งบประมาณช่วยเหลือ

รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อทางภาครัฐออกมาประกาศว่า รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะถูกส่งต่อไปยังผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริงและเป็นธรรมที่สุด

รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

การปรับปรุงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การคัดกรอง “คนจนจริง” เพื่อให้งบประมาณถูกใช้ไปอย่างตรงจุดที่สุด โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ได้ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลที่ไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 5 ปี ทำให้เราสามารถดึงผู้ที่ตกหล่นและเดือดร้อนจริง ๆ เข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านคนเลยทีเดียว

ทำไมต้องมีการอุทธรณ์และทบทวนสิทธิ?

ปัญหาที่พบบ่อยคือการที่ประชาชนหลายคนไม่ได้รับสิทธิทั้งที่ตนเองเข้าเกณฑ์ หรือกรณีการถูกแอบอ้างข้อมูลเพื่อนำไปรับสิทธิ ดังนั้นการที่ รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการอุทธรณ์มีความสะดวกและโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ ทางรัฐยังมีการดำเนินการในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • เพิ่มช่องทาง One Stop Service: จัดตั้งศูนย์ประสานงานที่ทุกที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้คุณสามารถไปยืนยันตัวตนหรือสอบถามข้อมูลได้โดยตรง
  • ปรับปรุงหลักเกณฑ์รถยนต์เก่า: มีการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมเพื่อปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับความเป็นจริงมากขึ้น
  • จัดการผู้ทุจริต: ใครที่แอบอ้างหรือนำข้อมูลบุคคลอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

นอกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว รัฐบาลยังย้ำว่าประชาชนยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการด้านอื่น ๆ ได้อีกกว่า 72 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยความพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง

บทสรุปในเรื่องนี้คือความพยายามของภาครัฐที่ต้องการปรับปรุงกลไกให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน หากใครที่มีปัญหาเรื่องสิทธิ อย่าลืมรีบไปติดต่อที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านเพื่อรักษาสิทธิของตนเองนะครับ รัฐบาลพร้อมรับฟังและแก้ไขปัญหาเพื่อให้มั่นใจว่าคนจนตัวจริงจะได้รับสวัสดิการอย่างครบถ้วนแน่นอน

ที่มา – รัฐบาลรับฟังทุกเสียงของประชาชน เตรียมขยายเวลาอุทธรณ์-ทบทวนสิทธิบัตรคนจน ไม่ปล่อยคนจนจริงตกหล่น

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

กลายเป็นข่าวที่พี่น้องชาวสงขลาต่างจับตามอง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อติดตามแผนบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยภารกิจสำคัญที่สุดในครั้งนี้คือ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยอุทกภัยร้ายแรงที่เคยสร้างความเสียหายให้กับเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้

นายอนุทินย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการเตรียมความพร้อมรับมือมรสุม โดยได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน และกรมทางหลวงเข้ามาบูรณาการร่วมกัน และเมื่อได้มีโอกาสลงพื้นที่จริงในการภารกิจ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ ท่านได้กำชับให้ทุกฝ่ายทำงานแข่งกับเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

เสียงสะท้อนจากพื้นที่และความมุ่งมั่นของรัฐบาล

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนที่วัดท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายอนุทินยอมรับว่าตนเองและคณะมาด้วยความรู้สึกที่ตระหนักถึงความคาดหวังของชาวบ้าน และพร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลเร่งดำเนินการในขณะนี้ ได้แก่:

  • เร่งซ่อมแซมคันคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
  • จัดสรรงบกลางเพื่อฟื้นฟูถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากอุทกภัย
  • วางแผนระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันปัญหาน้ำหลากพัดถล่มซ้ำสอง
  • ประเมินผลโครงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวติดตลกแบบเป็นกันเองกับชาวบ้านว่า หากทำสำเร็จรอบนี้ก็หวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าชาวสงขลาจะเทคะแนนเสียงให้พรรคของท่านแบบยกจังหวัด งานนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนว่ารัฐบาลจะลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมเยียนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ท่านยังได้สอบถามถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม

ในมุมมองของเรา การที่นายกฯ ลงพื้นที่ด้วยตัวเองและกล้าประกาศกร้าวถึงการวางแผนเตรียมรับมือให้ทันก่อนสิ้นปี 2569 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ความสำเร็จที่แท้จริงจะอยู่ที่การปฏิบัติงานจริงในระดับพื้นที่ว่าการซ่อมแซมคันคลองจะทำเสร็จตามกำหนดการหรือไม่ หากทำได้จริงก็จะถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและปกป้องเศรษฐกิจของหาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

รัฐบาลชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาท

รัฐบาลยืนยันชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาท เท่ากันทั้ง 8 จังหวัด โดยไม่ต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติม เร่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเบิกจ่ายเงินเยียวยา หลังพบการเบิกจ่ายล่าช้า

รัฐบาลชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาท เท่ากันทั้ง 8 จังหวัด

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุม ศป.กฉ. ครั้งที่ 8/2568 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยทั้ง 8 จังหวัด ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

นายภราดรแจ้งข่าวดีว่า รัฐบาลจะดำเนินการชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาท ให้เหมือนกับในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สอบถามย้ำว่า ค่าปลงศพรายละ 2 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายภราดรยืนยันว่าเป็นความจริง ทำให้ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวขอบคุณ เนื่องจากมีคำถามจากชาวบ้านจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยา

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ นายภราดรสอบถามถึงความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ซึ่งเบิกจ่ายไปเพียง 7,000 ครัวเรือน หรือไม่ถึง 10% ผู้ว่าฯ นราธิวาสชี้แจงว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ป.จ.) ในเรื่องนี้

นายภราดรเน้นย้ำให้ท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด เร่งประชุมเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินช่วยเหลือ หากเอกสารครบถ้วนและยืนยันตัวตนได้ ให้ดำเนินการอนุมัติทันที

“ต้องแจ้งอำเภอด้วย ให้ประชุมระดับอำเภอทุกวันเหมือนกัน และฝากเร่งรัดท้องถิ่น เพราะตัวเลขนี้ต่ำกว่าจังหวัดอื่น ยังไม่ถึง 10% หลายวันแล้ว และขอให้เร่งรัด เพราะหน่วยจ่ายพร้อมที่จะจ่ายอยู่แล้ว เงินมีแล้ว ครม. อนุมัติแล้ว เหลือรอจากข้างล่างแจ้งมา ขอให้ตั้งเป้าหมาย” นายภราดรกล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสตอบว่าจะเร่งรัดให้อำเภอและองค์กรปกครองท้องถิ่นทำประชาคม นายภราดรชี้แจงว่า รัฐบาลได้ยกเว้นการทำประชาคมก่อน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมา นายภราดรให้สัมภาษณ์ถึงการอนุมัติค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาท ว่าเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่

“นอกเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะได้ค่าปลงศพเท่ากับในจังหวัดสงขลาหรือไม่ ซึ่งนายกฯ เห็นว่าเมื่อเป็นภัยเดียวกัน คือเป็นปัญหาอุทกภัย และเป็นความผิดปกติเช่นเดียวกัน จึงได้สั่งการให้ตนไปประสานงานกับกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ ซึ่งในส่วนนี้จะชดเชยเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตเท่ากัน ทั้ง 8 จังหวัด” นายภราดรกล่าว

ในส่วนของขั้นตอนต่อไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเสนอเรื่องไปยังสำนักงบประมาณ และกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้งบประมาณจากกองทุนสำนักนายกฯ 1 ล้านบาท และงบกลาง 1 ล้านบาท รวมเป็น 2 ล้านบาท

สำหรับงบประมาณที่เพิ่มเติม คาดว่าจะใช้ประมาณ 40 กว่ารายของ 7 จังหวัด ไม่รวม 142 รายของจังหวัดสงขลา ที่อนุมัติไปแล้ว

การตัดสินใจของรัฐบาลครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเต็มที่ และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต

ที่มา – “ภราดร” เผยรัฐบาลชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้าน เท่ากันทั้ง 8 จังหวัด

“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เพิ่มเยียวยา คนละครึ่งพลัส

นายกฯ ลงพื้นที่ จ.พิจิตร ติดตามช่วยเหลือประชาชน ประสบภัย น้ำท่วม ยันรัฐบาลไม่เพิกเฉย เล็งหาทางเพิ่มเงินเยียวยาน้ำท่วมเกิน 30 วัน ย้ำอย่าลืมลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” กลางเดือนนี้ ชี้เป็น สส. ต้องไม่ทิ้งประชาชน

วันที่ 10 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เขตพญาไท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางตอนบน จ.พิจิตร จ.ชัยนาท และจ.สิงห์บุรี รวมถึงมอบถุงยังชีพ

