งานลอยกระทง 2568

ยี่เป็งเชียงใหม่คึกคัก! ชมขบวนกระทงใหญ่

ยี่เป็งเชียงใหม่คึกคักในค่ำคืนสุดท้าย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่แหนกันมาชมความงามของขบวนกระทงใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งมีการชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยก่อนเริ่มพิธี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการ กงสุลจากประเทศต่างๆ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงใหม่ พร้อมทั้งนักท่องเที่ยว ยืนไว้อาลัยแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

จากนั้นจึงได้เริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะเริ่มปล่อยขบวนแห่กระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทาน อันงดงามตระการตา จากข่วงประตูท่าแพ ไปตามถนนท่าแพ เข้าสู่ถนนไปรษณีย์ และสิ้นสุดขบวนที่บริเวณหน้าปะรำพิธีหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่

ถึงแม้ว่าขบวนกระทงใหญ่ในปีนี้จะได้รับการปรับลดโทนสีและรูปแบบริ้วขบวนลงบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศการถวายอาลัย และเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ขบวนกระทงก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความงดงามของประเพณีเดือนยี่เป็งอย่างครบถ้วน โดยในปีนี้ งานประเพณีเดือนยี่เป็งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “สายธารแห่งพระเมตตา ไหว้สาพระพันปีหลวง ทวยราษฎร์ทั้งปวงล้วนสดุดี ภักดีสถิตในใจนิรันดร์”

ในปีนี้ มีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ส่งขบวนกระทงใหญ่เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 31 ขบวน อาทิ ขบวนกระทงใหญ่จากเทศบาลนครเชียงใหม่ สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ สถานกงสุลสาธารณรัฐอินเดีย ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสถานกงสุลญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ซึ่งแต่ละขบวนต่างก็มีความสวยงามและแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป

นอกจากขบวนกระทงใหญ่แล้ว บริเวณข่วงประตูท่าแพยังเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความสวยงามของโคมล้านนาที่ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงามอลังการ ทำให้บรรยากาศของงานยี่เป็งเชียงใหม่คึกคักและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

ยี่เป็งเชียงใหม่คึกคัก

บรรยากาศโดยรวมของงานยี่เป็งเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนาน นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของกระทงและโคมล้านนาที่ประดับประดาอยู่ทั่วเมือง หลายคนต่างถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อที่จะได้นำไปแบ่งปันความสวยงามและความประทับใจนี้ให้กับเพื่อนและครอบครัว

ไฮไลท์เด่นของงาน ยี่เป็งเชียงใหม่คึกคัก

  • ขบวนแห่กระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทาน
  • การประกวดกระทงเล็ก
  • การปล่อยโคมลอย
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา
  • การจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและอาหารพื้นเมือง

สำหรับใครที่พลาดชมงานยี่เป็งเชียงใหม่คึกคักในปีนี้ไป ไม่ต้องเสียใจ เพราะงานประเพณีเดือนยี่เป็งจะกลับมาอีกครั้งในปีหน้า อย่าลืมวางแผนการเดินทางและเตรียมตัวมาสัมผัสกับความสวยงามและมนต์เสน่ห์ของประเพณีล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์นี้ด้วยตัวคุณเอง

ยี่เป็งเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของจิตใจและความคิดสร้างสรรค์ของชาวล้านนาอย่างแท้จริง

ที่มา – ยี่เป็งเชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมขบวนกระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทาน

ชาวโคราชแห่! ลอยกระทงโคมไฟ’68 สุดอลังการ

ชาวโคราช แห่ร่วมงาน “เทศกาลลอยกระทงโคมไฟ’68 บึงหัวทะเล” กันอย่างคึกคัก ขณะที่พระประทีปพระราชทาน ลอยเป็นปฐมฤกษ์สุดยิ่งใหญ่กลางบึงหัวทะเล

ค่ำคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 บริเวณตลาดน้ำบึงหัวทะเล ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดงาน “เทศกาลลอยกระทงโคมไฟ’68 @ บึงหัวทะเล” โดยมี นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษเทศบาลตำบลหัวทะเล, ผู้นำชุมชน และประชาชนชาวโคราช เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยการจัดงานเป็นไปด้วยความสำรวมและสง่างาม ประชาชนร่วมกันจุดเทียนถวายอาลัย แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกিতি์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมีพิธีพระประทีปพระราชทาน จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาลอยเป็นปฐมฤกษ์อย่างยิ่งใหญ่กลางบึงหัวทะเล ท่ามกลางแสงเทียนนับพันดวงที่ส่องประกายระยิบระยับเหนือผิวน้ำ

