งบประมาณ 2569

สภาฯ ถกงบประมาณ 2569: ฝ่ายค้านจวกยับ!

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา งบประมาณ 2569 วาระ 2 เป็นไปอย่างเข้มข้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรร งบประมาณ 2569 ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมองว่าโครงการต่างๆ มีความซ้ำซ้อนและไม่ตรงจุด

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้มีการประชุมพิเศษเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 ซึ่งมีวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม

ก่อนเริ่มการอภิปราย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้แจ้งให้ทราบถึงพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 จากนั้นจึงเริ่มการอภิปรายงบประมาณ 2569

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ได้ชี้แจงว่า กรรมาธิการฯ ได้ปรับลดงบประมาณลง 8,920 ล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ความคุ้มค่า และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ จากนั้นได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปปรับเพิ่มให้กับหน่วยงานต่างๆ อาทิ งบกลาง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการปรับลดและเพิ่มงบประมาณนั้น กรรมาธิการฯ ได้ให้ความสำคัญกับความพร้อม ศักยภาพของหน่วยงาน และภารกิจในการสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงผลประโยชน์ของประชาชน โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สภาฯ ถกงบประมาณ 2569

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายในมาตรา 4 เกี่ยวกับวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2569 จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท โดยเสนอให้ตัดลดงบประมาณปี 2569 เพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดการณ์ว่า GDP ในปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.9% เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ลดลง โดยคาดว่าจะมีการจัดเก็บรายได้พลาดเป้าไปเกือบ 6.4 หมื่นล้านบาท ทั้งจากภาษีสรรพสามิตและภาษีสรรพากร นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับภาวะความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลก แต่การจัดทำงบประมาณกลับไม่ได้เตรียมการรองรับ ทำให้ไม่มีงบประมาณสำหรับการพยุงหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่ใกล้จะชนเพดาน โดยคาดว่า ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 หนี้สาธารณะจะสูงถึง 66% และในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 69% ซึ่งใกล้เคียงกับเพดานที่ 70% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประหยัดงบประมาณรายจ่ายในปี 2569 แต่การที่กรรมาธิการฯ ปรับลดงบประมาณได้เพียง 8.9 พันล้านบาทนั้น เหมือนกับว่าไม่ได้ตระหนักถึงวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังรออยู่ข้างหน้า การจัดทำงบประมาณในลักษณะนี้ไม่สามารถตอบโจทย์สงครามการค้าได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณลงเพื่อประหยัดไว้ใช้ในยามที่เกิดวิกฤติจริงๆ

ความซ้ำซ้อนของงบประมาณ 2569

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความซ้ำซ้อนในการจัดทำงบประมาณ 2569 ใน 3 ด้าน ได้แก่:

  1. แยกกันทำ: มีโครงการที่คาบเกี่ยวกับภารกิจของหลายหน่วยงาน แต่หน่วยงานต่างๆ เลือกที่จะต่างคนต่างทำมากกว่าที่จะร่วมมือกัน
  2. แย่งกันทำ: มีความซ้ำซ้อนในภารกิจของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน
  3. ย้ายออกไปทำ: หลายหน่วยงานถูกตั้งขึ้นมาด้วยภารกิจที่เสี่ยงต่อการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว หากมีการศึกษาและพิจารณาควบรวมหน่วยงานอย่างจริงจัง จะทำให้โครงการมีความสะเปะสะปะน้อยลง

นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากยังไม่สามารถลดความซับซ้อนในการจัดทำงบประมาณที่แทรกซึมอยู่ในทุกหน่วยราชการได้ ก็จะไม่เหลืองบประมาณเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาของประชาชน

น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงงบประมาณสำหรับอาสาสมัครของแต่ละกระทรวง ซึ่งหลายพรรคการเมืองพยายามที่จะใช้เครือข่ายอาสาสมัครต่างๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง โดยกล่าวว่าประชาชนไม่ได้โง่และสามารถมองออกว่านักการเมืองใช้เครื่องมือเหล่านี้ทำอะไร การที่ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) สามารถปฏิบัติภารกิจบางอย่างจนสำเร็จลุล่วงได้ ทำให้กระทรวงอื่นๆ ทำตาม เช่น อาสาสมัครของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ อาสาสมัครของกระทรวงดิจิทัล อาสาสมัครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีอยู่เกือบทุกกรม