โดยเวลา 13.20 น. นายกฯและคณะ ลงพื้นที่จุดแรกที่จ.พิจิตร ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน อ.ตะพานหิน เนื่องจากพื้นที่โรงพยาบาลได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมแต่ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จากนั้น เวลา 14.00 น. นายกฯและคณะเดินทางถึงโรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยมีนายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และสส.จากพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 2 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 ร่วมให้การต้อนรับ

เล็งหาทางช่วยพื้นที่น้ำท่วมนานเกิน 30 วัน

โดยนายกฯ กล่าวพบปะประชาชนว่า ตนมาให้กำลังใจ และตั้งใจที่จะมาพบปะพวกท่าน รับทราบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและสส.พิจิตร ว่าน้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว ขอให้พวกเราอดทนอีกนิดจะปลายฝนแล้ว สถานการณ์น่าจะดีขึ้นรัฐบาลจะไม่เพิกเฉยละเลย ภายในสัปดาห์หน้า เราจะอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม แต่รัฐบาลก็จะเร่งช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนก่อน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งดูสภาพน้ำแล้ว 50,000 ยังไม่คุ้มเลย แต่รัฐบาลจะพยายามหาวิธีช่วย สำหรับตนหากเลย 30 วันยังได้ 9,000 บาท ไม่เพียงพอจึงมอบให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลงบประมาณ หาวิธีช่วยเหลือประชาชนให้มากกว่านี้ได้อย่างไรบ้าง เพราะเป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่สามารถระบายน้ำให้ประชาชนได้ทัน ทำให้เดือดร้อน สำหรับกรณี อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พี่น้องไม่ต้องไปพิสูจน์อะไร ไปลงทะเบียนเอาชื่อไปไว้ที่อำเภอ ถ้าใครไม่ได้เงิน ผู้ว่าฯ จะเดือดร้อน ทุกคนต้องลงทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วเงินมาที่ ปภ. เงินจะเข้าบัญชีทุกคน

เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่ง

นายกฯ กล่าวว่า อย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย น่าจะกลางเดือนตุลาคมพี่น้องไปลงทะเบียนวันละ 200 บาท ประชาชนใส่ 200 บาท รัฐบาลใส่ 200 บาท เอาไปจับจ่ายใช้สอย ต้องขอร้องให้ประชาชนไปจับจ่ายใช้สอย แล้วรัฐบาลถึงจะเติมอีกครึ่งให้ ไม่ใช่เงินหยอดกระปุก ไม่ใช่เงินเยียวยา แต่เป็นเงินช่วยเหลือเป็นเวลา 2 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้ ก็หวังว่าจะได้เอาไปใช้ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน เราก็ไปอุดหนุนคนขายของ เขาก็ไปซื้อของต่อเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ทั่วประเทศก็จะมีเงินหมุนเวียน 1 แสนล้านบาท ช่วยให้รายได้ดีขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ แต่กลางเดือนนี้ พี่น้องไปลงทะเบียนได้แล้ว

บอกผู้ว่าฯ เอาใจประชาชน เท่ากับเอาใจนายกฯ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ต่อไปก็มีเงินช่วยเหลือให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่บัตรคนจน ที่จะใส่เงินเดือนละ 300 บาท แถมไป 1,700 บาท เป็น 2 พันบาท ทั้งหมดอนุมัติงบประมาณหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องน้ำท่วม แต่การจับจ่ายใช้สอยจะมีเม็ดเงิน ให้ประชาชนนำมาซื้อข้าวซื้อของในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ฝากพี่น้องอสม. ซึ่งตนก็เป็นอสม.บุรีรัมย์ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือ อสม.ดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ตนมาอยู่นี้แล้ววิญญาณ อสม.เข้าสิง เราเชื่อว่าผู้ว่าฯ เอาใจใส่พี่น้องประชาชนได้ และเท่ากับเอาใจนายกฯ เอาใจมท.1 ด้วย คือต้องไม่ให้พ่อแม่พี่น้องลำบาก หามาตรการ กลไก หาวิธี ทำให้ชื่อพี่น้องทุกคนไปปรากฏที่ อธิบดี ปภ.ให้ได้ แล้วสัปดาห์หน้ากดปุ่ม เงินเข้า 9,000 บาททันที เราจะให้ไม่ต้องรอเงินเยียวยานาน