ซึ่งงานเทศกาล “ลอยกระทงโคมไฟ’68” จัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 7 วัน บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ครอบครัวต่างพากันมาลอยกระทงภายใต้แสงจันทร์ ขณะที่บริเวณทางเข้า–ออกและลานกิจกรรมได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยโคมไฟนับพันดวง บอลลูนยักษ์ และทุ่งดอกไม้หลากสี สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมประกวดกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติ กระทงใหญ่ กระทงจิ๋ว และการประกวดนางนพมาศ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งชาวโคราชและนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยการ จุดพลุไฟประกอบแสง สี เสียง สุดตระการตา เหนือบึงหัวทะเล ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเฮจากผู้ชม ถือเป็นไฮไลต์แห่งค่ำคืนที่สะท้อนความงดงามของวัฒนธรรมไทย และจิตใจแห่งการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่เมืองโคราชสืบไป.

ลอยกระทงโคมไฟ’68 บึงหัวทะเล สุดอลังการ

งานลอยกระทงโคมไฟ’68 บึงหัวทะเล ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่เป็นการรวมใจของชาวโคราชในการสืบสานประเพณีไทยอันงดงาม การได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของผู้คนที่มาร่วมงาน ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้

ทำไมงานลอยกระทงโคมไฟ’68 ถึงได้รับความนิยม

  • การตกแต่งสถานที่ด้วยโคมไฟนับพันดวง
  • กิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ
  • บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ อย่าเสียใจไป เพราะเชื่อว่าเทศบาลตำบลหัวทะเลจะยังคงจัดงาน ลอยกระทงโคมไฟ’68 บึงหัวทะเล ต่อไปในทุกๆ ปีแน่นอน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความสวยงามและความสุขที่แท้จริงของประเพณีไทย

ที่มา – สุดตระการตา ชาวโคราชแห่ร่วมงาน “ลอยกระทงโคมไฟ’68 บึงหัวทะเล”

เชียงใหม่แน่น! นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568”

เชียงใหม่เนืองแน่น นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568” เต็มสองฝั่งแม่น้ำปิง ชมความสวยงามของสีสันแสงไฟในคืนลอยกระทง

วันที่ 5 พ.ย. 68 บรรยากาศในค่ำคืนแห่งประเพณียี่เป็งเชียงใหม่เต็มไปด้วยความคึกคัก สองฝั่งแม่น้ำปิงในตัวเมืองเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พากันมาลอยกระทง 2568 ในแม่น้ำปิงพร้อมกับชมความสวยงามของสีสันแสงไฟในคืนลอยกระทง โดยเฉพาะที่สะพานจันทร์สม สะพานนวรัฐ และ สะพานเหล็ก มีผู้คนจำนวนมากพากันออกมาเที่ยวชมร่วมกิจกรรมลอยกระทงจนเนืองแน่น

ขณะที่ ปีนี้ร้านขายกระทงส่วนใหญ่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทั้งต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้สด นำมาประดับตกแต่งทำเป็นกระทงหลากหลายรูปแบบ มีทั้ง กระทงพญานาค กระทงดอกไม้ รวมทั้งกระทงดอกบัว เป็นที่ถูกใจของลูกค้า

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ และถนนท่าแพก็เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพากันไปชมความงดงามของซุ้มไฟ “ทิพยรัศมีเวียงพิงค์ สู่ดินแดนวิจิตรแห่งล้านนา” โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ปิดพื้นที่ถนนบริเวณถนนท่าแพ ที่จัดตั้งซุ้มไฟเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

สำหรับซุ้มไฟปีนี้ ได้ผสมผสานศิลปะล้านนากับเทคโนโลยีแสง สี เสียง และเอฟเฟกต์พิเศษ เคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีล้านนา และเพลงพระราชนิพนธ์ ฐานซุ้มตกแต่งประดับไฟด้วยแนวคิดของดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนด้านบนเป็นรูปนางฟ้า ที่มาพร้อมการแสดงแสงเหนือจำลอง ปล่อยแสงสีระยิบระยับ สื่อถึงพลังแห่งแสงสว่าง ความหวัง การนำทางชีวิต และเปรียบเสมือนแสงจากกระทงที่ลอยไปพร้อมคำอธิษฐานในคืนเดือนยี่เป็ง สร้างความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมความงาม ซึ่งต่างผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

