมนตรีมั่นใจว่าสามารถเข้ามาแล้วทำงานได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ตอบว่าใกล้แล้ว เพราะรายชื่อถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งการตรวจประวัติถือเป็นขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้

ส่วนคำถามว่าหากมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาภายในกี่วัน นายอนุทิน ระบุว่า เราจะรอการถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งระหว่างนั้นคงจะทำงานได้ระดับหนึ่ง เพราะต้องเร่งแถลงนโยบาย เนื่องจากการจะทำงานได้เต็มที่ต้องรอการแถลงนโยบาย ระหว่างนี้ก็อยู่ระหว่างการเตรียมนโยบาย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะนัดประธานรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายและทำงานเลย

ทั้งนี้ เมื่อตอบคำถามจบ นายอนุทิน บอกว่า “พอแล้วนะ” โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามต่อว่ามีการรายงานรายชื่อ ครม. ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติหรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 1 ภายหลังนายอนุทิน ระบุว่า ในส่วนของรายชื่อถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ในสัปดาห์นี้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ทีมงานของนายอนุทิน นำเอกสารมาส่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพิ่มเติม โดยคาดว่าเป็นเอกสารคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีเพื่อทำการตรวจสอบ ขณะที่เมื่อเวลา 13.30 น. นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกัน สลค. ได้มีการแจ้งงดการประชุม ครม. ในวันที่ 16 กันยายน 2568

“นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ ครม. ถือว่า 100%

ความคืบหน้าล่าสุด “นายกฯ อนุทิน” กับการจัดตั้งรัฐบาล

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ อนุทิน” การที่นายกฯ ออกมายืนยันว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีถือว่า 100% แล้ว แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม และเป็นสัญญาณที่ดีถึงการมีรัฐบาลที่พร้อมเดินหน้าบริหารประเทศในเร็ววัน

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เร่งดำเนินการเรื่องนโยบายของรัฐบาล ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง การที่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเนื้อหาของนโยบาย ก็แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลเหล่านั้นมีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติครบถ้วนในการทำหน้าที่สำคัญนี้

การงดประชุม ครม. ในวันที่ 16 กันยายน 2568 อาจเป็นผลมาจากการที่หลายฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องใช้เวลาและความรอบคอบเป็นอย่างมาก

โดยรวมแล้ว สถานการณ์การเมืองในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การที่ “นายกฯ อนุทิน” และทีมงานสามารถดำเนินการต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ก็จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสนใจและติดตาม

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ ครม. ถือว่า 100%

สันติ กั๊ก! ชื่อหลุดโผ ครม.อนุทิน จริงหรือ?

“สันติ” กั๊ก ชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน 1” บอกยังแค่ข่าวลือ ขอรอลุ้นผลตรวจสอบคุณสมบัติก่อน รับจากปมการศึกษา 30-40 ปี สอบจริยธรรมเข้ม ไม่ปฏิเสธส่งชื่อ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” ลูกชายประกบเสียบแทน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีมีกระแสว่ามีชื่อหลุดออกจากโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ตอนนี้ยังเป็นข่าวลืออยู่ เพราะตนเพิ่งส่งประวัติไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 กันยายน 2568 แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหา ซึ่งตนยังไม่ได้รับแจ้งอะไร

ผู้สื่อข่าวถามต่อ คิดว่าชื่อไม่ขัดคุณสมบัติอะไรใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า “อาจจะมีปัญหาในเรื่อง 30-40 ปี ที่แล้ว ที่มีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ก็เป็นตอนเด็กๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความผิดไม่มี แต่เดี๋ยวนี้มันมีเรื่องของจริยธรรม ที่มันกว้างใหญ่กว่าทะเล ฉะนั้น ก็ต้องไปดูว่าเขาตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งตัวผมก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่กระทรวงแล้ว เป็นสิบปี แต่เดี๋ยวนี้จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ก็มีเรื่องจริยธรรม ต้องไปไกลมาก ต้องไปดูว่าผู้ที่ตรวจสอบเขาจะพิจารณาอย่างไร และข่าวที่ออกมาตอนนี้ก็เป็นข่าวลือ”