จากนั้น นายอนุทิน ได้แนะนำ 3 สส.พิจิตร พรรคภท.พร้อมกล่าวว่า ยังไงก็ผูกพันคนพิจิตร เรามีสส.3 คนใช่ไหม ให้พรรคภท.หมดใช่ไหม วันนี้หัวหน้าพรรคภท.มาเป็นนายกฯ แล้ว จะไม่มาตอบแทนพี่น้องพิจิตรได้ไหม ก็ไม่ได้ ถูกต้องแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณ อันนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ตอนนี้ทุกคนต้องระดมมาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้วพอทราบว่าจะมีการลงพื้นที่ของ 2 รัฐมนตรีคือนายศักดาและนายวรโชติ ถ้าสัปดาห์หน้าพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับการช่วยเหลือเอาให้เละ ตอนนี้ทั้ง 2 รัฐมนตรี ลงมาพื้นที่ก็สบายใจ ซึ่งเป็นสส.ด้วย ดังนั้น จิตวิญญาณที่มีความห่วงใยที่ต้องการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องมีมากกว่าความเป็นรัฐมนตรี

“ผมจะบอกให้ว่าการเป็นรัฐมนตรีกับเป็นสส. และเป็นนายกฯ ซึ่งมันดีทั้งหมด แต่ถ้าคนที่ทำการเมือง คนที่ถูกเลือกให้เป็นสส.และวันหนึ่งคุณเลือกได้อย่างเดียว มีอยู่ 3 ตำแหน่ง แต่คุณเลือกได้อย่างเดียว ระหว่างรัฐมนตรี นายกฯ และสส. รับรองร้อยทั้งร้อย ขอเป็นสส. ขอให้เชื่อมั่น นี่คือความสำคัญ ที่พี่น้องเลือกพวกผมเข้ามา ผมถึงไม่ลาออกจากสส. เพราะเป็นสส.ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง และผมดันเลือกสส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ต้องช่วยเหลือทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นพวกเราขอให้มีความมั่นใจว่าความเป็น สส. มันทิ้งพ่อแม่พี่น้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ หลังวันพฤหัสบดีที่มีการประชุมสภา ต้องเร่งกลับบ้านไปเจอกับพี่น้องประชาชนที่เลือก พี่น้องไม่มีวันถูกทอดทิ้งแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เราจะมีแผนการฟื้นฟูปรับระบบระบายน้ำ ทำถนน สร้างคันกั้นน้ำ ทำโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น ไม่ต้องเจอเหตุการณ์ซ้ำๆซากๆแบบนี้อีก น้ำต้องหาวิธีระบาย อย่างที่บึงสีไฟทำอย่างไรให้ผันน้ำลงสู่เจ้าพระยา ลงไปลงอ่าวไทยเร็วที่สุด โดยไม่ให้ท่วมจังหวัดที่ไหลผ่าน

ขอประชาชนให้อภัย เร่งเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ตรงนี้ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องให้อภัยพวกผมด้วย ซึ่งเราไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่หาวิธีหาหนทางต่างๆ ที่จะมาเยียวยาความเดือดร้อนของท่านทั้งหลายให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด ต้องขอให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกท่าน ฝ่ายข้าราชการ ทั้งฝ่ายปกครองตำรวจทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครทั้งหลาย ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนของเรา ไม่ให้ประสบอันตรายเป็นอย่างดี วันนี้มาพบปะกับท่านก็จะไปเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ ให้พี่น้องโดยเร็ว อย่าลืมเร่งลงทะเบียนให้เรียบร้อย พร้อมกับลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย เพราะจะเกิดขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่าย ขอฝากผู้ว่าฯ ย้ำอีกครั้ง ประชาชนรอนานไม่ได้ ต้องเร่งดำเนินการให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด และขอทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง พ้นทุกข์พ้นโศกโดยเร็ว และขอให้ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา มีจิตใจที่ดี พวกเรานำสิ่งเล็กน้อยมาให้เทียบไม่ได้กับความเสียหาย แต่เราจะทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

จากนั้น นายกฯ เดินพบปะประชาชน พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึก โดยมีประชาชนเข้าสวมกอดด้วยความดีใจที่ได้เจอนายกฯด้วย ก่อนนายกฯ และเดินทางต่อมายังจ.ชัยนาทเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำ และแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเยียวยา หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรและเน้นย้ำการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการที่หวังจะบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาดีขึ้นโดยเร็วที่สุด

ที่มา – “อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เล็งเพิ่มเงินเยียวยา เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

Scroll to top