น.ส.รักชนก เสนอว่า รัฐบาลควรรวบรวมอาสาสมัครทั้งหมดมาไว้ด้วยกันและจัดสรรงบประมาณให้เพียงกระทรวงเดียว หากทุกกระทรวงมีอาสาสมัครทั้งหมด จะเป็นภาระงบประมาณที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากในหลายพื้นที่ อสม. ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครในทุกด้าน เช่น อาสาสมัครพัฒนาสังคม อาสาสมัครดิจิทัล อาสาสมัครเกษตร ซึ่งคนๆ เดียวดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่ง ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซ้อนและถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงในการปฏิบัติการบางอย่าง น.ส.รักชนก ไม่เห็นด้วยกับการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบางพรรคการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนั้นๆ และมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

การพิจารณางบประมาณ 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – สภาฯ ถกงบประมาณ 2569 วาระ 2 สส.พรรคประชาชนอัดจัดงบฯ ไม่รองรับวิกฤติเศรษฐกิจ

ปชช. ส่งผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย แน่นอน!

“ณัฐพงษ์” ยัน พรรคประชาชนส่ง เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ขอตรวจสอบประวัติก่อนเปิดตัว โยนถาม “แพทองธาร” กระแสชิงลาออกก่อนศาล รธน. วินิจฉัย ชี้ ยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลตัดสินใจ

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการส่งผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ว่า พรรคประชาชนจะส่งผู้สมัครอย่างแน่นอน ซึ่งนายสรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรค จะดำเนินการส่งเอกสารผู้รับสมัครด้วยตนเอง ส่วนรายชื่อของผู้สมัคร ขณะนี้กรรมการบริหารกำหนดรายชื่อแล้วแต่ขอรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในการตรวจสอบประวัติย้อนหลังเพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ยังยืนยันถึงความมั่นใจในทุกสนามการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ว่าอย่างน้อยจังหวัดเชียงรายก็เป็นพื้นที่ที่มี สส.ของพรรคประชาชน 3 คน ตนคิดว่าจะเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่ และหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อาจจะไม่มีการพูดคุยในแบบนั้นว่าจะส่งหรือไม่ เพราะเป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรค ทุกพรรคมีสิทธิลงชิงสนามของตนเองอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าทุกสนามการเลือกตั้งทุกพรรคคงไม่ยอมถอยให้ใคร หากว่าเชื่อมั่นในพื้นที่นั้นๆ

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังตอบคำถามถึงกระแสข่าวการชิงลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า การตัดสินใจจะลาออกหรือไม่ลาออกต้องถามที่ตัวของนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวตอบแทนไม่ได้ ขณะที่แนวทางคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรก็คงอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องรอติดตามสถานการณ์กันต่อไป

เมื่อถามต่อไป มีการประเมินไว้หรือไม่ว่าหลังจากผ่านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีการยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีชิงลาออก นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การตัดสินใจจะยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่ทางรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย หากประเมินตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วนตัวเชื่อว่าอาจมีการพยายามพยุงรัฐบาลแบบนี้ไปก่อน แต่ว่าจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย

พรรคประชาชนมั่นใจ เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นสนามที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง พรรคประชาชนแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ในการส่งผู้สมัคร และพร้อมที่จะแข่งขันกับทุกพรรคการเมือง เพื่อช่วงชิงความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ ในการส่งผู้สมัคร รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการ เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรคการเมือง และสื่อมวลชนที่รายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “เท้ง” ยัน ปชน. ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเชียงราย โยนถาม “อิ๊งค์” กระแสชิงลาออก

ถ่ายทอดสด! พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วันแรก

เกาะติดถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3! สภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระสำคัญ เพื่อลงมติในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยกรอบวงเงินงบประมาณสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ได้มีการปรับลดงบประมาณลงไปจำนวน 8.92 พันล้านบาท

ถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3

วันนี้ 13 สิงหาคม 2568 เป็นวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการพิจารณาในวาระที่ 2 ซึ่งเป็นการลงมติในรายละเอียดรายมาตรา และตามด้วยวาระที่ 3 ซึ่งเป็นการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ทั้งฉบับ

การประชุมครั้งนี้ถูกกำหนดกรอบเวลาไว้ทั้งสิ้น 3 วัน คือระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2569 โดยในวันแรกของการประชุม จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และพักการประชุมในเวลา 23.30 น. จากนั้นจะดำเนินการประชุมต่อในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างรอบคอบและครบถ้วน สามารถรับชมถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3 ได้ทางไทยรัฐทีวีและช่องทางออนไลน์ต่างๆ

สำหรับรายละเอียดของงบประมาณปี 2569 นั้น มีวงเงินรวม 3,780,600 ล้านบาท และมีส่วนที่จัดสรรไว้เพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน 123,541,060,200 บาท ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีมติให้ปรับลดงบประมาณโดยรวมลงทั้งสิ้น 8.92 พันล้านบาท โดยมีการปรับลดงบประมาณในส่วนราชการต่างๆ ดังนี้:

  • กระทรวงมหาดไทย: ปรับลด 2.14 พันล้านบาท
  • รัฐสภา: ปรับลด 880 ล้านบาท
  • กระทรวงคมนาคม: ปรับลด 795 ล้านบาท
  • กระทรวงสาธารณสุข: ปรับลด 693 ล้านบาท
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ปรับลด 459 ล้านบาท

ทำไมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ถึงสำคัญ?

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่กำหนดการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลในแต่ละปี การพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเม็ดเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ การติดตามถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3 จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรให้ความสนใจ

นอกจากนี้ การพิจารณางบประมาณยังเป็นโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้จ่ายในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

การลดงบประมาณในบางกระทรวง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศ และอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงปีงบประมาณ 2569

การติดตามการพิจารณางบประมาณครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการทราบถึงทิศทางการพัฒนาประเทศ และการจัดสรรทรัพยากรของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้นี้ มาร่วมกันจับตาดูว่าการพิจารณาถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3 จะเป็นอย่างไรต่อไป

ที่มา – ถ่ายทอดสดวันแรก ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 วาระ 2-3

“สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออก ยันเพื่อไทยกำลังใจดี

“สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” จ่อลาออก ยันเพื่อไทยไม่กังวล กำลังใจยังดี

จากกระแสข่าวลือเรื่องการลาออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 เสร็จสิ้น นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลใดๆ และกำลังใจของทุกคนยังดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ท้องสนามหลวง โดยกล่าวถึงกระแสข่าวที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมที่จะลาออกจากตำแหน่ง หากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพรรคเพื่อไทย โดยนายสรวงศ์กล่าวว่า “ไม่มี วันนี้นายกรัฐมนตรีเองก็ยังมาร่วมทำบุญตักบาตร” ซึ่งเป็นการยืนยันว่านายกรัฐมนตรียังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

นายสรวงศ์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว และไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้เป็นการภายในแต่อย่างใด ทั้งยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข่าวลือเรื่อง “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออกไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียกำลังใจแต่อย่างใด และกำลังใจของสมาชิกพรรคยังคงดีเยี่ยม โดยนายสรวงศ์ได้แสดงท่าทีให้เห็นถึงความมั่นใจด้วยการยกนิ้วโป้งขึ้นทั้งสองข้าง

ความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยต่อข่าวลือ “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออก

การออกมาปฏิเสธข่าวลือของนายสรวงศ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยในการบริหารประเทศ และความเชื่อมั่นในตัวของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แม้ว่าจะมีกระแสข่าวลือต่างๆ เกิดขึ้น แต่พรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

  • ความสำคัญของเสถียรภาพทางการเมือง: เสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ การปล่อยข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน
  • การทำงานเป็นทีม: การที่พรรคเพื่อไทยออกมาสนับสนุนและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรค
  • การมุ่งเน้นไปที่การทำงาน: พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ข่าวลือเรื่อง “นายกฯ อิ๊งค์”​ แพทองธาร ชินวัตร ลาออก จึงถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