อย่างไรก็ตามสำหรับวันที่ 5- 6 พฤศจิกายน 2568 นั้นทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการอนุญาตปล่อยโคมในหลายพื้นที่นอกเหนือจากเขตรัศมีการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยจะสามารถปล่อยโคมลอยได้หลังเวลา 19.00 น. เป็นต้น และในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย. 68) ทางจังหวัดเชียงใหม่ก็จะมีการจัดประกวดกระทงใหญ่ซึ่งมีทั้งหมด 31 ขบวนเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568”

บรรยากาศงานลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่ปีนี้เต็มไปด้วยความสุขและความสวยงาม ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองและร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามนี้ ใครที่พลาดไปปีนี้ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้าฟ้าใหม่ยังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่อีกครั้งแน่นอน

เตรียมตัวเที่ยว “ลอยกระทง 2568” ปีหน้าอย่างไรให้คุ้มค่า

  • จองที่พักล่วงหน้า: ที่พักดีๆ มักจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
  • วางแผนการเดินทาง: เชียงใหม่ช่วงลอยกระทงรถติดมาก วางแผนการเดินทางดีๆ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
  • เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม: อากาศช่วงเดือนพฤศจิกายนที่เชียงใหม่อาจจะเย็น เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยก็ดี
  • พกกล้องถ่ายรูป: เก็บภาพความประทับใจในงานลอยกระทง
  • เตรียมเงินสด: ร้านค้าบางร้านอาจจะไม่รับบัตรเครดิต

นอกจากนี้ อย่าลืมศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง เพื่อให้การเที่ยวชมเป็นไปอย่างเข้าใจและเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นนะครับ

การได้ไปสัมผัสบรรยากาศงานลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของประเพณีแล้ว ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย ปีหน้าอย่าลืมวางแผนไปเที่ยวกันนะครับ!

ที่มา – เชียงใหม่เนืองแน่น นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568” เต็มสองฝั่งแม่น้ำปิง

กรมฯ คุมเข้ม! ราคาสินค้าลอยกระทงยังปกติ

ใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาลลอยกระทง! กรมการค้าภายใน (DIT) ไม่รอช้า สั่งลุยลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่ใช้ในเทศกาลลอยกระทงปีนี้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและเอาเปรียบผู้บริโภค

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2568 โดยเฉพาะย่านปากคลองตลาดและตลาดยอดพิมาน ซึ่งเป็นแหล่งค้าดอกไม้และวัสดุประดิษฐ์กระทงที่สำคัญของกรุงเทพฯ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ราคาสินค้าลอยกระทงโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น

  • ใบตอง: มัดละ 1 กิโลกรัม (กก.) ราคาประมาณ 25 บาท
  • หยวกกล้วย: ชิ้นละ 5–20 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด)
  • กลีบกระดาษกระทง: มัดละ 5 บาท
  • ดอกบัว: (10 ดอก) มัดละ 40-80 บาท
  • ดอกบานไม่รู้โรย: 1 กก. ถุงละ 150-200 บาท
  • ดอกกล้วยไม้: 1 กก. ถุงละ 40-60 บาท
  • ดอกรัก: ขีดละ 30-40 บาท
  • ดอกพุด: ขีดละ 7-10 บาท
  • ธูปเทียน: คู่ละ 5–20 บาท

นอกจากนี้ ยังมีกระทงสำเร็จรูปให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งกระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลาข้าวโพด และกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งราคาก็แตกต่างกันไปตามขนาด รูปแบบ และความประณีตในการประดิษฐ์ เช่น กระทงใบตองสำเร็จรูปขนาด 6-8 นิ้ว ราคาตั้งแต่ 70-100 บาท และกระทงอาหารปลาข้าวโพด ขนาด 6-8 นิ้ว ราคา 25-60 บาท

กรมการค้าภายในคุมเข้ม ราคาสินค้าลอยกระทงยังปกติ

อธิบดีกรมการค้าภายในเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญคือป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคา จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนผู้ที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จะทำอย่างไรหากพบเห็นการโก่งราคา ราคาสินค้าลอยกระทงไม่เป็นธรรม?

หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

กรมการค้าภายในขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบราคาและเปรียบเทียบคุณภาพสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้ เต็มไปด้วยความสุขและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ

อย่าลืมตรวจสอบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐาน และร่วมกันสืบสานประเพณีไทยอันดีงาม

ที่มา – กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่คุมเข้มราคาสินค้าลอยกระทง วัสดุทำกระทงยังปกติ

Scroll to top