ทางด้านคำถามว่าเรื่อง 30 ปีที่แล้วจะสุ่มเสี่ยงจนทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่ นายสันติ ตอบว่า “ก็ไม่รู้ไง ครั้งที่แล้วผมก็เป็น รมช.สาธารณสุข ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงก่อนหน้านั้น ก็ รมช.คลัง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นมาแล้ว”

เมื่อถามย้ำว่ามีปัญหาเรื่องของการศึกษาใช่หรือไม่ นายสันติ เผยว่า เป็นเรื่องของการศึกษาสมัยก่อน แต่ที่จริงเราก็ไม่ได้ผิดอะไร เดี๋ยวให้เขาส่งกลับมาก่อน ค่อยเล่าให้ฟัง มันไม่ยากหรอก เพราะเราไม่เคยทำอะไรผิดอยู่แล้ว ส่วนคำถามว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่าน มีแผนรองรับอย่างไรบ้าง นายสันติ ระบุว่า ถ้าไม่ผ่านก็ไปช่วยเขา ไม่มีอะไร

ขณะที่ประเด็นคำถามจะส่ง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย มานั่งรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายสันติ บอกว่า ลูกชายตนก็อายุ 40 กว่าแล้ว จบจากต่างประเทศ จบมาเยอะแยะ ทำงานมามากมาย เขาเก่งกว่าตนอีก ประสบการณ์การเมืองเขาก็ทำได้ ไม่มีอะไร

เมื่อถามย้ำว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่านจะผลักดันลูกชายมาทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ยังไม่รู้ อย่าเพิ่งไปคิดเลย ให้การตรวจสอบคุณสมบัติออกมาก่อน ผู้สื่อข่าวถามต่อแสดงว่าได้ส่งประวัติของนายพัฒนา ให้ตรวจสอบด้วยใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า เขาก็อยากจะมาฝึกอยู่แล้ว อาจจะมาเป็นที่ปรึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเขาก็ต้องเช็กประวัติตัวเองก่อน.

“สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

จากกรณีที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องชื่อของตนเองหลุดออกจากโผ“ครม.อนุทิน” นั้น ได้สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่ายถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ความเป็นไปได้ของข่าวลือ “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน”

ถึงแม้ว่านายสันติจะออกมากล่าวว่าเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวถึงประเด็นเรื่องคุณสมบัติที่อาจมีปัญหาจากเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงเรื่องจริยธรรมที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ การที่นายสันติเปิดเผยว่าได้มีการส่งประวัติของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย ไปให้ตรวจสอบด้วยนั้น ยิ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า อาจมีการเตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่นายสันติไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจริง

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ การที่นายสันติยอมรับว่าเรื่องคุณสมบัติอาจมีปัญหาจากเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงเรื่องจริยธรรมที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีผลต่อการตัดสินใจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หรือไม่

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่นายสันติออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะกั๊กๆ ทำให้สถานการณ์มีความคลุมเครือมากยิ่งขึ้น จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร

หากมองในภาพรวม การที่เกิดข่าวลือเรื่อง “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนทางการเมือง การพิจารณาคุณสมบัติและจริยธรรมของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศมีความเหมาะสมและสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรทำคือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างถูกต้องและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งใครเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ที่มา – “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

“ไผ่ ลิกค์” แจงคดี มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

“ไผ่ ลิกค์” เผย ฝ่ายกฎหมายยื่นกฤษฎีกาตีความตรวจคุณสมบัติ หลัง สลค. ตรวจคุณสมบัติละเอียดยิบ แจงมีแค่คดีทะเลาะวิวาทช่วยแม่ 20 ปีที่แล้ว ยันไม่ท้อ มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้เป็นรัฐมนตรี

