ค่าเอฟที

รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม

รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมบิลค่าไฟแต่ละเดือนถึงดูแพงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจไม่ได้มาจากแค่โรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่มันมีรากเหง้าไปถึงการบริหารจัดการทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม ซึ่งเป็นหัวข้อที่หลายคนกำลังจับตามองในขณะนี้

รศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า มาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มีข้อจำกัดในการต่ออายุสัมปทาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซ หากกระบวนการตัดสินใจล่าช้าเกินไป อาจทำให้กำลังผลิตในประเทศสะดุดลง

ผลกระทบที่ซ่อนอยู่: ทำไม รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม

ปัญหาสำคัญคือเมื่อกฎหมายขาดความยืดหยุ่น รัฐก็ไม่สามารถบริหารจัดการแต่ละแหล่งก๊าซได้อย่างเหมาะสมตามความเป็นจริง ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ช่องว่างการผลิต ซึ่งเมื่อก๊าซในประเทศลดลง ไทยจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำเข้าก๊าซ LNG เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง

ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่า Ft เท่านั้น แต่ยังกระทบต่อ:

  • ต้นทุนการผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรม
  • ค่าขนส่งและบริการต่างๆ ที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน
  • ค่าครองชีพของประชาชนโดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม นั้น ต้องการสื่อว่ากฎหมายควรปรับให้ทันสมัยขึ้น โดยการพิจารณาตัดสินใจควรยึดหลัก 3 มิติ ได้แก่:

  1. มิติด้านกฎหมาย: อำนาจและกระบวนการจัดการที่โปร่งใส
  2. มิติด้านวิศวกรรม: ศักยภาพที่แท้จริงของแหล่งปิโตรเลียม
  3. มิติด้านเศรษฐศาสตร์: ประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจะได้รับ

การแก้ไขกฎหมายไม่ควรเป็นการเอื้อประโยชน์ให้รายใดรายหนึ่ง แต่เป็นการหาทางเลือกที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทยได้มากที่สุด เพื่อให้ก๊าซธรรมชาติในประเทศถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนที่จะต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่ควบคุมได้ยาก

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลและหลักเกณฑ์ให้ประชาชนตรวจสอบได้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน เพราะพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนในทุกมิติครับ

ที่มา – รศ.ดร.ปิติ ชี้ มาตรา 26 ไม่ได้ทำค่าไฟแพงโดยตรง แต่เสี่ยงก๊าซไทยสะดุด พึ่งนำเข้าเพิ่ม

เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท บ้านอยู่อาศัย

สวัสดีครับชาวบ้านทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีสุดๆ มาบอกกันเลย รัฐบาลเคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับบ้านอยู่อาศัยแล้วนะครับ ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟให้ครอบครัวไทยกว่า 20 ล้านหลัง ซึ่งคิดเป็น 90% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเลยทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะได้จ่ายถูกลงแบบชัดเจน มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นี้เอง เป็นส่วนหนึ่งของ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” เพื่อรับมือราคาพลังงานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความต้องการสูง

สถานการณ์ตอนนี้ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง ส่งผลกระทบต้นทุนผลิตไฟฟ้าในไทย รัฐบาลจึงออกมาตรการเร่งด่วนหลายด้าน ไม่ใช่แค่ตรึงค่าไฟ แต่ยังส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทางเลือกด้วย เช่น โซลาร์รูฟท็อปที่กำลังมาแรง ช่วยให้ผลิตไฟใช้เอง ลดค่าไฟระยะยาวได้จริง

เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

มาตรการหลักที่ทุกคนรอคอยคือ เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยจะปรับอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ครับ กลุ่มเป้าหมายคือบ้านพักอาศัยกว่า 20 ล้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไฟไม่เกินระดับนี้ จ่ายค่าไฟจะถูกลงทันที ใครใช้เกิน 200 หน่วยก็ไม่ต้องกังวล รัฐบาลบอกว่าจะมีมาตรการต่อเนื่อง แนะนำให้ติดตามประกาศเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงาน เช่น:

  • ส่งเสริมการผลิตไฟจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชนและหน่วยงานรัฐแบบ ESCO Model
  • ปรับระบบรับซื้อไฟฟ้าใหม่ จาก Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ที่เหมาะสมกว่า
  • ลดการใช้พลังงานภาครัฐลง 20% และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหาร

รัฐส่งเสริมโซลาร์รูฟ ลดค่าไฟยั่งยืน

หนึ่งในไฮไลต์คือการผลักดันโซลาร์รูฟหรือแผงโซลาร์เซลล์ติดหลังคาบ้านครับ รัฐมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟเสียอีก และรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้คืนด้วย ประชาชนผลิตไฟใช้เอง ลดการพึ่งพากฟผ. แถมยังเป็นพลังงานสะอาด ช่วยลดคาร์บอน ลดโลกร้อน พรุ่งนี้ (29 เมษายน 2569) คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติจะประชุมเดินหน้าต่อ

มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพยังรวมถึง:

  • เปลี่ยนไฟสาธารณะเป็น LED และไฟถนนโซลาร์เซลล์ พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงาน
  • ผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งสถานีชาร์จสาธารณะและสลับแบต
  • พลังงานชีวภาพจากของเสียเกษตร ทำเชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพ

ประโยชน์ที่ได้มหาศาลครับ ไม่ใช่แค่ลดค่าไฟชั่วคราว แต่สร้างระบบพลังงานยั่งยืน ลดนำเข้าพลังงาน ช่วยเศรษฐกิจชาติ ประหยัดทรัพยากรระยะยาว บ้านไหนสนใจโซลาร์รูฟ ลองคำนวณดู ติดตั้งครั้งเดียว ใช้ฟรี 20-25 ปี คืนทุนไว 3-5 ปี แถมค่าไฟลดลง 50-70% เลยนะ

สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเยอะ แนะนำตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า ลดการปล่อยทิ้ง เปลี่ยนเครื่องใช้ประหยัดพลังงาน 5 ดาว เช่น ตู้เย็น แอร์ LED และพิจารณาโซลาร์รูฟตั้งแต่เนิ่นๆ รัฐบาลเข้าใจปัญหา จะมีมาตรการช่วยเพิ่มแน่นอน

สรุปแล้ว มาตรการนี้คือโอกาสทองสำหรับทุกบ้าน ลดค่าไฟวันนี้ สร้างอนาคต xanh พรุ่งนี้ คุณลองเริ่มจากติดตามข่าวและวางแผนติดตั้งโซลาร์รูฟดูไหม? ประหยัดจริง ลองเลย!

ที่มา – เคาะตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท สำหรับบ้านอยู่อาศัย รัฐส่งเสริมโซลาร์รูฟ

ข่าวดี! เคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่

ข่าวดีรับปีใหม่! เตรียมเฮรับของขวัญจากภาครัฐเมื่อ กกพ. เคาะค่าไฟงวด ม.ค.-เม.ย. 2569 เหลือเพียง 3.88 บาทต่อหน่วย ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

เคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่ จริงหรือ

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งที่ 44/2568 (ครั้งที่ 986) วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) ประจำเดือน มกราคม – เมษายน 2569 ตามข้อเสนอของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยละ 3.94 บาท เพื่อให้มีเงินคืนค่าภาระต้นทุนคงค้าง (ค่า AF) ให้กับ กฟผ. 6,141 ล้านบาท

แต่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้ปรับปรุงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติลดลง ด้วยเหตุนี้ กฟผ. จึงเสนอขอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นหน่วยละ 3.88 บาท เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน นับเป็นข่าวดีเรื่องเคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่ที่น่าจับตามอง

“กกพ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายถึง กฟผ. เป็นผู้เสนออัตราค่าบริการให้ กกพ. พิจารณา ดังนั้น กกพ. จึงพิจารณาตามข้อเสนอใหม่ของ กฟผ. ที่คำนวณค่า Ft ตามราคาก๊าซธรรมชาติที่ ปตท. คาดว่าจะลดลงจากการที่ราคา LNG ปรับจาก 12.5 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู ลงมาเหลือ 11.6 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู เป็นผลให้อัตราค่าไฟฟ้าที่ กฟผ. เสนอมาในครั้งแรกหน่วยละ 3.94 บาท ปรับลดเหลือหน่วยละ 3.88 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยคิดเป็นค่า Ft สำหรับเรียกเก็บในงวดประจำเดือน มกราคม – เมษายน 2569 ลดลงจากเดิม 15.72 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 9.72 สตางค์ต่อหน่วย” ดร.พูลพัฒน์ กล่าวถึงที่มาของการเคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่

ทำไมถึงเคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่ ได้?

ปัจจัยหลักที่ทำให้มีการปรับลดค่าไฟฟ้าในครั้งนี้ มาจากการที่ ปตท. ปรับปรุงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย กฟผ. จึงเสนอขอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานที่ถูกลง

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาค่าไฟฟ้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและวิชาการ โดยคำนึงถึงวินัยทางการเงินควบคู่ไปด้วย กกพ. อาศัยข้อมูลประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงล่าสุดจาก กฟผ. และ ปตท. รวมถึงข้อเสนอการปรับลดภาระค่า AF ประกอบการพิจารณา เพื่อให้การกำกับดูแลรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพและความมั่นคงระบบไฟฟ้า และภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน กกพ. จะติดตามสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงและภาระต้นทุนคงค้างของ กฟผ. อย่างใกล้ชิดต่อไป

การปรับลดค่าไฟฟ้าครั้งนี้ ถือเป็นเคาะค่าไฟ 3.88 บาท ของขวัญปีใหม่ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังคงมีความผันผวน การมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลง จะช่วยให้ประชาชนมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในด้านอื่นๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ การปรับลดค่าไฟฟ้ายังส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ลดลงจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การปรับลดค่าไฟฟ้าเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น การแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานในระยะยาว และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ อัตราค่าไฟฟ้า 3.88 บาทต่อหน่วย จะมีผลบังคับใช้สำหรับงวดเดือนมกราคม – เมษายน 2569 นี้เท่านั้น หลังจากนั้น กกพ. จะพิจารณาปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าอีกครั้งตามสถานการณ์ราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่มา – แจกของขวัญปีใหม่ เคาะค่าไฟเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย งวด ม.ค.-เม.ย. 2569

Scroll to top