โดยสรุปแล้ว พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ “นายกฯ อิ๊งค์” ยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ แม้จะต้องเผชิญกับข่าวลือและการโจมตีต่างๆ นานา การออกมาแสดงความมั่นใจและปฏิเสธข่าวลือของนายสรวงศ์ เทียนทอง จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ และจะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศต่อไป

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ ข่าวลือและการปล่อยข่าวที่ไม่เป็นความจริง อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรหรือบุคคลได้ ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเชื่อหรือเผยแพร่ข่าวสารใดๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การมีความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรหรือบุคคลสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – “สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” จ่อลาออก ยันเพื่อไทยไม่กังวล กำลังใจยังดี

“จุลพันธ์” ยัน งบฯ พอเยียวยาเหตุปะทะชายแดน

“จุลพันธ์” ยืนยัน รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ไม่จำเป็นต้องแปรงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอเวลาทำให้ครบถ้วนกระบวนการก่อนชง ครม.อนุมัติ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ท้องสนามหลวง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งได้พูดคุยกับนายภูมิธรรมแล้วเห็นว่าต้องทำกระบวนการให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการผ่านกระบวนการทางงบประมาณและแหล่งเงิน รวมไปถึงกองทุนเงินเยียวยาและกรมบัญชีกลาง ที่จะต้องยกเว้นระเบียบบางข้อก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยอมรับอาจจะไม่ได้เร็วทันใจ แต่จะพยายามทำให้ทันสัปดาห์ต่อไป

เมื่อถามว่าในเบื้องต้นจะเป็นการเยียวยาในส่วนของข้าราชการหรือประชาชน นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตอนนี้เราพูดถึงประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ส่วนที่ถามว่าจะสามารถใช้งบประมาณที่เหลือจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจมาช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า หากจะทำก็สามารถทำได้ แต่ส่วนตัวแล้วอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลยังมีกลไกงบประมาณและแหล่งเงินที่เพียงพอที่จะนำมาเป็นงบเยียวยา ยืนยันว่าเงินที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนมีเพียงพออยู่แล้ว แต่จะใช้จากแหล่งใด เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการ

เมื่อถามว่า เงินค่าเบี้ยเลี้ยงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมครม. ในวันที่ 19 ส.ค. 2568 จะให้ทั้งประเทศหรือเฉพาะพื้นที่ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขอรอให้ออกก่อนดีกว่า ซึ่งอยู่ที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทยกำลังดูอยู่ ตนไม่กล้าตอบ

“จุลพันธ์”ลั่นมีงบประมาณเพียงพอใช้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

การที่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการเยียวยาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความใส่ใจของรัฐบาลต่อประชาชนอีกด้วย

การเยียวยาไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะช่วยให้การเยียวยามีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกด้าน

การดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกระบวนการเยียวยา

ความสำคัญของการเยียวยา

  • บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
  • ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่
  • สร้างขวัญและกำลังใจ
  • ส่งเสริมความสามัคคี
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาล

“จุลพันธ์”ย้ำ!รัฐบาลมีเงินเยียวยาเพียงพอ

จากคำยืนยันของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและการดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้องจะช่วยให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเจรจาและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีก

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลประชาชน การดำเนินการอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การเยียวยามีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างราบรื่น

การลงทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง การส่งเสริมการศึกษา การสร้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสร้างโอกาสและความหวังให้กับประชาชน

การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและการส่งเสริมความสามัคคีจะช่วยสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่

ที่มา – “จุลพันธ์”ลั่นมีงบประมาณเพียงพอใช้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

สว. ปัดข่าวลือคว่ำงบประมาณ 2569 ย้ำไม่จริง!