วันที่ 10 กันยายน 2568 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่า คุณสมบัติของตนเองจะผ่านหรือไม่ผ่านตอนนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ตนเองเห็นแย้ง ซึ่งได้ขอให้กฤษฎีกาตีความ เนื่องจากกรณีนี้ตนเองถูกตรวจสอบหลายรอบแล้วแต่ก็ยังติดเงื่อนไขอยู่

นายไผ่ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า คดีที่ตนเองติดนั้นเป็นคดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาท เหตุจากคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ และมารดาถูกผลักจึงเข้าไปช่วย ซึ่งคดีดังกล่าวก็ให้รอลงอาญาในคดีทะเลาะวิวาท ส่วนตัวมองว่าถ้ายึดเอาความผิดนี้มาเป็นบรรทัดฐานก็ไม่ยุติธรรมสำหรับการเป็นรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่ความผิดร้ายแรงฆ่าคนตาย

ส่วนที่ยื่นคุณสมบัติให้กฤษฎีกาตรวจสอบและตีความไม่ได้ทำเพื่อตนเอง แต่อยากเปิดทางให้คนอื่นที่มีคดีไม่ใหญ่แต่ต้องได้รับการพิจารณาในการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้กังวลจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ปัจจุบันเป็น สส. ยังช่วยเหลือประชาชนได้ เพียงแต่รู้สึกว่ากรอกคุณสมบัติรัฐมนตรีหลายครั้ง ก็หลุดทุกครั้ง ทั้งที่ไม่ได้มีการกระทำที่จะทำให้มีความผิดถึงขั้นผิดจริยธรรม และมั่นใจว่าคดีที่ตนเองโดนจะไม่ถูกนำมาโยงเกี่ยวกับจริยธรรม

ขณะเดียวกัน นายไผ่ ยังบอกอีกว่า แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ท้อและไม่ได้เสียใจ เข้าใจว่าคนกำแพงเพชรอยากจะมีรัฐมนตรีของจังหวัดตัวเองเพื่อไปพัฒนา แต่ยืนยันว่าความตั้งใจในการทำงาน สส. จะไม่หมดแน่นอน ส่วนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มั่นใจ 100% ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสัดส่วนรัฐมนตรีของในพรรคกล้าธรรมไม่ได้มีปัญหาลงตัวหมดแล้ว

ในช่วงท้าย นายไผ่ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้มีว่าที่รัฐมนตรี 10 คน ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติซึ่งต้องลุ้นว่าจะผ่านครบทุกคนหรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดนี้อาจจะต้องล่าช้าออกไป

“ไผ่ ลิกค์” แจงคดี 20 ปีที่แล้ว มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

จากกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตีความทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีความในอดีตของตัวนายไผ่เอง โดยนายไผ่ยืนยันว่า “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ดังกล่าวเป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาทเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเกิดจากการเข้าไปช่วยเหลือมารดาที่ถูกบุกรุกพื้นที่

ทำไม “ไผ่ ลิกค์” ถึงมั่นใจว่า “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

นอกจากประเด็นเรื่องคดีความของตนเองแล้ว นายไผ่ยังได้แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างแน่นอน โดยเหตุผลที่ “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ของตนเอง ก็เพื่อต้องการเปิดทางให้บุคคลอื่น ๆ ที่มีคดีความไม่ร้ายแรงได้มีโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีได้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันบุคคลที่เหมาะสมเข้าสู่ตำแหน่งบริหารประเทศ

ทั้งนี้ นายไผ่ยังกล่าวถึงภาพรวมของการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคกล้าธรรมว่าลงตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าร่วมรัฐบาลชุดใหม่

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เนื่องจากยังมีว่าที่รัฐมนตรีอีกหลายท่านที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งต้องรอลุ้นผลว่าจะผ่านการตรวจสอบครบทุกคนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ความของตนเองและความมั่นใจในตัว ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง

แม้ว่าการเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดใหม่อาจต้องล่าช้าออกไปบ้าง แต่ความมุ่งมั่นและความตั้งใจของนักการเมืองแต่ละท่านที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศชาติก็ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี 20 ปีที่แล้ว ทะเลาะวิวาทช่วยแม่ มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

Scroll to top