สว.ปัดข่าวลือจ้องล้มโต๊ะคว่ำงบประมาณ 2569 ยืนยันไม่มีเหตุผลรั้งร่างพระราชบัญญัติ ยิ่งยื้อยิ่งเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ ที่ควรให้เงินหมุนเข้าระบบโดยเร็วที่สุด

วันที่ 12 ส.ค. 2568 นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วุฒิสภา กล่าวถึงการติดตามการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ที่สภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาวาระ 2-3 ในวันที่ 13-15 ส.ค. นี้ว่า ในส่วนวุฒิสภาได้พิจารณาเนื้อหาและรายละเอียด เชิญหัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจงรายละเอียด แต่การพิจารณาของสว. ไม่สามารถตัดหรือเปลี่ยนแปลงได้ มีหน้าที่เพียงตั้งข้อสังเกต หากพบว่า งบบางตัวมีความผิดปกติ เช่น งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งงบไว้สูง เพื่อใช้ทวงหนี้ผู้ผิดนัดชำระเงินกู้กยศ. หรืองบประมาณบางหมวดเป็นเบี้ยหัวแตก งบแก้ปัญหาทุจริตที่มีกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวสว. อาจไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2569 นายอลงกตตอบว่า ไม่มีไม่เห็นชอบแน่นอน หากสว.ไม่เห็นชอบ จะใช้มูลเหตุอะไรไม่เห็นชอบ หากสว.ไม่เห็นชอบกระบวนการต้องย้อนไปสส.อีก อยากถามกลับเหมือนกันว่า สว.จะยื้อทำไม ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน สามารถนำเงินเข้าระบบได้เร็วเท่าไรยิ่งดี จึงไม่มีเหตุยับยั้ง แต่มีข้อสังเกตได้ ไม่ควรชะลอการผ่านงบในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

สว. ยัน! ไม่คว่ำงบประมาณ 2569 แน่นอน

จากกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เตรียมที่จะคว่ำร่างงบประมาณ 2569 นั้น ล่าสุด นายอลงกต วรกี ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่าไม่มีเหตุผลใดที่ สว. จะทำการยับยั้งร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันต้องการการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว การอนุมัติงบประมาณจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมการอนุมัติงบประมาณ 2569 จึงสำคัญ?

การอนุมัติงบประมาณ 2569 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน และการจ้างงาน หากงบประมาณถูกชะลอออกไป จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทำให้โครงการต่างๆ ต้องหยุดชะงัก และส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

นอกจากนี้ การอนุมัติงบประมาณที่ล่าช้ายังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอาจชะลอการลงทุนและส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ดังนั้น การเร่งอนุมัติงบประมาณจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

  • กระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
  • สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณ 2569

แม้ว่า สว. จะยืนยันว่าจะไม่คว่ำงบประมาณ 2569 แต่ก็ยังคงมีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับรายละเอียดของงบประมาณที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และประสิทธิภาพของโครงการต่างๆ ที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ

การพิจารณาข้อสังเกตเหล่านี้อย่างรอบคอบจะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้น แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะต้องการการอนุมัติงบประมาณอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ควรละเลยการตรวจสอบและพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้งบประมาณถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – สว.ปัดข่าวลือจ้องล้มโต๊ะคว่ำงบประมาณ 2569 ย้ำยิ่งยื้อ ยิ่งส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 ลั่นไม่มีแผนสำรอง

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “แพทองธาร ชินวัตร” ชิงลาออกนายกฯ หลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 วาระ 3 บอกไม่เคยได้ยินใครพูด ถามสื่อเอาข่าวมาจากไหน ลั่นไม่มีแผนสำรองแคนดิเดต “ชัยเกษม” ทุกอย่างว่าตามกระบวนการ

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะลาออกหลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 3 โดยนายภูมิธรรม ถามกลับผู้สื่อข่าวว่าเอาข่าวมาจากไหน ไม่เคยมีกระแสข่าวนี้ และไม่เคยมีคนพูด น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้พูด และก็พิสูจน์ตัวเอง จะไปเอาอะไรที่คนพูดกันนิดหน่อยมาเป็นกระแสในสังคมเพราะจะเป็นปัญหา

นายภูมิธรรม ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดเรื่องนี้ และพรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นจะต้องเตรียมแผนอะไรรับมือเรื่องของศาล ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร อย่าไปทำให้มีประเด็นอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าแผนสำรองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรียังเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ อยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “ไม่มีแผนสำรอง ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ”

“ภูมิธรรม” ย้ำชัด ไม่มีแผนสำรอง กรณี “อิ๊งค์” ลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภายหลังจากการที่สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระที่ 3 นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบโต้ข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่มีมูล

นายภูมิธรรม ได้กล่าวว่า เขาไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้จากที่ใดมาก่อน และยังตั้งคำถามกลับไปยังผู้สื่อข่าวถึงแหล่งที่มาของข่าว พร้อมทั้งย้ำว่านางสาวแพทองธารเองก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้กล่าวถึงการทำงานของนางสาวแพทองธารว่า ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารประเทศ ดังนั้นการนำเอาข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงมากระพือในสังคมจึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากกว่า

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนการใดๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาล เนื่องจากทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นพิเศษ และขอให้ทุกฝ่ายอย่าสร้างประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความรู้สึกว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

เมื่อถูกถามย้ำถึงความเป็นไปได้ที่นายชัยเกษม นิติสิริ จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสำรอง นายภูมิธรรมได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีแผนสำรอง ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความไว้วางใจในตัวนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

การออกมาตอบโต้ข่าวลือของนายภูมิธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยในการสนับสนุนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และเป็นการสยบข่าวลือที่อาจก่อให้เกิดความสับสนในสังคมได้เป็นอย่างดี การที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเช่นนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนได้เป็นอย่างมาก

ดังนั้น การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลใดๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

ที่มา – “ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 ลั่นไม่มีแผนสำรอง

รทสช. มั่นใจสภาฯ ผ่านงบประมาณ 2569 แน่นอน!

พรรครวมไทยสร้างชาติมั่นใจสภาฯ ผ่านงบประมาณ 2569 อย่างแน่นอน! นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กำชับ สส. เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงติงเรื่องงบประมาณฯ พร้อมรับมือภาษีทรัมป์ มั่นใจรัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดราชบุรี เขต 4 ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่าจากการที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 นั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เน้นย้ำให้ สส.ของพรรคทุกคนเข้าร่วมการพิจารณางบประมาณโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังชะลอตัว

รทสช. มั่นใจสภาฯ ผ่านงบประมาณ 2569

สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวาระที่ 2 และ 3 นั้น สส. พรรครวมไทยสร้างชาติได้มีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในหลายกระทรวง โดยเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ที่ได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อให้งบประมาณของภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้มากที่สุดในหลากหลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม รวมถึงในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ส่วนข้อกังวลของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่แสดงความเห็นว่า การแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีในครั้งนี้อาจจะไม่สามารถตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากภาษีตอบโต้ (Tariff) ของสหรัฐอเมริกานั้น พรรครวมไทยสร้างชาติมีความเห็นสอดคล้องกับรัฐบาลว่า ผลกระทบที่เคยคาดการณ์ว่าจะรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยนั้น มีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ กำหนดต่อประเทศไทยนั้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนแล้ว ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกันคือประมาณ 19-20% ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศมากนัก ดังเช่นที่ได้มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีชุดข้อมูลที่ใช้ในการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านและครบถ้วน

ทำไม รทสช. ถึงมั่นใจสภาฯ ผ่านงบประมาณ 2569

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการแปรญัตติงบประมาณไปยังภาคส่วนที่มีความจำเป็นมากกว่า หรือหากเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจขึ้นจริง รัฐบาลยังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น งบกลาง ซึ่งสามารถใช้ได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออาจจะพิจารณาเสนองบกลางปีเพิ่มเติม ซึ่งการแปรญัตติในวงเงินงบประมาณ 8.92 พันล้านบาทนี้ รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณไปแก้ไขปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วนของชาติและประชาชน

“พรรครวมไทยสร้างชาติมั่นใจว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จะสามารถผ่านการพิจารณาได้อย่างราบรื่น และจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง” เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและ สส. จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน

งบประมาณปี 2569 นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคม

ที่มา – รทสช. มั่นใจสภาฯ ผ่านงบประมาณ 2569 ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบฯ รับมือภาษีทรัมป์

Scroll to top